ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 83 : ต้นทุนยาวิเศษ

    เมื่อเข้าไปยังหอขวดยาล้ำเลิศ เซี่ยซีหานก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างในทันที มันทั้งน่าตกตะลึงและฉงน


    สิ่งที่น่าตกตะลึงก็คือ ราคายาวิเศษต่างๆ นั้นมีราคาสูงมาก มันสูงจนเซี่ยซีหานต้องเติมคำว่ามากไปสามตัว


    จากที่เซี่ยซีหานประเมินว่า ขวดยาที่ได้จากคลังโจรของโหย่งเต๋อ จะมีราคาประมาณ 2,000 ถึง 3,000 บูลนี่ แต่ในความเป็นจริง มันกับกระโดดไปถึงห้าเท่า ทำไมเป็นแบบนั้น


    โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้ โดยทั่วไปอัตราความล้มเหลวในการเล่นแร่แปรธาตุ ของนักเล่นแร่แปรธาตุระดับต่ำ จะมีค่าเฉลี่ยที่ราว 19 ใน 20 ครั้ง


    และสมุนไพรชุดหนึ่งโดยทั่วไป จะกลั่นตัวยาวิเศษได้ 4 ถึง 5 ขวดยา


    เซี่ยซีหานจึงมีความคิดว่า นักเล่นแร่แปรธาตุที่เก่ง เขาสามารถหลอมยาวิเศษในหนึ่งชุด ได้ 4 ถึง 5 ขวด ถ้าพวกเขาขายยาวิเศษในราคาต้นทุน พวกเขาจะได้กำไร 3 ถึง 4 เท่าเป็นอย่างน้อย ซึ่งสำหรับเซี่ยซีหาน นับว่าเป็นจำนวนที่มากแล้ว


    แต่ในโลกของนักเล่นแร่แปรธาตุนั้น กับไม่ได้คิดเงินกันแบบนี้ พวกเขาส่วนใหญ่ไม่ใช่อัจฉริยะ อัตราความผิดพลาดต่อความสำเร็จของพวกเขานั้นสูงมาก ดังนั้น ราคาต้นทุนต่อสมุนไพรหนึ่งชุด จึงคิดราคาบวกเพิ่ม 5 เท่า ต่อหนึ่งขวดยาในทันที


    หากให้เทียบง่ายๆ ต้นทุนสมุรไพรยาวิเศษหนึ่งชุดมีต้นทุน (5 บูลนี่)


    ราคาขายที่เซี่ยซีหานคิดเอาไว้คือ นักเล่นแร่แปรธาตุควรขายขวดยาที่ราคา (5 ถึง 7.5 บูลนี่) ก็พอ เพราะตัวยาหนึ่งชุด ทำขวดยาได้ 4 ถึง 5 ขวด.


    แต่ราคาขายจริงของโลกใบนี้คือ ขวดยาต้นทุน 5 บูลนี่ พวกเขาจะขายกันที่!25 บูลนี่ต่อหนึ่งขวดยาทันที


    และถ้าคนคนนั้น คือนักเล่นแร่แปรธาตุที่เก่งกาจที่แท้จริง และเขากลั่นสกัดโอสถวิเศษได้สำเร็จทั้งห้าขวดยา โดยไม่สูญเสีย แม่เจ้า! จากต้นทุน!!!5 บูลนี่ พวกเขาจะหาเงินได้ 100 ถึง 125 บูลนี่ทันที นี่คืออัตราทำกำไรที่ทำให้เซี่ยซีหานตกตะลึง


    แน่นอนที่ราคาเป็นเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ แต่ละคนที่จะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุได้ ต่างต้องผ่านการใช้เงินโถมทับหลุมดำอันยิ่งใหญ่  ของอาชีพนี้ให้สำเร็จเสียก่อน


    มีผู้คนมากมายพ่ายแพ้ระหว่างทาง และไม่สามารถเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุได้สำเร็จ ดังนั้น อัตราผู้สำเร็จวิชาชีพนี้จึงต่ำมาก


    ถ้าถามว่าทำไมเป็นเช่นนั้น มันก็แค่การบด กลั่นและสกัดตัวยาไม่ใช่เหรอ มันจะไปยากอะไร


    คิกคิก หากมันง่ายเช่นนั้น และทุกอย่างเป็นค่าคงที่ เซี่ยซีหานและนักเล่นแร่แปรธาตุทุกคน ก็สามารถทำยาวิเศษสำเร็จกันหมด


    อย่างที่ได้พูดไป การเล่นแร่แปรธาตุนั้นมีท่วงทำนอง และท่วงทำนองมันคืออะไร ในโลกแห่งผู้วิเศษ สมุนไพรที่เกิดจากพื้นดินและพลังธรรมชาตินั้น อณูเล็กๆ ของพวกมัน ต่างแฝงไปด้วยจิตวิญญาณเป็นสสารกึ่งมีชีวิต พวกมันอยู่ในกิ่งก้านดอกใบและส่วนประกอบต่างๆ ของสมุนไพร ที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังธรรมชาติและจิตวิญญาณของโลกใบนี้


    ดังนั้น ในการหลอม สกัด กลั่น ระเหิดสมุนไพรประเภทต่างๆ จึงมีการใช้ทักษะวงจรเวทย์ ในการช่วยขยายการมองเห็น สัมผัสและดักจับพวกมัน มันคล้ายกับต้องเล่นเกมจับหนูหรือปลา ซึ่งปลาและหนูแต่ละประเภทมีวิธีตกหรือจับที่ต่างกัน บางตัวต้องใช้เหยื่อตัวอ้วนใหญ่ สั่นระริกให้น่ากินก็พอ อณูวิญญาณในสมุนไพรประเภทนี้ ก็จะถูกหลอกล่อและจับได้โดยง่าย


    แต่ในความเป็นจริง สมุนไพรวิญญาณที่เอ่อล้นไปด้วยพลังธรรมชาติ ที่อายุร้อยปี พันปี หรืออาจจะเพียงแค่สิบปี มันคล้ายจะมีลูกเล่นแพรวพราว ยิ่งไปกว่านั้น ราวกับพวกมันคือราชสีห์ ที่ชำนาญในป่าใหญ่ของตัวเอง มันจะไม่กินเหยื่อที่ตาย และจะไม่ยอมถูกจับเพื่อสกัดเป็นตัวยาง่ายๆ


    โดยส่วนใหญ่อณูวิญญาณของส่วนผสมต่างๆ ในตัวสมุนไพร ย่อมสลายตัวเป็นความว่างเปล่า ดีกว่าจะถูกย่ำยีอย่างโง่ๆ


    มันจะยอมลอกคราบกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของยาวิเศษในขวดก็ต่อเมื่อ คุณหลอกล่อและจับมันเลาะเนื้อและกระดูก โดยที่มันไม่รู้ตัว หรือทำให้มันล่องลอยมีความสุขอย่างถูกวิธีเท่านั้น นี่แหละความยากของการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ


    คุณราวกับเป็นนักชีววิทยา บวกจิตวิทยา บวกเคมีไปพร้อมๆ กัน


    เซี่ยซีหานอยากเพิ่มส่วนของโปรแกรมเมอร์เข้าไปอีก แต่นี่มันดูจะเข้ากับเรื่องวงจรเวทมนตร์มากกว่า และในการหลอมกลั่นตัวยาวิเศษ วงจรเวทมนตร์มันถูกใช้อย่างพื้นผิว ในส่วนของการควบคุมอุปกรณ์สกัดกลั่นประเภทต่างๆ เท่านั้น


    ...


    เซี่ยซีหานนั่งนิ่งอยู่นาน หลังจากขายขวดยาวิเศษที่ได้มาจากกลุ่มโจรของ 'โหย่งเต๋อนักรบสี่ดาบผู้ชั่วช้า' ในที่สุดก็มีหญิงสาวเดินมาหามัน


    "ท่านผู้มีเกียรติยุ่นอี้ นี่คือเงินจำนวนหนึ่งหมื่นบูลนี่เจ้าคะ"


    !ดึ๋งดึ๋ย !ดึ๋งดึ๋ย


    หญิงสาวอกโตพันธุ์แม่วัวแท้ ทำเซี่ยซีหานออกจากภวังค์จิต หลังจากลุ่มหลงและครุ่นคิดไปกับการเปลี่ยนอาชีพทำเงินใหม่


    หญิงสาวคนนี้ยิ้มให้เซี่ยซีหาน ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เดินจากไป


    เซี่ยซีหานนั่งหน้านิ่ง ใบหน้ามันไม่ปรากฏความหื่นกามแม้แต่น้อย แต่ดวงตาของมันกับปรากฏวงเวทย์แห่งวิหครุ่งอรุณ 'ซูม 60 เท่า' เซี่ยซีหานพูดในใจ ก่อนจะใจเต้นตึกตัก หน้าอกหน้าใจของหญิงสาวราวกับเยลลี่กระเพื่อมไหว


    จื้อเพ่ยเด็กชายเงยหน้ามองเซี่ยซีหาน "ท่านอาจารย์ดวงตาท่านปรากฏวงเวทย์?"


    'เชี่ย!... ข้าถูกจับได้ว่ามองนมสาว...' เซี่ยซีหานแผดร้องในใจ มันกลืนน้ำลายเบาๆ ก่อนจะทำให้สีหน้าดูจริงจังและลึกลับขึ้นไปอีก ในฐานะอาจารย์ มันไม่อาจจะอับอายเพราะการแอบมองนมสาวได้


    "จื้อเพ่ยเจ้าต้องจำไว้ ในฐานะผู้วิเศษ นอกจากสติปัญญาของเรา ที่ต้องใช้ในการตระหนักรู้กฎแห่งธรรมชาติแล้ว แต่พวกเรายังต้องใช้สติปัญญาของตัวเอง ในการเรียนรู้ผู้คน สังเกต และมองหาความผิดปกติในสังคมอยู่ตลอดเวลา ในโลกใบนี้มีผู้วิเศษด้านมืด อมนุษย์ผู้ชั่วช้าที่แฝงตัวเป็นมนุษย์ ปีศาจที่แท้จริง เจ้าอาจจะไม่รู้ตัวตนเหล่านี้ พวกมันมีข้ารับใช้ที่เป็นมนุษย์ปกติมากมาย ดังนั้น ไม่ว่าเจ้าจะไปสถานที่ใดเจ้าต้องอย่าประมาท เจ้าอาจจะได้เบาะแสสำคัญของพวกมัน เช่นข้าที่ครั้งหนึ่งได้เข้าไปช่วยเหลือพวกเจ้า ต่อสู้กับความชั่วร้ายอย่างไม่หวั่นเกรง"


    ดวงตาจื้อเพ่ยเป็นประกาย มันสั่นระริก


    "ท่านอาจารย์รอสักครู่ขอรับ" จื้อเพ่ยกล่าวอย่างรีบร้อน พร้อมหยิบสมุดและปากกาหมึกเล็กๆ ของตนในกระเป๋าหลังออกมา


    "เจ้าจะทำอะไร" เซี่ยซีหานสับสนเล็กๆ


    "คำสอนของท่านอาจารย์ยิ่งใหญ่มาก เปรียบดั่งหงายขันน้ำที่คว่ำ ปัดเมฆเปิดฟ้าให้เปิดโล่ง จื้อเพ่ยจำต้องจดมันไว้ขอรับ" พูดจบประโยคนี้ จื้อเพ่ยก้มหน้าและจดคำพูดของเซี่ยซีหานเร็ว


    หากเซี่ยซีหานสังเกตดีๆ มันจะพบว่าในสมุดเล่มเล็กๆ นี้ มีคำคมเท่ๆ แต่เปล่าประโยชน์ของมันมากมาย


    'เอ็งมันไอ้เด็กโง่...' เซี่ยซีหานได้แต่พูดเช่นนี้ในใจ เซี่ยซีหานแอบสงสารจื้อเพ่ย ที่มีตัวมันเป็นอาจารย์ 'คนแบบเซี่ยซีหานจะสอนเอ็งให้เป็นยอดคนได้อย่างไร อย่างมากเอ็งก็เป็นได้แค่คนโง่ ที่ถูกไอ้ชายชั่วเซี่ยซีหานหลอกใช้ไปตลอดชีวิต' เซี่ยซีหานบ่นในใจอีกครั้ง


    จื้อเพ่ยจดข้อความอันยิ่งใหญ่ของเซี่ยซีหานเสร็จ มันก็มองไปที่หญิงสาวอกโต


    "ท่านอาจารย์ ข้าเห็นสายตาท่านไม่ละจากหญิงสาวผู้นั้น นางมีอะไรผิดปกติหรือขอรับ"


    เซี่ยซีหานกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนตั้งสติ มือมันแอบสั่นเล็กน้อย ก่อนที่มันสมองระดับ 16 คอร์ 32 เทรด ของมัน จะคิดคำตอบได้อย่างรวดเร็ว


    "นางมีความชั่วร้ายอันลึกลับซ่อนอยู่ อาจารย์มองนางออก"


    "เป็นเช่นนั้น ศิษย์ก็ว่าแล้ว ไม่น่าล่ะ ท่านอาจารย์มองจ้องหน้าอกนางตาไม่กะพริบ ที่แท้นางซ่อนความชั่วร้ายอันลึกลับไว้อยู่ มันอาจจะเป็นเครื่องราง หรือสมบัติมืดสักอย่างนี่เอง ดวงตาของท่านอาจารย์ช่างแหลมคม" จื้อเพ่ยหลี่สายตาเพ่งมองไปที่หญิงสาวอกโตบ้าง


    "!!!หยุดเจ้าเด็กน้อย อย่าจ้องมองนางเช่นนี้" เซี่ยซีหานกดเสียงต่ำ ดุจื้อเพ่ย ราวกับเป็นการร้องเตือนอันตรายร้ายแรง


    "ทำไมขอรับท่านอาจารย์" จื้อเพ่ยสับสนและเขาไม่เข้าใจว่า ตัวเองทำผิดอะไร


    "ทุกคนมีสัญชาตญาณอันร้ายกาจของตัวเอง โดยเฉพาะสตรี หากเจ้าจ้องมองนาง แม้จะมองจากแผ่นหลัง นางก็อาจจะรู้ตัวได้ จงจำไว้ หากเจ้ามองสตรี จงอย่าเพ่งมองนางมากเกินไป และถ้าไม่อยากให้นางรู้ตัว จงมองจากปลายเท้านางก่อน การมองใบหน้าและส่วนหัวจะทำให้สัญชาตญาณของสตรีทำงานได้ง่าย นี่คือพื้นฐานของนักสืบ นอกจากนั้นตอนนี้ อาจารย์ตรวจสอบนางเสร็จแล้ว แม้นางจะมีเรื่องลึกลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีอันตรายต่อผู้คน เราจะปล่อยนางไปก่อน"


    "ท่านอาจารย์ช่างรอบรู้ นอกจากนั้นท่านยังสง่างามและยิ่งใหญ่" จื้อเพ่ยพูดอย่างประทับใจ ก่อนเขาจะรีบหยิบสมุดเล่มเล็กของตัวเองขึ้นมาจดอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน