Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    66 สิงสู่

    “ เย่ พี่แอ็กเซลออกมาแล้ว ” 


    ลิลลี่พูดด้วยท่าทางมีความสุขหลังจากเห็นพี่แอ็กเซลเดินลงมาจากห้องพักของตนเอง เธออยากเล่นกับกระบองเพชรและพิกซี่เป็นอย่างมาก  เช้านี้เธอจึงมีความสุขมากเพราะเป็นวันอาทิตย์จึงจะได้เล่นเต็มที่  แอ็กเซลเห็นดังนั้นเขาจึงบอกให้เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ไปเล่นกับลิลลี่จนพอใจ เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะกลับไปยังสนามรบปฐมภูมิเพื่อล่าต่อแล้ว ครึ่งเดือนที่หยุดพักเขาได้หลายสิ่งหลายอย่างจากป้ามากพอสมควร นอกจากจะได้ทักษะตระกูลแล้ว เขายังเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์มากยิ่งขึ้น คืนนี้เขาจึงคิดว่าจะลองสร้างวงจรเวทก่อนจะเดินทางกลับสถาบัน


    “ เป็นยังไงบ้างจ๊ะ เลือกได้หรือยังว่าจะใช้มันกับทักษะไหน ”


    แอ็กเซลส่ายหน้าให้กับป้าที่นำอาหารจานสุดท้ายมาวางเอาไว้บนโต๊ะ เขานอนคิดตลอดทั้งคืนเกี่ยวกับการสิงสู่ทักษะ ภายในใจของเขามีตัวเลือกมากมาย


    การสิงสู่มันกับทักษะเท้าจะทำให้เขาเคลื่อนที่ได้เร็วไว แอ็กเซลกลับตัดตัวเลือกนี้ทิ้งไป ชีวิตของจอมเวทเขาไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวรวดเร็วก็สามารถหนีรอดจากการเข้าประชิดของอัศวินได้ ต่อให้จะมาพร้อมกันหลายพันเขายังคงหลบพ้น จึงไม่จำเป็นที่เขาจะสิงสู่ทักษะเท้า


    เขาจึงคิดว่าระหว่างทักษะร่างกายและทักษะโจมตีจะเลือกสิ่งใด


    ทักษะโจมตีจะทำให้เขามีความหลากหลายในการสร้างความเสียหายแก่ศัตรู อย่างที่ป้าของเขาแสดงให้เห็น มันสามารถใช้ทั้งรุกและรับได้ หากเขาได้รับทักษะดาบที่เพียงพอ


    อย่างไรก็ตามเขากลับลังเลเมื่อเปรียบเทียบมันกับทักษะร่างกาย จอมเวทเช่นเขาตายเพราะยาพิษสลายพลัง เขาจึงหวาดกลัวว่าสักวันตนเองจะตกที่นั่งลำบากโดยที่ไม่มีพลังคอสมิกให้ใช้ หากร่างกายแข็งแกร่งเขายังสามารถเอาตัวรอดได้ด้วยการใช้ร่างกายต่อสู้  แต่ถึงอย่างนั้นภายในใจของเขาก็ยังคงอยากสิงสู่ทักษะโจมตีเช่นกันมันจึงทำให้เขาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกอะไร


    “ ถ้ารู้สึกลำบากใจหลานใช้มันกับทักษะอื่นก็ได้นะ เส้นทางที่ป้าเลือกอาจจะไม่ดีเสมอไป หลานอาจจะเจอสิ่งที่ดีกว่าก็ได้ ใครจะไปรู้ ”


    แอ็กเซลยิ้มด้วยท่าทางพอใจ คำพูดของป้าทำให้เขารู้สึกโล่งอกไม่น้อยเพราะเขาไม่ได้ทำให้ความคาดหวังของคนในตระกูลเสียหาย เมื่อรู้ว่าป้าไม่ได้บังคับให้สิงสู่ทักษะโจมตี แอ็กเซลจึงสามารถเลือกทักษะได้มากขึ้น


    “ ป้าครับ ในอวกาศมีพิษที่สามารถสลายพลังคอสมิกได้ไหมครับ ”


    “ ป้าเคยได้ยินว่ามีมันอยู่นะ แต่ก็น้อยมาก แอ็กเซลคิดจะทำอะไรงั้นเหรอ ป้าเตือนก่อนเลยนะ ถ้าหากอยากจะหามาใช้ให้ล้มเลิกความคิดนี้ไปได้เลย สิ่งใดที่เป็นอันตรายทางสหพันธ์จะเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ แค่พิษหยดเล็กๆพวกเขายังตามไปตรวจสอบเลยว่าใครเป็นเจ้าของ ใครเป็นคนขาย แล้วใครเป็นคนใช้งาน ”


    “ ผมกำลังชั่งใจอยู่ว่าระหว่างทักษะดาบกับทักษะร่างกายจะเลือกสิงสู่อะไรดี  จากที่ป้าแสดงให้ดูผมเทใจไปที่ทักษะดาบมากกว่าเพราะมันทำได้หลายอย่าง แต่ทักษะร่างกายกลับดีต่อผมมาก ผมกลัวว่าตนเองจะเจอสถานการณ์ที่พลังงานคอสมิกใช้ไม่ได้ อย่างน้อยร่างกายที่แข็งแกร่งน่าจะตอบโจทย์มากกว่า ”


    “ ป้าไม่ค่อยให้ความสำคัญกับทักษะร่างกายที่เน้นการป้องกันมากนักเพราะมีชุุดเกราะสวมใส่ ส่วนมากป้าจะเน้นไปที่ทักษะร่างกายที่เน้นในความยืดหยุ่น แต่ถ้าแอ็กเซลสิงสู่ทักษะร่างกาย ป้าว่าน่าจะได้ประโยชน์เยอะอยู่นะ ทักษะร่างกายมีผลหลายอย่าง ทั้งเสริมพลังโจมตีโดยตรง เสริมพลังป้องกัน เสริมความทนทาน ความยืดหยุ่น แล้วยังสามารถนำไปต่อยอดทักษะการโจมตีและทักษะเท้าได้อีก น่าสนใจเหมือนกันนะจ๊ะ ”


    แครอลเห็นแอ็กเซลก้มหน้ามองจานข้าวเพื่อคิดบางอย่าง เธอจึงพูดสิ่งที่แอ็กเซลอาจจะไม่รู้ออกมา


    “ ป้าว่าถ้าจะสิงสู่ทักษะฝึกร่างกายก็ดีนะ เพื่อนของป้าที่ฝึกทักษะร่างกายเคยบอกเอาไว้ว่ามันฝึกยากมาก ถ้าหากฝึกทักษะระดับ 7 สำเร็จแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปช่วงหนึ่งจนกลายเป็นแชมเปี้ยนระดับ 10 ทักษะที่ฝึกก็ต้องเปลี่ยนเป็นระดับ 10 ด้วยเช่นกัน แต่มันกลับยากตรงที่ ร่างกายที่แข็งแกร่งหากจะฝึกทักษะระดับ 10 ใหม่ มันจะต้องใช้ความพยายามที่มากขึ้น  มันไม่เหมือนทักษะโจมตี หากใช้ทักษะดาบระดับ 7 แล้วต้องการเปลี่ยนไปเป็นระดับ 10 การมีความเชี่ยวชาญในการใช้ดาบ สามารถนำมาต่อยอดเพื่อให้ฝึกทักษะระดับ 10 สำเร็จเร็วขึ้น ”


    “ ดูท่าผมน่าจะได้สิงสู่ทักษะร่างกายจริงๆ ”


    “ หลานไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น  ทักษะร่างกายสามารถต่อยอดทักษะโจมตีหรือทักษะเท้าได้ ยกตัวอย่างที่ป้าพอจะมองภาพในอนาคตออกนะ ถ้าหากว่าหลานฝึกร่างกายไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งร่างกายของหลานแข็งแกร่งไม่ต่างจากโซลฟอร์ด หลานคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่ใช่ว่าทุกส่วนของหลานจะกลายเป็นอาวุธเลยเหรอ นอกจากนั้นแล้วทักษะต่อสู้ระยะประชิดที่ใช้มือเปล่ายังเป็นหนึ่งในทักษะร่างกายด้วย หลานอาจจะกลายเป็นคนที่ใช้มือเปล่าได้แข็งแกร่งมากๆเลยก็ได้นะจ๊ะ ”


    แอ็กเซลยิ้มให้ป้าที่พยายามแนะนำสิ่งต่างๆจนเขามองเห็นภาพในอนาคตได้ไกลมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะสิงสู่ทักษะร่างกาย 


    การที่เขาเลือกเช่นนี้ก็เพราะว่าร่างกายสำหรับเขาเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เขาจะไม่ยอมให้ตนเองตายง่ายดายเหมือนชีวิตจอมเวท แม้เขาจะไม่สามารถสร้างความหลากหลายจากการโจมตีด้วยอาวุธหรือสร้างการเคลื่อนไหวหลากหลายได้จากทักษะเท้า ร่างกายที่แข็งแกร่งกลับทำให้เขารู้สึกอุ่นใจกว่า เมื่อเสริมเวทมนตร์เข้าไป เขาจะกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าจอมเวท


    “ เสร็จแล้วนำจานไปวางที่อ่างล้างนะจ๊ะ ป้าจะออกไปนั่งเล่นหลังบ้าน ”


    “ ฝากเจ้าตัวน้อยด้วยนะครับ ผมจะลงไปห้องฝึก ในเร็วๆนี้ผมว่าจะกลับสถาบันด้วยครับ ”


    “ จ้า ถ้าจะกลับค่อยบอกป้าก็แล้วกัน ”


    แอ็กเซลเก็บจานในส่วนของตนเองไปไว้ที่อ่าง เพียงแต่ว่าเขารู้สึกเกรงใจที่ต้องคอยให้ป้าล้าง แม่บ้านยังไม่ได้กลับเข้ามาทำงานเพราะเขาฝึกทักษะตระกูล ป้าไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้ได้ แอ็กเซลจึงลงมือล้างด้วยตนเอง เพียงแต่ว่าหน้าต่างสถานะของเขากลับมีบางอย่างปรากฎเข้ามา การทำความสะอาดจานซ้ำๆทำให้เกิดสกิลขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงเปิดใช้งานสกิลทำความสะอาด ส่งผลให้มือของเขาเคลื่อนไหวไปเองตามธรรมชาติ จานชามที่เต็มไปด้วยคราบอาหารถูกล้างด้วยความรวดเร็วก่อนจะเช็ดให้แห้งวางกลับเข้าไปในตู้


    “ เอาล่ะ รีบทำให้เสร็จ ยังเหลือการสร้างวงจรเวท ”


    แอ็กเซลกลับเข้ามาในห้องฝึก จากนั้นเขาก็เริ่มนั่งสมาธิพาจิตเดินทางเข้าไปใกล้คอร์ไดฟ์ พลังงานสีดำยังคงลุกไหม้รอบๆคอร์ไดฟ์เช่นเดิม โดยที่เขาไม่รู้สึกถึงความร้อนหรือความเย็นหลังจากใช้มือสัมผัสมัน สิ่งที่กำลังลุกไหม้คอร์ไดฟ์ราวกับเป็นอากาศว่างเปล่า มันแสดงตัวตนให้เขาเห็นแต่กลับไม่รู้สึกถึงมันจากการสัมผัส


    เมื่อนำคำพูดของป้าขึ้นมาฟังซ้ำ แอ็กเซลจึงเปิดใช้งานสกิลดรากอนส์ไวทาลิตี้แล้วดึงพลังงานคอสมิกออกจากร่างโครจรไปตามท่อพลังงาน พลังสีดำกลับไม่ได้เคลื่อนตัวตามออกไปเพราะเขาไม่ได้แตะต้องมัน จนกระทั่งเขาโคจรพลังครบ 1 รอบ แอ็กเซลก็เริ่มใช้จิตเข้าไปควบคุมพลังงานสีดำภายในคอร์ไดฟ์ มันเชื่อฟังคำสั่งของเขาราวกับเป็นพลังงานคอสมิก แอ็กเซลจึงเคลื่อนมันไปตามท่อพลังงานที่ทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้ระบุเอาไว้ กระทั่งพลังงานสีดำส่งเข้าสู่คอร์ไดฟ์หลังจากกระจายไปทั่วร่าง แอ็กเซลก็พบเข้ากับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวของเขา


    สกิลสตีลเทนซิตี้ระดับ 2 ดาวและสกิลไอรอนสกินระดับ 2 ดาวที่เขาฝึกก่อนหน้านั้นถูกกระตุ้นให้ทำงานอัตโนมัติโดยที่เขาไม่ได้เป็นคนสั่งการ ขณะที่สกิลร่างกายทั้ง 2 ทำงานเขาก็เริ่มจดจำวิธีการโคจรพลังของมันไม่ได้ จู่ๆเขาก็รู้สึกได้ว่าความรู้เกี่ยวกับพวกมันหายไป อย่างไรก็ตามมันกลับเกิดสิ่งใหม่ขึ้นมา สกิลดรากอนส์ไวทาลิตี้จู่ๆก็มีความรู้ที่คล้ายกับทักษะร่างกายทั้ง 2 ที่หายไป มันไม่ใช่สกิลใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสกิลดรากอนส์ไวทาลิตี้ที่ถูกเพิ่มด้วยทักษะตระกูลของเขา


    แอ็กเซลรู้สึกตกใจไม่น้อยกับการกลืนกินทักษะระดับต่ำกว่าแล้วนำมาพัฒนาให้เข้ากับทักษะระดับสูงที่สุด จากนั้นก็เปลี่ยนมันให้กลายเป็นทักษะที่เหมาะกับเขา 


    “ นี่สินะที่ป้าไม่สามารถสอนทักษะมีดให้ได้ ”


    แอ็กเซลทำความเข้าใจทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มันกลับต่างจากความทรงจำเดิม สกิลสตีลเทนซิตี้และสกิลไอรอนสกินกลายเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการฝึก หากเขาฝึกทักษะร่างกายให้มากยิ่งขึ้น วิธีการฝึกและพลังที่แสดงออกมาจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นจนซับซ้อนไม่มีใครฝึกตามได้  แอ็กเซลอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับหน้าต่างสถานะเขาจึงเปิดเข้าไปดู ก่อนจะตกใจเพราะสกิลสตีลเทนซิตี้ระดับ 2 ดาวและสกิลไอรอนสกินระดับ 2 ดาวหายไป เหลือไว้เพียงแค่สกิล ดรากอนส์ไวทาลิตี้ ระดับ 7 ดาวที่ตอนนี้อัพเลเวลไปที่ 2 แล้ว


    “ นอกจากจะนำทักษะอื่นมาปรับให้เข้ากับทักษะที่สิงสู่แล้ว การอัพเลเวลก็มีให้เลือกหลากหลายวิธีด้วยสินะ ”


    วิธีการฝึกทักษะสตีลเทนซิตี้ระดับ 2 ดาวและสกิลไอรอนสกินระดับ 2 ดาว กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่เพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับทักษะ ดรากอนส์ไวทาลิตี้ ถึงอย่างนั้นความยากในการเพิ่มค่าประสบการณ์กลับยังไม่เพิ่มขึ้น เขายังคงรับรู้ได้ว่าการฝึกเพื่ออัพเลเวลใช้ความยากเท่าเดิม ตราบใดที่สกิลของเขายังคงเป็นระดับ 7


    อย่างไรก็ตามแอ็กเซลกลับเกิดความสงสัยว่าพลังงานสีดำที่กำลังลุกไหม้บริเวณคอร์ไดฟ์สามารถใช้งานได้อีกหรือไม่ เขาจึงเข้าไปควบคุมมันแล้วลองโคจรพลังตามรูปแบบทักษะลูนาร์แฟลช แต่แล้วดวงตาของเขากลับเบิกกว้าง ทักษะดาบพื้นฐานทั้ง 4 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นฟันหน้าตรง ฟันแนวนอน ฟันแนวเฉียงและสุดท้ายฟันจากล่างขึ้นบนหายไปจากหน้าต่างสถานะ เหลือไว้แค่สกิลลูนาร์แฟลชเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยที่เขาสัมผัสได้ว่าการฟาดฟันของสกิลลูนาร์แฟลชเพิ่มขึ้นหลังจากที่มันนำเอาทักษะที่หายไปเข้ามาผสมรวมด้วย


    หัวใจของแอ็กเซลเริ่มสั่นไหว สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เหนือความรู้ของป้าแครอลที่ยืนยันเอาไว้ว่าทักษะตระกูลใช้สิงสู่ได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขากลับต่างกันออกไป เขาสามารถสิงสู่ทักษะได้มากถึง 2 รูปแบบ ต่อจากนี้ไปทักษะดาบทั้งหมดจะถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นทักษะดาบที่มีเพียงแค่เขาคนเดียวที่ฝึกฝนได้  ทักษะร่างกายก็เช่นเดียวกัน แอ็กเซลจึงลองโคจรพลังงานสีดำอีกครั้ง เขาอยากรู้ว่ามันมีข้อจำกัดอยู่อีกหรือเปล่า เขาจึงนำมันสิงสู่ทักษะเท้า ก่อนจะพบว่าทักษะธันเดอร์รัชเปลี่ยนไป แม้ระดับของมันจะเป็น 4 ดาวก็ตาม เขารู้สึกได้ถึงความพิเศษจากมันราวกับว่าสามารถกลืนกินทักษะเท้าอื่นที่เขาฝึกได้


    “ แล้วสลิงเกอร์ล่ะ สกิลเวทมนตร์พวกนี้ล่ะ ”


    ความตื่นเต้นเผยบนใบหน้าของแอ็กเซล เขาจึงพยายามใช้พลังงานสีดำกับหลายอย่างในหน้าต่างสถานะของตนเอง.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน