หรงหยวนจงบิดาของหรงเมิ่งหลันตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าผ่านไปค่อนวันกว่าเขาจะมีการตอบสนองขึ้นมาว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เขารีบกระวีกระวาดเข้าไปทั้งดึงทั้งรั้งตัวหรงกุ้ยเฟยออกในที่สุดเขาก็สามารถช่วยเหลือหรงเมิ่งหลันออกมาจากเงื้อมมือของหรงกุ้ยเฟยได้
อีกเพียงนิดเดียวหรงเมิ่งหลันก็จะถูกหรงกุ้ยเฟยบีบคอจนสิ้นลมหายใจ
ภาพเบื้องหน้าหรงเมิ่งหลันดำมืดเป็นระยะนางยกมือกุมลำคอไอออกมาอย่างเจ็บปวดรุนแรงครั้นเห็นหรงกุ้ยเฟยที่อยู่เบื้องหน้ายังมีท่าทีคลุ้มคลั่งคิดกระโจนเข้าหานางตลอดเวลานัยน์ตาของหรงเมิ่งหลันก็หดแคบลง คลานถอยไปด้านหลังด้วยความหวาดกลัว
ยามนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหรงกุ้ยเฟยหรงเมิ่งหลันยังจะมีความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมเช่นในอดีตอีกหรือ
ทันทีที่คิดว่าญาติผู้พี่ที่ไร้วาสนาพานพบถูกท่านอาบีบคอจนสิ้นใจหัวใจของหรงเมิ่งหลันก็หนาวสะท้าน
แม้แต่บุตรสาวโดยสายเลือดของตนนางยังลงมืออย่างโหดเหี้ยมแล้วหลานสาวที่มีสายเลือดห่างกันอีกขั้นเล่า?
หรงเมิ่งหลันหวังเพียงว่าเมื่อหรงกุ้ยเฟยกลับมาได้สติแจ่มชัดอีกครานางจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้กระทำได้พูดออกมาในวันนี้เช่นนั้นแล้วนางก็จะยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ความลับอันน่าสะพรึงนี้
หรงเมิ่งหลันมองไปยังตำแหน่งประมุขด้วยร่างที่สั่นสะท้านนางยังทันเห็นเสิ่นจื่อโยวที่เลิกคิ้วขึ้นด้วยใบหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปด้วยท่วงท่าสง่างาม
หลังดูการแสดงเสร็จสิ้นเสิ่นจื่อโยวก็ไม่จำเป็นต้องรั้งอยู่อีก
จากสภาพของหรงกุ้ยเฟยในยามนี้คงไม่มีความคิดและความสามารถที่จะจัดการนาง‘คนที่ไร้ซึ่งความสำคัญอันใด’ แล้วกระมัง?
ทันทีที่เห็นเสิ่นจื่อโยวเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์โทสะที่ข่มกลั้นในใจของหรงเมิ่งหลันก็พลันระเบิดขึ้น
ต้องเป็นเสิ่นจื่อโยวแน่!ตัวการของเหตุร้ายทั้งหมดนี้ต้องเป็นเสิ่นจื่อโยว!
หรงเมิ่งหลันยัดยารักษาอาการบาดเจ็บหลายเม็ดเข้าสู่ปากของตนอย่างรวดเร็วก่อนกัดฟันรีบก้าวออกไปนอกตำหนัก
นางไม่สามารถปล่อยให้เสิ่นจื่อโยวจากไปอย่างง่ายดายเช่นนี้!
นางต้องลอกผิวหนังของเสิ่นจื่อโยวหญิงสารเลวผู้นี้ออกมามิเช่นนั้นความแค้นในใจคงยากขจัดออก!
ในขณะที่หรงเมิ่งหลันถือแส้ยาวพุ่งตัวเข้ามาจากด้านหลังเสิ่นจื่อโยวก็สังเกตถึงการเคลื่อนไหวของนางแล้ว
เสิ่นจื่อโยวลอบรำพึงในใจเหตุใดคนบางคนจึงเจ็บแล้วไม่รู้จักจำเสียที
คราก่อนสู้จนมีสภาพเยี่ยงนั้นครานี้ยังจะบุกเข้ามาอีก แท้จริงแล้วในใจของคนเหล่านี้คิดอย่างไรกันแน่?
เสิ่นจื่อโยวพลิกข้อมือทันใดนั้นระหว่างนิ้วของนางก็ปรากฏยันต์สองแผ่น
หรงเมิ่งหลันไม่ทันสังเกตการเคลื่อนไหวเล็กน้อยนี้ของเสิ่นจื่อโยวนางยังคงหลงนึกว่าเสิ่นจื่อโยวไม่สังเกตเห็นการจู่โจมของตน
ระยะที่ห่างจากร่างของเสิ่นจื่อโยวไม่กี่ก้าวนั้นหรงเมิ่งหลันฟาดแส้ในมือขึ้น นัยต์ตาฉายประกายสังหาร
เพียะ!
ในชั่วขณะที่แส้กำลังฟาดลงมาเงาร่างหนึ่งก็เข้ามาขัดขวางไว้อย่างไร้สุ้มเสียงเขายืนอยู่ระหว่างหรงเมิ่งหลันและเสิ่นจื่อโยว
ยันต์ของเสิ่นจื่อโยวยังไม่ทันใช้ออกไปทว่าหรงเมิ่งหลันกลับถูกฝ่ามือหนึ่งตบจนปลิวกระเด็นออกไปแล้วนางร่วงหล่นลงบนพื้นอย่างแรง แส้หลุดออกจากมือ
ที่แท้เสียงดังกังวานนั้นก็ไม่ใช่เสียงแส้แต่เป็นเสียงตบจากฝ่ามือ
แก้มของหรงเมิ่งหลันบวมช้ำขึ้นทันทีนางหันกลับไปมองอย่างตื่นตะลึง
รอจนเมื่อนางเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นชัดเจนสีหน้ายากจะเชื่อก็พลันปรากฏ
“พี่เฟยอวี่...ท่านกล้าตบข้า? เพื่อหญิงอัปลักษณ์ผู้นั้นแล้วท่านถึงขั้นตบข้า?!”
ประโยคสุดท้ายหรงเมิ่งหลันตะโกนออกมาจากอารมณ์ที่แหลกสลายน้ำตาแห่งความเสียใจพรั่งพรู
“หรงเมิ่งหลัน เจ้าพอได้แล้วสิบปีก่อน เจ้ายืนยันหนักแน่นว่าแต่ไรมาก็ไม่เคยชอบข้า ต้องการจะยกเลิกการหมั้นหมายกับข้ามาวันนี้สิบปีให้หลัง เจ้าเมินเฉยต่อความรู้สึกของข้าทำร้ายคนในครอบครัวของข้าคราแล้วคราเล่า เจ้าบอกข้ามาว่าแท้จริงแล้วเจ้าต้องการอะไร”
ซูเฟยอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาดวงตาที่มองหรงเมิ่งหลันมีเพียงความเย็นเยียบที่ไม่อาจเปรียบ
“ข้าต้องการอะไร ข้าเพียงต้องการอยู่กับท่านก็เท่านั้นสิบปีก่อนข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรฟังคำของท่านพ่อที่ให้ถอยห่างจากท่านทว่าวันนี้สิบปีให้หลังข้าเสียใจและรู้สำนึกแล้วเหตุใดพี่เฟยอวี่จึงไม่ยอมให้อภัยข้า ทั้งยังปล่อยให้สตรีชั่วร้ายคนนี้รังแกข้าตามอำเภอใจฮือ ๆๆ...”
หรงเมิ่งหลันยกมือปิดบังใบหน้าร่ำไห้ออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
เสิ่นจื่อโยวยกมือกอดอกแค่นเสียงหยันขึ้น “หรงเมิ่งหลันยามที่ญาติผู้พี่เฟยอวี่ถูกทำลายพลังบำเพ็ญเพียรจนหมดสิ้นอับจนซึ่งหนทางที่จะก้าวต่อไป เจ้าเคยคิดใจอ่อนบ้างหรือไม่? ตรงกันข้ามเจ้ากลับแทบอดรนทนไม่ไหวต้องการตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซูด้วยเกรงว่าญาติผู้ที่เฟยอวี่จะกลายเป็นภาระตระกูลหรงของพวกเจ้ายามนี้เมื่อพลังของญาติผู้พี่เฟยอวี่ฟื้นฟูเจ้ากลับร้องไห้คร่ำครวญต้องการกลับมาหาเขากระทั่งตั้งคำถามว่าเหตุใดเขาจึงไม่ยอมให้อภัยเจ้า ข้าอยากจะถามเจ้าสักคำในคราแรกเจ้าโหดร้ายถึงเพียงนั้น แล้วเหตุใดในยามนี้ญาติผู้พี่เฟยอวี่จึงต้องใจอ่อนกับเจ้า”
“เรื่องระหว่างข้ากับพี่เฟยอวี่เกี่ยวข้องอันใดกับเจ้า!เจ้ามีสิทธิ์อันใดที่จะเข้ามาแทรกแซงเรื่องของพวกเรา?!” หรงเมิ่งหลันถลึงตามองเสิ่นจื่อโยวกล่าวด้วยอารมณ์แค้นเคือง
“สิทธิ์ที่ข้าเป็นญาติผู้น้องของญาติผู้พี่เฟยอวี่”เสิ่นจื่อโยวฉีกยิ้มกว้างแล้วกล่าว จากนั้นสายตาของนางพลันเย็นเยียบ จ้องมองหรงเมิ่งหลันอย่างเย็นชา“ส่วนเจ้า สิ่งใดก็ไม่ใช่ เป็นเพียง ‘อดีต’คู่หมั้นที่ไร้ซึ่งวาสนากับเขาเท่านั้น”
เสิ่นจื่อโยวจงใจย้ำเสียงคำว่า ‘อดีต’ เป็นพิเศษ หรงเมิ่งหลันโมโหจนแทบหายใจไม่ออกเกือบเป็นลมล้มไป
“ญาติผู้พี่เฟยอวี่ พวกเราไปกันเถิดอย่าได้เสียเวลาต่อปากต่อคำกับคนพรรค์นี้เลย” เสิ่นจื่อโยวคล้องแขนของซูเฟยอวี่เอาไว้
หัวใจของซูเฟยอวี่หยุดเต้นไปครึ่งจังหวะร่างกายแข็งค้างอย่างไม่อาจสะกดกลั้น
หลังจากใช้เวลาปรับจังหวะการเต้นของหัวใจและลมหายใจอยู่ชั่วครู่ในที่สุดซูเฟยอวี่ก็สามารถหาเสียงและสติของตนเองพบไม่ปล่อยให้เสิ่นจื่อโยวจับพิรุธได้
เขาตบไหล่ของเสิ่นจื่อโยวเบา ๆเอ่ยถามเสียงกระซิบ “เสี่ยวโยว เมื่อครู่หรงกุ้ยเฟยได้ทำอะไรเจ้าหรือไม่”
เสิ่นจื่อโยวแย้มยิ้มอย่างผ่อนคลายนางกล่าว “นางคิดลงมือกับข้าจริง แต่ข้าจัดการได้แล้ว”
ซูเฟยอวี่ขมวดคิ้วมุ่นท่าทางผ่อนคลายที่นางแสดงออกมาในขณะที่พูดทำให้เขารู้สึกไม่วางใจเป็นอย่างยิ่ง
“วางใจเถิด ญาติผู้ที่เฟยอวี่ยามนี้หรงกุ้ยเฟยแม้แต่ตนเองยังเอาตัวไม่รอด ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ นี้นางไม่สามารถสร้างความเดือดร้อนให้แก่พวกเราได้แน่เรากลับกันเถิด”
เสิ่นจื่อโยวกล่าวจบก็ลากเขาออกไปนอกประตูหลวง
ซูเฟยอวี่นิ่งงันไปสุดท้ายเขาก็ยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา แล้วเดินตามแรงลากของเสิ่นจื่อโยว
ความรักใคร่อย่างสุดซึ้งที่เผยออกมาโดยไม่ตั้งใจในยามที่ซูเฟยอวี่สนทนากับเสิ่นจื่อโยวเสียดแทงดวงตาทั้งคู่ของหรงเมิ่งหลันเป็นอย่างยิ่ง
แม้แต่ซูเฟยอวี่ที่เมื่อสิบปีที่แล้วยังมีสัญญาหมั้นหมายกับนางนางก็ยังไม่เคยเห็นเขาแสดงท่าทีอ่อนโยนเช่นนี้เลย รอยยิ้มส่วนใหญ่ที่ซูเฟยอวี่แสดงต่อนางมักดูจืดจางถึงขั้นที่ทำให้ผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าสัมผัสไม่ได้ถึงก้นบึ้งของหัวใจเขา
ความเจ็บปวดแสบร้อนที่ส่งผ่านจากข้างแก้มนางกัดฟันแน่นคิดถึงความแตกต่างของการแสดงของซูเฟยอวี่ที่มีต่อนางกับเสิ่นจื่อโยวอารมณ์หนึ่งที่เรียกว่า ‘อิจฉาริษยา’ บังเกิดขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ
“เสิ่นจื่อโยว! คอยดูไปเถิดข้าจะต้องให้เจ้าได้รับการตอบแทนอย่างสาสม!”
หรงเมิ่งหลันรำพันกับตนเองด้วยสีหน้าชั่วร้ายนัยน์ตาฉายประกายเย็นเยียบเข้ากระดูก
ต่อให้พระสติของท่านอาจะไม่สามารถกลับสู่สภาวะปกติได้ในระยะเวลาอันสั้นแล้วอย่างไร นางยังมีญาติผู้พี่เซวียนหยวนช่างเป็นที่พึ่งพิงของนาง!
มีญาติผู้พี่เซวียนหยวนช่างอยู่นางไม่เชื่อว่าเสิ่นจื่อโยวคนนี้จะกระโดดโลดเต้นต่อไปได้อีกหลายวัน!