เคล็ดคชสารวิญญาณมังกร

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 พายุฝนกำลังมา

            ไม่นานข่าวที่เยียนหลิงซานถูกสังหารก็ถูกเยว่มู่จือแพร่กระจาย อย่างไรเสียเยียนหลิงซานก็คือทูตที่จักรวรรดิส่งมา ต่อให้เยว่มู่จืออยากจะเก็บเรื่องนี้ไว้เพียงใด ก็ไม่อาจทำได้

            ในรายงานของเยว่มู่จือเขียนทั้งสาเหตุการตายและการกระทำของเยียนหลิงซานในช่วงที่พักอาศัยในเมืองอวิ๋นหลิว แน่นอนว่าท้ายที่สุดก็ต้องเอ่ยถึงถังเหล่ย

            เรื่องนี้ไม่อาจปิดบังได้ การที่เยว่มู่จือบอกความจริงล้วนเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเมืองอวิ๋นหลิวและตระกูลถัง อย่างน้อยพี่ชายทั้งสองคนของเยียนหลิงซานจะไม่ลงมือกับตระกูลถัง

            ข่าวที่ทูตถูกสังหารทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่ว ทางจักรวรรดิเตรียมส่งหน่วยตรวจสอบมาที่เมืองอวิ๋นหลิว

            ในขณะเดียวกัน ณ ฐานทัพของกองทัพหลินอวี่ที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนาในเมืองเทียนอวี่ มีบุรุษที่หน้าตาคล้ายกับเยียนหลิงซานอยู่หลายคนกำลังอ่านรายงานในมือ ด้วยใบหน้าที่ราวกับถูกมีดสลัก จนเหลือแต่เพียงใบหน้าขมึงทึง

             “ถังเหล่ยคนนี้คือใครกันแน่? ถึงกับกล้าสังหารเจ้าสาม ข้าจะไม่ให้มันมีโอกาสหนีออกจากจักรวรรดิเทียนอวี่!”

            คนผู้นี้ก็คือ ‘เยียนหลิงเทียน’ พี่ใหญ่ของเยียนหลิงซาน และรองแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงแห่งกองทัพหลินอวี่

            ขุนนางในจักรวรรดิเทียนอวี่รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเยียนหลิงซานกับเยียนหลิงเทียนอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อได้รับข่าวการตายของเยียนหลิงซาน พวกเขาก็มารายงานกับเยียนหลิงเทียนทันที

            ไม่ต้องรอให้จักรวรรดิส่งหน่วยตรวจสอบ เยียนหลิงเทียนก็ใช้ช่องทางลับของกองทัพหลินอวี่ เพื่อไปตรวจสอบสาเหตุการตายของเยียนหลิงซานที่เมืองอวิ๋นหลิวแล้ว

            ในเวลาเดียวกันเยียนหลิงเทียนก็ส่งคนไปรายงานเยียนหลิงชวนด้วย เพราะสถานะของเยียนหลิงเทียนค่อนข้างพิเศษ เรื่องบางเรื่องไม่อาจลงมือได้ จึงต้องให้เยียนหลิงชวนลอบสังหารถังเหล่ยผู้นี้แทน

            เยียนหลิงชวนเป็นผู้อาวุโสของนิกายเสิ่นอวี่ และศิษย์ของนิกายเสิ่นอวี่แทบจะกระจายอยู่ทั่วจักรวรรดิเทียนอวี่  ขอเพียงรู้รูปพรรณสัณฐานของถังเหล่ย พวกเขาจะต้องจับตัวไว้ไม่ให้หนีออกจากจักรวรรดิเทียนอวี่ได้แน่

            ข่าวทูตถูกสังหารเล่าลือไปถึงหูของราชาอวี่ เพราะจักรวรรดิเทียนอวี่ไม่เหมือนกับจักรวรรดิอื่น  การปกครองของจักรวรรดิเทียนอวี่นั้นมั่นคงมาก ขั้วอำนาจชั่วร้ายทั้งหลายจึงไม่กล้าลงมือกับทูตของจักรวรรดิเทียนอวี่ แต่เรื่องที่ทูตของจักรวรรดิถูกสังหารนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว

            ในวังหลวงของเมืองเทียนอวี่ ราชาอวี่ที่สวมใส่อาภรณ์สูงศักดิ์กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประทับ และอ่านรายงานตรงหน้า ในนั้นเขียนถึงเรื่องที่เยียนหลิงซานถูกสังหาร

             “เยียนหลิงซาน? เยียนหลิงซานผู้นี้มีความเกี่ยวข้องกับรองแม่ทัพกองทัพหลินอวี่ เยียนหลิงเทียนหรือไม่?”

            แม้ราชาอวี่จะไม่เคยได้ยินชื่อของเยียนหลิงซานมาก่อน แต่ราชาอวี่ค่อนข้างสนใจเยียนหลิงเทียนที่มีฐานะเป็นรองแม่ทัพของกองทัพหลินอวี่

             “ทูลฝ่าบาท เยียนหลิงซานผู้นี้คือน้องชายสายเลือดแท้ของแม่ทัพเยียนหลิงเทียน เล่ากันว่าเรื่องการทูตครั้งนี้ ก็มีแม่ทัพเยียนหลิงเทียนเป็นคนเตรียมการ”

            ชายชราผมขาวคนหนึ่งข้างกายราชาอวี่กล่าวออกมา

             “เหอะ กองทัพหลินอวี่ยิ่งอยู่ยิ่งเหิมเกริม ถึงกับเข้ามายุ่งเรื่องทูตการแข่งหวู่เต้าด้วย”

            สีหน้าของราชาอวี่ไม่สบอารมณ์นัก การแข่งขันหวู่เต้าคือการแข่งที่ท่านเป็นผู้จัดด้วยตัวเอง ทูตการแข่งล้วนมีหน่วยงานคอยเลือกสรรโดยเฉพาะ

            ในฐานะที่เยียนหลิงเทียนเป็นรองแม่ทัพกองทัพหลินอวี่ ถึงกับมอบอำนาจให้น้องชายของตัวเองเป็นทูต นี่เป็นหลักฐานว่าอำนาจของกองทัพหลินอวี่นั้นมากเพียงใด

              “ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ”

            ชายชรารีบกล่าวขึ้น

            เรื่องที่กองทัพหลินอวี่ทำตัวหยิ่งผยองในจักรวรรดินั้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันสองวัน เพราะพลังของกองทัพหลินอวี่แข็งแกร่งมาก จนเรียกได้ว่าเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดิ

            จุดประสงค์ในการก่อตั้งกองทัพหลินอวี่ก็เพื่อพิทักษ์ราชวงศ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กองทัพหลินอวี่กลับเริ่มติดต่อกับขุนนางในจักรวรรดิ ตอนนี้แม่ทัพใหญ่ของกองทัพหลินอวี่ก็แต่งงานกับธิดาของซานโหวเหยี่ยแห่งจักรวรรดิเทียนอวี่แล้วด้วย        ซานโหวเหยี่ยปกครองอยู่ที่เขตตะวันตกเฉียงใต้ของจักรวรรดิเทียนอวี่ เขามีใจคิดคด คาดเดาได้ยาก และอาจก่อกบฏได้ตลอดเวลา นั่นทำให้ราชาอวี่กังวลเรื่องนี้อยู่เสมอ

             “ถังเหล่ยหรือ?”

            เมื่อราชาอวี่อ่านถึงตอนท้าย ก็เห็นชื่อของผู้ที่สังหารเยียนหลิงซาน แล้วหลุดปากออกมา

            ชื่อนี้ไปกระตุ้นความทรงจำของราชาอวี่ ทำให้เขานึกถึงบุตรบุญธรรมของราชันตง นักปรุงยาระดับหกผู้โดดเด่นในโลกตงฮวง

            แต่เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องต้องห้ามของโลกตงฮวงไปแล้ว ไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องนี้ในโลกนั้น และไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อของถังเหล่ยต่อหน้าราชันตง

             “น่าสนใจ ในนี้เขียนว่าถังเหล่ยเป็นระดับผู้ชำนาญยุทธ์ แต่เยียนหลิงซานเป็นระดับยอดยุทธ์ เหล่าไป๋ เจ้าคิดว่าถังเหล่ยสังหารเยียนหลิงซานได้อย่างไร?”

            เหล่าไป๋ที่ราชาอวี่เรียก ก็คือชายชราผมขาวด้านข้างผู้นั้น

             “นี่...ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ดูไปแล้วถังเหล่ยผู้นี้คงมีความสามารถไม่น้อย!”

            ใบหน้าของเหล่าไป๋แฝงไปด้วยรอยยิ้ม เรื่องนี้สำหรับพวกเขาแล้ว เป็นแค่เรื่องสนุกเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ชำนาญยุทธ์หรือยอดยุทธ์ล้วนไม่อยู่ในสายตาของราชาอวี่

            ใบหน้าของราชาอวี่ก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตได้ ชายชราไม่เข้าใจความหมายเบื้องหลังชื่อถังเหล่ยนี้ แต่ราชาอวี่รู้ว่านี่เป็นเพียงคนที่บังเอิญชื่อซ้ำกันเท่านั้น

             “ในเมื่อมีความสามารถอยู่บ้าง ไม่สู้เรียกเขาเข้าวังเทียนอวี่มาเล่า?”

            ราชาอวี่เก็บรายงาน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

            เหล่าไป๋ผงะ เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดราชาอวี่ถึงพูดเช่นนี้

             “ฝ่าบาท ถังเหล่ยผู้นี้สังหารทูตของจักรวรรดิเราไป และยังเป็นถึงน้องชายของรองแม่ทัพหลินอวี่ ยังไงเยียนหลิงเทียนย่อมไม่ยอมปล่อยถังเหล่ยผู้นี้ไปแน่!”

            ในใจของเหล่าไป๋ ยังไงถังเหล่ยต้องตายเป็นแน่ อาศัยเพียงฝีมือของกองทัพหลินอวี่ ต่อให้ถังเหล่ยหนีไปไกลแค่ไหน ก็ไม่อาจหนีออกไปจากจักรวรรดิเทียนอวี่ได้

             “สังหารแล้วจะทำไม? ข้าอยากช่วยถังเหล่ยผู้นี้ หรือว่าเยียนหลิงเทียนกล้าขัดคำสั่งข้า?”

            น้ำเสียงของราชาอวี่เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย

             “ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ  ถึงฝ่าบาทจะปล่อยถังเหล่ยไป ก็ยากที่จะหยุดการลอบลงมือของแม่ทัพเยียนหลิงเทียนได้ แค่เขาคนเดียวไม่มีค่าพอให้สร้างความบาดหมางกับกองทัพหลินอวี่”

            เหล่าไป๋กล่าวโน้มน้าวอยู่ด้านข้าง การที่ราชาอวี่ต้องการปล่อยถังเหล่ยไป ต้องทำให้เยียนหลิงเทียนไม่พอใจแน่ นี่ไม่เป็นผลดีต่อการปกครองของราชาอวี่

             “ไม่พอใจหรือ? เฮอะ ข้าก็อยากจะเห็นนักว่ากองทัพหลินอวี่จะไม่พอใจขนาดไหน หลายปีมานี้พวกมันสุขสบายเกินไปแล้ว หากไม่ไปเคาะเตือนสติสักหน่อย มันอาจจะลืมราชาอวี่อย่างข้าไปแล้วก็ได้!”

            ความต้องการจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่เรื่องของถังเหล่ย เขาคนเดียวไม่มีค่าในใจของราชาอวี่อยู่แล้ว เขาแค่อยากรู้ว่ากองทัพหลินอวี่จะมีปฏิกิริยาอย่างไรมากกว่า

            หากเยียนหลิงเทียนกล้าใช้เรื่องนี้มาเป็นประเด็น ราชาอวี่ก็จะฉวยโอกาสกำจัดรองแม่ทัพผู้นี้เสีย!

             “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว แต่กองทัพหลินอวี่คงจะเคลื่อนไหวไปแล้วเป็นแน่ หากเราคิดจะช่วยถังเหล่ย ก็ต้องเคลื่อนไหวให้เร็วกว่า!”

            เหล่าไป๋ติดตามราชาอวี่มานับร้อยปี แค่ราชาอวี่อ้าปาก เขาก็เข้าใจความหมายแล้ว ทั้งยังเริ่มช่วยราชาอวี่วางแผนก้าวต่อไปด้วย

             “สั่งการองครักษ์อวี่ลงไป ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าต้องการให้ถังเหล่ยมีชีวิตรอดมาถึงเมืองเทียนอวี่!”

            ทันทีที่ราชาอวี่สั่งการ กลุ่มทหารลับกองหนึ่งก็ออกจากเมืองไป บางทีถังเหล่ยอาจจะยังไม่รู้ว่าทั้งจักรวรรดิเทียนอวี่ล้วนส่งกองกำลังลับหลายกองเคลื่อนไหว เพียงเพราะเขาคนเดียว…

            คลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำเข้าหากัน เป้าหมายของทุกคนล้วนพุ่งไปที่ถังเหล่ย 

    คล้ายกับเรื่องเคล็ดคชสารวิญญาณมังกร ที่คุณอ่าน