[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    143 ทรุดหนัก

    “งูมันกลับเข้าไปในถ้ำอย่างนั้นเหรอ”


    “ท่านผู้นำ ไม่ใช่ งูยักษ์มันไม่ได้กลับเข้าไปในถ้ำ มันน่าจะอยู่ตรงนี้แล้วก็ถูกเก็บไปแล้ว”


    กลุ่มนักพรตบึงน้ำเย็นกวาดตามองออกไปรอบๆ สำรวจจุดที่พวกเขาบินหนีไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กระทั่งพวกเขาฟื้นฟูพลังวิญญาณและฟื้นฟูร่างกายจนกลับมาเป็นปกติจึงวกกลับมาดูอีกครั้ง หวังว่าการต่อสู้ที่เงียบลงไปทั้งสองฝ่ายที่ต่อสู้กันระหว่างคนกับงูยักษ์จะตายทั้งหมด


    อย่างไรก็ตามการเดินทางกลับมาของพวกเขากลับไม่พบร่างของงูยักษ์ เห็นเพียงแค่ศพคนมากมายกลายเป็นสีดำนอนตายอยู่รอบๆ ทันใดนั้นกลุ่มของหลวงจีนก็พุ่งออกมาจากป่ามองไปรอบๆเพื่อสำรวจเช่นกัน


    “พวกท่านได้กล้วยไม้วิญญาณไปหรือไม่”


    ทางฝั่งนักพรตบึงน้ำเย็นที่ถูกถามรีบตอบ ดูท่ากลุ่มหลวงจีนกำลังจะเปิดศึก คิดว่าพวกเขาเป็นผู้ครอบครองกล้วยไม้วิญญาณ


    “ไม่ พวกข้ามาไม่ทัน ดูเหมือนว่าจะมีกลุ่มคนเดินทางเข้ามาเก็บร่างของงูยักษ์ รวมไปถึงเก็บกล้วยไม้วิญญาณไป”


    “แล้วกลุ่มนั้นท่านพอจะรู้ไหม”


    นักพรตส่ายหน้า เขาไม่รู้ว่าเป็นใครที่ลงมือ คนที่คิดว่าจะต้องเป็นคนฆ่างูยักษ์และเก็บกล้วยไม้วิญญาณไปอย่างผู้นำกลุ่มราชสีห์เขี้ยวเหล็ก กลับนอนตายกลายเป็นศพในสถานที่แห่งนี้ ผู้นำทั้ง 4 ที่ยืนหยัดสู้อยู่ที่นี่ ล้วนตกตายไม่ต่างกัน


    “กระจายกำลังออกไปตามหาคนที่เห็นเหตุการณ์ ข้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่แห่งนี้”


    นักพรตสั่งคนของมันกระจายตัวออกไปตามหาผู้คนที่หลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ เขาต้องการรู้เหตุการณ์หลังจากพวกมันหนีไป ทางฝั่งหลวงจีนก็สั่งให้คนของเขากระจายกำลังไปเช่นกัน จากนั้นก็เดินทางไปยังหน้าทางเข้าถ้ำที่ตอนนี้ มีค่ายกลปิดทับเอาไว้ไม่ให้ใครเข้าไปข้างในอีก


    —----------------------------------


    บู้ม~!


    กร๊อก กร๊อก~!


    พลังงานวิญญาณระเบิดออกมาจากร่างกระแทกก้อนหินที่ปิดทางเข้าถ้ำจนลอยออกไปไกล ตงฟางที่กบดานดูดซับเลือดของงูยักษ์ตัวใหญ่สำเร็จเขาก็รีบบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายทันที


    “อีก 2 ครั้ง แค่เป็นระดับผันแปรวิญญาณและหาสมุนไพรอีก 1 ชนิดก็จะได้ใช้งานแล้ว”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง เขาพอใจกับร่างกายตอนนี้มาก หลังจากดูดซับเลือดของอสรพิษสามเศียรที่เปลี่ยนร่างไปเป็นสัตว์อสูรระดับ 8 เข้าไป แม้พลังวิญญาณของเขายังคงเป็นระดับจารึกวิญญาณขั้น 1 แต่ร่างกายของเขาที่ได้รับเลือดมันพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกจนความแข็งแกร่งของร่างกายเขามากกว่าปีศาจระดับจารึกขั้น 8 จากเดิมอยู่เพียงแค่ขั้น 5 เท่านั้น 


    เลือดงูยักษ์ที่เขาดูดซับลงไปกลับทำให้ร่างกายของเขาพัฒนา 3 ขั้นพร้อมกับมวลกล้ามเนื้อชุดใหม่ที่ทรงพลังกว่าเดิม 


    แต่ที่ทำให้เขาดีใจมากที่สุดเป็นชิ้นส่วนของวิญญาณยุทธ์ที่เหลือเพียงแค่ 3 ชิ้นเท่านั้น หากเขาทำการฟื้นฟูอีก 2 ครั้ง เขาจะได้วิญญาณยุทธ์ที่สมบูรณ์ สามารถใช้มันได้เหมือนคนอื่นๆ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสามารถเพิ่มวงแหวนวิญญาณเหมือนคนอื่นๆเพื่อเพิ่มพลังได้อีก การทำสัญญากับวงแหวนนี้เอง จะทำให้เขาเหนือกว่าระดับเดียวกัน ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับต้องคิดให้ดีก่อนว่าตัวของเขานั้น จะทำสัญญากับวงแหวนวิญญาณประเภทไหน เนื่องจากวิญญาณยุทธ์ของเขาไม่ใช่สายโจมตี มันเป็นวิญญาณยุทธ์ที่บอกตรงๆว่ามีความสามารถในการหลอมยาเพียงเท่านั้น


    “เอาล่ะ คงได้เวลากลับแล้ว”


    ตงฟางรีบมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านไป๋ การดูดซับพลังของกล้วยไม้วิญญาณทำให้เขาเสียเวลาไม่น้อยเพราะต้องใช้เวลาถึง 5 วันด้วยกัน รวมกับเวลาปรับร่างกายให้เข้ากับเลือดที่ดูดซับจากงูยักษ์ทำให้เขาเสียเวลาไป 7 วันยังไม่รวมกับวันที่เขาปลอมตัวเข้าไปในถ้ำ


    —------------------------------


    “ผู้นำนิกาย ไม่คิดจะไปดูสักหน่อยเหรอ”


    อาจารย์เฟยหงมองไปยังผู้นำนิกายที่บินมานั่งบนหลังคาตึกทักษะ พลางมองจ้องไปยังเมืองหลงไห่ ตอนนี้ผู้คนมากมายที่เดินทางมาดักรอตงฟาง ได้ถอนตัวออกไปจากเมืองมากกว่าครึ่งแล้ว จากข่าวการเดินทางของตงฟางที่ปล่อยไปเมื่อ 25 วันก่อน


    “มันไม่ตายหรอก อย่างมากก็เกือบตาย พวกที่เดินทางมาชุดนี้ยังไม่น่ากลัวพอจะฆ่าลูกศิษย์ของข้าหรอกนะ อีกอย่างหากเขาตาย เมืองหลวงคงหายไปราวครึ่งเมือง”


    “อยากรู้จริงๆ ว่าไอ้เด็กเหลือขอนี่มันมีภูมิหลังยังไง”


    “อย่าไปรู้เลย เดี๋ยวจะเหนือเปล่า”


    ผู้นำนิกายฉีกยิ้มกว้างมองไปยังทิศทางหมู่บ้านไป๋ พลางลุ้นให้ตงฟางเอาชีวิตรอดกลับมา เพราะภารกิจของสถาบันยังมีอีกมากให้ศิษย์สายนอกทำ


    —-------------------------------


    ตุบ!


    เสียงเท้าเหยียบลงไปบนพื้นสร้างความตกใจให้กับกลุ่มคนที่อยู่ในบ้านไม่น้อย หลังจากพวกเขาสัมผัสได้ถึงบุคคลที่ลอยลงมาจากท้องฟ้า หยุดตัวหน้าทางเข้าบ้านของพวกเขา



    “ข้าเอง”


    ตงฟางพูดให้คนในบ้านได้ยินเสียง ก่อนจะมีมีดบินหรืออาวุธลับซัดออกมา เขาที่เดินทางมาถึงช่วงกลางดึกจึงเดินเข้าไปในบ้างพลางมองดูทุกๆคนที่กำลังทำหน้าเหนื่อยอ่อน


    “เจ้าไปเดินเล่นที่ไหน ข้านึกว่าหายไปแล้วซะอีก”


    ป๋อเหวินลุกขึ้นมาพูดกับตงฟาง หลายอาทิตย์ที่ตงฟางหายไปพวกเขาทำงานหนักมากแทบไม่ได้นอน ตงฟางที่เปลี่ยนไปสวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มจึงเดินไปนั่งข้างประตูจุดที่เขาใช้หลับนอนในบ้านพักหลังนี้


    “ข้าบอกไปแล้ว ทำไมพวกเจ้าไม่ทำตาม”


    สิ่งแรกที่ตงฟางพูด ทำให้คนของสถาบันอี้หมิงลุกขึ้นจากเตียงเดินลงมาหาเขาด้วยความโกรธ เพราะสิ่งที่ตงฟางบอกพวกเขาให้ทำตาม กลับทำให้คนในหมู่บ้านไม่ชอบพวกเขามากยิ่งขึ้น จนพวกเขาไม่สามารถเข้าไปรักษาใครได้เลย หากคนเหล่านั้นไม่บาดเจ็บหนักจากอาการป่วย พวกเขาแทบไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้


    “ตงฟาง แกทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อใจเรา เพราะวิธีของแก ตอนนี้มี 53 คนแล้วที่ต้องตายแกรู้ไหม~!”


    “เป็นเพราะข้าเหรอ ฮ่าๆๆ พวกแกเป็นศิษย์หลักบ้าบออะไรกัน แค่จับตัวคนวางยาพิษที่เป็นแค่ระดับก่อตั้งวิญญาณยังทำไม่ได้ ควรลาออกจากศิษย์หลักไปนะ”


    “แก อย่าอยู่เลย”  หมัดเต็มไปด้วยพลังของระดับจารึกขั้น 5 พุ่งกระแทกแก้มของตงฟาง เขากลับยืนเอาหน้ารับหมัดสร้างความตกใจให้คนที่ชกไม่น้อยเพราะตงฟางไม่ได้แสดงท่าทางเจ็บปวดใดๆออกมาเลยสักนิด


    “กระจอกเองแล้วโทษคนอื่น”


    “แกพูดแบบนี้ไม่ได้ เป็นแกเองที่บอกให้เราใช้ไม้แข็งกับหัวหน้าหมู่บ้าน แต่เรากลับไม่พบพิรุธของเขาเลยสักนิด ยิ่งตรวจสอบหัวหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านที่อาการทรุกหนักลงก็โทษว่าเราเป็นสาเหตุ แกยังจะพูดได้อีกเหรอว่านี่มันไม่ใช่ความผิดของแก”


    “ก็พวกแกมันกระจอกนี่หว่า จริงไหม วิธีตรวจสอบก็มีมากมาย เอาล่ะ พรุ่งนี้พวกแกไม่ต้องทำอะไร”


    “หมายความว่ายังไง” คนของสถาบันอี้หมิงมองหน้าตงฟาง พวกมันโกรธมากๆ ตั้งแต่ตงฟางหายไปพวกมันก็ทำงานยากขึ้น หนำซ้ำคนที่พวกมันต้องรักษามีเพียงแค่กลุ่มที่ใกล้ตายเท่านั้น ทำให้เปลืองพลังมากแล้วยังไม่สามารถรักษาให้หายอีก ทำให้พวกมันรู้สึกจิตตกที่ต้องมีคนตายภายใต้การรักษามากมายขนาดนี้


    “นอน แล้วพรุ่งนี้พวกแกจะได้เห็นเองว่าข้าจะทำยังไงให้โรคนี้มันหายไปจากหมู่บ้าน”


    แม้จะโกรธคนของสถาบันอี้หมิงกลับต้องถอยห่างแล้วกลับไปนอน ทางฝั่งสถาบันดาราและสถาบันชิงอี้ที่อยู่บ้านอีกหลังพวกเขาก็ได้ยินเสียงทะเลาะจนลืมตาขึ้นมาฟัง


    —-------------------------------


    “พี่ เด็กหนุ่มคนที่หายไปมันกลับมาแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคนวางแผนให้เด็กพวกนั้นมาตรวจสอบเรา”


    “อือ ข้ารู้แล้ว ไม่ต้องห่วง ได้เวลาแล้วที่พวกมันจะต้องถอดใจแล้วเดินทางกลับ”


    ผู้นำหมู่บ้านเอนตัวลงนอนปล่อยให้น้องชายของมันกลับไปจับตามองกลุ่มคนทั้ง 8 ที่มาจากเมืองหลงไห่


    ตงฟางที่แอบฟังการพูดคุยทั่วหมู่บ้านเขาก็รับรู้ได้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมากมาย แต่ที่เขาสนใจมากกว่าหมู่บ้านไป๋ก็คือกลุ่มกองกำลังรอบๆหมู่บ้าน  จากเดิมมีเพียงแค่ 3 - 4 กองกำลังเท่านั้น ตอนนี้กลับมีมากกว่า 20 กองกำลังตั้งค่ายห่างจากหมู่บ้านไปราว 3 - 7 กิโลเมตร ตงฟางคิดว่ามันจะต้องมีเยอะกว่านี้อีกที่ตั้งค่ายอยู่นอกระยะตาทิพย์ของเขา


    —--------------------------


    ปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึง~!


    “มีใครอยู่ไหมคะ ช่วยด้วย ช่วยแม่ของหนูด้วย”


    ตงฟางที่ได้ยินเสียงเท้าของเด็กวิ่งมาจากระยะไกลได้ลืมตามองจ้องไปยังบานประตูบ้านของเขาที่ถูกเคาะเสียงดัง แต่เขากลับยังไม่เปิดประตูออกไปดูเพราะเขาอยากได้ยินเสียงตะโกนของหญิงสาวคนนี้อีกสักนิด 


    “ช่วยด้วย ใครก็ได้ หนูขอร้องล่ะ ช่วยแม่ของหนูด้วย”


    “พี่ชาย พี่ชายอยู่ไหม”


    ป๋อเหวินลืมตาตื่น เขามองไปยังตงฟางพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ตื่นตกใจกับเสียงตะโกนด้านนอกเลยสักนิด


    “เธอมาหาเรา 3 วันแล้ว แต่ไม่มีใครช่วยแม่ของเธอได้”


    “ลองแล้วหรือยัง” ตงฟางรู้ว่าเด็กที่กำลังเคาะประตูเป็นใคร เขากลับยังไม่ออกไปพบเพราะตอนนี้กำลังรอให้หัวหน้าหมู่บ้านเดินทางมาถึงก่อน ระหว่างนี้เขาก็ถามป๋อเหวินเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้เด็กคนนี้มาเคาะหน้าบ้าน


    “พวกเราไปแล้ว กลับพบว่าแม่ของเด็กคนนี้ป่วยหนักกว่าคนอื่นๆในหมู่บ้าน ตุ่มน้ำหนองของเธอแตกทั้งตัว จนพวกเราไม่กล้าเข้าใกล้ ถึงอย่างนั้นเธอกลับไม่ตาย”


    “งั้นเหรอ พอจะเข้าใจแล้ว”


    แอด~!


    ตงฟางเปิดประตูไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเคาะประตูจนมือแตกมีเลือดไหลออกมา เขาจึงโรยยายี่จงจนมือของเธอกลับมาหายเป็นปกติ


    “พี่ชาย พี่ชายกลับมาแล้ว ช่วยด้วย ช่วยแม่หนูด้วย”


    ตงฟางย่นคิ้วมองไปยังหญิงสาวตัวน้อยที่ไม่ได้ปกปิดตัวด้วยเสื้อผ้าอีกต่อไป เพราะตอนนี้บนร่างกายของเธอเต็มไปด้วยตุ่มมากมาย ทั้งๆที่ไม่น่าจะเป็นไปได้


    “พี่ชาย~!”


    “นำทางเร็ว”


    ตงฟางก้าวตามหลังหญิงสาวที่กำลังวิ่งด้วยความหวัง หลังจากเห็นตงฟางกลับมายังหมู่บ้าน เธอจึงรีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน พาตงฟางไปดูแม่ของเธอในทันที


    “พี่ชาย แม่อาการหนักมาก ช่วยแม่หนูด้วย”


    ตงฟางเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วใช้มือจับชีพจร พลางจับชีพจรของเด็กทารกที่อยู่ข้างๆ ปรากฎว่าสองแม่ลูกยังคงอยู่ในอาการที่รักษาได้ แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยตุ่มน้ำหนองแตกเลอะเต็มเตียงพวกเขาทั้งสองกลับไม่ได้ร้องตะโกนออกมาด้วยความทรมานเหมือนคนอื่นๆ


    สาเหตุที่พวกเขาไม่ร้องตะโกนจากความทรมานเป็นเพราะเนื้อที่เขาให้หญิงสาวตัวน้อยไปตากแห้งเก็บไว้กิน เขาทาสมุนไพรเอาไว้มากมาย หนึ่งในนั้นมีสมุนไพรระงับความเจ็บปวด  เขารู้ว่าเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นแต่ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้


    “เอาล่ะ ออกมาก่อน พี่ชายจะรักษาแม่ของหนูให้”


    ตงฟางใช้พลังจิตกระตุ้นร่างกายของหญิงสาวให้เกิดกระบวนการรักษาอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเขาก็นำยาฟื้นฟูระดับ 1 ให้หญิงสาวไป การมอบยาระดับสูงให้ ไม่ใช่เรื่องดีเพราะร่างของเธอจะระเบิดได้ จากพลังของเม็ดยาที่มากเกินไป จากนั้นตงฟางก็เริ่มใช้ยันต์มากมายเขียนทับลงไปบนร่าง เพื่อให้การรักษามันเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง จนสองแม่ลูกเริ่มมีการหายใจที่สม่ำเสมอ


    “พี่ชายถามอะไรหน่อย ทำไมเธอถึงป่วยได้”


    ตงฟางกวักมือเรียกเด็กน้อยเข้ามาใกล้ๆ เพื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กน้อยป่วย เขามั่นใจว่าตัวเองช่วยกระตุ้นร่างของเด็กหญิงคนนี้จนร่างกายสร้างภูมิต้านทานโรคขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง หากป่วยไม่น่าจะเป็นตุ่มหนองขึ้นมาเยอะแบบนี้


    “พี่ชาย หนูทำตามที่พี่ชายบอกทุกอย่าง แต่หลังจากพี่ชายจากไป ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำหมู่บ้านเขา…”


    แอด~!


    ประตูเข้าบ้านของเด็กสาวถูกเปิดเข้ามาเบา ๆ ตงฟางจึงมองไปยังชายชราที่เปิดเข้ามา พอมองผ่านชายชราออกไปเขาเห็นคนจำนวนมากยืนอยู่ข้างนอก ตงฟางจึงมองจ้องไปยังชายชราที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับจูงมือหญิงสาวตัวน้อยไปต้อนรับ












    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน