สายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์

    ตอนที่ 46 หลังเลิกเรียน และห้องสมุด


    วันนี้ถือว่าเป็นวันแรกที่ผมได้เรียนอย่างจริงจังในสถาบันลูนาเรีย


    แม้จะมีหลายอย่างที่น่าสนใจให้วิเคราะห์ แต่ก็ไม่ได้เหนื่อยล้าอย่างที่คิดเอาไว้


    วิชาพื้นฐานหลายอย่างไม่ได้ยากเกินไปสำหรับผม ส่วนวิชาเวทมนตร์และการปรับใช้เวทมนตร์กลับน่าสนใจกว่าที่คาด โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้มานาในรูปแบบต่าง ๆ

    ผมยังมีอีกหลายอย่างที่อยากศึกษา... แต่เอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน


    ผมเดินออกจากห้องเรียนพร้อมกับนักเรียนคนอื่น ๆ ทันทีที่ก้าวออกมาถึงทางเดิน ผมยกข้อมือขึ้นเช็กเวลาจากกำไลนำทาง ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าจะถึงช่วงเคอร์ฟิว ดูเหมือนวันนี้จะมีเวลาว่างพอสมควร


    ผมกำลังคิดว่าจะไปห้องสมุดเลยดีหรือไม่ แต่ไม่นานนักก็เห็นร่างเล็ก ๆ เดินมาจากอีกฝั่งของทางเดิน


    เนเรีย

    เธอเดินตรงมาหาผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ


    "เรน"


    "ครับ?"


    เธอหยุดตรงหน้าผม


    "...หิว"


    ผมเงียบไปครู่หนึ่ง "เพิ่งจะทานมื้อเที่ยงไปไม่นานเองครับ"


    "หิวแล้ว"


    คำตอบตรงไปตรงมาอย่างไร้การลังเล

    ผมถอนหายใจเบา ๆ "งั้นไปโรงอาหารกันครับ"


    เนเรียพยักหน้า "เอเลน่าด้วย"


    ผมหันไปมองด้านหลังของเธอ เอเลน่ากำลังเดินตามมาติด ๆ


    "ขอโทษที่ให้รอนะ" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ


    "ไม่เป็นไรครับ"


    พวกเราสามคนเดินไปตามระเบียงอาคารด้วยกัน 

    บรรยากาศของลูนาเรียในช่วงนี้แตกต่างจากตอนกลางวันอย่างเห็นได้ชัด ตอนกลางวันเต็มไปด้วยนักเรียนและเสียงพูดคุย แต่เมื่อหมดเวลาเรียน ผู้คนเริ่มแยกย้ายกันไปตามสถานที่ต่าง ๆ บางคนกลับหอพัก บางคนไปโรงอาหาร ส่วนบางคนยังคงฝึกฝนต่อ


    เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ผมสามารถเห็นสนามฝึกหลายแห่งที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ นักเรียนบางคนยังคงจับอาวุธฝึกซ้อม แม้เวลาเรียนจะสิ้นสุดลงแล้ว เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเป็นระยะ


    เคร้ง!

    เคร้ง!


    เอเลน่าหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง "คนพวกนั้นขยันกันจังเลยนะ"


    ผมมองตามสายตาของเธอ "บางทีอาจจะมีเป้าหมายที่ต้องการทำให้สำเร็จครับ"


    "นายเองก็เป็นแบบนั้นหรือเปล่า?" เอเลน่าหันมามองผม


    "หมายถึงอะไรครับ?"


    "หลังเลิกเรียนแล้ว นายก็ยังดูเหมือนกำลังคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่เลย"


    ผมเงียบไปครู่หนึ่ง... เธอเป็นคนสังเกตเก่งกว่าที่คิดไว้จริง ๆ


    "แค่คิดเรื่องบทเรียนครับ"


    "เวทมนตร์ดำ?"


    "ใช่"


    เนเรียที่เดินอยู่ข้าง ๆ หันขวับมามองทันที "เวทมนตร์ดำสนุกไหม?"


    "ก็ไม่ได้แย่ครับ"


    "ฉันอยากเรียน"


    เอเลน่าหันมาเบรกทันที "ไม่ได้"


    "ทำไม?"


    "เพราะมันไม่เหมาะกับเธอ" เอเลน่าตอบอย่างจริงจัง


    เนเรียขมวดคิ้วเล็กน้อย "แต่เรนเรียนได้"


    "เรนรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่"


    "ฉันก็รู้"


    "รู้ว่าอะไร?"


    เนเรียเงียบไป เธอทำหน้าครุ่นคิดอยู่หลายวินาที 


    "...ไม่รู้"


    เอเลน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ดูเหมือนยัยนี่จะไม่รู้ตัวจริง ๆ ว่าตัวเองพูดอะไรออกมา


    พวกเราเดินต่อไปจนถึงทางลงบันได ระหว่างทาง ผมเหลือบมองออกไปด้านนอกอีกครั้ง


    สถาบันลูนาเรียกว้างกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก อาคารจำนวนมากถูกเชื่อมต่อกันด้วยระเบียง ทางเดิน และสะพานเวทมนตร์ ไกลออกไปมีหอคอยสูงเสียดฟ้าตั้งอยู่ บริเวณยอดหอคอยมีวงเวทขนาดใหญ่หมุนเวียนอยู่อย่างช้า ๆ คงเป็นหนึ่งในระบบป้องกันของสถาบัน


    ผมจดจำตำแหน่งและโครงสร้างของสถานที่เอาไว้ในหัว หากในอนาคตต้องเคลื่อนไหวเพียงลำพังภายในสถาบัน การรู้เส้นทางเหล่านี้เอาไว้ก่อนย่อมได้เปรียบ


    "เรน" เอเลน่าเรียกผมอีกครั้ง


    "ครับ?"


    "พรุ่งนี้นายจะลงเรียนวิชาอะไรเหรอ?"


    "ยังไม่แน่ใจครับ"


    "ยังมีเวลาให้เลือกอีกหลายวิชาไม่ใช่เหรอ?"


    "ครับ ผมว่าจะลองดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อน"


    เอเลน่าพยักหน้า "ถ้ามีวิชาที่สนใจก็บอกฉันได้นะ"


    "ครับ"


    เดินต่อไปอีกไม่นาน พวกเราก็มาถึงโรงอาหาร ทว่าก่อนที่จะก้าวเข้าไปด้านใน สายตาของผมกลับสะดุดเข้ากับคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ริมระเบียงฝั่งตรงข้าม


    ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินแซมขาว... อัลเดน เรเวนฮาร์ท

    เขากำลังถือดาบฝึกอยู่ในมือ ยืนอยู่เพียงลำพังโดยไม่มีใครอยู่รอบตัว อัลเดนกำลังมองสนามฝึกด้านล่าง ก่อนจะยกดาบขึ้น


    ท่าทางของเขาไม่ได้หวือหวา ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เกินจำเป็น แต่ทุกจังหวะกลับแน่นและแม่นยำ


    ฉับ!

    ดาบฟันลง


    ฉับ!

    ฟันกลับขึ้น


    การเคลื่อนไหวเรียบง่าย... แต่เฉียบคม


    ผมมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะละสายตา ดูเหมือนหมอนั่นจะจริงจังกับการฝึกมากกว่าที่คิด


    เอเลน่าเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน "เขายังฝึกอยู่อีกเหรอ?"


    "ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นครับ"


    "น่าทึ่งจริง ๆ" เธอพูดก่อนจะเดินเข้าโรงอาหาร ผมเดินตามไป


    หลังจากเลือกอาหารเรียบร้อย ผมกับเนเรียเลือกอาหารชุดง่าย ๆ ส่วนเอเลน่าเลือกอาหารที่มีสารอาหารค่อนข้างครบถ้วน พวกเรานั่งลงที่โต๊ะเดิม เนเรียเริ่มจัดการอาหารทันที เธอดูเหมือนจะหายหิวจริง ๆ


    ผมกำลังจะเริ่มกิน เอเลน่าก็เอ่ยขึ้น


    "จริงสิ นายคิดเรื่องชมรมบ้างหรือยัง?"


    "ชมรมเหรอครับ?"


    "ใช่"


    ผมมองเธอ "จำเป็นต้องเข้าด้วยเหรอครับ?"


    เอเลน่าทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย "นี่นายไม่รู้เหรอ?"


    "ไม่ครับ"


    "ชมรมของสถาบันมีประโยชน์มากกว่าที่คิดนะ"


    เธอกำลังจะอธิบายต่อ แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง


    "ถูกต้องเลยจ้า!"


    พวกเราหันกลับไปพร้อมกัน ร่างเล็กในชุดอาจารย์ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมรอยยิ้มสดใส


    "อาจารย์เมลินดา"


    "เรียกอาจารย์เมลเฉย ๆ ก็ได้นะ เรนคุง" เธอยิ้มกว้าง


    ผมพยักหน้า "ครับ แล้วเรื่องชมรมล่ะครับ?"


    "อ้อ เรื่องนั้นน่ะนะ..." 


    เมลินดาวางมือไว้ด้านหลังแล้วเริ่มอธิบายด้วยท่าทางร่าเริง


    "ชมรมภายในสถาบันจะได้รับการสนับสนุนจากสถาบันตามผลงานและประเภทของชมรม ทำให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์หลาย ๆ อย่างเลยล่ะ"


    เธอยกนิ้วขึ้น "บางชมรมสามารถสะสมคะแนนพิเศษได้ อย่างชมรมหนังสือพิมพ์ หรือชมรมที่ทำกิจกรรมเป็นประโยชน์ต่อสถาบัน"


    นิ้วที่สองถูกยกขึ้น "บางชมรมก็ได้รับงบสนับสนุนเรื่องวัตถุดิบ อย่างพวกชมรมวิจัยเวทมนตร์"


    นิ้วที่สาม "ส่วนบางชมรมก็ได้รับการสนับสนุนด้านอุปกรณ์ ยา หรือสถานที่ฝึก อย่างชมรมศิลปะการต่อสู้"


    เมลินดายิ้ม "แล้วยังมีผลประโยชน์ยิบย่อยอีกน่ะ"


    ผมพยักหน้า ข้อมูลมีประโยชน์กว่าที่คิด "ขอบคุณครับ"


    "ไม่เป็นไรจ้า! ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะทุกคน"


    จากนั้นเธอก็เดินแยกออกไป ผมมองตามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับมากินอาหารต่อ


    เมื่อมื้อเย็นจบลง เนเรียก็ถามขึ้น "เรนจะไปไหนต่อ?"


    ผมยกข้อมือขึ้นดูเวลา "ว่าจะไปห้องสมุดครับ"


    "ฉันไปด้วย"


    เอเลน่าพยักหน้า "ฉันเองก็อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิชาเรียนเหมือนกัน"


    "งั้นไปกันครับ"


    ห้องสมุดของสถาบันลูนาเรียตั้งอยู่ในอาคารแยกออกมาจากอาคารเรียนหลักเล็กน้อย


    ทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านใน ผมก็เข้าใจว่าทำไมสถาบันถึงสามารถรวบรวมนักเรียนที่มีความรู้ระดับสูงเอาไว้ได้มากมาย ชั้นหนังสือสูงหลายชั้นเรียงต่อกันเป็นแนวยาว บางส่วนสูงจนต้องใช้บันไดเลื่อนเวทมนตร์เพื่อหยิบหนังสือ แสงจากคริสตัลเวทมนตร์บนเพดานส่องสว่างไปทั่วทั้งอาคาร ไม่มีเสียงพูดคุยดัง ๆ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงฝีเท้าเบา ๆ


    ชั้นหนังสือแต่ละส่วนถูกแบ่งหมวดหมู่อย่างรายละเอียด เช่น เวทมนตร์, ประวัติศาสตร์, ภูมิศาสตร์, การเมือง, สงคราม, เผ่าพันธุ์, สัตว์เวทมนตร์, ศาสตร์การต่อสู้ รวมไปถึงตำราเฉพาะทางอีกจำนวนมาก นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการหาข้อมูลที่สุด


    ผมเดินตรงไปยังหมวดประวัติศาสตร์ หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา — ประวัติศาสตร์อาณาจักรและจักรวรรดิในยุคปัจจุบัน


    ผมเปิดอ่านอย่างเงียบ ๆ เป้าหมายของผมไม่ใช่เพียงเรียนรู้สิ่งใหม่ แต่ต้องการตรวจสอบด้วยว่า... ประวัติศาสตร์ที่ผมรู้ตรงกับสิ่งที่สถาบันสอนมากน้อยแค่ไหน บางเรื่องอาจถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา บางเรื่องอาจถูกบิดเบือน และบางเรื่อง... อาจถูกลืมไปแล้ว


    ผมอ่านต่อไปเรื่อย ๆ เนเรียในตอนแรกยังนั่งอ่านอยู่ข้าง ๆ แต่เวลาผ่านไปไม่นาน เธอก็เริ่มเท้าคาง จากนั้นก็เริ่มหาว และสุดท้าย...


    "เรน"


    "ครับ?"


    "เบื่อ"


    "ถ้าเบื่อก็กลับก่อนได้นะครับ"


    "งั้นกลับ"


    เอเลน่าหันมาหาผม "ฉันจะพาเธอกลับเอง"


    "ครับ"


    เนเรียลุกขึ้นทันที "พรุ่งนี้เจอกัน"


    "ครับ"


    ทั้งสองคนเดินออกจากห้องสมุดไป ส่วนผมยังคงอ่านหนังสือต่อเพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องรีบกลับ ข้อมูลตรงหน้ามีหลายส่วนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา


    ผมพลิกหน้าหนังสือไปทีละหน้า จนกระทั่ง... ผมเงยหน้าขึ้น


    ห้องสมุดเงียบกว่าตอนแรกมาก แสงภายนอกมืดลงไปแล้ว ผมเหลือบมองกำไลนำทาง... เลยช่วงเย็นมาแล้ว


    "...อ่านเพลินไปหน่อยสินะ"


    ผมปิดหนังสือ ก่อนจะรวบรวมหนังสือที่ยังอ่านไม่จบขึ้นมา มีมากกว่าที่คิด


    ผมเดินไปยังเคาน์เตอร์บรรณารักษ์ ที่นั่นมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่


    เรือนผมสีดำรัตติกาลแซมไฮไลต์สีม่วงเข้ม ดวงตาสีเข้มซ่อนอยู่หลังแว่นกรอบหนา รูปร่างของเธอค่อนข้างอวบอิ่ม แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดกลับไม่ใช่รูปลักษณ์... แต่เป็นท่าทาง

    เธอกำลังอ่านหนังสืออยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง เหมือนกับตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยสิ้นเชิง

    ผมยืนรออยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอไม่สังเกตเห็นผม ผมจึงเรียก


    "ขอโทษนะครับ"


    "อ๊ะ?!"


    เธอสะดุ้งสุดตัว หนังสือในมือแทบหลุดร่วง เธอรีบคว้ามันไว้ แล้วดันแว่นขึ้นด้วยมือสั่น ๆ จากนั้นสายตาของเธอก็ค่อย ๆ เลื่อนลงมายังกองหนังสือในอ้อมแขนของผม


    สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที "จะ... จะยืมทั้งหมดนี่เลยเหรอคะ?!"


    "ครับ"


    เธอกะพริบตาปริบ ๆ เหมือนกำลังประมวลผลคำตอบของผม จากนั้นจึงสูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติ


    "เอ่อ... หนังสือของห้องสมุดยืมได้ครั้งละไม่เกินสามวันนะคะ" เธอหยิบเอกสารขึ้นมา "ถ้าคืนเกินกำหนดจะถูกหักคะแนนสถาบันค่ะ"


    "เข้าใจแล้วครับ"


    เธอเริ่มลงทะเบียนทีละเล่ม ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะจัดการหนังสือทั้งหมดเสร็จ แต่หลังจากนั้น... เธอกลับยังไม่ยอมพูดอะไร มือทั้งสองข้างประสานกันอยู่บนโต๊ะ เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า


    ผมมองเธออยู่ครู่หนึ่ง "มีอะไรหรือเปล่าครับ?"


    "เอ๊ะ?" เธอสะดุ้ง ใบหน้าเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย "คือ..."


    เธอสูดหายใจเข้า "ฉันชื่อ... บีน่า แบร์ด ค่ะ อยู่ปีสอง...นะคะ"


    "เรน ซินเดอร์เกรฟครับ"


    "ค่ะ..." บีน่าพยักหน้า จากนั้นก็เงียบไปอีกครั้ง


    ผมรอ เธอกำมือแน่นขึ้น ก่อนจะพูดออกมาอย่างรวดเร็ว


    "คือว่า... สนใจจะลองเข้าชมรมห้องสมุดไหมคะ?!"


    "ชมรมห้องสมุด?"


    "ค่ะ!" เธอรีบอธิบาย "ห้องสมุดแห่งนี้ดูแลโดยสมาชิกชมรมห้องสมุดค่ะ พวกเราช่วยจัดหมวดหมู่หนังสือ ดูแลการยืมคืน แล้วก็ช่วยงานต่าง ๆ ของห้องสมุด"


    เธอเริ่มพูดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ "แล้วก็... อาจารย์ที่ปรึกษาของชมรมมีหน้าที่ดูแลห้องสมุดแห่งนี้โดยตรงด้วยค่ะ"


    เธอหยุดหายใจ "ถ้าเข้าชมรมก็จะได้รับค่าตอบแทนจากการทำหน้าที่บรรณารักษ์ด้วยนะคะ!"


    ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย ค่าตอบแทน? น่าสนใจ

    "แล้วก็สามารถยืมหนังสือได้นานกว่านักเรียนทั่วไปด้วยค่ะ"


    คราวนี้น่าสนใจกว่าเดิม

    ผมมองกองหนังสือที่เพิ่งยืมออกมา สามวัน... สำหรับหนังสือจำนวนนี้ไม่เพียงพอแน่นอน


    "ทำไมถึงชวนผมล่ะครับ?"


    บีน่าชะงัก "คือ..." เธอหลบตา "ฉันเห็นนายอ่านหนังสือประเภทที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ่านตั้งนาน โดยแทบไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยค่ะ"


    เธอชี้ไปยังกองหนังสือ "แถมยังยืมหนังสือจำนวนมากตั้งแต่วันแรกที่เปิดภาคเรียนอีก..." เธอยิ้มบาง ๆ "ฉันเลยคิดว่านายน่าจะชอบหนังสือมาก"


    เธอเว้นช่วง "แล้วนายก็ดูเหมือนจะเป็นนักเรียนปีหนึ่งด้วย..."


     นิ้วของเธอขยับไปมาอย่างประหม่า "ฉันคิดว่านายคงยังไม่มีชมรม ก็เลยลองชวนดูน่ะค่ะ... แต่ถ้าไม่สนใจก็ไม่เป็นไรนะคะ!"


    ผมไม่ได้ตอบทันที ผมกำลังคิด

    ชมรมห้องสมุด... ข้อเสียแทบไม่มี

    ไม่ใช่ชมรมที่ต้องเข้าแข่งขันหรือยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของนักเรียน มีสถานที่ประจำ สามารถเข้าถึงหนังสือจำนวนมาก ยืมหนังสือได้นานขึ้น ได้รับค่าตอบแทน

    และที่สำคัญ... มันสามารถใช้เป็นฉากบังหน้าได้


    การอยู่ในห้องสมุดเป็นเวลานานจะไม่ทำให้ใครสงสัย หากผมต้องการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเวทมนตร์ ประวัติศาสตร์ หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเซนิธ... ที่นี่คือสถานที่ที่เหมาะสมอย่างมาก


    นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นจุดพักและเคลื่อนไหวภายในสถาบันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

    ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องปฏิเสธ

    ผมมองบีน่า รุ่นพี่ปีสองที่กำลังรอคำตอบด้วยท่าทางประหม่า


    "ตกลงครับ"


    ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "จริงเหรอคะ?"


    "ครับ" ผมยิ้มบาง ๆ "ฝากตัวด้วยนะครับ รุ่นพี่บีน่า"


    บีน่าดูเหมือนจะตั้งตัวไม่ทัน เธอกะพริบตาหลายครั้ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโล่งอก


    "ค่ะ!"


    เสียงของเธอดังขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย จากนั้นเธอก็รีบก้มหน้าลงเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอเสียงดัง


    "...ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชมรมห้องสมุดนะคะ"


    ผมพยักหน้า "ครับ"

    คล้ายกับเรื่องสายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน