“ ท่านเสนาบดีจางลี่ ส่งข้อความมา เจ้าดูซิ”
เฟยหลงเห็นแล้วก็ขมวดคิ้ว เห็นหน่วยคุ้มกันทั้งห้าสิบกว่าคน เดินมารวมตัวกัน ด้านนอก
“ ข้าได้รับคำสั่งจากท่านอาจารย์ ให้มาช่วยคุ้มครอง เจ้าชายฮาน ภารกิจยังไม่เสร็จ ข้าคงยังไม่กลับ”
“ แต่ว่า เสนาบดีจางลี่มีคำสั่งให้พวกเรายกเลิกภารกิจนะ?”
“ ข้าบอกแล้ว เสนาบดีจางไม่ได้สั่งให้ข้ามา อาจารย์เป็นคนสั่ง หากจะให้ข้ากลับ
อาจารย์ต้องเป็นคนส่งข่าวมาบอกเอง” เฟยหลงไม่สนคำสั่งของเสนาบดีจางลี่
“ เจ้าอยู่ต่อ ข้าเอง ก็อยู่ด้วยเช่นกัน”
จากนั้นไม่นาน ก็มียานบินพุ่งออกมา มีคนมาตามทั้งสองให้เข้าไปในแสงวาร์ป เพื่อกลับขึ้นยานแต่ เฟยหลงกับ พี่เซกิ ปฏิเสธ ทำให้ทหารคุ้มกัน ทั้งหมดไม่สนใจวาร์ปขึ้นยานบินแล้วกลับดาวกางเขนไปในทันที
“ พวกเจ้าทำเช่นนี้เพื่ออะไร ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนบ้านเกิดของเจ้าสักหน่อย” ลุงเคนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ อาจารย์ของเราเป็นผู้มอบภารกิจนี้ให้มา พวกเราต้องทำตามเท่านั้น” พี่เซกิเอ่ยตอบ
“ ข้ามินนี่ ขอเป็นตัวแทนราชวงศ์ยาริว ขอขอบคุณท่านทั้งสอง ที่ให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้” เจ้าหญิงย่อตัวแสดงความเคารพตามแบบพิธีของราชวงศ์ อย่างใจจริง
“ อย่าได้เกรงใจเลย” พอเอ่ยจบ ท้องฟ้า ก็มียานบินลำใหญ่ มากันเต็มหลายสิบลำ แล้วปล่อยทหารวาร์ป ลงมาอีกห้าพันคน พร้อมเครื่องบินพิฆาต และ หุ่นยนต์ปืนกล นับร้อยตัว ล้อมค่ายทหารของแม่ทัพต้าเอ่อปา เอาไว้โดยรอบ
“ แม่ทัพต้าเอ่อปา ข้ารองแม่ทัพแดนใต้ คาเตอร์ ล้อมค่ายทหารของท่านไว้หมดแล้ว มอบตัวเจ้าชายฮานออกมาเดี๋ยวนี้ อย่าให้พวกเราต้องใช้กำลังกันเลย”
แม่ทัพต้าเอ่อปา กับเหล่ารองแม่ทัพนั่งประชุมกันอย่างเคร่งเครียด
“ พวกเราถูก รัฐอีสต์ฟอเรสต์ หักหลังไม่ส่งคนมาช่วย แล้วยังแจ้งพิกัดของเราให้แม่ทัพแดนใต้อีก พวกเราจะ เอายังไงกันดี?” รองแม่ทัพเอ่ยเสียงเครียด
“มีสองวิธี สู้ตาย กับ ยอมสยบ แล้วส่งตัวเจ้าชายฮาน ให้พวกเขาไป”
“ พวกเรานับว่ามีทางเลือกอื่นด้วยหรือ?” แม่ทัพต้าเอ่อปา ถอนหายใจ ทำให้ทุกคนได้แต่นั่งนิ่งๆ
พอกองทัพแดนใต้มาถึง เจ้าชายฮาน งัวเงีย แล้วเดินออกมาจากกระโจมที่พัก พบกองทหารมากันเต็มไปหมด เห็นลุงเคน กับ พวกเฟยหลง ยืนกำหมัดมองทหารนับพัน กับกองทัพหุ่นปืนกล ที่พร้อมยิงใส่เข้ามา ด้วยความเคร่งเครียด
“ กองทัพของรัฐอีสต์เทิร์นมากันแล้วรึ?”
“ ไม่ใช่ นี่คือกองทัพแดนใต้ พวกเขากำลังมาจับตัวท่าน” ลุงเคนเอ่ยเสียงสั่นเครือ คิดว่า ศึกครั้งนี้ คงยากต่อกรด้วยแน่ๆ
“ อะไรนะ ! เร็วเข้า พาข้าหนีเร็ว อย่าให้พวกมันมาจับข้าได้นะ นำหุ่นยักษ์ของเจ้าออกมา ข้าเคยเห็น ว่าเจ้ามีใช่ไหม เร็วๆ ซิ”
“ ท่านพี่ใจเย็นๆ ก่อน พวกมันไม่ได้คิดจะฆ่าท่าน เพียงแต่จะให้ท่านเป็นผู้นำกองทัพของพวกมันเพื่อดึงดูดผู้คน ให้มาเข้ากับพวกมันเท่านั้น ยังไม่ทำอะไรท่านในตอนนี้หรอก” เจ้าหญิงมินดี้ ยังมีสติดีกว่า เจ้าชายฮานที่สติหลุดไปแล้ว
“ เฟยหลง เอายังไงดี” พี่เซกิเอ่ยถามทันที
“ ในเมื่อพวกมันมารับพวกเราไปถึงที่ ก็ดีกว่าที่เราจะไปหามันเองมิใช่หรือ?”
“ นี่..เจ้าคิดจะทำอะไร” ลุงเคนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ให้มันจับตัวไปก่อน ถึงแดนใต้แล้วค่อยว่ากัน” เฟยหลงตัดบท ทุกคนได้แต่มองเฟยหลงอย่างไม่เข้าใจ
แล้วสุดท้าย แม่ทัพต้าเอ่อปา ก็ยอมเข้าร่วมกับ แม่ทัพแดนใต้ ทุกคนถูกควบคุมตัว ขึ้นยานแม่ลำใหญ่ เดินทางไม่ถึง ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงอาณาจักรแดนใต้ มีแม่ทัพเซาท์เซอร์ ปกครอง และตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิเซาท์เซอร์ หลังจากที่อาณาจักรยาริวล่มสลายไปแล้ว
ทุกคนมาถึง ก็ถูกพาเข้าไปใน วังหลวงอันใหญ่โต ด้านในมีบังลังก์มังกรตั้งอยู่ด้านบน มีชายวัยกลางคนใส่เสื้อมังกร นั่งอยู่บนลังก์ ด้านข้างมีบรรดาเสนาบดีและ เหล่าทหาร ยืนเรียงกัน นับร้อย มองดูแล้ว ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก
เฟยหลง พี่เซกิ และ ลุงเคน ถูกบังคับให้ยืนอยู่นอกวังหลวง โดยมีทหารคุมตัวเอาไว้ เกือบสิบนาย ไม่ให้เข้าไปในเขตวังหลวง
“ นึกไม่ถึง แม่ทัพแดนใต้ จะสร้างบ้านเป็นแบบเดียวกับพระราชวังหลวง ไม่ผิดเพี้ยนเลย” ลุงเคนเอ่ยอย่างแปลกใจ
“ แสดงว่า แม่ทัพผู้นี้ ตั้งใจที่จะทรยศมาตั้งนานแล้ว” พี่เซกิ เอ่ยอย่างมั่นใจ
“ แล้วเราจะเอาอย่างไรกันต่อดี เจ้าหญิง ถูกจับเข้าวังไปพร้อมกันกับเจ้าชายเช่นนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไร” อาลี่ คนรับใช้ ก็ถูกกักเอาไว้ ไม่ให้เข้าวังไปด้วย
เฟยหลงไม่ได้พูดอะไร กำลังส่งจิตไปสำรวจดูรอบๆ วังหลวง หายอดฝีมือ ว่ามีเท่าไร แล้วจะจัดการอย่างไร ให้สูญเสียน้อยที่สุด แล้วสามารถนำกำลังของแม่ทัพแดนใต้มาใช้งานเป็นกองกำลังของตนเองได้
“เฟยหลง พวกเราจะเอายังไงกันดี”
“ ในวังหลวงนี้ ติดตั้ง ป้อมปืนกล และป้อมปืนยิงอากาศยาน ทั้งหมด 16 จุด แต่ละจุด มีทหารเฝ้าอยู่ ด้านในมีทหารองครักษ์อีก พันคน ส่วนทหารรอบนอกมีอีกห้าพันคนมียอดฝีมือจ้าวจักรวาล ระดับ 9 อยู่ 6 คน แม่ทัพมีพลังจ้าวจักรวาลระดับ 11 ข้าจะเข้าไปในท้องพระโรง จัดการกับ แม่ทัพเซาท์เซอร์ หากเด็ดหัวมันได้ ทหารทุกคน ที่ยังคงมีความภักดีต่อราชวงศ์ยาริวอยู่ละก็ พวกเราก็ทำงานง่ายขึ้น หากว่าไม่ยอมรับ เจ้าชายฮาน พวกมันก็คงต้องตายกันทั้งหมด” เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“ เดี๋ยวนะ นี่เจ้าจะทำเช่นว่า นี้ได้อย่างไรกัน” ลุงเคนเอ่ยด้วยความสงสัย
เฟยหลงนำหุ่นพลังเทพออกมาทั้งหมด พร้อมกับหุ่นยักษ์ต้าเฮย และ เจ้าเหมียวน้อยด้วย ทุกคนได้แต่ยืนตะลึงอ้าป้าตาค้าง ทหารที่คอยคุมอยู่ ทุกคน ถูกเฟยหลงสยบจิตเอาไว้หมดแล้ว ได้แต่ทำตามคำสั่งเท่านั้น
“ ข้าจะเข้าไปใน อาคารท้องพระโรง พวกเจ้ารอคำสั่งอยู่ที่นี่ พอได้รับสัญญาณ ก็รีบไปทำลายป้อมปืนกล กับหุ่นยนต์ที่เหลือทันที ส่วนพวกท่าน พอหุ่นพวกนี้จัดการป้อมปืนจนหมด ก็ให้ต้าเฮย พาเข้าไปในวังหลวง ตามข้าไป”
เฟยหลงเอ่ยจบ ก็เดินเข้าไปโดยที่ทหารองครักษ์ นำทางไปเป็นอย่างดี โดยที่ทหารทุกคนล้วนถูกสยบจิตด้วยกันทั้งหมด พอเดินเข้าไปในห้องท้องพระโรง ก็พบว่า เจ้าชายฮานกำลังคุกเข่า ขอร้อง ให้ปล่อยเขากลับไปดาวกางเขน โดยมีเจ้าหญิงมินดี้พยายามดึงให้ลุกขึ้น พอเฟยหลงเดินเข้ามา ทุกคนกลับมองหน้าเฟยหลง ด้วยความสงสัย ว่าเฟยหลงเป็นใคร ทั้งทหารและเสนาบดีทุกคนล้วนถูกเฟยหลงปล่อยพลังสยบจิตไปจนหมด เหลือเพียง จักรพรรดิเซาท์เซอร์ ที่มองเฟยหลงอย่างไม่ละสายตา
“ ลุกขึ้น เจ้าชายฮาน ท่านคือจักรพรรดิแห่งยาริว ท่านทำเช่นนี้ท่านไม่รู้สึกละอายใจต่อ บรรพบุรุษของท่านบ้างหรือ?” เฟยหลงหิ้วร่างของ เจ้าชายฮานให้ลุกขึ้นยืน
“ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใคร นี่คือเรื่องภายในอาณาจักรของเรา เจ้าไม่ควรยุ่งเกี่ยว”
จักรพรรดิเซาท์เซอร์ เอ่ยอย่างระวังตัว ไม่รู้ว่าเฟยหลงเป็นใคร ถึงแม้มองเห็นแค่เพียงพลังจ้าวจักรวาลขั้นที่ 6 เท่านั้นเอง ไม่น่าหวาดเกรงเท่าใดนัก
“ ข้าเป็นผู้พิทักษ์ของ จักรพรรดิฮานแห่งยาริว แม่ทัพเซาท์เซอร์ เจ้ามีความผิดคิดคดทรยศ ไม่ยอมยกทัพไปช่วย เมืองหลวง ทำให้เมืองหลวงถูกทำลาย จักรพรรดิองค์ก่อนกับราชวงศ์ล้วนถูกสังหารสิ้น วันนี้ ข้าเป็นตัวแทนจักพรรดิฮานแห่งยาริว ตัดสินโทษประหารให้กับเจ้า มีอะไรโต้เถียงหรือไม่”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าเด็กไม่ทันสิ้นกลิ่นน้ำนม บังอาจพูดจาสามหาวต่อหน้าข้า องครักษ์เทพทั้ง 6 ฆ่ามันทิ้งซะ” สิ้นคำ เงามืด ก็ไหลเคลื่อนตัวลงมาจากขื่อขา เสาค้ำห้องโถง แบ่งออกเป็น หกเงา เข้ามารายล้อมเฟยหลงเอาไว้ แล้วจู่ ๆ เงาดำที่อยู่ตามพื้นก็กลายเป็นคนแทงกระบี่ใส่เฟยหลงพร้อมกัน ทั้งหกกระบี่ ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !
แต่ว่าเฟยหลงที่ถูกแทงเป็นภาพมายา ร่างจริงมายืนอยู่อีกมุมหนึ่ง แล้วคนทั้งหกนั้น ก็เหมือนกับว่า ร่างกายคล้ายอ่อนแรงไปดื้อๆ เพราะทั้งหกคนถูกพิษมือมารของเฟยหลง แล้วทั้งหกก็ถูกกระบี่ของเหมียวน้อย เชือดคอหอยขาดตายไปพร้อมกันทั้ง หกคน แม่ทัพเซาท์เซอร์ เห็นอย่างนั้นก็ตกใจยิ่ง แต่ว่าตนมีพลังถึงจ้าวจักรวาลขั้นที่ 11 แล้วหาได้หวั่นเกรงไม่ ยกมือปล่อยพลังกระแทกเข้าใส่เฟยหลง ทันที
เปรี้ยง !! ร่างของเฟยหลงต้องถอยหลังไปสามสี่เก้า ดีที่ใช้ยันต์ป้องกันเอาไว้ เลยไม่เป็นอะไรมาก
“ ฮึ ยันต์ป้องกันรึ? มาลองดูว่ายันต์ของเจ้า จะป้องกันได้สักกี่น้ำ” แม่ทัพเซาท์เซอร์วาร์ปมาหาเฟยหลง อย่างรวดเร็วแต่ว่า เฟยหลงก็ไม่กลัว ปล่อยฝ่ามือเปลวเพลิงสีน้ำเงินออกไปปะทะด้วย ตูม !! มือขวาของแม่ทัพเซาท์เซอร์ถึงกับลุกเป็นไฟ ต้องรีบ สะบัดมือเพื่อให้ไฟดับ แต่ว่าสะบัดเท่าไรก็ไม่ดับ เฟยหลงจึงใช้ทวนเจ็ดสังหารแทงสวนกลับไปอีก แต่แม่ทัพเซาท์เซอร์ หลบไม่ทัน จึงใช้มือที่ถูกๆไฟลุกท่วมจับทวนเอาไว้ไม่ให้แทงเข้าที่คอ
เฟยหลงสะบัดทวนเป็นวงกลมมีคมมีดกลีบดอกบัว ปรากฏรอบทวน ทำให้มือที่ถูกไฟไหม้ ถูกใบมีดเลาะเนื้อหนังออกจนเหลือแต่กระดูก โชคดีของ แม่ทัพเซาท์เซอร์ ที่ไฟได้ดับลง แต่แขนขวาทั้งหมด ล้วนเหลือแต่กระดูกขาวโพลน อ๊ากกกกกก !! แม่ทัพเพิ่งจะรู้สึกว่าเจ็บปวดเอาตอนนี้
“แก แกตาย...” แม่ทัพเหลือแขนข้างซ้ายเท่านั้น แวบเข้ามาหมายบีบคอหอยของเฟยหลง แต่ว่า ถูกเข็มสังหารที่เฟยหลงยิงออกมา ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ !! ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! อ๊ากกกก !!
แม่ทัพเซาท์เซอร์ร้องเสียงดังลั่น เพราะเข็มสังหารครั้งนี้เฟยหลงใส่พิษมือมารเข้าไปด้วย ทำให้พิษพุ่งเข้าสู่กระแสเลือด เข้าหัวใจและสมอง สร้างความเจ็บปวดทรมานมากนัก เฟยหลงใช้ท่าทวนสวรรค์ ฟาดเข้าที่ศรีษะของ แม่ทัพเซาท์เซอร์ ศรีษะถึงกับระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
เฟยหลงพาร่างของ เจ้าชายฮานไปนั่งบนบัลลังก์ พวกเสนาบดี และ ทหารทั้งหมดในที่นี้ ล้วน ถูกเฟยหลงคลายจิตหมดแล้ว เห็นหัวแม่ทัพที่ถูกฟาดจนแหลกนอนตาย กลางท้องพระโรง สร้างความเอน็จอนาถใจยิ่งนัก แต่ละคนเห็นสภาพศพแล้ว ต่างเกรงกลัวเฟยหลงกันทุกคน
“ บัดนี้ราชันของพวกเจ้าหวนคืนบัลลังก์แล้ว นี่คือ จักรพรรดิฮาน แห่งราชวงศ์ยาริว”
ทุกคนต่างคุกเข่า เอ่ยเสียงดังลั่นท้องพระโรง
“ ถวายบังคมจักรพรรดิแห่งยาริว ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ”
จักรพรรดิฮาน ได้แต่นั่งนิ่งๆ ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาสักคำ เฟยหลงจึงส่งกระแสจิตเข้าหูจักรรรดิฮาน พอได้ฟังก็สะดุ้งโหยง ไม่รู้ว่าเฟยหลงทำได้ยังไง สามารถส่งจิตเข้ามาสื่อสารได้ด้วย จึงส่งเสียงออกไปว่า
“ ต่อไปนี้ ให้ท่านแม่ทัพต้าเอ่อปา ครองตำแหน่งแม่ทัพแดนใต้ และอีกสามวัน ให้เตรียมกำลังทหาร บุกดินแดนตะวันออก จัดการกับแม่ทัพเมิ่งจี ศึกในครั้งนี้ให้ เจียงเฟยหลง เป็นผู้นำทัพจัดการกับคนทรยศทั้งหมด”
“ รับบัญชาพระเจ้าค่ะ” เฟยหลงก้มหัวรับคำสั่ง ทำให้ เจ้าชายฮาน เริ่มรู้สึกดีกับเฟยหลงมากยิ่งขึ้น เจ้าหญิงมินนี่ กับ ลุงเคนมองที่จักรพรรดิฮานแล้วถึงกับปลื้มใจ จนน้ำตาไหลออกมา….