เงื่อนไขของข้อตกลงคือเงินสิบล้านหยวนและสถานที่จัดตั้งบริษัท!
สองสิ่งนี้สําหรับต้าชางผู้มั่งคั่งในอันดับต้นๆของซูโจวและฟางหยวนเพื่อนของเขาแล้ว...ไม่นับเป็นอะไรได้!
ดังนั้นแล้วหลังจากที่ทําข้อตกลงกันเรียบร้อยจางเจิ้น ต้วนหยาง และพวกเขาก็ได้สนทนากัน
“พ่อหนุ่มจางถ้าไม่เป็นการรบกวนเธอ ฉันอยากให้เธอวาดภาพให้พวกเราดูหน่อย’’ต้าชางเข้าเรื่องในที่สุด เขาได้เชิญเพื่อนของเขาฟางหยวนมาเพื่อการนี้
ฟางหยวนพยักหน้าเห็นด้วยหลังจากที่ทําความรู้จักกันแล้วเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าชายหนุ่มแซ่จางเป็นคนดีคนหนึ่งตอนนี้เขาจึงอยากเห็นฝีมือในการวาดภาพของชายหนุ่มเป็นอย่างมากแล้ว
“เจิ้นนายวาดภาพเป็นด้วยอย่างนั้นเหรอ?’’ทางด้านของต้วนหยางที่ได้ยินก็ดูจะไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เท่าที่เขาจําได้แม้ในสมัยเรียนมัธยมจะมีการสอนศิลปะวาดภาพอยู่บ้างแต่เพื่อนของเขาน่ะนอกจากจะวาดไม่เก่งแล้ว ยังวาดได้ห่วยสุดๆไปเลยล่ะแล้วแบบนี้น่ะเหรอจะให้เรียกว่าวาดเป็น?
จางเจิ้นไม่ได้ตอบคําถามเพื่อนของเขาเขาเพียงแสดงความครุ่นคิดออกมาก่อนเริ่มยิ้มบางในที่สุด
“ก็ได้ครับผมเองก็อยากวาดภาพอยู่พอดีเลยเหมือนกัน’’
ตั้งแต่วาดสี่ฤดูผันแปรไปเขาก็ไม่ได้วาดมันอีกเลย ตอนนี้เขาจึงอยากทดสอบดูว่านทีแห่งความละเอียดอ่อนของเขาพัฒนาไปถึงขีดขั้นไหนแล้ว
ต้าชางเองก็ไม่รอช้าที่จะสั่งให้คนรับใช้ไปนําอุปกรณ์การวาดมา และจัดเตรียมที่นั่งให้กับชายหนุ่ม
และทันทีที่ทุกอย่างถูกจัดเตรียมขึ้นเรียบร้อยจางเจิ้นก็เดินไปนั่งและเตรียมวาดภาพ
ระหว่างนี้เองต้วนหยางจึงอดถามต้าชางออกไปไม่ได้
“คุณอาชางเพื่อนของผมบอกว่าเขาได้ช่วยเหลือคุณเอาไว้ คงไม่ใช่ว่าเขาวาดภาพให้คุณหรอกนะ?’’
สําหรับเขาแล้วเรื่องนี้มันออกจะน่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยอีกอย่างฝีมือแบบไหนกันแน่ถึงได้ทําให้ CEO อย่างอีกฝ่ายอยากเห็นมัน?
“แน่นอนเพื่อนของเธอน่ะเก่งสุดๆไปเลย แม้แต่อาจารย์หลูก็ไม่สามารถเทียบได้’’ต้าชางพยักหน้า เขาไม่ได้แปลกใจกับความไม่รู้ของอีกฝ่ายเพราะบางทีชายหนุ่มแซ่จางก็คงจะไม่ได้แสดงเรื่องนี้ออกมา ให้คนรอบข้างรู้
ไม่อย่างนั้นแล้วคนแซ่เหม่ยตอนนั้นจะดูตกใจเหมือนกันเหรอ?
“อาจารย์หลูก็ไม่สามารถเทียบได้…’’ต้วนหยางที่ได้รับคําตอบก็ตกตะลึงก่อนมองไปที่เพื่อนของเขาด้วยความซับซ้อนเวลาแค่ไม่กี่ปีสามารถทําให้คนๆหนึ่งมีความสามารถมากมายขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอ?
ความรู้วิทยาศาสตร์ชีววิทยาที่เหนือลํ้า...แก้ไขวิทยานิพนธ์ของบุคคลระดับศาสตราจารย์ได้อย่างง่ายดาย...แล้วยังมีฝีมือการวาดภาพที่แม้แต่อาจารย์หลูจิตรกรชื่อดังก็ไม่สามารถเทียบได้!
เจิ้น...นายน่าทึ่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!
บอกได้เลยว่าในตอนนี้ชายหนุ่มแซ่ต้วนรู้สึกว่าเพื่อนของเขาเปลี่ยนไปราวกับคนละคนโดยอย่างสิ้นเชิง
ขณะเดียวกันชายหนุ่มแซ่จางที่ได้เริ่มการวาดภาพ ก็ได้ทําให้ทุกๆคนเริ่มแสดงสีหน้าแห่งความไม่อยากเชื่อออกมา
“เทคนิคการวาดภาพของเขามันคืออะไรทําไมถึงได้ดูรื่นไหลราวกับเปลี่ยนแปลงได้ตามนึกคิดแบบนี้?’’ต้าชางเป็นคนแรกที่พูดออกมาด้วยความตกใจ เขาเคยเห็นจิตรกรชื่อดังหลายคนวาดภาพพวกเขามีเทคนิคการวาดแตกต่างกันไปแต่หากนํามาเทียบกับเทคนิคตรงหน้านี้แล้ว...ไม่สามารถนับเป็นอะไรได้เลย
“ขนาดศิษย์ยังมีความสามารถเช่นนี้อาจารย์ของเขาเสินอู่ฟงจะขนาดไหนกันนะ?’’ทางด้านของฟางหยวนเองก็มีสีหน้าอัศจรรย์ใจให้เห็น เขาจําได้ว่าเพื่อนของเขาบอกว่าชายหนุ่มคนนี้นอกจากจะมีฝีมือที่สูงลํ้าแล้วอีกฝ่ายยังเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ผู้ลึกลับนามเสินอู่ฟงอีกด้วย
ดังนั้นเวลานี้ทั้งสองคนจึงมองหน้ากันและอดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้
เสินอู่ฟงผู้นั้นจะลึกลับเกินไปแล้ว!
‘เจิ้นนี่นายยังมีความลับอีกตั้งมากมายเท่าไหร่ที่ฉันยังไม่รู้?’’ มองภาพตรงหน้าต้วนหยางตกตะลึงเล็กน้อย แต่เขาก็เริ่มคุ้นชินไปกับมันเสียแล้วดังนั้นเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าต่อจากนี้แม้จะเห็นความสามารถอะอีกเขาก็ไม่ควรที่จะตกใจกับมันแล้ว
เพราะนี่คือเพื่อนของเขา...จางเจิ้น!
เวลาเดียวกันหญิงสาวแซ่ฟางที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เริ่มจะมีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป เธอไม่นึกไม่ฝันมาก่อนเลยว่าฝีมือของเขาจะน่าทึ่งขนาดนี้
แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจอยู่ดี…
แน่นอนว่าจางเจิ้นไม่ได้รับรู้ถึงความคิดเหล่านี้เขาเพียงแค่ตั้งใจนํานามธรรมนึกคิดของตัวเองถ่ายทอดลงไปผ่านผ้าใบสีขาวที่ว่างเปล่าตรงหน้า
ท่วงทํานองฟ้าดิน!
ทันทีที่สายลมพัดผ่านไป เขาก็ได้ผสานท่วงทํานองฟ้าดินเพิ่มเข้าไปทําให้ทุกๆการเคลื่อนไหวของเขา เต็มไปด้วยท่วงทํานองแห่งความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
พริบตารูปธรรมที่แจ่มชัดก็ได้เริ่มค่อยๆปรากฏให้เห็น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
ภาพของดินแดนโบราณกาลที่กว้างใหญ่ไพศาลได้เริ่มผุดขึ้นมาฉายให้เห็นถึงทิวทัศอันสวยงามของบ้านเมืองที่ถูกรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ก่อนปรากฏศาลากลางนํ้าที่สวยงามโดยมีสตรีสาวผู้หนึ่งอยู่ใจกลางของมัน
นางมีใบหน้างดงามปานเทพธิดาเรือนร่างขาวใสผุดผ่องราวหยกเจียระไนทรวดทรงอ่อนช้อยอันสง่างามดั่งเทพธิดาผู้สูงศักดิ์
ทําให้สายลมที่อ่อนโยนโดยรอบราวกับแสดงความยินดีแห่งการน้อมรับแด่นางออกมา
เหตุนี้เองทุกๆคนที่ได้เห็นไม่เว้นแม้แต่ฟางหยิงก็ต้องมีท่าทีเปลี่ยนไป
ทุกคนตกตะลึงเป็นอย่างมากพวกเขาไม่เคยเห็นหญิงสาวที่งดงามถึงเพียงนี้มาก่อนเลยยิ่งความรู้สึกที่เฉียบคมที่รู้สึกได้จากมันพวกเขาล้วนสัมผัสได้เลยว่านางเป็นคนที่สูงส่งและไม่อาจข้องเกี่ยวได้แม้แต่น้อย
นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร!
มีภาพวาดที่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของคนๆหนึ่งโดยสมบูรณ์เช่นนี้ได้ยังไง?
แท้จริงแล้วนางคนนี้เป็นใครกันแน่?!
บอกได้ว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นใครพวกเขาก็ล้วนเหลือเชื่อและอยากรู้เป็นอย่างมากถึงชื่อของภาพวาดและบุลคลที่ถูกวาดขึ้นมา
โดยเฉพาะฟางหยิงนอกจากเธอจะอยากรู้แล้ว เธอยังรู้สึกอิจฉาในความสวยงามของนางเป็นอย่างมากที่สง่างามซะจนเธอไม่สามารถเทียบได้!
นอกจากนี้แล้วการได้เห็นฉากที่ชายหนุ่มแซ่จางวาดภาพขึ้นมาเธอพลันรู้สึกชื่นชมและอ่อนข้อลงให้กับเขาโดยไม่รู้ตัวมันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเป็นเพราะอะไร
มีเพียงจางเจิ้นเท่านั้นที่ยังคงไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆออกมาเขาเพียงแค่มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเฉยเมย ก่อนจะตวัดพู่กันขีดเขียนชื่อของภาพวาดลงไป
พริบตาดวงอาทิตย์ก็ได้สาดแสงส่องลงมาที่ภาพวาด ก่อนฉายให้เห็นถึงความรู้สึกที่สมบูรณ์ยากเกินจะอธิบายของเทพธิดาผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง
ซึ่งนางคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก...สตรีสาวผู้เลอโฉม!
ธิดาศักดิ์สิทธิ์หลี่ซือ!
มองชื่อ‘ธิดาศักดิ์สิทธิ์หลี่ซือ’ บนภาพวาดจู่ๆใบหน้าเฉยเมยของจางเจิ้นก็เผยรอยยิ้มออกมา ดูเหมือนว่ายิ่งนทีแห่งความละเอียดอ่อนของเขาพัฒนาขึ้นมากเท่าไหร่การวาดภาพของเขาก็ยิ่งจะสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น
วินาทีต่อมา
ชายหนุ่มแซ่จางจึงหันไปมองทุกคนที่ตกตะลึงและเอ่ยว่า
“ผมวาดเสร็จแล้ว’’