แม้จะท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงสว่าง สายตาอันเฉียบคนของจ้าวหยางจื่อก็สามารถมองเห็น แปลงผักขนาดห้าตารางวาตรงหน้าได้อย่างเลือนราง
แต่ถึงจะมองไม่ชัดเจนนักแต่เขาก็รู้ว่าคือผักชนิดใด
ตามความทรงจำเ้าของร่างเดิม แปลงผักหลังเรือนปลูกผักไว้เพียงสี่ชนิด ได้แก่ ขึ้นฉ่าย หัวไชเท้า ผักกาดขาว และกระเทียม
แน่นอนว่าเ้าของร่างเดิมคงปลูกไว้รับประทานเองไม่ได้ตั้งใจจะปลูกขายแต่อย่างใด ถ้าจะปลูกขายจริงคงไม่ปลูกน้อยขนาดนี้
อีกทั้งพอเข้าสู่ฤดูหนาวก็ไม่สามารถปลูกผักได้ การจะหาเลี้ยงชีพด้วยการปลูกผักเป็อะไรที่ไม่ยั่งยืน
ถามว่าทำไมเ้าของร่างคนเก่าถึงไม่ปลูกขายล่ะ? เป็เพราะการปลูกผักขายนั้นมันมีข้อเสียอยู่ อย่างเช่นใช้เวลานานกว่าจะเติบโต อีกทั้งการบำรุงรักษาก็ยากเอาการ แม้จะขายได้เงินมามันก็ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
จ้าวหยางจื่อไม่คิดลึกไปมากกว่านี้เพราะมันเป็การเสียเวลาเปล่า จากนั้นเขาได้นำกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ออกมา ซึ่งด้านในนั้นก็คือน้ำพุวิเศษ
ไม่รอช้าจ้าวหยางจื่อทดลองในสิ่งที่ตนเองคิดเอาไว้ในทันที เขาทดลงใช้น้ำพุแค่หนึ่งหยดก่อน ถ้ามากไปกว่านี้เขากลัวว่าผักจะเติบโตเกินจำเป็
น้ำพุวิเศษถูกหยดลงไปที่ผักกาดขาวขนาดเท่าหัวแม่มืออย่างช้าๆ หลังจากที่หยุดน้ำพุลงไปไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ ผักกาดขาวก็เติบโตขึ้นมาราบกับตาเห็น ราวกับได้รับสารรีบเร่งการเจริญเติบโต
พริบตาเดียว จากขนาดเท่าหัวแม่มือ มันก็กลายเป็ขนาดเท่ากำปั้น ก่อนที่จะมีขนาดเท่าศีรษะของผู้ใหญ่แล้วก็ไม่เติบโตขึ้นอีก
เห็นแบบนั้นจ้าวหยางจื่อก็ดวงตาเบิกกว้าง แม้จะคิดไว้แล้วว่ามันจะส่งผลอัศจรรย์ แต่พอมาเห็นกับตา ไม่คิดว่ามันสุดยอดจะเช่นนี้ สมแล้วที่เป็น้ำพุวิเศษ
หลังจากที่เห็นผลอันอัศจรรย์ของน้ำพุวิเศษ จ้าวหยางจื่อให้คุณค่ากับน้ำพุเพียงหนึ่งหยดมากขึ้น บางทีน้ำพุหยดเดียวสามารถช่วยชีวิตคนได้เลย
คิดมาถึงตรงนี้ จ้าวหยางจื่อยิ่งหวงแหนน้ำพุอย่างมาก หลังจากนี้เขาต้องคิดใช้อย่างรอบคอบ แม้ว่าจะหยดเดียวก็ตาม
..
การทดลองครั้งแรกเป็อันจบลง หลังจากนั้นก็เป็การทดลองขั้นต่อไป
ครั้งนี้จ้าวหยางจื่อจะใช้น้ำพุวิเศษผสมกับน้ำในโอ่งดินเผาเพื่อเจือจาง ซึ่งขนาดของโอ่งบรรจุน้ำไว้ประมาณ20ลิตร เขาหยดน้ำลงห้าหยดและรอเวลาเล็กน้อยก่อนที่จะนำน้ำในโอ่งดินเผารดผักกาดขาวอีกครั้ง
หลังจากเสร็จสิ้นจ้าวหยางจื่อรอผลการทดลองอย่างใจเย็น แม้จะไม่เติบโตทันตาเห็นเหมือนการทดลองครั้งแรก แต่ผ่านไปครึ่งชั่วยามการทดลองกะหล่ำปลีนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ จากที่ขนาดเท่าหัวแม่มือมันก็เติบโตขึ้นเป็สองเท่าในเวลาครึ่งชั่วยาม
แม้ว่าจะเจือจางด้วยน้ำแล้ว แต่น้ำพุวิเศษก็ส่งผลอันสุดยอดท้าทาย์อยู่ดี ถึงมันจะไม่อัศจรรย์เท่าครั้งแรกก็ตาม
เมื่อการทดลองทั้งสองครั้งเป็ไปด้วยดี จ้าวหยางจื่อก็รีบใช้น้ำพุวิเศษฉบับเจือจางที่เหลือในโอ่งดินเผารดน้ำให้ผักทั้งหมดบนแปลง เขาคิดว่าถ้าใช้น้ำพุวิเศษที่เจือจางนี้จะไม่ทำให้น้องเขาสงสัยแต่อย่างใด
เวลาผ่านไปอีกเกือบหนึ่งชั่วยาม จ้าวหยางจื่อก็รดน้ำผักที่เขาปลูกไว้จนหมด ขณะเดียวกันท้องฟ้าก็เริ่มมีแสงสว่างบนเส้นขอบฟ้าแล้ว
แต่ทว่าจ้าวหยางจื่อยังเหลือการทดลองอยู่หนึ่งอย่าง ก่อนที่น้องทั้งสองคนจะตื่นขึ้น เขาต้องทำให้การทดลองนี้สำเร็จเสียก่อน ประเดี๋ยวน้องทั้งสองคนจะสงสัยเอาได้
จากนั้นจ้าวหยางจื่อวิ่งเข้าเรือนอย่างรีบร้อน เพื่อเตรียมการแผนการทดลองของเขา
โดยที่จ้าวหยางจื่อไม่ทันสังเกตเห็น ระหว่างที่เขากำลังรดน้ำผักอยู่นั้น น้ำในโอ่งดินก็กระจ่างใสกว่าเดิมมาก..
..
แม้จ้าวหยางจื่อจะใช้พลังไปมากในการรดน้ำผัก แต่ร่างกายของเขาก็ไม่มีอาการเหนื่อยล้าแต่อย่างใด เป็เพราะว่าร่างกายของเขาแข็งแรงมากกว่าเดิมแล้วนั่นเอง
พอเข้าบ้านมาได้จ้าวหยางจื่อก็รีบคว้าเบ็ดไม้ไผ่อาวุธคู่กายของเขา แล้วก็รีบตรงไปที่แม่น้ำต่อทันที
ใช้เวลาในการเดินไม่ถึงครึ่งก้านธูป เขาก็มาถึงแม่น้ำสายใหญ่ไม่ไกลจากบ้าน
ซึ่งแม่น้ำสายนี้อุดมสมบูรณ์อย่างมาก มีปลาสายพันธุ์ต่างๆ มากมายยั้วเยี้ยเต็มไปหมด โดยเฉพาะ่เวลาฟ้าใกล้สว่างพวกปลาก็ะโขึ้นยั่วยวนผู้คนอย่างสบายใจ
ในสมัยโบราณเช่นนี้วิธีการจับปลานั้นยังไม่หลากหลายและมีประสิทธิภาพนัก นอกจากเบ็ดแล้วอย่างอื่นแทบไม่มีให้พบเห็น
การที่จะจับปลาให้ได้มากมายเช่นยุคปัจจุบันไม่ต่างจากเื่ที่เพ้อฝันเท่าไหร่ ซึ่งนั่นเป็สาเหตุให้มีปลามากมายในแม่น้ำเช่นนี้
แต่วันนี้แหละปลาภายในแม่น้ำจะต้องเจอกันฝันร้ายของพวกมัน!
พอเดินเมื่อมาถึงแม่น้ำ จ้าวหยางจื่อก็เริ่มการทดลงของเขา ขั้นแรกเขาวางตะกร้าไม้ใผ่และคันเบ็ดลง ก่อนที่จะเปิดปากกระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำพุวิเศษแล้วจุ่มตะขอเบ็ดลงไป
จ้าวหยางจื่อแช่ตะขอเบ็ดอยู่นานกว่าครึ่งก้านธูป เพื่อให้น้ำพุวิเศษซึมซับเข้าไปในเบ็ดให้มากที่สุด ที่เขาต้องทำเช่นนี้เป็เพราะไม่ยากจะแช่เบ็ดบ่อยครั้งนั้นเอง เขาอยากแช่แต่ครั้งเดียวแล้วใช้ได้นานๆ
เมื่อครบเวลาที่กำหนดจ้าวหยางจื่อก็นำเบ็ดออกมา ก่อนที่จะรีบหย่อนเบ็ดลงไปในแม่น้ำ โดยที่เขาไม่ใส่เหยื่อ!
ถ้าคนอื่นมาพบเห็นคงหาว่าจ้าวหยางจื่อประหลาดที่ตกปลาไม่ใส่เหยื่อ ทว่าจ้าวหยางจื่อคงไม่สนใจ เพราะเบ็ดชุบน้ำพุวิเศษย่อมดีกว่าเหยื่อชนิดไหนๆ อยู่แล้ว
เป็ไปตามคาด ทันทีที่จ้าวหยางจื่อหย่อนเบ็ดลงไปในแม่น้ำ ปลาตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ปรี่เข้ามาที่เบ็ดทันที! เพราะว่ากลิ่นของเบ็ดนั้นมันกระตุ้นความอยากอาหารของพวกมันอย่างมาก
ปลาดุกตัวขนาดไม่ใหญ่พุ่งเข้าไปหาเบ็ดของจ้าวหยางจื่อสุดแรงเกิด หวังว่าจะได้รับประทานอาหารกลิ่นอันโอชะนี้ก่อนใคร
ทันทีที่พุ่งเข้ามาถึง มันก็งับแล้วสะบัดลำตัวอย่างแรง! เพราะดีใจที่ได้ลิ้มลองอาหารชิ้นนี้!
‘ติดแล้ว!' จ้าวหยางจื่อกู่ร้องอย่างดีใจ เขาหย่อนเหยื่อไม่ถึงสองวินาที ปลาก็กินเบ็ดแล้ว ช่างเป็ของวิเศษอะไรเช่นนี้!
ทว่าจ้าวหยางจื่อไม่ทันได้ดึงปลาขึ้นมา เบ็ดในมือของเขาก็เกือบที่จะหลุดมือ โชคดีที่เขาคว้าไว้ได้..
ทว่าทันใดนั้นภายในแม่น้ำก็เกิดเสียงดังลั่น! น้ำในแม่น้ำกระเพื่อมอย่างรุนแรง!
ตู้ม!!
เป็ปลาไนหรือปลาคาร์ปจีนธรรมดาลำตัวขนาดใหญ่กว่าสองฝ่ามือของจ้าวหยางจื่อ กลืนกินปลาดุกตัวที่ติดเบ็ดก่อนลงไปทั้งตัว!
ไม่รอช้าจ้าวหยางจื่อรีบกระชากเบ็ดสุดแรง! กลัวว่าจะสูญเสียปลาตัวใหญ่เช่นนี้ไป
‘บัดซบ! แรงมันเยอะชะมัด!’
สามารถกดหัวใจ ส่งของขวัญ เป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel