“ไม่ค่ะ นิดดีใจด้วยซ้ำที่เวลามีปัญหาแล้วพี่คิวนึกถึงนิดและไม่ว่าพี่จะมีปัญหาอะไรนิดก็พร้อมจะรับฟังและจะอยู่เคียงข้างพี่ตลอด”
เด็กสาวกล่าวอย่างจริงใจ
คิรากรเอื้อมมือไปดึงประตูให้ปิดลงแล้วเดินเข้าไปนั่งในห้อง วนิศราไปตักน้ำเย็นในกระติกเล็กๆมาให้เขา ซึ่งชายหนุ่มก็รับไปดื่มด้วยความกระหาย
“พี่พึ่งกลับจากงานโชว์ตัวมา นิดรู้ไหมว่าคืนนี้พี่ต้องวิ่งรอกถึงสี่งาน พี่เหนื่อยมากที่ต้องคอยทำตามความ้าของคนนั้นคนนี้อยู่ตลอดเวลา คนนั้นก็จะเอาอย่างนี้คนนี้ก็จะเอาอย่างนั้น พวกเขาทำเหมือนพี่เป็หุ่นยนต์คอยแต่จะตักตวงเอาผลประโยชน์จากพี่ ไม่เคยมีใครนึกถึงจิตใจของพี่เลย”
หลายต่อหลายคำพรั่งพรูออกจากปากของชายหนุ่มเมื่อเขาวางแก้วน้ำเย็นลง
“พี่คิวต้องเข้มแข็งนะค่ะ”
เด็กสาวนั่งลงข้างๆแล้วกล่าวอย่างรู้ว่าเขากำลังอยู่ในภาวะที่จิตใจอ่อนแอซึ่งอาจเกิดร่างกายที่เหนื่อยล้านั้นเอง
“พี่ก็มีแต่นิดเท่านั้นที่เป็กำลังใจ”
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปแตะแก้มเนียนของเด็กสาวเบาๆอย่างทะนุถนอม
“สัญญาได้ไหมว่าจะเป็อยู่อย่างนี้ตลอดไป”
คิรากรอ้อนวอนอ่อนหวาน
“ค่ะ นิดสัญญา”
วนิศรารับคำอย่างไม่ลังเล ใจอ่อนละลายไปแล้วกับคำพูดและแววตาของเขา
คิรากรรวบร่างของเด็กสาวเข้ามากอดด้วยความซาบซึ้งใจอีกครั้ง ดวงตาคมซึ้งของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเด็กสาว แล้วริมฝีปากอิ่มสีชมพูที่เผยออยู่น้อยๆนั้นก็ทำให้เขาลืมตัว จนต้องก้มลงไปััมันเบาๆด้วยริมฝีปากของเขาเอง
วนิศราเองก็ไม่ได้ขัดขืน เธอเคลิบเคลิ้มไปกับััอ่อนหวานของเขา ร่างบอบบางถูกรั้งขึ้นไปนั่งบนตักกว้าง เธอโอบกอดเขาไว้แล้วรับรู้ทุกััจากเขาด้วยหัวใจ ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาลูบไล้ไปตามข้างแก้มและซอกคอหอมกรุ่นอย่างหลงใหลพาให้เ้าของร่างยิ่งสั่นสะท้านหวั่นไหวจนต้องกอดรัดเขาให้แน่นขึ้น ความรักความปรารถนาที่ร้อนแรงแผ่อนุภาพเข้าครอบงำทั้งสองให้ลืมนึกถึงผิดชอบชั่วดีใดๆทั้งสิ้น
คิรากรประคองร่างของเด็กสาวพาให้นอนลงบนที่นอนโดยมีร่างแข็งแกร่งของเขาตามเคล้าเคลียแนบชิดไม่ห่าง แล้วเพลงรักที่แสนหวานก็ได้บรรเลงขึ้นซ้ำๆซากๆภายในห้องเช่าเล็กๆแห่งนั้น
+ + + + + + + + + + + + + +
“นิดโกรธพี่หรือเปล่า”
คิรากรกระซิบถามอยู่กับใบหูบอบบางของเ้าของร่างที่เขานอนกกกอดมาตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งสาง
“นิดจะโกรธคนที่นิดรักมากที่สุดได้อย่างไรค่ะ”
วนิศราตอบเบาๆด้วยท่าทีเขินอาย