D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    เหตุบังเอิญ

     


    บทที่4

    เหตุบังเอิญ

     

                   

             

            วันนี้ก็เป็นเหมือนเคยแทนพยายามติดต่อเนตก่อนที่จะเข้าเกมแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ มีแต่เสียงตัดสายทิ้งไป เขาทำได้เพียงถอนหายใจแล้วต่ออุปกรณ์เชื่อมต่อระบบประสาทและหลังจากนั้นไม่นาน แทนก็ถูกส่งไปสู่อีกโลกที่เขาสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบอีกโลกที่มีเพื่อนๆ ของเขารออยู่ที่นั่น…

             

            แทนเข้ามาในเกมโดยเข้ามาอยู่ที่วิหารแห่งนักเดินทางเหมือนเคยวิหารที่มีรูปปั้นของเทพธิดามิเรดัสแห่งดูเอลเวิร์ดออนไลน์ เทพีผู้คอยประทานพรแก่นักเดินทางทั้งหลายที่อยู่ใต้แสงอาทิตย์ดิจิตอลในวิหารมีผู้เล่นหลายคน ผู้เล่นที่เพิ่งจะเข้าเกมมาเหมือนกับแทน ผู้เล่นที่กำลังจะออกจากเกมและพวกที่เพิ่งจะตายมารวมกัน

            แทนมองดูรอบตัวแล้วลองขยับร่างกายเมื่อทุกอย่างปกติดีเขาก็เปิดรายชื่อเพื่อนออกดู นิกกี้บลานซ์และลินยังไม่เข้ามาสู่เกม แทนเริ่มเป็นห่วงทั้งเรื่องนิกกี้และเรื่องลินเขาอยากให้อาการของนิกกี้ดีขึ้นและเป็นกังวลว่าลินจะคิดมากจนไม่กล้ามาสู้หน้าพวกเขาแต่ในตอนนี้ยังมีหนึ่งในรายชื่อเพื่อนของแทนที่กำลังออนไลน์อยู่...เอ็ดเวิร์ดอยู่ในเกมแล้วตอนนี้

            แทนยิ้มที่มุมปากก่อนจะเปิดหน้าจอติดต่อและเลือกไปที่ชื่อหนึ่งในนั้น

            “พี่เอ็ด...” แทนเรียกไปทางหน้าจอสื่อสารแต่ยังไม่มีเสียงตอบกลับ

            “พี่เอ็ด!”  เขาเรียกเสียงดังขึ้นกว่าเก่าและครั้งนี้เสียงของเอ็ดเวิร์ดก็ตอบกลับมา

    “เออ...นายมาก็ดีแล้ว” ฟังจากเสียงแล้วดูหม่นกว่าทุกครั้ง

            “อยู่ไหนพี่” แทนถาม

            “เพิ่งเข้าเมืองมานี่ล่ะนายอยู่ไหนล่ะ พอดีมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”เอ็ดเวิร์ดว่า

            “มีเรื่องให้ช่วย? นี่พี่ไปก่อเรื่องอะไรมาน่ะ เสียงพี่ผมฟังแล้วท่าทางจะมีเรื่องพาผมเงิบนะเนี่ย”แทนถามอย่างสงสัย

            “เออน่า...! นายอยู่ไหน”

            “เพิ่งเข้าเกมมาพี่ อยู่ที่วิหารนักเดินทาง” คนถูกถามตอบ

            “เออๆ รออยู่นั่นล่ะเดี๋ยวพี่ไปหา” ปลายสายพูดก่อนจะตัดการติดต่อไป

            “แววเงิบมาแต่ไกลเลย เสียงตาเอ็ดมาแบบนี้ทีไร งานเข้าทุกที...” แทนพูดพร้อมกับเดินไปทิ้งตัวลงนั่งรอบนม้านั่งยาวในวิหาร สายตาของเขามองดูผู้คนที่กำลังเข้าออกเกมและมองดูคนที่เกมโอเวอร์ต้องมาเริ่มต้นที่วิหารแห่งนี้

             

            ไม่นานนักเอ็ดเวิร์ดก็มาถึงวิหารแห่งนักเดินทางเมื่อมาถึงเขายกมือทักแทนที่นั่งอยู่ หลังจากนั้นก็เป็นทีของแทนซึ่งตั้งใจจะถามถึงเรื่องที่เอ็ดเวิร์ดพูดถึง

            “ตกลงมีอะไรล่ะพี่เอ็ด...” แทนถามขณะนั่งพิงหลังกับพนักพิงส่วนเอ็ดเวิร์ดทำหน้าแห้งก่อนจะตอบออกมา

            “พี่ทำเลเวลลดมาน่ะสิ” เขาตอบ แทนทำหน้าประหลาดใจที่ได้ยินคู่สนทนากังวลเรื่องที่ว่า

    “มันก็ปกติไม่ใช่รึพี่ สำหรับพี่เรื่องเลเวลลด?” แทนทำหน้าสงสัย

            “ลดเยอะน่ะสิ...” เอ็ดเวิร์ดพูดเบาๆ “ถ้านิกกี้รู้เข้าหูชาแน่ๆ ดีนะตอนนี้แม่นั่นยังไม่กลับมา” เขาถอนหายใจ

            “อ่าว…ลดไปเท่าไรล่ะพี่” แทนถามอีกครั้งขณะที่เอ็ดเวิร์ดทำหน้าแหยก่อนจะตอบอ้อมแอ้ม

            “สิบน่ะ...” เขาตอบไม่เต็มเสียง

            “เวร...ตายมาสองครั้งเลยรึพี่ ลดไปสิบเลเวลเลยรวมกับตอนที่โดนบอสฆ่าด้วยนี่ลดไปยี่สิบเลยนะเนี่ย แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวยังไงผมไปช่วยพี่เก็บเลเวลละกัน แค่สิบเลเวล น่าจะไม่นาน...เบสิกน่าพี่เอ็ด”แทนพูดเสียงสบายๆ แต่มันก็สบายอยู่ได้แค่ตอนนี้เท่านั้นหลังจากที่เขาได้ยินคำพูดประโยคต่อไปของเอ็ดเวิร์ดสีหน้าของแทนก็เปลี่ยนไปทันที

            “ไม่ใช่ลดสิบเลเวล...แต่เลเวลพี่เหลือสิบ”

            “หา! เหลือสิบ!? พี่ทำอะไรม๊า! ไปสู้กับเดมิกอสคนเดียวมารึไงพี่...!”คราวนี้แทนเสียงตื่น

            เอ็ดเวิร์ดยิ้มแหย พร้อมกับเอามือขยี้ผมตัวเองแก้เขิน “แหะๆพอดีพี่ไปแชร์กับปาร์ตี้หนึ่งมาน่ะ แล้วพวกน้องๆ เขาก็ไม่ค่อยเก่งกันใช่มั้ยล่ะมันก็ดูน่าสงสารน่ะนะ เอ่อ...มันก็...ก็เลย...พี่ก็เลยเป็นคนแท๊งให้ บังเอิญตายเยอะไปนิดน่ะ”

            “โดนสาวๆ พวกนั่นยอล่ะสิ” แทนหรี่ตามองขณะที่เอ็ดเวิร์ดทำตาโตประหลาดใจที่แทนเดาถูก“เวรแท้ๆเลยพี่เอ็ดเอ้ย...แล้วนี่ผมจะพาพี่ไปเก็บเลเวลที่ไหนเนี่ยเล่นลดไปตั้งสามสี่สิบเลเวล” หลังพูดจบชายหนุ่มก็กอดอกถอนหายใจแล้วตีหน้าครุ่นคิด

            แต่ในขณะนั้นเอง เสียงเรียกจากระบบสื่อสารของเอ็ดเวิร์ดก็ดังขึ้นมันเรียกสายตาของแทนให้มองไปได้เป็นอย่างดีและหลังจากนั้นเอ็ดเวิร์ดก็เปิดระบบออกดู หลังมองดูแล้วก็หันมาหาแทนพร้อมยิ้มแห้งๆ

            “น้องเมย์กับน้องจอยเรียกมาอีกแล้ว...” เขาพูดพร้อมกับมองหน้าแทนที่กำลังกอดอกหรี่ตามองตรงมา“น้องเขาอยากให้พี่ไปช่วยเขาเก็บเลเวลหน่อย…มัน...ไม่น่าจะดีมั้ง เอ...หรือว่าพอช่วยได้...” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับพยายามหลบตาแต่เมื่อเขาหันกลับมามองหน้าแทนซึ่งตีหน้าเข้มอยู่ด้านหน้าก็พูดออกมาอีกครั้ง

            “เอ้อ...! พี่ว่าให้น้องๆเขาไปเก็บเลเวลกันเองบ้างก็ดีเนอะ...” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับส่ายหน้าทำทีต่อว่าสาวที่ติดต่อเข้ามา

            แทนถอนหายใจพร้อมกับส่ายหัวให้กับพฤติกรรมของผู้ชายตรงหน้าหลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะพูดออกมา “ป่ะพี่...ท่าทางเราจะต้องมีเรื่องคุย ตกลง เจรจากันสักหน่อยนะพี่เอาระหว่างเก็บเลเวลนี่ล่ะ” ชายหนุ่มพูด

            “ไปไหน...ไปไหน!” เอ็ดเวิร์ดทำหน้าอยากรู้

            แทนหันมองหน้าคนถาม “ถามทำไมพี่...พี่มีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอว่าจะไปไหน”เขาหันไปถาม

            เอ็ดเวิร์ดชะงักทันทีเมื่อคำพูดนั้นจี้ใจดำ “เอ่อ....เอิ่ม...พี่...พี่ว่า...” เมื่อเขาพูดติดๆ ขัดๆ แทนเลยโบกมือเรียก แต่แล้วเอ็ดเวิร์ดก็พูดออกมา “อย่าบอกใครได้ไหมง่ะ...”คนพูดตีหน้าเศร้าปานจะคุกเข่าแล้วกลิ้งเกลือก

            แทนส่ายหัวไปมา แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่ถูกขอร้อง “งานนี้ต้องมีตอบแทนนะพี่เอ็ด”ชายหนุ่มพูดก่อนจะยื่นคำขอชวนเข้ากลุ่มให้ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

             

            ผู้เล่นแทนไทยเชิญคุณเข้าสู่ปาร์ตี้‘ค่าปิดปากมันแพงนะพี่!’

     

            และเมื่อเห็นคำเชิญเข้ากลุ่มเอ็ดเวิร์ดก็ยิ้มเล็กๆ ก่อนจะตอบตกลง

     

            ผู้เล่นสมโชคตอบรับคำเชิญเข้าปาร์ตี้‘ค่าปิดปากมันแพงนะพี่!’ ของคุณ…

     

           เสียงระบบแจ้งเรื่องเอ็ดเวิร์ดตอบรับการเข้ากลุ่มดังขึ้นแทนพยักหน้าพอใจก่อนจะเตรียมหันหลังออกเดินทาง แต่แล้วก็ต้องหันกลับมาอีกครั้ง

           “เดี๋ยวพี่...!” แทนทำเสียงสูง

           “อะไรอีกล่ะ” เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้ว

           “เมื่อกี้ระบบมันแจ้งชื่อพี่ว่าสมโชคก็ตอนก่อนพี่ไปเปลี่ยนชื่อที่อำเภอแล้วระบบมันก็เรียกพี่ว่าเอ็ดเวิร์ดนี่แล้วทำไมคราวนี้มันเรียกชื่อสมโชคล่ะพี่!” แทนถามอย่างสงสัย

           เอ็ดเวิร์ดหยีตาพร้อมส่ายหน้า“ช่างมันเถอะน่า...” เขาพูดพร้อมกับทำท่าให้แทนออกเดิน

           “ถ้างั้นเรื่องเลเวลก็ช่างมันนิพี่เอ็ด ช่างมันเถอะน่า...เลิกๆ” แทนกวน

           “โธ่เอ้ย! ก็แม่ฉันน่ะสิบอกว่าถ้าใช้ชื่อเอ็ดเวิร์ดจะตัดแม่ตัดลูก” คนพูดทำท่าเซ็งอย่างขึงขัง

           “อะไรกัน...แค่ชื่อเนี่ยนะ”

           “ก็ชื่อสมโชคหลวงปู่ที่วัดแล้วเป็นตาของฉันเป็นคนตั้งให้ไงแล้วพอเจ้าน้องตัวแสบมันไปบอกแม่ว่าฉันเปลี่ยนชื่อเป็นเอ็ดเวิร์ดเท่านั้นล่ะแม่ก็รีบเอาชื่อที่เปลี่ยนไปหาหลวงตาทันทีเลย...ได้ข่าวว่าตอนกำลังฉันเพลพอดี”เอ็ดเวิร์ดอธิบาย

            “หะ?”

            “ก็นั่นน่ะล่ะ พอไปสาธยายให้หลวงตาที่วัดฟังและจัดการวิเคราะห์กันเรียบร้อย แม่ก็กลับมาบ้านยื่นคำขาดกับพี่ บอกว่าหลวงตาสั่งว่าชื่อเอ็ดเวิร์ดมีตัวกาลกินีเยอะตัวอี (E)...มันมาจากคำว่า ‘อด’ตัวดี (D) มาจากคำว่า…เดี้ยง ส่วน วี (V) มาจากคำว่าวอดวาย นั่นล่ะสุดท้ายฉันก็ต้องยอมแม่ต้องไปอำเภอเปลี่ยนชื่อกลับ จะหลอกก็ไม่ได้ เขาขอดูใบแจ้งเปลี่ยนชื่อด้วยแล้วกำชับว่าถ้าเจอฉันเปลี่ยนชื่อเมื่อไรจะเอามรดกของฉันยกให้น้อง” เอ็ดเวิร์ดบ่นเป็นชุด ซึ่งเรื่องที่ว่าทำให้แทนซึ่งเป็นคนฟังอยู่ทำหน้าบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

            “ผมชักไม่ค่อยเข้าใจตรรกะของครอบครัวพี่แล้วสิพี่เอ็ด...”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับตบไหล่เอ็ดเวิร์ดสองสามทีก่อนจะออกเดินแต่เมื่อเดินไปสองสามก้าวเขาก็ต้องหยุดฝีเท้ากะทันหันอีกครั้ง “เดี๋ยวก่อน...พี่เอ็ด คำว่า ‘เวิร์ด’ ใน...ชื่อพี่น่ะ มันใช้ตัวดับเบิ้ลยู (W) ไม่ใช่เหรอผมว่าแม่พี่อำพี่แล้วล่ะ”

            เอ็ดเวิร์ดทำตาโตเหมือนเพิ่งนึกได้เขาขมวดคิ้วแล้วทำหน้าคิดหนัก สุดท้ายก็พูดออกมา “เออ...จริงโดนซะละฉัน เดี๋ยวออกไปรอบนี้ต้องคุยกันเสียหน่อยคุณนายอุไรวรรณ” เขาพูดพร้อมกับเดินไปที่แทน แล้วทั้งสองก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายซึ่งแทนคิดไว้แล้ว

            ...ดันเจี้ยนซากโบราณสถานทางตะวันตกของเมืองคาลิปสถานที่ซึ่งมอนสเตอร์บริเวณนั้นเลเวลอยู่ในระดับ 70 กว่าๆ ที่ในตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาของแทนแม้แต่น้อย ถ้าจะมีปัญหาอยู่บ้างก็น่าจะเป็นคนที่กำลังปาร์ตี้กับเขานี่ล่ะ...ปัญหาแบบอนุกรมที่มักจะดึงหายนะมาให้รองจากตัวเขาเอง

             

            แทนและเอ็ดเวิร์ดเดินทางออกจากเมืองคาลิปไปทางตะวันตกมอนสเตอร์รายทางไม่ได้ร้ายกาจอะไรนัก พวกมันเป็นมอนสเตอร์ระดับเลเวล 30ถึง 40 สถานที่นี้เป็นแหล่งที่เพลเยอร์เลเวลไม่มากมาเก็บเลเวลกันซึ่งเพลเยอร์ที่ว่าก็กระจายอยู่ตามเส้นทางที่พวกของเขาเดินผ่าน และไม่นานนัก...แทนและเอ็ดเวิร์ดก็เดินทางมาถึงซากวิหารเก่าที่พวกเขาต้องการ

            เลเวลของเอ็ดเวิร์ดขับขึ้นเป็นเลเวล13 เนื่องจากจัดการมอนสเตอร์ระหว่างทางไปนิดหน่อยแต่แทนซึ่งเลเวลสูงถึง 89 แล้วนั้นเลเวลไม่ขยับแม้แต่น้อย ซากวิหารมิเรดัสวางคัวอยู่ด่นหน้าทั้งสองคนซากวิหารซึ่งสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพแห่งการเก็บเกี่ยวและความอุดมสมบูรณ์...เทพีมิเรดัส

            “ตาแก่นั่นใครน่ะพี่เอ็ด...”แทนพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ชายแก่ผมสีขาวโพลนเคราของเขายาวจนเลยหน้าอกลงไปอีก

            “น่าจะเป็นNpc นะ” เอ็ดเวิร์ดพูดถึงชายชราที่แทนพูดถึงเขานั่งอยู่บนโขดหินบริเวณด้านข้างของซากวิหารมิเรดัสซากวิหารสีขาวงาช้างที่เก่าแก่ราวกับผ่านกาลเวลามานับไม่ถ้วน

            “ลองเดินไปหาลุงแกหน่อยดีกว่าไหมเผื่อจะมีอะไรเด็ดๆ” แทนทำหน้าเจ้าเล่ห์ ส่วนเอ็ดเวิร์ดพยักหน้าเห็นด้วยและหลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินเข้าไป Npc คนนั้น

            “หวัดดีลุงพวกผมจะมาเก็บเลเวลที่นี่ พอจะมีข้อมูลอะไรที่มีประโยชน์กับพวกผมบ้างรึเปล่า”แทนถามขึ้นก่อน...อย่างเกือบสุภาพ

            ชายชรากะแอมออกมาสองสามครั้งก่อนจะขยับไม้เท้าในมือเขาลูบเคราแล้วลุกขึ้นยืนหันหน้าทอดสายตาไปทางซากวิหาร

            “นาน...นานมาแล้ว...เทพีมิเรดัสเทพีอันพิสุทธิ์ทรงประทานพรให้ผืนดินนี้ครั้งนั้นเมืองคาลิปยังเป็นเพียงแค่หมู่บ้านที่เหล่ามนุษย์รอนแรมมาพึ่งพรของเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์”ชายชราเริ่มเล่า ส่วนแทนและเอ็ดเวิร์ดยืนฟังอย่างตั้งใจ

            “กาลเวลาผ่านไปจากหมู่บ้านไม่กี่หลังก็กลายเป็นเมือง ผู้คนสำนึกในบุญคุณของเทพีมิเรดัสที่ทรงปราณีเมื่อสองร้อยปีก่อนประชาชนของหมู่บ้านคาลิปจึงร่วมแรงร่วมใจสร้างวิหารนี้ขึ้นทุกคนใช้สถานที่แห่งนี้สำหรับพิธีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งการแต่งงานการรับพรจากเทพแห่งธรรมชาติ งานเทศกาลบูชาเทพเจ้าทุกอย่างที่สำคัญต่อวิถีแห่งมนุษย์และจิตวิญญาณเกิดขึ้น ณ วิหารแห่งนี้” ชายชราส่ายศีระษะเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ

            “แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน...มนุษย์ก็เปลี่ยนตามคนก็แปลเปลี่ยน...ความศรัทธาในหัวใจเริ่มถดถอยตามศีลธรรมในดวงใจ เมืองคาลิปขายกว้างกลายเป็นเมืองใหญ่สวนทางกับจิตใจของผู้อาศัยที่เริ่มตกต่ำ ผู้คนหลงลืมเทพีผู้ปราณี หลงลืมความศรัทธาจากก้นบึ้งของหัวใจเมื่อเจ็ดปีก่อน…วิหารแห่งนี้จึงถูกราชาผู้ไร้ศีลธรรมบุกทำลายน่าเศร้า…น่าเศร้าเหลือเกิน” ชายชราส่ายศีรษะไปมาพร้อมกับหลับตานิ่งแล้วเงยหน้าผายมือราวกับกำลังทำการสักการะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าแต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

            “โกหกแล้วลุง...”แทนเป็นคนพูด มันทำให้ชายชราคนนั้นหันมาจ้องหน้าเขาทันที

            “เจ้าว่าใคร!”เขาตวาดเสียงดัง

            แทนส่ายหัวไปมาก่อนจะชี้ชัด “ก็ปู่มั่วน่ะสิ” ชายหนุ่มว่า

            เอ็ดเวิร์ดหันมองหน้าเพื่อนรุ่นน้องของเขาอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป กลับเป็นชายชราคนเดิมที่ถามขึ้น “ข้าโกหกเจ้าตรงไหนกันเจ้าหนุ่ม!” เขาถามเสียงเข้ม

            แทนถอนหายใจแบบเซ็งๆก่อนจะเริ่มอธิบายคำพูดของเขา “ไอ้ที่ลุงเล่ามามันก็ดูขลังอ่ะนะแต่มันโกหกทั้งเพ เกมนี้เพิ่งเปิดมาแค่หกเดือน มันจะอะไรสองร้อยปีก่อน เจ็ดปีก่อนลุงเล่ามั่วทั้งนั้นล่ะ สองร้อยปีก่อน เจ็ดปีก่อนเกมนี้ยังเป็นปุ๋ยอยู่มั้ง แล้วอีแบบนี้จะให้ผมเชื่อได้ยังไงกัน”ชายหนึ่มพูดพร้อมกับหันไปหาเอ็ดเวิร์ด “นึกว่าจะได้ข่าวอะไรสักหน่อยนี่ดันมาโดน Npc แกหงำเหงือกเล่านิทานให้ฟังเสียได้ไปเก็บเลเวลกันดีกว่าพี่เอ็ด...ไร้สาระจริงแฮะ” แทนพูดพร้อมกับสบัดชายชุดคลุมแล้วออกเดิน

            แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเดินได้ถึงสามก้าวชายชราคนเดิมก็กระแทกไม้เท้าลงกับพื้น ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในบริเวณที่พวกแทนยืนอยู่หลังจากนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้น

             

            กลุ่มผู้เล่นได้รับเควส‘ดวงตาแห่งการรู้แจ้ง’ กลุ่มผู้เล่นจะถูกส่งไปยังวิหารมิเรดัสแห่งวันวานเพื่อร่วมมือกับผู้เล่นที่อยู่ที่นั่นเคลียร์เควสนี้...

             

            หลังจากสิ้นเสียงที่ว่าชายชราก็พูดขึ้นอีกครั้ง “เจ้าแน่มากที่รู้ว่าเรื่องที่ข้าเล่าเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ”เขาพูดแล้วตามด้วยเสียงหัวเราะใบหน้าขึงขังเมื่อสักครู่หายไปทันที “ไม่รู้ว่าสองคนที่ถูกส่งไปรอนานแล้วเป็นยังไงกันบ้างนะ”ชายชราพยักหน้าขึ้นลงแล้วใช้มือลูบเคราตัวเอง หลังจากนั้นก็กลับไปนั่งที่รอเหยื่อที่หินก้อนเดิม

            หลังจากสิ้นเสียงของชายชราคนนั้นแทนกับเอ็ดเวิร์ดก็ถูกวาร์ปไปยังสถานที่แห่งหนึ่งแทนคิดว่ามันน่าจะเป็นวิหารที่เมื่อสักครู่เขาเห็นเป็นเพียงซากปรักหักพัง แต่ทว่าในขณะนี้มันกลับเหมือนเพิ่งถูกสร้างขึ้นได้ไม่นานภายใต้ท้องฟ้าสดใสและแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง สิ่งก่อสร้างที่มองเห็นตระการตา ตัววิหารและพื้นที่โดยรอบกว้างขวางและงดงาม...

             

            ผู้เล่นเข้าสู่เควส‘ดวงตาแห่งการรู้แจ้ง’ ผู้เล่นทั้งสองกลุ่มต้องร่วมมือกันกำจัดบอสแห่งโถงสุริยะของวิหารมิเรดัสคัลโดร่าแมนติคอร์ เลเวล 177 เพื่อเคลียร์เควสนี้...

             

            “ไอ้เรานี่มันตัวดูดเควสรึไงกันนี่ไม่ใช่การ์ตูนนักสืบนะ ที่พระเอกมันไปที่ไหนต้องมีคนตายตลอด” แทนบ่นเมื่อได้ยินเสียงแจ้งจากระบบ “เป็นเราไม่ได้ ถ้าเจอหน้าไอ้พระเอกแบบนี้จะรีบไล่ไปให้ไกลเลยตัวซวยชัดๆ” เขาบ่นอุบอิบถึงเรื่องเกี่ยวกับการ์ตูนที่เขาว่า

            “ตามฟอร์มเลยแทนเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นเราไม่ให้ออกจากที่นี่” เอ็ดเวิร์ดพูดขณะใช้มือจับไปบนกำแพงโปร่งใสที่กั้นพวกเขาไม่ให้ออกจากบริเวณรอบวิหาร

            “ระบบสื่อสารก็ใช้ไม่ได้พี่”แทนพูดหลังจากลองพยายามดูแล้ว

             “งานนี้ท่าจะต้องยอมตายจริงๆเราแค่สองคนไม่น่าจะเคลียร์เควสระดับนี้ได้” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่ง“รอบนี้เหลือไม่ถึงสิบเลเวลแน่ๆ เอ็ดเวิร์ดผู้น่าสงสาร” เขาพูดพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าเพื่อหาความสุนทรีซึ่งในขณะนั้นแสงแดดอ่อนๆ กำลังส่องผ่านก้อนเมฆลงมายังพื้นหญ้าด้านล่าง

            แทนยืนนิ่งทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเขาก็พูดขึ้น “ใจเย็นพี่เอ็ด...” ชายหนุ่มว่า “เมื่อกี้ถ้าฟังไม่ผิดระบบมันแจ้งว่าผู้เล่นทั้งสองกลุ่มให้ร่วมมือกันถ้าเป็นอย่างนั้นจริง น่าจะมีพวกที่ถูกส่งมาด้วยเควสนี้เหมือนกับพวกเราสิ”

            เอ็ดเวิร์ดทำตาโตเมื่อได้ยินการวิเคราะห์ของแทน “ก็ไม่แน่แฮะ!มันอาจจะเป็นอย่างที่นายว่าจริงๆ ก็ได้นะ” เขาดันตัวลุกขึ้นดดยที่โยนอารมณ์สุนทรีของเขาทิ้งไปก่อน ในตอนนี้การเอาชีวิตรอดออกไปจากเควสนี้ให้ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

            “ว่าแต่ถ้ามีคนอื่นอยู่จริงแล้วเราจะทำยังไงถึงจะรวมกลุ่มได้ล่ะ” แทนทำหน้าเครียด

            “ลองเดินหาดูไหม”เอ็ดเวิร์ดเสนอ

            แทนส่ายหน้าปฏิสธทันที“แบบนั้นท่าจะไม่รุ่งพี่ ขืนเราทะเร่อทะร่าออกไปแล้วเจอมอนสเตอร์เลเวลเยอะๆขึ้นมามีหวังตายอย่างด่วน” ชายหนุ่มอธิบาย

            “แล้วเอายังไงล่ะเรา”คู่สนทนาถามต่อ

            “มันต้องใช้วิธีที่มันแยบยลสักหน่อย”แทนพูดพร้อมกับยกสองมือขึ้นมาพร้อมกัน แล้วใช้มือทั้งสองข้างป้องปากไว้...แล้วตะโกนออกไป

            “มีใครอยู่ไม๊...!”เขาส่งเสียงดังเท่าที่จะทำได้ มันทำให้เอ็ดเวิร์ดหรี่ตามองทันที

            “แยบยลมากครับน้องแทนไทย”เขาพูดก่อนจะทำตาม “มีสาวๆอยู่แถวนี้ไหมครับ...!” ชายหนุ่มในชุดเสื้อลายดอกตะโกนเสียงดังกว่าแทนเสียอีก

            ไม่มีเสียงตอบกลับมาซึ่งจริงๆ แล้วมันก็น่าจะเป็นแบบนั้น “ก็ว่าอยู่ว่าไม่น่าจะมีคนอยู่...”แทนพูดขึ้นหลังจากเสียงตะโกนของพวกเขาจางไปแล้ว

            “ไม่นะ...เรดาห์พี่จับความรู้สึกได้ว่ามีสาวๆอยู่ใกล้ๆ แล้วถ้านับจากกลิ่นที่จมูกพี่สัมผัสได้ ต้องเป็นคนสวยเสียด้วยสิ”เอ็ดเวิร์ดที่กำลังใช้มือสองข้างป้องหูเอาไว้แล้วหลับตาทำท่าใช้จมูกดมกลิ่นพูดขึ้น

            แทนมองพฤติกรรมของเพื่อนร่วมทางของเขาด้วยสายตาปลง“จมูกดีแบบนั้นมันมีแต่หมานะพี่ แถมต่อให้เป็นหมากองประกวดนางสาวไทยยังดมแล้วแยกไม่ออกเลยว่าเป็นผู้หญิงสวยไม่สวย”เขาว่า

            เอ็ดเวร์ดลืมตาขึ้นแล้วลดสองมือลงจากข้างหู “แทน...ล้อเล่นอย่างนี้พี่โกรธนะ”คนพูดทำหน้าตาจริงจังก่อนจะพูดต่อไป “ระดับพี่มันหมากองประกวดนางงามจักรวาลเฟ้ย!”

            “ห่ะ...”อีกคนทำหน้าเหวอ “ขออภัย...ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่มองท่านจอมยุทธผิดพลาดไป” แทนทำท่าคาราวะแบบจีน

            แต่ในขณะที่ทั้งสองคนมัวแต่เล่นปัญญาอ่อนกันอยู่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากระยะไม่ไกลนัก

            “คุณ...!”เสียงหนึ่งตะโกนลากเสียงยาว เมื่อแทนและเอ็ดเวิร์ดหันไปทางต้นเสียงเจ้าของเสียงนั้นก็ตะโกนออกมาอีกครั้ง

            “พวกคุณใช่คนที่ถูกส่งมาทำเควสอีกกลุ่มหนึ่งใช่ไหมคะ!”เสียงหวานๆ ถามมาอีกครั้ง

                    “แจ่ม...!” เอ็ดเวิร์ดพูดเมื่อมองเห็นหญิงสาวที่เป็นคนพูดดูจากชุดพอจะเดาได้ว่าเธอเป็นผู้เล่นอาชีพสายนักบวช และกำลังเดินใกล้เข้ามาพร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคน“น่ารักจนใจละลายกลายเป็นไอติมถูกไฟรัก…” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับยืนมือซ้ายออกไปสุดแขนมือขวากุมหน้าอกตัวเอง แล้วส่ายหน้าเบาๆ

            “เดี๋ยว...” เอ็ดเวิร์ดทำท่าประหลาดใจหลังจากมองไปที่หญิงสาวคู่นั้น “ผู้หญิงคนนี้หน้าคุ้นๆ นะแทน...นายว่าไหม” เขาพูดขณะที่หันมามองหน้าแทนสลับกับหันมองหญิงสาวสองคนนั้น

            “ไม่คุ้นก็แปลกล่ะ”คนถูกถามตอบกลับ แต่สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ผู้หญิงที่เดินนำหน้าสายตาของแทนมองไปที่ผู้หญิงผมสั้นที่เดินตามมาด้านหลัง

            “เฮ้ยๆ แทน!” เอ็ดเวิร์ดทำหน้าตกใจเมื่อผู้หญิงสองคนตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้“นั่นมันนักบวชของกิลด์ไวท์พาลาดินนี่ แล้วแม่สาวที่เดินมาอีกคนนั่นก็คู่หมั้นนายไม่ใช่เรอะ!”เขาพูดเสียงดังพร้อมกับชี้มือไปด้านหน้าและไม่นานนักหญิงสาวสองคนนั่นก็เดินเขามาถึง

            “แทน!” หญิงสาวในชุดนักบวชสีขาวพูดขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ

            “หวัดดีไอริน...”แทนตอบกลับพร้อมกับเลื่อนสายตาไปที่หญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากไอรินนัก“เนต…” ชายหนุ่มเรียกชื่อผู้หญิงตรงหน้าแต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ กลับมา



    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน