ครืนนน
ประกายกายสายฟ้าสีส้มแล่บแปร๊บปร๊าบไปทั่วท้องฟ้าพร้อมกับส่งเสียง
คล้ายสัตว์ร้ายคำรามทั่วผืนฟ้ามีทั้งสายอัสนีบาตฟาดไปมาประกายเพลิงสีส้มสุกสระกราวผสมกลมกลืนกันอย่างพิลาศล้ำ เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสนั่นไปทั่วบริเวณพร้อมกับหมู่เมฆาเลื่อนเคลื่อนบิดเบือนไปมาด้วยความวิปโยควิปลาศถึงขีดสุด
“ไม่ดีแน่ แบบนี้ไม่ดีแน่”
ศิลาเอ่ยขึ้นพร้อมกับทิ้งดิ่งร่างลงมาสู่พื้น สัญชาตญาณเขามันบอกให้หนีถึงขีดสุด แต่ทว่าศิลากลับยืนหลับตาสงบนิ่งท่ามกลายหมู่มหาอัสนีบาตที่ฟาดไปมาราวกับกำลังบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ให้กับการจุติของราชันย์
วินาทีนี้ศิลากลับสงบเยือกเย็นอย่างหน้าประหลาดสงบกว่าครั้งไหนๆร่างยืนนิ่งไม่หวั่นไหว ในหัวเขานึกย้อนไปถึงตอนที่ได้สู้กับไวเวิร์นพร้อมกับย้อนมานึกถึงตอนที่สู้กับวิหคเพลิงเมื่อสักครู่
ศิลาพยายามคิดหาจุดบกพร่องเพราะเขารู้ตัวเองว่าฝือเขามันตกลงไป ตอนที่เขาสู้กับไวเวิร์นเขาทำได้ดีกว่านี้ทั้งที่วิหคเพลิงเรียกได้ว่าอ่อนกว่าไวเวิร์นเสียด้วยซ้ำเขายังยากลำบาก ทั้งที่ระดับเลเวลก็สูงขึ้น
วินาทีต่อศิลาพลันลืมตาั์ตาเย็นเฉียบคมกล้า เขาได้ข้อสรุปแจ่มแจ่งใจภายในใจลึกๆของเขามันมีช่องโหว่เกิดขึ้นช่องโหว่ที่เรียกว่าความ
เหิมเกริม ความได้ใจ ความทนงตัว
เหลิงในตัวเองหลงในฝีมือคิดว่าเหนือกว่าใคร
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนบัดนี้เขาััได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นถึงแรงกดดันมหาศาล
ศิลาก็ต้องตาค้างอีกครั้งฟีนิกซ์ที่ควรจะมีรูปร่างเป็นกกลับค่อยๆเผยขาสองข้างลงมาจากก้อนเมฆขาทั้งสองแนบชิดมันเป็ขาของมนุษย์ไม่ผิดเพี้ยน
ต่อมาปรากชายหนุ่มหน้าตาบาดลึกราวกับไม่รู้สึกอะไรั์ตาฉายแววว่างเปล่าดวงตาสีส้มลึกล้ำแฝงความดุร้ายพร้อมกับด้านหลังมีปีกของนกสีส้มเพลิงเรืองลองสว่างไปมาอย่างสง่าแต่งกายแบบเทพกรีกมีผ้าพันพาดไหล่เฉียงสีส้มเพลิงพร้อมกับกางเกงผ้าคล้ายผ้าถุงหรือสะโหร่ง
ื เผยให้เห็นสัดส่วนร่างกายผิวสีส้มทองพร้อมทั่วตัวมีลอยสักแปลกๆ
“เ้าเก่งมากมนุษย์เอ๋ยที่สังหารร่างแยกเราได้”
บุรุษปริศนาเอ่ยขึ้นเสียงเข้มขรึมดวงตาฉายแววไม่ทุกไม่ร้อนแต่ศิลากลับเหงือผลุดเต็มหน้า ไม่ใช่เพราะทะเลเพลิงรอบกายแต่ทว่าระดับของไอ้สิ่งมีชีวิตตรงหน้าเขาแค่พลังกดดันก็สูงจนน่ากลัวแล้ว
กริ่ง...กริว...กริว....
ร่ำไห้สั่นระลิกส่องแสงสีเืไปมาในมือขวาของเมฆาพร้อมส่งเสียงกรีดร้องระงมก่อนที่ศิลาจะยกดาบขึ้นมา
“หึ...รู้แล้วไอ้เพื่อนยาก นายอยากจะดื่มด่ำเืของมันใช่ไหมล่ะ”
ศิลาพูดจบร่ำไห้ก็สงบลงก่อนที่ทั่วตัวของศิลาจะห่อหุ่มไปด้วยออร่าสีเืพร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนเข้าทันที
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับทักษะพิเศษอาภรณ์โลหิต”
ศิลาอ่านรายละเอียดคร่าวๆก็พบว่าเมื่อเขาอยู่ในสภาวะนี้หากเขาโจมตีโดนศัตรูจะฟื้นฟูเื20% และยังทำให้ศัตรูเสียเื2%จากเืสูงสุดเป็เวลาหนึ่งนาทีหรือติดสถานะเืไหล
กึก...กึก.
ชายปริศนาลงสู่พื้นวินาทีนั้นพื้นดินถึงกับแตกแยกสั่นะเืพร้อมกลับไฟลุกท่วมบริเวณ
“ข้ามีนามว่าฟีนิกซ์ เซออน” และนามของเ้าล่ะมนุษย์
“ผมศิลา”
ศิลาพูดจบพร้อมกับยกดาบขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อมทั่วใบดาบแฝงพลังธาตุน้ำสุดเข้มข้น
เซออนยื่นมือขวาไปด้านหลังก่อนจะเด็ดขนปีกออกมาหนึ่งก้านก้านขนนกสีส้มเพลิงเกิดไฟลุกสว่างวูบวาบแถมแผ่ไอร้อนออกมาสุดขีดจนเผาอากาศบริเวณรอบๆ ต่อมาในมือขวาของ
เซออนปรากฎดาบรูปทรงปีกขนนกสีส้มเรืองลองสะท้อนไปมา
“รับมือ”
เซออนกล่าวเพียงคำสั้นๆ ศิลาที่ได้ยินแบบนั้นประสาทััทุกอย่างถึงขีดสุดเตรียมรับการโจมตีของศัตรูเบื้องหน้า
วูบ...
ร่างของเซออนที่ศิลาจ้องมอง
เซออนตลอดด้วยสมาธิทั้งหมดแต่ร่างของมันหายไปราวกับอากาศ แต่ทว่าด้วยทักษะจิตแห่งดาบสองวินาทีนั้นภาพการโจมตีของเซออนแล่นแปรบเข้ามาในหัวของเขาเป็การเห็นอนาคตล่วงหน้าสองวินาที
ถึงแม้สองวินาทีจะดูเล็กน้อยแต่สำหรับการต่อสู้ของยอดฝีมือมันเป็ตัวตัดสิ้นแพ้ชนะได้ทันที
ศิลาเห็นภาพเซออนปรากฎตัวขึ้นด้ายหลังพร้อมกับมือขวาถือดาบขนนกฟันใส่ลำคอเขา วินาทีนั้นเซออนก็ปรากฎตัวออกมาทางด้านหลังศิลาจริง ศิลาหมุนตัวด้วยความเร็วสุดขีดก่อนจะตวัดดาบจากซ้ายไปขวาพร้อมกับเอนหัวไปข้างหลัง
เคร้ง....เคร้ง....เคร้ง
ทว่าเซออนกลับไม่มีทีท่าใสักนิดที่เขาสามารถรับการโจมตีสายฟ้าแล่บของมันได้ มันกลับชิงจังหวะรุกไล่ใส่ศิลาอย่างเฉียบคมแต่ระกระบวนท่าทั้งดุดันร้ายกาจ งดงามอ่อนช้อยและรวดเร็วจนศิลามองแทบไม่ทันหากเขาไม่มีทักษะจิตแห่งดาบแล้วล่ะก็เขากล้าพูดได้เลยว่าร่างของเขาคงพรุนไปแล้ว
เสียงดาบกระทบกันดังถี่ยิบคล้ายประทัดตรุษจีนแต่มันดังกว่านั้นมากแถมยังหนักแน่น ประกายไฟสาดไปมาทุกครั้งที่ดาบกระทบกัน
ซวบ....แอ๊ก..
ดาบขนนกแทงทะลุอกของศิลาอย่างแม่นยำพร้อมกับศิลาที่เบิกตาฉายแววสงสัยสุดขีด คมดาบของ
เซออนกลับรวดเร็วขึ้นอีกสองขั้นจนศิลาพลาดท่าเพราะตามความเร็วของคมดาบอีกฝ่ายไม่ทัน เืของศิลาไหลออกมาอาบคมดาบก่อนจะไหลลงพื้นสีแดงฉาน
อั๊ก....
เซออนดึงดาบออกมาจนแทบสุดก่อนจะแทงซ้ำเข้าไปใหม่ ศิลาถึงกับเกร่งไปทั่วร่างเืสีแดงสดกระอักออกทางปากทางจมูกไหลชุ่มไปทั่วร่างคล้ายพึ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
เซออนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของศิลาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบคล้ายกับเยื้อยหยันดูถูก
“จงลิ้มรสชาติอันอูมามิของคมดาบเพลิงกัลย์ของแล้วตายไปเสียเถอะเ้ามดปลวกหนอนแมลง”
ทว่าหากเซออนเลือกที่จะไม่พูดแล้วปล่อยให้เขาตายไปแบบเงียบเื่ก็จบแล้วแท้ๆเพราะศิลาเองก็ติดยอมรับความตายไปชั่วขณะจนถึงวินาทีที่เขาได้ยินคำดูถูก สติเขาดันกลับมาราวกับตั้งโปรแกรมไว้ให้มีปฏิกิริยากับคำดูถูก ั์ตาของศิลาเกิดประกลายวูบหนึ่งคล้ายเปลวไฟก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็ดุดันเฉียบคมอาฆาต รังสีอัมหิตพุ่งออกมาทั่วร่างศิลาเข้ากดดันเซออนทุกขณะจิต
วูบ....ฉึกก...
ศิลามือขวากำดาบแน่นก่อนจะตวัดฟาดจากขวาไปซ้ายฟันใส่เซออนในระยะสองวา ทว่าเซออนเองก็รวดเร็วประดุจดังลิงหลอกเ้าดีดตัวปราดถอยห่างออกมาพร้อมกับดึงคมดาบที่ปักคาอกของศิลาออกมาด้วยเืสีแดงสาวกระจายคล้ายน้ำพุทันที
ทว่าเซออนเองก็รับการโจมตีไปถากๆยาวสิบเซนบริเวณอกเรียกเืสีแดงสดไหลซิบๆ
ศิลาในยามนี้แววตาอาคาตอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในยามนี้เขาหลงลืมไปแล้วว่าตัวเองนั้นอยู่ในเกมสติของเขาในหัวของเขามันกลับคิดว่านี่คือโลกความจริงและเป็การต่อสู้เอาชีวิตกันจริงๆ เพราะความสมจริงเกินไปของเกมจึงไม่แปลกที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เองก็คิดแบบเดียวกับศิลาแต่ทว่ารังสีฆ่าฟันจิตสังหารของศิลามันกลับยิ่งเข้มข้นขึ้นจนสามารถเห็นด้วยตาเปล่าเป็ออร่าสีดำแผ่ปกคลุมไปทั่วพร้อมกับเข้ากดดันเซออน
เปรี๊ย...เปรี๊ย...ปร๊ะ
เสียงสายฟ้าสาดไปมาเสียดหูดังถี่ยิบพร้อมกับทั่วร่างของศิลาปรากฎสายฟ้าสีส้มแล่บแปร๊บปร๊าบไปมาทั่วร่างส่งเสียงสายฟ้าแตกไปมาดังสนั่นจนแสบหู
ศิลารับรู้ได้ทันทีความเร็วเขาไม่สามารถเทียบเซออนได้เขาจึงลองใช้วิธีโคจรพลังธาตุสายฟ้าไหลไปทั่วร่างและให้สายฟ้าเข้าไปช็อตทั่วร่างภายในเพื่อกระตุ่นประสาทััสมองมือแขนขาเท้าเปลี่ยนทั่วร่างเป็การสั่งการด้วยไฟฟ้าแทน แต่ทว่าศิลาเองก็ต้องแบกรับความเ็ปที่ถูกสายฟ้าช็อตกระตุ่นร่าง
“ขอเอาคืนหนึ่งดอกล่ะนะไอ้มดปลวก”
เปรี๊ยะ....ฟิ๊ว...ฉ๊วะ
ศิลาเอ่ยพร้อมกับเซออนที่กำลังทำท่าทางจะพูดอะไรสักอย่างแต่ทว่ากลับมีเส้นสายฟ้าสีส้มแล่นปร๊าดผ่านร่างของเขาในเสี้ยววินาที
เซออนหันเอนตัวกลับไปมองพร้อมกับรู้สึกอุ่นๆที่แขนขวาเขาก้มไปมองก็พบว่าแขนของตัวเองขาดไปเสียแล้วพร้อมกับเืไหลย้อมพื้นเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้แขนขวามันทีพร้อมกับแขนของเซออนกลับมาดังเดิมและดาบขนนกสีส้ม
ตอนนี้เซออนไม่ลังเลที่จะใช้พลังทั้งหมดอีกแล้ว
ฟิ๊ว...เคร้ง...เปร้ง...เปร้ง
เงาสองสายสีส้มประกายสายฟ้ากับสีส้มเพลิงสาดไปมาพุ่งทะยานตัดแหวกอากาศด้วยความเร็วชนิดที่เรียกว่าบัลลัยวายวอดพื้นดินแจกกระจายเมื่อเงาทั้งสองเข้าปะทะกันแรงลมคลื่นพลังสาดซัดไปทั่วบริเวณ
“บ้าน่า! เป็ไปไม่ได้มนุษย์จะเคลื่อนไหวด้วยความเร็วระดับนี้ได้ยังไงกันแถมคมดาบของมันยังเลงจุดตายแม่นยำขึ้นเลื่อยๆ”
เซออนถึงกลับต้องรอบคิดในใจเพราะเขารู้สึกได้ชัดเจนถึงสภาวะดาบของศิลายิงนานไปยิ่งเฉียบคมขึ้นเลื่อยๆและดุร้ายมากทวีคูณ
ฉ๊วะ....
ร่ำไห้ฉีกกระชากเนื้อของ
เซออนทางซี่โครงด้านซ้ายเข้าอย่างจังเืที่เคยเป็สีแดงกลับกลายเป็สีแดงลาวาร้อนระอุ จากนั้นาแของเซออนก็หายในพริบตาก่อนมันจะหัวเราะลั่น
“ฮ่า...ฮ่า....มนุษย์แกฆ่าข้าไม่ได้หลอกข้าคือนก ะที่คืนชีพได้จากเถ้าถ่าน”
เซออนเอ่ยพร้อมกับกางผายมือทั้งสองข้างยืดอกแสดงอำนาจโอ้อวดถึงขีดสุด แต่เขาก็ต้องชะงักวูบไปเมื่อได้ยินคำพูดของศิลา
“ถึงร่างจะเป็อัมตะ แล้วจิตใจคุณล่ะจะเป็ะด้วยหรือเปล่าผมจะฆ่าคุณไปเลื่อยๆจนสภาพจิตใจคุณแตกสลาย”
ศิลาเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ เขาสะกดความเ็ปทั่วร่างเอาไว้เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุหากอีกฝ่ายรู้เขาจะเสียเปรียบมันที
วูบ...
ร่างของเซออนหายไปอีกรอบศิลารู้ทันทีว่าการโจมตีอีกระลอกของมันกำลังจะมาและจะดุดันและร้ายกาจยิ่งขึ้น
เปร๊ง....ครืน....
ดาบของศิลาตวัดกลับหลังรับการโจมตีของเซออนอย่างทันท่วงทีทว่าเปลวเพลิงกับแตกแยกเป็สายใยแมลงมุมราวกับมีชีวิตพุ่งออกจากดาบขนนกของเซออนเข้าโจมตีศิลาอย่างร้ายกาจ
ฟรึบ...ฟรึบ...
ศิลาดีดเท้าปราดถอยหลังมือขวาฟันต้านทานเส้นสายเพลิงที่พุ่งมาราวกับมีชิวิตเลี้ยวคตไปมาอย่างแยบยล
วินาทีนั้นเซออนปรากฎขึ้นกลางอากาศทางด้านซ้ายของศิลาคมดาบยกขึ้นเหนือหัวส่องแสงสีส้มวูบวาบก่อนจะฟันลงมายังร่างของศิลาหมายจะผ่าเขาให้แยกเป็สองส่วน
ดาบขนนกและร่ำไห้ปะทะกันอย่างจังส่งเสียงดังสนั่นพร้อมกับพลังแตกกระจายไปทั่วบริเวณทั้งศิลาและเซออนต่างกระเด็นกระดอนไปคนละทิศทาง
ฟิ้ว...เป้ง...เปร้ง...เคร้ง..
เมื่อตั้งหลักได้ทั้งคู่ก็ดีดเท้าปราดเข้าหากันซึ่งๆหน้าเสียงดาบดังถี่ยิบพร้อมกับเสียงของพลังที่แตกกระจายไปมาเสียดหู คมดาบของทั้งคู่ปะทะกันตรงไหนเกิดเปลวเพลิงไฟลุกไหม้บริเวณนั้นสร้างความพินาศไปทุกหนแห่งยิ่งอาณาเขตการต่อสู่รามไปถึงไหนเปลวไฟตามไปถึงนั่น
ภายในเมืองมนตราตอนนี้ผู้คนกำลังฮือฮาแตกตื่นคุยกันจอแจถึงเสียงะเิแสงสีวิบวับสาดไปมาพร้อมพากันมาจ้องดูแสงเ่าั้
“ใครสู้กับสัตว์อสูรอยู่ล่ะมั้ง ระดับนี้อาจจะสัตว์อสูรระดับาาเลยก็ว่าได้สนใจไปชุบมือเปือบไหมพวกเอง”
ชายปริศนาเอ่ยขึ้นพร้อมกับลูกน้องอีกสี่ห้าคน
แต่ทว่าพวกเขานั้นคาดผิดตรงที่มันไม่ใช่สัตว์อสูรระดับาาแต่มันคือระดับราชันย์
ตอนนี้ศิลาและเซออนต่างยืนประจันหน้าเข้าหากันในระยะสามเมตรจ้องมองกันอย่างไม่วางตา
เซออนควงดาบขนนกในมือควงไปมาเป็วงกลมดาบขนนกแปรเปลี่ยนจากสีส้มเป็สีฟ้าทันทีบ่งบอกชัดเจนถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอีกระดับพร้อมร้อยยิ้มเ้าเลห์ปรากฎขึ้นบนใบหน้าเปลวไฟที่เกิดจากการควงดาบด้วยความเร็วสูงกลายเป็กรงจักรเพลิงสีฟ้าพุ่งโจมตีศิลาเสียงกรงจักรเพลิงแหวกอากาศดังหวีดหวิวราวกับภูติผีเปรตขอส่วนบุญสะท้านจับใจ
แต่การโจมตีกลับทำเอาศิลาสะท้านไปทั่วร่างกรงจักรนับร้อยพุ่งบินว่อนผ่าอากาศเข้าหาเขาคล้ายกับสัตว์ป่าออกล่าเหยื่อแต่ศิลาคือผู้ล่าไม่ใช่เหยื่อมีหรือเขาจะยอม
-เพลงดาบเจ็ดธาตุ! ศิลา
กระท่วนท่าคิดสดของศิลาพลันถูกใช้ออกทันทีดาบของศิลาทอแสงสลับไปมาถึงเจ็ดสีตามธาตุต่างๆก่อนจะถูกฟันใส่อากาศด้วยสกิลเพลงดาบไร้รูปแบบและจิตแห่งดาบ
ตูม....ตูม...ตูม
แสงเจ็ดสีแหลมคมปะทะกรงจักรส่งเสียงะเิปานฟ้าถล่มดินทลาย
คล้ายวันโลกาวินาศ
“ไม่จริง! เ้าใช้พลังได้ถึงเจ็ดธาตุได้ยังไงเป็ไปไม่ได้”
เซออนตวาดลั่นท่ามกลางเสียงะเิที่ดังสนั้นก่อนที่ศิลาจะตอบตามสไตรส่วนตัว
“ก็มันเป็ไปแล้วทำไงได้...ไม่เชื่อก็เข้ามาพิสูจณ์ก็มาดิคร้าบบบ”
“แกกกก...ไอ้หมูโสโครก”เซออนเดือด
“หมูที่ไหนแห้งขนาดนี้ กุ้งต่างหาก”ศิลากวน
“แกไม่ตายดีแน่”เซออนเกินจะทน
“ตายมันมีดีด้วยหร่าาจร๊ะ”ศิลายังไม่เลิกกวน
ก่อนที่เขาจะตลึงเซออนทะยานร่างโบกสะบัดปีกทีเดียวพุ่งถึงชั้นฟ้าปีกคู่งามพับมาด้านหน้าปลายปีกสีส้มค่อยๆปรากฎละอองแสงสีส้มสีฟ้าคล้ายดวงดาวนับร้อยนับพันพร้อมกับเซออนที่ขยับปากคล้ายกำลังสวดภาวนา
วินาทีต่อมาปรากฎวงเวทย์สองวงเส้นผ่านศูนย์กลางสองเมตรสีส้มและสีฟ้าขึ้นด้ายหน้าของเซออนก่อนที่มันจะกระแทกเสียงหนักแน่น่ท้ายของบทสวด
-เพลิงมารสุริยัน