“ถ้าเธอกลัวที่จะก้าวออกไปล่ะก็...จะจับมือฉันเอาไว้ก็ได้นะ”
-เอิร์ธฟลาวเวอร์,สองสัปดาห์ก่อนสงครามใหญ่-
‘กลัวที่จะก้าวต่อไปอย่างงั้นเหรอ?’ เฟลโลว์ถาม ขณะที่ยืนหันหลังพิงราวระเบียงสีขาวไข่มุกมีแก้วไวน์หมักจากดอกไม้ชั้นดีของขึ้นชื่อของเอิร์ธฟลาวเวอร์อยู่ในมือ
‘ฉันไม่ได้กลัว!’ เบริลปฏิเสธด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดทิ้งน้ำหนักลงบนท่อนแขนที่วางพาดอยู่ตรงราวระเบียง นัยน์ตาสีม่วงใสเหม่อมองออกไปยังงานเทศกาลดอกไม้บานแห่งเอิร์ธฟลาเวอร์ที่อยู่เบื้องล่างผู้คนในเมืองกำลังสนุกสนานกับงานเทศกาลใหญ่ประจำดาวกินดื่มและโปรยปรายกลีบดอกไม้นานาพันธุ์จนหอมฟุ้งไปทั่วลานกว้างเสียงครื้นเคร้งดังลอยมาจนถึงด้านบนของตัวปราสาท ทั้งๆที่อยู่ในบรรยากาศรื่นเริงถึงเพียงนั้นแต่เด็กสาวกลับไม่ได้รู้สึกสนุกไปด้วยเลยแม้แต่น้อย
‘ก็เห็นอยู่ชัดๆนี่นาว่ากลัว’ เฟลโลว์ลอบมองเธอและกระตุกยิ้มหนึ่งครั้งก่อนจะจิบไวน์เข้าไปอึกใหญ่กวาดสายตาไปทั่วบริเวณจัดงานในปราสาทที่ซึ่งเหล่าผู้คนในราชวงศ์และแขกเหรื่อกำลังสนุกสนานกับงานเทศกาลโดยไม่ได้หันมาสนใจพวกเขา
‘กำลังคิดว่าจะออกจากเอิร์ธมูนยังไงดีใช่ไหมล่ะ?’ เด็กหนุ่มถามเด็กสาว ‘เธอคงจะเบื่อที่ต้องอยู่ในนั้นล่ะสินะช่วยไม่ได้นี่ ก็เธอเป็นเจ้าหญิงแห่งเอิร์ธมูนนี่นา’
เบริลไม่ได้เอ่ยอะไรตอบเขาขณะที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ
‘แต่ก็กลัวที่จะก้าวออกไปใช่ไหม?เพราะข้างนอกนั่นไม่มีใครที่เธอจะสามารถไว้ใจได้เลยสักคน’เฟลโลว์จิบไวน์อีกหนึ่งครั้งก่อนจะหันมาพูดกับเธอ
เบริลสบตามองเขา
‘ถ้ากลัวล่ะก็...จะจับมือฉันไว้ก็ได้นะ’
เด็กหนุ่มส่งรอยยิ้มมาให้แต่เด็กสาวไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายไปกับคำพูดนั้น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเฝ้าหาคำโกหกที่อาจจะสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ถ้าหากว่าเขาไม่ได้โกหกล่ะก็บางทีเขาอาจจะเก็บซ่อนมันเอาไว้ได้อย่างแนบเนียนทีเดียว
‘อย่ามาล้อเล่นหน่อยเลย’ เบริลพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ‘คำพูดของเจ้าชายศักสิทธิ์นะ’
‘เพราะงั้นฉันถึงได้พูดมันออกมายังไงล่ะ’ เฟลโลว์ตอบกลับมา
เพราะว่าฉันน่ะ...
นัยน์ตาสีชาที่สะท้อนความรู้สึกตรงไปตรงมาปรากฏอยู่ตรงหน้าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากปลายดาบที่แทงทะลุช่องท้องเหมือนจะไร้ความรู้สึกไปแล้วอาโออิยืนอยู่ตรงหน้าเธอ คนที่เธอถวิลหาที่สุดในช่วงเวลานี้ เขาไม่ได้ตายไม่ได้หายไปไหน หากแต่กำลังตวัดปลายดาบที่แสนคุ้นตานั้นเข้าสู่ร่างของเธออย่างแม่นยำ
มินามิยิ้มให้กับโชคชะตาของตัวเอง
เมื่อตอนที่เธอเป็นเบริลไวโอเลตเป็นคนมอบความตายให้แก่เธอสินะ ด้วยปลายดาบสีเงินยวงที่เขาหวงแหนแม้แต่ในตอนที่เธอกลับมาเกิดใหม่เป็นมินามิ เธอก็ยังตายด้วยอาวุธของคนที่เธอรักที่สุดในชีวิตนี้อยู่ดี
เป็นความเมตตาของพระเจ้าหรือไงกันที่สั่งให้เธอหมดลมหายใจด้วยฝ่ามือของคนที่เธอรัก?
เด็กสาวไม่อาจหาคำอธิบายได้เลยเธอทำได้เพียงแค่ยิ้มเพื่อรอคอยความตายที่กำลังจะมาถึงอยู่ตรงหน้า
น่าแปลกที่มันไม่ได้เจ็บปวดหรือทรมานตรงกันข้าม ความรู้สึกที่พุ่งออกมาจากบาดแผลของปลายดาบนั้นกลับอุ่นซ่านเข้าไปถึงหัวใจราวกับกำลังมอบชีวิตใหม่ให้เธอมินามิลืมตาขึ้นภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ยังคงเป็นอาโออิที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธออยู่ดีเขาตวัดดึงดาบออกมาจากร่างของเธอ ความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้นนั้นหายไปในชั่วพริบตาร่างของเด็กสาวร่วงลงสู่พื้น มีร่างของอาโออิรอรับเธออยู่
นี่คือความตายอย่างงั้นเหรอ...
เด็กสาวถามตัวเอง
“ยังไม่ตายเสียหน่อยยัยเจ้าหญิงงี่เง่า”
เสียงของอาโออิตอบกลับมา
เด็กสาวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของเขาจากช่วงแขนทั้งสองข้างที่ประคองร่างของเธอไว้ใบหน้าของอาโออิอยู่ใกล้กว่าที่เคยนัยน์ตาสีชาคู่นั้นจ้องมองมาที่เธออย่างตรงไปตรงมา
“อดทนอีกนิดนะฉันจะทำให้มันจบลงเดี๋ยวนี้ล่ะ”
เด็กหนุ่มกระซิบบอกเธอ
ในช่วงเวลานั้น เด็กสาวอยากจะโยนทุกอย่างทิ้งไว้ด้านหลังและตอบรับอ้อมแขนแข็งแรงของเขานั้นโดยที่ไม่ต้องนึกถึงอะไรอีก
เสียงของไวโอเลตดังขึ้นมา
“ทำไมนายถึงยังไม่ตาย?”
น้ำเสียงของนักรบอเวจีหนุ่มไม่มีถ้อยคำโกหกแอบแฝงอยู่ในเนื้อเสียงนั้นนั่นหมายความว่าเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนที่เขากำจัดไปแล้วตั้งแต่แรกยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ได้
“ตุ๊กตาไม้ตัวตายตัวแทน”
อาโออิตอบ
ทั้งมาซารุและไวโอเลตทำสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาพร้อมกัน
เพราะสิ่งที่ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์เอ่ยถึงนั้นเป็นเวทมนตร์โบราณของเอิร์ธวู้ดที่จะแบ่งพลังชีวิตครึ่งหนึ่งของตัวเองไว้ในตุ๊กตาไม้ตัวตายตัวแทนเวทมนตร์บทนั้นน่าจะเป็นของที่หายสาปสูญไปตามกาลเวลาแล้วเพราะมันมีความเสี่ยงทั้งต่อผู้ใช้งานและผู้สร้างไม่ต่างไปจากเวทผูกสัมพันธ์ที่พวกเอิร์ธมูนใช้เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาโดยที่ต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไปเป็นการแลกเปลี่ยนตุ๊กตาไม้ตัวตายตัวแทนนั่นก็เช่นเดียวกันมันน่าจะเป็นเวทมนตร์ที่ถูกผนึกไว้และไม่น่าจะมีใครใช้มันได้อีก เว้นเสียแต่ว่า...
“อืม...ด้วยความสามารถของพลังอ่านความทรงจำนั่นแหละ”
อาโออิเอ่ยราวกับรู้ว่ารัชทายาทแห่งเอิร์ธสตาร์ทั้งสองต้องการจะถามอะไร
“ฉันไปเจอมันโดยบังเอิญตอนที่พยายามตามหาความทรงจำให้ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวู้ดแล้วก็เลยขอให้หมอนั่นช่วยฝึกพลังนั้นเพื่อเอามาใช้ในศึกคราวนี้ให้หน่อยเพราะฉันรู้น่ะสิว่านายจะต้องกำจัดฉันด้วยวิธีการเดิมๆแน่” อาโออิว่า“ต้องขอบคุณมรดกตกทอดของสายเลือดแห่งเอิร์ธสตาร์อย่างพลังในการอ่านความทรงจำที่มาอยู่ในตัวฉันนะเพราะมันทำให้ฉันรู้ว่าควรจะต้องจบเรื่องราวในคราวนี้ยังไง”
เด็กหนุ่มส่งร่างที่อ่อนล้าของมินามิให้มินาโยะที่เข้ามาหาช่วยดูแลสองรัชทายาทแห่งเอิร์ธมูนเวลาที่อยู่ด้วยกันมีความคล้ายคลึงกันจนน่าประหลาดใจเด็กสาวทั้งคู่เหมือนกันมาก แม้ลักษณะทางกายภาพอย่างสีผมหรือสีตาจะแตกต่างกันแต่บุคลิกและเค้าโครงหน้านั้นเหมือนกันไม่มีผิด
ก็สมกับที่เป็นพี่น้องกันล่ะนะ
เด็กหนุ่มยิ้มให้มินาโยะครั้งหนึ่งขณะที่เด็กสาวผู้ซึ่งกำลังประคองร่างคนสำคัญของเขาไว้กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านได้ว่าเธอรู้สึกดีใจมากแค่ไหนที่เบริลยังมีชีวิตอยู่
“เอาล่ะ” อาโออิบอกตัวเองก่อนจะลุกขึ้นเดินไปสมทบกับมาซารุที่ยืนรออยู่
“มาจบเรื่องนี้กันอีกทีดีกว่าไวโอเลต”
ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์เอ่ย
ไวโอเลตจ้องมองเด็กหนุ่ม ครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่างเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่หายไปจากตัวของมินามิ
เมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างที่ถูกผนึกไว้ในบันทึกแห่งฟีนาเล่ซึ่งอยู่ในตัวของมินามิหายไปแล้วตั้งแต่ที่ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ปรากฏตัวขึ้นและมอบความตายนั้นให้แก่เด็กสาวด้วยตัวของเขาเองแต่ทว่า เบริลกลับไม่ได้ตายอย่างที่คาดไว้ ทุกอย่างดูเหมือนจะผิดเพี้ยนไปเมื่อคนลงมือเป็นเด็กหนุ่มตรงหน้าเขากระทั่งบาดแผลจากคมดาบบนตัวของเด็กสาวก็ดูเหมือนจะสมานกันดีราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
หรือว่านั่นคือวิธีการปลดผนึกเมล็ดพันธุ์แห่งการทำล้างของเอิร์ธมูน?
ไวโอเลตจ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยสีหน้าครุ่นคิดแม้กระทั่งเมตาเรียที่อยู่ในตัวของเด็กสาวก็หายไปแล้วพร้อมๆกับคำสาปของเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างสิ่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวของมินามิและเป็นสิ่งที่เขาต้องการคือบันทึกแห่งฟีนาเล่เท่านั้น
มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยไวโอเลตเอ่ยกับตัวเอง
เขารู้มาตลอดว่าเบริลกับเมตาเรียมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกันทั้งคู่มีสายเลือดแห่งเอิร์ธมูนที่แข็งแกร่งไหลเวียนอยู่ในร่างและเมตาเรียเลือกที่จะใช้เบริลเป็นที่สถิตวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองเพื่อให้ตัวหล่อนเองเข้มแข็งและฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้งได้แต่ทว่า...เรื่องราวทั้งหมดนั้นผิดเพี้ยนไปเมื่อคนที่ตัดสายสัมพันธ์นั้นคือตัวของเบริลกับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ไม่ว่าทั้งคู่จะรู้ตัวหรือไม่แต่ความเชื่อมโยงกันของเบริลกับเมตาเรียนั้นแทบจะไม่มีเหลืออีกต่อไปแล้ว
คราวแรกไวโอเลตคิดว่าควรจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงต่อเพราะการปลุกเบริลได้ก็เหมือนกับได้ปลุกเมตาเรียขึ้นมาอีกทาง แต่ความแข็งแกร่งของสายสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่นั้นลดน้อยลงไปมากเมื่อเบริลตัดสินใจเลือกผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์สิ่งเดียวที่ยังเชื่อมโยงตัวของเบริลกับเมตาเรียไว้คือเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างดั้งเดิมตั้งแต่สมัยสงครามแรกเริ่มที่เฟรย์ผนึกมันไว้ในบันทึกและใส่ลงในร่างกายของเบริลนั่นทำให้ความเชื่อมโยงของทั้งคู่กลับมาอีกครั้งเขาจึงใช้โอกาสนั้นในการเข้าถึงอีกครึ่งหนึ่งของเมตาเรียที่อยู่ในตัวเบริลผ่านทางนัยน์ตาต้องสาปที่เรดมี
ตอนนี้ทั้งเมล็ดพันธุ์และสายสัมพันธ์ระหว่างเบริลและเมตาเรียได้หายไปแล้วเพียงเพราะการปราฏตัวของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์วิญญาณอีกครึ่งของเมตาเรียที่อยู่ในตัวเด็กสาวเองก็หายไปแล้วเช่นกันหนทางเดียวที่จะทำให้สิ่งที่เขาปรารถนาเป็นจริงขึ้นมาได้คือการแย่งชิงบันทึกที่เหลืออยู่ในตัวของเบริลมา
นั่นสินะ…
ไวโอเลตกระตุกรอยยิ้มขึ้นครั้งหนึ่งมาซารุยืนอยู่ตรงหน้าเขา สภาพสะบักสะบอมเต็มทนส่วนผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ที่ยืนอยู่ข้างกันนั้นแม้จะรอดชีวิตมาได้แต่ก็เห็นได้ชัดว่าบาดแผลที่เขาทิ้งไว้บนร่างกายของอีกฝ่ายนั้นยังคงสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าตัวอยู่ตุ๊กตาไม้ตัวตายตัวแทนอาจจะช่วยให้หมอนั่นรอดชีวิตได้ครั้งหนึ่ง แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นจากเวทมนตร์นั้นไม่ใช่ว่าจะรักษาได้ง่ายๆด้วยพลังของเอิร์ธฟลาวเวอร์ส่วนเด็กสาวอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังนั่นก็ไม่ได้มีพลังมากพอที่จะรับมือกับเขาได้
อา...ถูกอย่างที่ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ว่านั่นแหละสงครามที่ยืดเยื้อมานานมันกำลังจะจบลงที่นี่ ในตอนนี้!
เสียงระเบิดดังขึ้นอยู่รอบตัวพร้อมๆกับแสงสีต่างๆจากเวทมนตร์ที่สว่างไสวอยู่บนท้องฟ้า ร่างของไวโอเลตอยู่ตรงใจกลางการต่อสู้กำลังรับมือกับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์และเอิร์ธฟลาวเวอร์ที่มุ่งเป้ามาที่เขาวงแหวนเวทสิบสามวงหมุนวนอยู่รอบตัวของไวโอเลต เปล่งแสงเป็นสีสันต่างๆออกมาไวโอเลตเลือกหยิบวงแหวนเวทสีฟ้าใสอันที่ใกล้มือที่สุดออกมาก่อน มีแท่งน้ำแข็งฝุดขึ้นมาจากใจกลางวงแหวนเวทนั้นเขาเขวี้ยงมันเข้าไปหาผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ที่กระโดดหลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนที่แท่งน้ำแข็งจะพุ่งลงปักพื้น ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากแท่งน้ำแข็งนั้นแล้วพื้นดินโดยรอบบริเวณที่แท่งน้ำแข็งปักอยู่ก็เริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง แผ่ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ
ไวโอเลตไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงนั่นเขาเลือกวงแหวนเวทอีกวงที่อยู่ห่างไกลออกไปเข้ามาวางไว้ที่มือขวาลูกไฟผุดขึ้นมาตรงกลางฝ่ามือของนักรบอเวจีหนุ่มตรงที่ถูกวงแหวนเวทสีแดงนั้นสัมผัสไวโอเลตสะบัดมือใส่มาซารุ แล้วลูกไฟดวงเล็กที่มีพลังทำลายล้างมหาศาลก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาราวกับปืนกล
มาซารุพยายามหลบเลี่ยงออกไปให้ห่างจากร่างของมินาโยะและมินามิมากที่สุดเด็กหนุ่มสร้างเกราะลำแสงสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากลูกไฟนั่นพวกมันพุ่งเข้าปะทะเกราะเสียงดังสนั่นและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด อีกด้านหนึ่งอาโออิกระโจนเข้าใส่ไวโอเลต ดาบเล่มโปรดของเขาเงื้อขึ้นปลายดาบสะท้อนแสงวาววับจากลูกไฟ
เคร้ง!
ไวโอเลตหันมารับมือกับดาบนั่นพร้อมๆกับที่ปล่อยลูกไฟเข้าใส่มาซารุไปด้วยนักรบอเวจีหนุ่มกำมือข้างที่มีลูกไฟพุ่งออกมาแน่น ลูกไฟหายวับไปเขาใช้ปลายนิ้วเกี่ยววงแหวนเวทสีเขียวเข้มอีกวงเข้าหาตัว แล้วสะบัดมันออกไป
เถาวัลย์ยักษ์พุ่งออกมาจากวงแหวนเวทสะบัดกิ่งก้านฟาดไปมาอย่างไร้ทิศทาง พื้นดินด้านล่างสั่นสะเทือนตรงพื้นส่วนที่มีน้ำแข็งเกาะอยู่แตกกระจายเป็นแผ่นน้ำแข็งเล็กๆปลิวไปในอากาศเศษเสี้ยวหนึ่งของแผ่นน้ำแข็งสัมผัสเข้ากับเถาวัลย์แล้วเถาวัลย์นั่นก็เริ่มแข็งตัวราวกับถูกราดด้วยไนโตรเจนเหลว
“อา... ไม่น่าเลย”
ไวโอเลตพึมพำใส่ตัวเองเห็นได้ชัดว่าพลังที่แตกต่างกันนั้นบางครั้งก็ไม่ช่วยสนับสนุนกันสักเท่าไหร่นักรบอเวจีหนุ่มใช้มือสองข้างเกี่ยววงแหวนเวทสีส้มและสีทองที่ลอยวนอยู่รอบตัวเข้าหากันพายุงวงช้างฝุดออกมาจากวงแหวนเวทสีส้มนั้นก่อนก่อนจะตามมาด้วยกระแสไฟฟ้าที่พุ่งออกมาจากวงแหวนเวทสีเหลืองทองเส้นสายพลังทั้งสองไหลรวมเข้าด้วยกันเกิดเป็นพายุไฟฟ้าขนาดใหญ่ปลายงวงของพายุแตกออกเป็นสองเส้นทาง พุ่งเข้าใส่มาซารุและอาโออิพร้อมๆกัน
นักรบอเวจีหนุ่มพุ่งตัวผ่านร่างของทั้งคู่ไปหามินาโยะเหลือวงแหวนเวทอยู่รอบตัวเขาอีกทั้งหมดแปดวง เด็กหนุ่มเลือกวงแหวนเวทสีเงินยวงใกล้ตัวขึ้นมามินาโยะที่สัมผัสได้แล้วว่าเขากำลังเข้ามาใกล้ลุกขึ้นยืนเพื่อปกป้องมินามิที่อยู่ด้านหลังอะไรบางอย่างที่โปร่งแสงและยืดหยุ่นไหลผ่านตัวเธอไปเด็กสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อร่างถูกยกขึ้นสูงจากพื้นและพบว่าตัวเธอถูกขังอยู่ในกล่องกระจกใสมีร่างของไวโอเลตและมินามิอยู่ต่ำลงไปเบื้องล่าง
“ไม่นะ!”
เด็กสาวกรีดร้องลั่นใส่ตัวเองอย่างบ้าคลั่งคนที่ควรจะปกป้องมินามิเป็นคนสุดท้ายคือเธอ แต่เธอกลับปล่อยให้ไวโอเลตผ่านตัวเธอไปได้อย่างง่ายดายความไร้พลังของเธอนั้นกำลังจะทำให้คนที่เธอพยายามปกป้องต้องตกอยู่ในอันตราย
ไวโอเลตช้อนตัวของมินามิขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนมาซารุและอาโออิเห็นเข้าแล้ว เด็กหนุ่มทั้งคู่พุ่งเข้าหาไวโอเลตเป็นจังหวะเดียวกับที่วงแหวนเวทอีกเจ็ดวงที่เหลือเริ่มทำงาน
คลื่นพลังงานไหลวนออกมาจากวงแหวนเวททั้งเจ็ดที่วางเรียงเป็นกำแพงกั้นระหว่างนักรบอเวจีหนุ่มกับเหล่าผู้พิทักษ์เอาไว้พวกมันไม่ได้ปล่อยพลังตามแต่ละวงแหวนเวทออกมาหากแต่ไหลรวมกันและเกิดเป็นกลุ่มก้อนของพลังงานขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายออกไปยังทุกทิศทางมาซารุสร้างวงแหวนเวทอีกวงไว้ที่ใต้ฝ่าเท้าของเขากับอาโออิแต่เห็นได้ชัดว่าพลังของเขาไม่อาจทานต้านพลังที่ออกมาจากวงแหวนเวทที่ไวโอเลตสร้างได้ไม่วินาทีใดวินาทีหนึ่งต่อจากนี้ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์จะต้องเพลี้ยงพล้ำและถูกพลังนั่นซัดกระเด็นหายไปจากเอิร์ธมูนแน่คนเดียวที่อยู่นอกเขตการต่อสู้นั้นคือมินาโยะที่ถูกคุมขังในกล่องกระจกใสอยู่เหนือคนทั้งหมดขึ้นไปด้านบน
ไวโอเลตใช้จังหวะนั้นหันมาสนใจมินามิสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเด็กสาวไม่อาจต้านทานเขาได้นัยน์ตาสีม่วงใสของไวโอเลตสบตามองเข้าไปในนัยน์ตาสีม่วงหม่นแสงของเด็กสาวฝ่ามือของเขาวางอยู่เหนือช่องท้องของมินามิ ในจังหวะนั้นเอง ร่างของมินามิกระตุกเส้นสายพลังสีม่วงอ่อนไหลออกมาจากฝ่ามือของไวโอเลตตรงเข้าสู่ร่างของมินามิวงแหวนเวทสีน้ำเงินเข้มส่องสว่างอยู่ตรงใจกลางตัวเธอ เด็กสาวกรีดเสียงร้องมีอะไรบางอย่างกำลังผุดออกมาจากร่างกายของเธอ
มันเป็นสันหนังสือสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะทำมาจากหนังของอะไรสักอย่างที่ดูทนทานไม่กี่วินาทีต่อมาหนังสือสีดำนั่นก็ค่อยๆฝุดขึ้นมาจากวงแหวนเวทตรงใจกลางร่างของมินามิมินาโยะมองเห็นรูปร่างของดอกไอริสสีม่วงอ่อนประดับอยู่บนปกของมันกำลังส่องแสงสว่างแสบตาขานรับกับพลังของไวโอเลตอีกไม่กี่นิ้วหนังสือนั่นก็จะหลุดออกมาจากตัวของมินามินั่นทำให้มินาโยะตัดสินใจทำสิ่งที่เธอไม่เคยทำมาก่อนลงไป
เด็กสาวนึกถึงพ่อนึกถึงเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ส่องประกายยามที่มองร่างของพี่สาวเธอนึกถึงภาพที่เกิดขึ้นในตอนที่เธอเข้าพิธีสืบรัชทายาทและความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นมันเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่เธอผ่านตาข่ายดักฝันที่พ่อทิ้งไว้ให้เพื่อใช้เป็นทางผ่านมายังเอิร์ธมูนและคิดถึงประตูที่เธอพยายามเปิดเมื่อตอนที่ถูกขังอยู่บนยอดหอคอย
มินาโยะพยายามใช้ประตูแห่งดวงดาว
มันเป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับเธอรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไรความรู้สึกอบอุ่นและสว่างไสวพุ่งออกมาจากอกด้านซ้ายของเธอมีพลังงานบางอย่างผุดขึ้นมาจากปลายเท้าตรงที่ที่เธอยืนอยู่เด็กสาววางฝ่ามือลงแนบพื้นกระจก ต่ำลงไปเบื้องล่างไวโอเลตกำลังพยายามเอาหนังสือออกมาจากตัวของมินามิ
แล้วมันก็เกิดขึ้นในวินาทีที่เด็กสาววางฝ่ามือสัมผัสแนบพื้นกระจกใสนั้นราวกับพื้นถูกหลอมละลายและเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่ทำให้ร่างของเธอร่วงลงสู่พื้นไวโอเลตผงะเมื่อสัมผัสได้ว่าเธอกำลังพุ่งตัวลงมาเขาต้องเลือกระหว่างบันทึกที่กำลังจะออกมาจากร่างของมินามิและตัวเธอที่กำลังหล่นลงมาจากท้องฟ้าด้านบน
ไวโอเลตเลือกหนังสือ
มินาโยะคว้าตัวมินามิไว้ได้และพาร่างของเด็กสาวกลิ้งออกห่างจากเขาไปไกลหลายฟุตหนังสือที่อยู่ในตัวของมินามิตกอยู่ในมือของไวโอเลตแล้ว บันทึกแห่งฟีนาเล่ที่ไวโอเลตตามหาลอยอยู่เหนือฝ่ามือที่ยกขึ้นมาของเขาแต่วงแหวนเวทยังไม่หายไปจากตัวของมินามิมันเรืองแสงขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนจะดูดกลืนเอาพลังของชีวิตของเธอไป
“พี่เบริล! พี่เบริลได้ยินเสียงของฉันไหม!”
มินาโยะกรีดร้องตะโกนใส่ร่างของมินามิที่ไร้สติไม่สนใจไวโอเลตกำลังมองเธออยู่อย่างช่างใจ อีกด้านหนึ่งมาซารุและอาโออิฝ่าพลังของวงแหวนเวทเข้ามาหาเธอทั้งคู่เห็นแล้วว่าบันทึกแห่งฟีนาเล่ตกอยู่ในมือของไวโอเลตแต่อาการของมินามิย่ำแย่กว่า
“พี่มาซารุ วงแหวนเวท! วงแหวนเวทมันไม่หายไป!”
“ฉันรู้!” มาซารุตะโกนบอก
ในตอนนั้นเองที่ไวโอเลตสั่งให้บันทึกแห่งฟีนาเล่เปิดออกแสงสว่างสีทองเป็นประกายระยิบระยับพุ่งออกมาจากหนังสือตรงเข้าสู่ร่างของมินามิมันเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่ใครจะตั้งตัวได้ทันแต่เส้นสายพลังและสัมผัสที่แผ่พุ่งอย่างอบอุ่นออกมาจากแสงสีทองนั้นทำให้ทุกคนหยุดชะงักร่างของมินามิลอยขึ้นสูงอีกครั้งแต่คราวนี้เธอดูเปล่งประกายและมีชีวิตชีวายิ่งกว่าครั้งไหนๆอาโออิกับมาซารุจ้องมองเธอ แต่มินาโยะหันไปอีกทางตรงที่ที่ไวโอเลตยืนอยู่และกำลังถือบันทึกที่เขาต้องการอยู่ในมือนั้นเด็กสาวเห็นเขายิ้มให้เธอหนึ่งครั้งด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับตอนที่พ่อยิ้มให้กับพี่สาวของเธอ
ตัวปราสาทเซนส์อารีโอ้ถล่มลงมาทั้งยอดหอคอยและป้อมปราการที่เคยตั้งตระหง่านอยู่รอบกำแพงวังต่างพร้อมใจกันพังทลายราวกับพลังที่เคยค้ำจุนมันไว้ได้สลายหายไปในตอนนี้ม่านควันจากการถล่มพวยพุ่งออกไปทุกทิศทาง เสียงตึงตังและการสั่นสะเทือนเข้ามาใกล้เรื่อยๆท่ามกลางความโกลาหลนั้น มาซารุคว้าตัวมินาโยะไว้และดึงเธอเข้ามาหาเขาร่างของไวโอเลตอยู่ห่างไกลออกไปและกำลังถูกบดบังด้วยม่านควันรอยยิ้มของเขาเป็นสิ่งสุดท้ายที่มินาโยะเห็นก่อนที่รอบตัวจะสว่างวาบความรู้สึกคุ้นเคยแล่นผ่านเข้ามาในร่างเด็กสาวเห็นภาพของท้องฟ้าที่ทอดตัวยาวออกไปไกลสุดสายตาและปราสาทแห่งเอิร์ธมูนที่ถล่มลงมากลายเป็นฉากหลังที่อยู่ห่างไกลออกไปเธอกำลังถูกดึงให้ออกห่างจากเอิร์ธมูนบางทีอาจจะด้วยเพราะการที่มาซารุเปิดประตูพาเธอออกไปเด็กสาวมองไม่เห็นภาพตรงหน้าแล้ว แม้แต่ใบหน้าของเขาที่เคยอยู่ใกล้ก็ดูเหมือนจะเลือนรางลงไปทุกขณะ
“...กลับไป กลับไปแน่... ฉันสัญญา”
เธอได้ยินเสียงของมาซารุร้องตะโกนบอกร่างของเธอปลิวออกห่างจากอ้อมแขนของเขา หมุนคว้างราวกับกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางอวกาศไกลแสนไกล นานแสนนานเกินกว่าที่เด็กสาวจะทันรู้สึกตัวได้ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนที่สติจะเลือนรางออกไปคือภาพของเอิร์ธมูนที่สว่างไสวอยู่ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำที่ส่องประกายและนัยน์ตาของพ่อที่เฝ้ามองมาราวกับกำลังยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน
พยายามได้ดีมาก...