เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 43 กับดักที่เอาไว้ดัก...?

    ย้อนไปก่อนที่กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่จะออกเดินทางจากที่พักชั่วคราวและก่อนการมาของกลุ่มของอิซาเบลล่ากับชาร์ลอตต์และอีวาน
    ในเวลานี้คือเหตุการณ์ครั้งสำคัญเพราะมันคือการประชุมข้อตกลงระหว่างกลุ่มมนุษย์ชุดดำกับกลุ่มภาคียอดมนุษย์และเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายไซคลอปส์ หัวหน้าของกลุ่มมนุษย์ชุดดำคือ รอยเกน โอเว่น (สำหรับใครที่ไม่รู้ว่ารอยเกนเป็นใครสามารถย้อนไปอ่านตอนที่ 17 ได้) หัวหน้าของกลุ่มภาคียอดมนุษย์คือ โลแกน เจเดน ส่วนหัวหน้าของเจ้าประหลาดที่คล้ายไซคลอปส์ทั้งหมด คือ เลียม
    รอยเกนเมื่อเห็นสมควรแก่เวลาแล้วก็พูดเปิดประเด็นขึ้น
    “คงได้เวลาแล้วนะ คุณเจเดนและคุณเลียมสำหรับการทำข้อตกลงครั้งนี้ ฉันต้องการแค่ลูเชียโน่เป็นเป้าหมายหลัก ส่วนเจ้าหญิงแห่งดาบเป็นเป้าหมายรองแต่เรื่องนี้คงเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มของคุณเจเดนไปแล้ว และคุณเลียมก็คงเป็นการกำจัดผู้บุกรุกให้หมดฉันคิดว่าข้อเสนอนี้มันก็น่าจะมีค่ามากพอให้พวกเราสามกลุ่มร่วมมือกันแล้วนะครับ”
    โลแกนกับเลียมผงกหัวอย่างเข้าใจเพราะมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆพวกเขาทั้งสามกลุ่มล้วนได้ประโยชน์ทั้งสามและมันก็จะเพิ่มโอกาสสำเร็จมากขึ้นด้วย
    โลแกนเผยรอยยิ้มก่อนพูดออกมา
    “ทำตามที่คุณโอเว่นว่าเถอะยังไงก็ไม่มีใครเสียประโยชน์ เพราะทั้งสามฝ่ายล้วนได้ประโยชน์”
    เลียมเองก็ไม่ต่างกันเป็นเพราะประโยชน์ทั้งสามฝ่ายด้วยและเพิ่มโอกาสในการทำสำเร็จมากขึ้นเพราะมันก็หลายครั้งแล้วที่ส่งพวกพ้องไปตายให้กับเจ้ากลุ่มผู้รุนรานกลุ่มใหญ่นั่น
    “อืม ในเรื่องนี้ฉันก็เห็นด้วย”
    รอยเกนเผยรอยยิ้มที่แสนพึงพอใจในผลสำเร็จของการเจรจาที่เป็นไปได้ด้วยดี
    “ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะครับ”
    ..........
    กลุ่มมนุษย์ชุดดำกับกลุ่มภาคียอดมนุษย์และพวกเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายไซคลอปส์ ก็รวมตัวกันไล่ตามกลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่มาอย่างติดๆนั่นคือที่มาของการที่เซล่ารู้สึกถึงความไม่สบายใจและผมเองก็วางแผนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยไปแล้วในขณะที่พวกมันไม่รู้ว่าพวกผมทั้งหมดรู้ตัวแล้ว
    “ทำตามที่วางแผนกันเอาไว้นะครับ คุณเจเดน คุณเลียม เมื่อเข้าไปในเขตป่าดิบชื้นก็ลงมือกันได้เลย”
    “ตกลง”
    “เข้าใจแล้ว”
    รอยเกนเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ครั้งนี้เองทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้ทั้งหมด และมันก็จะจบลงด้วยความสำเร็จอันงดงามผลงานครั้งนี้ถ้าสำเร็จต้องทำให้เขาสามารถขึ้นไปรับใช้ข้างกายของท่านหัวหน้ากลุ่มของมนุษย์ชุดดำราชาของพวกเขา เบนจามิน เดคลัน ชายที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดที่มีความสามารถเทียบเท่าจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเอสโทเนียคนนั้น
    ..........
    ในตอนนี้เองเป็นจังหวะที่พวกมันทั้งหมดนั่นก็คือกลุ่มมนุษย์ชุดดำกับกลุ่มภาคียอดมนุษย์และพวกเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายไซคลอปส์ ได้เดินเข้ามาในกับดักที่ผมได้สร้างเอาไว้เพื่อดัก...? ให้เข้ามา แต่จนถึงตอนนี้พวกมันก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยและตั้งหน้าตั้งตาตามพวกผมมาโดยที่ไม่สงสัยหรือสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอะไรเลย ที่ทำให้มันเป็นแบบนั้นก็คงเพราะความมั่นใจในตัวของพวกมันสูงลิ่วที่จะสามารถกำจัดกลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ลงได้
    ผมได้รังสรรค์ของสิ่งหนึ่งขึ้นมามันคือของในโลกก่อนที่มีประสิทธิภาพในด้านการสงครามนั่นก็คือระเบิดแสง 89FDWQ รุ่นพัฒนาขึ้นมาล่าสุดโดยสามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามตาบอดไปชั่วครู่ก่อนจะมองเห็นภาพหลอนที่เกิดขึ้นมาจากผลของระเบิดแสงตัวนี้ และผลของมันจะอยู่ไปนานกว่าสามชั่วโมงแต่ถ้าได้รับยาแก้ที่เป็นของเฉพาะก็สามารถทำให้ภาพหลอนหายไปได้แน่นอนว่าผมแจกจ่ายมันให้กับทุกคนแล้ว
    ผมไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมากขนาดไหนในโลกเวทมนตร์แบบนี้แต่โลกก่อนของผมนั้นได้ผลถึงขั้นที่ว่าทำลายองค์กรระดับกลางทิ้งได้ภายในเวลาไม่นานโดยใช้คนแค่สามสิบคน และพวกมันก็เข้ามาถึงจุดที่ผมคาดการณ์เอาไว้แล้วเรียบร้อย
    ผมหันหน้าไปพูดกับเซล่าที่กำลังถือคันธนูอยู่และเตรียมพร้อมในการยิงได้ทุกเมื่อ
    “เริ่มได้เลย เซ...เอมิเลีย”
    ลูกธนูที่ไม่สามารถสัมผัสรับรู้ได้พุ่งลงไปยังตัวจุดชนวนการทำงานของกับดักทำให้โดยรอบของพวกกลุ่มมนุษย์ชุดดำกับกลุ่มภาคียอดมนุษย์และพวกเจ้าตัวประหลาดที่คล้ายไซคลอปส์เกิดแสงเจิดจ้าขึ้นมาทำให้พวกมันตาบอดไปชั่วครู่ในทันที
    รอยเกนที่โดนเข้าไปก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือว่าจะมีคนจากกลุ่มอื่นโจมตีพวกเขาเข้ามา โดยในหัวของเขาไม่คิดว่ากลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่จะหันย้อนกลับมาโจมตีพวกมันเลยนี่มันต้อง...? ขนาดไหนถึงไม่คิดข้อนี้ขึ้นมา
    “นี่มันบ้าอะไร รีบใช้ผลลบล้างเร็วเข้า เดี๋ยวไม่ทัน... หืม!...”
    “อ๊ากกกกก”
    “ท่านรอยเกน....อ๊ากกกก”
    “เกิดบ้าอะไรขึ้น บ้าจริงต้องรีบลบล้างผลก่อน.....ไม่งั้น เดี๋ยวนะที่นี่มันที่ไหน”
    รอยเกนมองเห็นภูมิประเทศที่เป็นทุ่งหญ้าที่ยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา รอยเกนเข้าใจทันทีว่าเขากำลังโดนผลของภาพหลอนแปลกๆ เขาก็คิดไปทันที พวกมันเป็นใครถึงมีพลังเวทมนตร์ที่รุนแรงขนาดว่าสามารถสร้างภาพลวงตาขึ้นมาได้ ยังดีที่เขาเตรียมของที่แก้มาด้วยเขารีบใช้มันลบล้างในทันที ทางด้านโลแกนและเลียมก็โดนภาพหลอนลักษณะนี้เช่นกันแต่ก็มีวิธีสามารถปลดมันออกได้
    แต่ว่าทันทีที่หลุดจากภาพหลอนก็พบเข้ากับกลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ที่ล้อมพวกเขาทั้งสามเอาไว้ ส่วนคนในกลุ่มทั้งหมดที่เป็นคนของรอยเกนกับโลแกนรวมไปถึงเจ้าตัวประหลาดทั้งหมดก็ตายไปทั้งหมดแล้ว ด้วยคมดาบบ้าง ด้วยธนูบ้าง ด้วยทักษะบ้าง
    ตอนนี้ซากของทั้งมนุษย์และเจ้าตัวประหลาดก็กองสูงกลายเป็นภูเขาขนาดย่อม จริงๆแล้วทุกคนอาจมองว่ามันเป็นเวลาครู่เดียวที่รอยเกน โลแกน และเลียมโดนภาพหลอนเข้าไปแต่จริงๆแล้วมันผ่านไปแล้วสองชั่วโมงซึ่งยังไม่หมดผลของระเบิดแสงที่สร้างภาพหลอนได้แต่ที่พวกเขาหลุดออกมาได้ก็เพราะสมบัติระดับสูงของทั้งสามคน
    รอยเกน โลแกน และเลียม ที่ไม่รู้ว่าเวลาทั้งหมดมันได้ผ่านไปถึงสองชั่วโมงแล้วก็ตกตะลึงกับผลที่มันออกมาแบบนี้แสดงว่าพวกมันรู้ว่าพวกเขาตามมาตั้งแต่แรกแล้ว และก็วางกับดักแบบนี้เอาไว้ก่อนแล้ว
    “ไอ้พวกขี้ขลาด กล้ามากนะที่มาเล่นวิธีสกปรกแบบนี้กับพวกฉัน”
    ผมก้าวเดินออกมาแล้วเอาดาบเล่มสีดำพาดไว้บนบ่า
    “ขี้ขลาด? แล้วที่พวกแกสะกดรอยตามมาและร่วมมือกับเจ้าตัวประหลาดที่มนุษย์อย่างแกไม่ควรยุ่งเกี่ยวแกคิดว่าพวกแกที่ใช้แผนการชั่วๆแบบนี้มันไม่ดูขี้ขลาดบ้างเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะคนของฉันรู้ว่าพวกแกตามมาก็คงเหลือแค่ไม่กี่คนที่ยังยืนอยู่ตรงนี้แล้ว และที่พวกแกไม่สามารถจับความผิดปกติในระหว่างตามพวกฉันทั้งหมดมาได้นั่นก็เพราะความมั่นใจแบบผิดๆและสติปัญญาที่โง่เง่าของพวกแกมากกว่านะ”
    “แก! แกเป็นใครกล้ามากนะที่มาหาเรื่องซึ่งๆหน้ากับพวกฉันแบบนี้”
    “นี่แกคิดว่าพวกแกจะฆ่าใครก็ได้ จับตัวใครก็ได้ คิดจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้นเหรอ ใช่แล้วมันถูกสำหรับพวกโง่เง่าที่ยอมก้มหัวให้พวกแกแล้วสูญเสียความแน่วแน่ของตนเองไปทั้งหมด แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่เพราะในชีวิตของฉันคนที่มันทำให้ฉันยอมก้มหัวให้มันไม่เคยมีมาก่อนและมันก็จะไม่มีแบบนี้ไปแบบนั้นตลอดกาล”
    สำหรับพวกมันอาจฟังดูเหมือนคำด่าและคำพูดที่ดูเย่อหยิ่งของผมมากกว่าแต่สำหรับกลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่แล้วมันคือข้อคิดสำหรับพวกเขาและเป็นสิ่งกระตุ้นพวกเขาด้วย ถ้ายอมมันก็จะยอมไปเรื่อยๆ มันมีครั้งที่หนึ่งก็ย่อมมีครั้งที่สองตามมาไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม การพูดของผมในครั้งนี้ทำให้ใครหลายๆคนคิดได้ขึ้นมาและได้ก่อความแน่วแน่ในจิตใจของตนเองขึ้นมาอย่างช้าๆ
    “แล้วยังไง ก็พวกฉันมีอำนาจที่มากพอ ในเมื่อมีมันก็ต้องใช้มันการทำให้พวกมดปลวกมันทำตามที่ต้องการได้ก็เป็นเพราะพวกมันอ่อนแอและพวกฉันแข็งแกร่งโลกใบนี้มันก็เป็นแบบนี้ ความแน่วแน่เหรอ? มันก็เป็นแค่สิ่งที่พวกโลกสวยอย่างพวกแกคิดกันขึ้นมาเท่านั้นแหละ คิดดูสิว่าถ้าให้แกมาสู้กับฉันหนึ่งต่อหนึ่งแกก็ไม่มีวันชนะได้นั่นคือความจริง”
    “โอ้! อยากมาต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งกับฉัน? ได้สิมาเลย ฉันจะแสดงให้ดูว่าคนที่พวกแกมองว่าเป็นมดปลวกมันจะใช่มดปลวกจริงๆหรือว่าเป็นพวกแกที่เป็นมดปลวกกันแน่”
    รอยเกนตกใจเล็กน้อยกับคำตอบที่ได้ยินเพราะไม่คิดว่าไอ้มดปลวกตัวนี้มันจะมาทำตัวเป็นวีรบุรุษเอาตอนนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะเห็นได้ชัดว่ามันเป็นศูนย์รวมจิตใจ
    ผมก้าวออกไปตรงหน้ายืนประจันหน้ากันกับรอยเกนโดยที่ไม่มีความเกรงกลัวใดๆทำให้รอยเกนแปลกใจไปเล็กน้อย เขาคิดว่าบางทีผมอาจทำเป็นเก่งต่อหน้าคนจำนวนมากก็ได้ รอยเกนตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของผมและกลิ่นอายพลังทั้งหมดเขาก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายทันที ไม่คิดมาก่อนเลยว่ามันจะโง่มาหาเรื่องกับเขาที่เป็นยอดฝีมือเทียบเท่าแรงค์ S แบบนี้
    ผมบอกให้คนอื่นๆถอยออกไปให้หมดและเหลือเอาไว้แค่ผมกับรอยเกนกับอีกสองคนที่มองดูจากด้านหลังรอยเกนอีกทีนั่นก็คือโลแกนกับเลียมที่รอดูผมโดนรอยเกนเยียบย่ำให้จมดินเพราะความอวดดีของตนเองทำไมถึงคิดไปแบบนั้นก็เพราะพวกเขาทั้งสองก็จับสัมผัสระดับพลังของผมพบว่ามันต่ำเกินกว่าจะไปต่อสู้กับรอยเกน
    “อย่าพูดมากดีกว่านะ เริ่มเลยเถอะ”
    ผมจับดาบเล่มสีดำก่อนจะพุ่งที่รอยเกนในทันทีใช้การโจมตีปกติธรรมดาออกไป
    คริติคอล
    รอยเกนก็นำเกราะป้องกันที่สามารถป้องกันการโจมตีเทียบเท่าแรงค์ SS ได้หนึ่งครั้งออกมาต้านทาน แน่นอนว่าความมั่นใจของเขาเต็มเปี่ยมว่าจะรับการโจมตีได้แต่เขาก็คิดผิดหลังจากที่ดาบฟาดฟันลงมาที่เกราะ สีหน้าของเขากลายเป็นตกตะลึงก่อนที่เกราะจะแตกสลายแล้วการโจมตีก็เข้ามาถึงข้างลำตัวเน้นๆ ส่งรอยเกนกระเด็นไปไกลนับยี่สิบเมตร
    “แกเล่นตุกติกอะไรของแกหรือว่าเป็นเพราะดาบเล่มนั้น”
    มันก็ถูกอยู่ข้อหนึ่งเพราะดาบเล่มสีดำของทักษะดาบมายาแห่งความมืดมันตีติดคริติคอลทุกการโจมตี
    ถึงจะตกใจไปบ้างรอยเกนก็คิดว่าการโจมตีแบบนั้นอาจสามารถโจมตีออกมาได้อีกหลายครั้ง เขาคิดไปถึงขนาดที่ว่าผมอาจมีไพ่ตายที่รุนแรงเก็บเอาไว้อีกก็ได้ เขาก็เลยคิดว่าต้องจบชีวิตของผมให้เร็วที่สุด
    รอยเกนดึงหอกออกมาจากอากาศธาตุจากนั้นก็พุ่งมาที่ผมอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ทักษะออกมา
    หอกแห่งจุดจบ – บุกทะลวง
    พลังทำลายมหาศาลพุ่งมากับการโจมตีที่รวดเร็วผมใช้ดาบเล่มสีดำรับการโจมตีที่มาถึงแต่ก็ถูกหอกที่โจมตีมาเร็วเกินไปแทงเข้ามาที่ลำตัวอย่างรุนแรงนับสามครั้งทำให้ตัวผมลอยขึ้นไปบนอากาศด้วยพลังทำลายที่รุนแรงของทักษะเมื่อครู่ จากนั้นการโจมตีต่อไปที่รุนแรงที่สุดของรอยเกนก็มาถึงตัวของผม
    หอกแห่งจุดจบ – หอกทะลวงแสงดาว . .

    .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน