เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 99 ข้าจะทำให้ได้

                เมื่อตัวอักษรขนาดเล็กประจักษ์แก่สายตา เมิ่งฝานก็ตกตะลึงในทันใดเขานึกไม่ถึงเลยว่านี่จะเป็นวิชายุทธ์ที่เมิ่งซีใช้ในการต่อสู้บนลานกว้างเมื่อครู่ หมัดเงี้ยวโลกันตร์!

               เมิ่งฝานใช้เพียงความคิดก็อ่านคัมภีร์เล่มนั้นอย่างละเอียด แม้ว่าจะเป็นฉบับต้นแบบที่ค่อนข้างเก่าแต่ก็ทรงพลังและแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ดูท่าถึงแม้เมิ่งซีจะเกลียดเขาเพียงใดก็ยังทำประโยชน์ให้เขาหลายอย่าง!

               เมื่อคิดได้ดังนั้นเมิ่งฝานก็กระตุกยิ้มขึ้นมา อิงตามการฝึกฝนวิชาทะลวงธาราแล้วนั้นเป็นเรื่องยากที่เขาจะแสดงอานุภาพน่าสะพรึงที่แท้จริงของมันออกมาได้ในระยะเวลาอันสั้น

               แต่กับหมัดเงี้ยวโลกันตร์กลับหาใช่เช่นนั้นไม่ การต่อสู้ในลานกว้างเมื่อครู่เมิ่งซีได้สำแดงพลังของมันออกมาไม่น้อย เมิ่งฝานจึงไม่คิดว่าตนเองจะด้อยกว่าอีกฝ่าย

               ต่อมาพลังจิตของเมิ่งฝานถาโถมแล้วผสานพลังเข้ากับคัมภีร์หมัดเงี้ยวโลกันตร์ พลันมีเสียงอันแหบพร่าและชราดังขึ้นที่ข้างหูของเมิ่งฝาน “หมัดเงี้ยวโลกันตร์ อาศัยพลังในการฝึกฝน อาศัยความดุดันในการปลดปล่อย เมื่อใดที่อยู่ในขั้นเซียนก็คล้ายดั่งมีอาทิตย์เจ็ดดวงอยู่ในมือ สามารถหลอมละลายได้ทั่วสารทิศ!”

               หมัดเงี้ยวโลกันตร์นั้นถือเป็นวิชายุทธ์ที่ดุดันเหี้ยมโหดอย่างหนึ่ง เป็นการออกหมัดหลังจากที่รวบรวมพลังทั้งหมดในร่างกายไว้ด้วยกัน เมื่อใดที่ผู้ใช้ปล่อยหมัดออกไปจะมีแสงประกายคล้ายดั่งดวงไฟที่พุ่งปะทุ แม้หมัดจะยังไปไม่ถึงเป้าหมายแต่อานุภาพของมันก็ยิ่งใหญ่จนอีกฝ่ายสั่นสะท้าน!

               วิชายุทธ์ระดับอักษรหง ไม่มีเล่มใดง่ายต่อการฝึกฝน! การที่มันถูกเลือกเป็นหนึ่งในวิชายุทธ์ที่ควรค่าแก่การศึกษาของตระกูลเมิ่งก็พิสูจน์แล้วว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา เพียงประโยคที่ว่าดั่งมีดวงอาทิตย์เจ็ดดวงอยู่ในมือก็ทำให้หัวใจของเมิ่งฝานสั่นสะท้านแล้ว

               หลังจากที่กระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เมิ่งฝานจึงตัดสินใจฝึกฝนหมัดเงี้ยวโลกันตร์ตามวิธีการในคัมภีร์อยู่ภายในห้องอย่างใจเย็น

               เวลาผ่านไปสามวันเต็มๆ ที่เมิ่งฝานเก็บตัวบำเพ็ญตนอยู่ภายในห้องไม่ได้ออกไปที่ใด สนใจเพียงการฝึกฝนเท่านั้น

               ในที่สุด ในวันที่สามนั้นเมิ่งฝานลองขยับแขนทั้งสองข้างก่อนจะพบว่ามีระลอกคลื่นที่พิเศษปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทำให้อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังมีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นมาบนฝ่ามือของเมิ่งฝานอีกด้วย

               แสงนั้นก็คือแสงของวิชายุทธ์หมัดเงี้ยวโลกันตร์ พลังอันแข็งแกร่งที่เวียนวนอยู่บนฝ่ามือทำให้เมิ่งฝานรู้สึกราวกับว่าเป็นการทำลายล้างที่ไร้เทียมทาน

               “ไม่เลว หมัดเงี้ยวโลกันตร์นี้เหมาะสมกับเจ้าอย่างยิ่ง!”

               เสียงของรั่วสุ่ยอีดังออกมาจากไข่อสูรทมิฬ “สิ่งที่เจ้าฝึกฝนมาตลอดล้วนแต่เป็นมรรคาแห่งพลังทำลายล้างที่แข็งแกร่ง แม้ว่าวิชายุทธ์นี้จะมีระดับที่ต่ำไปเสียหน่อยแต่ก็เหมาะที่เจ้าจะฝึกฝน!”

               เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานจึงครุ่นคิดอยู่ในใจ แม้แต่วิชายุทธ์ระดับอักษรหงก็ยังบอกว่าต่ำเกินไป หากมีผู้ใดมาได้ยินเข้าก็คงจะหัวเราะจนฟันร่วง จากนั้นรั่วสุ่ยอีก็เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงเรียบดังเดิม “อือหึ ในเมื่อเจ้ามีเงินทองมากมายแล้วก็เปลี่ยนไปจัดการเรื่องอื่นเสียหน่อยก็แล้วกัน”

               เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยถามอย่างกังวลใจ “ท่านคิดจะทำสิ่งใดหรือขอรับ?”

               “ดูเจ้าในตอนนี้สิ!”

               รั่งสุ่ยอีส่งเสียง ‘หึ’ ออกมา แล้วเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ในเมื่ออยากฝึกบำเพ็ญตนย่อมต้องใช้เงินเป็นเรื่องธรรมดา อีกอย่างก็เป็นการใช้มันไปกับตัวเจ้าเองทั้งนั้น เจ้าคงจะจำซานเซียนเฉ่าในครั้งก่อนได้ใช่หรือไม่ แท้จริงแล้วยังขาดวัตถุดิบอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือเหล็กบริสุทธ์!”

               เมื่อได้ยินสิ่งที่นางเอ่ยออกมาเมิ่งฝานก็รู้ได้ทันทีว่าถุงเงินของตนคงต้องบางลงอีกแล้ว เหล็กบริสุทธิ์ถือเป็นสิ่งที่แข็งแรงทนทานที่สุดในบรรดาโลหะของอาณาจักรต้าก้านแห่งนี้ มันเหนือกว่าเหล็กสีนิลอย่างมาก เพียงแค่วัตถุดิบชนิดนี้ก็เป็นศัสตราวุธระดับสองแล้ว

               หลังจากที่เงียบงันไปชั่วครู่เมิ่งฝานจึงเอ่ยออกมาอย่างจนปัญญา “ต้องการมากเท่าใดขอรับ?”

               “หนึ่งหมื่นจิน!”

               “ให้ตายเถอะ ท่านกล้าพูดมันออกมาได้อย่างไรขอรับ!”

               สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ก่อนจะเอ่ยเสียงดังอย่างจนปัญญา

               เหล็กบริสุทธิ์หนึ่งหมื่นจิน ต้องใช้เงินมากมายเพียงใด? อีกอย่างเหล็กบริสุทธิ์ก็ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าและมีจำนวนน้อยยิ่งนัก ซ้ำยังหาได้ยากยิ่ง ต่อให้เป็นตลาดค้าขายขนาดใหญ่เหล็กบริสุทธิ์ก็ยังเป็นสิ่งที่ต่อให้มีคนเสนอราคาสูงเท่าใดก็ไม่มีขาย

               “ถึงอย่างไรข้าก็บอกวิธีแก่เจ้าแล้ว ส่วนจะทำหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วล่ะ!”

               รั่วสุ่ยอีหัวเราะออกมาเสียงเบา แล้วเงียบงันลงไปปล่อยให้เมิ่งฝานยืนมองอยู่อย่างนั้น แม้ว่าเมิ่งฝานจะกัดฟันแน่นอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ทำได้เพียงครุ่นคิดอย่างหนัก

               ในเวลาต่อมาไม่นานนัยน์ตาของเมิ่งฝานพลันวาวโรจน์ ภายในเมืองไท่หยางแห่งนี้ ผู้ที่เขาคุ้นเคยและคล้ายว่าจะเป็นผู้เดียวที่สามารถตามหาเหล็กบริสุทธิ์หนึ่งหมื่นจินมาได้คงจะมีเพียงหัวหน้าสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราเท่านั้น ตงหลายต้าซือ!

               เมื่อคิดได้ดังนั้นเมิ่งฝานก็พยักหน้า จัดแจงเสื้อผ้าแล้วออกจากห้อง

               เขาเดินมาถึงที่ทำการหลักของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราโดยไม่ได้เอ่ยอันใด ก่อนจะบอกกับผู้ดูแลว่าเขาต้องการพบตงหลายต้าซือ หลังจากที่รายงานขึ้นไปไม่นานก็มีคนพาเมิ่งฝานเดินไปยังส่วนลึกของสมาคม

               เมื่อมาอยู่เบื้องหน้าของจวนโบราณแห่งหนึ่งเขาก็พบว่ามีการควบคุมดูแลที่ต่างไปจากสมาคม ดูคล้ายว่าที่นี่จะเก่าแก่และเงียบสงบอย่างมาก เมื่อมองเข้าไปเด็กหนุ่มที่รู้ว่าที่นี่คือที่พักของตงหลายต้าซือจึงเดินตรงเข้าไป 

               เมิ่งฝานเดินตามทางเดินเส้นยาวไปพลางพยักหน้าอย่างเงียบงัน บริเวณโดยรอบของเส้นทางซึ่งมุ่งตรงไปยังศาลาริมน้ำนั้นเป็นทิวทัศน์อันสวยงาม แล้วในวินาทีต่อมารูม่านตาของเมิ่งฝานก็หดเล็กลง เพราะเขาไม่ได้มองเห็นตงหลายต้าซือแต่กลับมองเห็นเซี่ยหลันกับหลินถังแทน

               เมื่อเห็นเมิ่งฝานปรากฏตัวขึ้นทั้งสองก็เดินเข้ามาหา ใบหน้าของเซี่ยหลันแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน สุดท้ายจึงเอ่ยเสียงเบา “ขอบใจเจ้ามาก เมิ่งฝาน!”

               เมิ่งฝานยิ้มรับก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นขอรับ!”

               เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยหลินก็กัดฟันแน่น การที่คนอย่างนางสามารถเอ่ยคำขอบคุณออกไปนั้นนับว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ แม้อยากจะมอบของตอบแทนน้ำใจแต่ก็ไม่รู้ว่าตนเองควรจะเอาของสิ่งใดออกมา ซึ่งผู้ที่มีแววตาเฉียบคมมองเมิ่งฝานตอนที่ต่อสู้กับเมิ่งซีเพียงครู่เดียวก็รู้ได้ทันทีว่าวิชายุทธ์แห่งพลังปราณที่อีกฝ่ายใช้นั้นไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

               แม้จะไม่รู้ว่าเมิ่งฝานเป็นผู้ใดมาจากที่ใด แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขานั้น...ไม่ได้ขาดวัตถุดิบในการฝึกฝน

               ทว่าหลินถังที่อยู่ข้างกายกลับมีสีหน้าบ่งบอกถึงความดีใจเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยเสียงดัง “พี่ใหญ่เมิ่งฝาน พวกข้าต้องไปจากเมืองไท่หยางจึงมาบอกลาตงหลายต้าซือ ตอนที่พี่ใหญ่แสดงความสามารถในลานกว้างนั้นหล่อเหลามากจริงๆ ท่านจะเป็นต้นแบบของข้าหลินถังผู้นี้ไปตลอดชีวิต!”

               ในระหว่างที่เอ่ยวาจาหลินถังคล้ายดีใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นการพูดจาที่เกินจริงไปเสียมาก

               ซึ่งนั่นก็ทำให้เมิ่งฝานและเซี่ยหลันต่างก็กลอกตาขาวให้กับเขา จากนั้นเมิ่งฝานก็พยักหน้ารับแล้วเอ่ยถามเสียงเบา “อ้อ แล้วนี่พวกเจ้าจะกลับไปทำสิ่งใดหรือ?”

               “ข้าว่าจะเปิดร้านค้าสักแห่ง!”

               นัยน์ตาของหลินถังวาวโรจน์ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม

               ทั้งเมิ่งฝานและเซียหลันต่างก็ชะงักงันไปชั่วครู่ เพราะไม่ค่อยได้พบเห็นท่าทีจริงจังถึงเพียงนี้ของหลินถัง

               เซี่ยหลันกระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ชอบใจเท่าใดนัก “เปิดร้านค้า หึหึ เจ้ามีเงินลงทุนมากมายเพียงนั้นเลยหรือ? ดูเหมือนว่าเงินเพียงเล็กน้อยของเจ้าน่าจะยังไม่มากพอที่จะเปิดร้านค้าในเมืองซ่างจิงหรอกนะ!”

               สีหน้าของหลินถังหม่นหมองลงไปในทันใด สุดท้ายจึงเอ่ยอย่างจนปัญญา “แม้เวลานี้ยังไม่มี แต่ข้าจะพยายามหามันให้ได้!”

               เงินลงทุน?

               เมิ่งฝานชะงักงันไปชั่วครู่ แล้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ต้องใช้เท่าใด?”

               “อย่างน้อยก็ต้องราวๆ สองแสนเหรียญทองคำ...”

               หลินถังเอ่ยอย่างจนปัญญาและมีสีหน้าคิดหนัก “แม้จะเป็นรอบนอกของเมืองซ่างจิง การเปิดร้านค้าแห่งหนึ่งก็ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก น่าเสียดายที่คลังสมบัติเล็กๆ ของข้าโดนพวกจอมยุทธ์น้อยของเมืองซ่างจิงผลาญไปจนหมดแล้ว แต่ข้าจะพยายามหามันมาใหม่ให้ได้ หากปีนี้ยังหาไม่ได้ก็หาอีกในปีหน้า แม้ข้าจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากตระกูล แต่ข้าจะต้องทำได้แน่นอน!”

               เมื่อได้ยินเช่นนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานพลันวาวโรจน์ พรสวรรค์ในด้านการค้าขายของหลินถังเป็นเรื่องที่เขาไม่อาจเทียบได้เป็นแน่ ส่วนเงินจำนวนสองแสนเหรียญทองคำสำหรับเมิ่งฝานก็นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย ถึงขั้นที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยมีผ่านมือเลยด้วยซ้ำ

               แต่เมื่อได้เห็นความรู้สึกที่ส่งผ่านนัยน์ตาของหลินถัง เมิ่งฝานก็รู้สึกว่านี่เป็นนัยน์ตาที่เขาเคยได้สัมผัสมาก่อน

               มันคือความไม่ยอมจำนนอย่างนั้นหรือ?

               หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่เมิ่งฝานจึงเอ่ยเสียงเรียบ “เอาแบบนี้ดีหรือไม่ ข้าจะให้เงินเจ้าไปลงทุน ส่วนเจ้าก็เป็นคนจัดการเรื่องค้าขาย?”

               “เจ้าว่าอย่างไรนะ จะลงทุนร่วมกับเขาอย่างนั้นหรือ?” เซี่ยหลันที่อยู่ข้างกายเอ่ยถามด้วยความสงสัย

               “มีสิ่งใดที่ไม่ควรทำอย่างนั้นหรือ?” เมิ่งฝานเอ่ยถามเสียงเบา

               เซี่ยหลันส่ายหน้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “เจ้าอ้วนหลินผู้นี้มีนิสัยที่ชอบเที่ยวเตร่มาโดยตลอด ไม่เคยลงมือทำสิ่งใด ต่อให้เริ่มทำสิ่งใดก็มักจะทิ้งๆ ขว้างๆ เจ้าให้เงินเขาไปอีกไม่กี่วันก็คงจะหมดไปกับการพนันเสียหมด!”

               แม้เซี่ยหลันจะเอ่ยเช่นนั้นแต่เมิ่งฝานเพียงหัวเราะเสียงเบา ก่อนที่บัตรอินทนิลจะปรากฏขึ้นในมือ เขาหันกลับไปมองหลินถังก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ข้าเชื่อเจ้าหลินถัง ทำมันให้ดี!”

               หลินถังสบตากับเมิ่งฝานในชั่วพริบตา ก่อนที่ร่างอ้วนนั้นจะสั่นเทา จากนั้นหลินถังก็คุกเข่าลงตรงหน้าของเมิ่งฝานแล้วเอ่ยพร้อมน้ำตาที่ไหลนองหน้า “ขอบคุณพี่ใหญ่ ท่านทำให้ข้ามีความกล้าและสอนให้ข้าเป็นลูกผู้ชาย เชื่อข้าเถอะ ข้าหลินถังผู้นี้จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง สักวันหนึ่งข้าจะช่วยให้ร้านของท่านขยายสาขาไปทั่วพรมแดนจตุทิศ ท่านมีข้อกังขาใดหรือไม่ขอรับ พี่ใหญ่เมิ่งฝาน!”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้น พลันมีเสียงของการคุกเข่าข้างเดียวดังขึ้น!

               เมิ่งฝานมองไปยังหลินถังที่คุกเข่าข้างเดียวลงไปบนพื้น หลังจากนั้นจึงพยักหน้ารับแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่มี!”

               เมื่อพูดจบเมิ่งฝานจึงยื่นบัตรอินทนิลนั้นให้แก่หลินถัง หลินถังก็นำเอาเงินภายนั้นไปส่วนหนึ่ง บัตรอินทนิลนี้สามารถเคลื่อนย้ายจำนวนเหรียญทองคำไปยังอีกบัตรหนึ่งได้ด้วยการแตะสัมผัสกันกับบัตรอีกใบ หลังจากที่หลินถังนำเงินสองแสนเหรียญทองคำไปก็ก้มหัวเคารพเมิ่งฝานก่อนจะเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ “พี่ใหญ่ ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง!”

               เมื่อพูดจบร่างอ้วนของเขาก็หันหลังเดินจากไป ไม่นานร่างอ้วนนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปจากทางเดินเส้นยาว

               เมื่อเซี่ยหลันเห็นว่าแผ่นหลังของหลินถังหายไปแล้วจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยความชะงักงัน “เจ้าเชื่อเขาจริงหรือ? เปิดสาขาไปทั่วพรมแดนจตุทิศ? หึหึ ต่อให้เบื้องหลังของเขาคือสมาคมเก้าดินแดนผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่มีทางทำได้แน่!”

               เมิ่งฝานปรายตามองเซี่ยหลันก่อนจะส่ายหน้า หลังจากนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องบางอย่างท่านก็ไม่มีวันเข้าใจหรอก!”

            “มันคือสิ่งใด?” เซี่ยหลันกระตุกยิ้มแล้วมีสีหน้าที่เย็นชา แต่ก็รู้สึกอยากรู้ด้วยเช่นกัน

           “คำสัญญาของลูกผู้ชาย!” เมิ่งฝานเอ่ยออกมาเสียงเรียบ

               คนบางคน ตายได้ ล้มเหลวได้ ยอมรับการเหยียดหยามได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็จะพยายามทำในสิ่งที่ตนเองให้คำสัญญาเอาไว้ ซึ่งหลินถังก็คือคนเหล่านั้น

               ตัวเมิ่งฝาน...ก็ไม่ต่างกัน การที่เขาช่วยเหลือหลินถังก็เพราะมองเห็นเรื่องที่ตนเองเคยประสบจากตัวของอีกฝ่าย เขาจากหมู่บ้านอูเจิ้นมาครึ่งปีและรู้ดีว่าการที่ตนเองยอมอดทนต่อความทุกข์ในยามนี้ ก็เพราะหวังว่าวันหนึ่งจะขึ้นไปยังเขาเทียนหานแล้วบอกกับมู่อวี่อินในประโยคนั้น

               สิ่งที่ข้าเคยเอ่ยเอาไว้ ข้าจะต้องทำมันให้จงได้!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน