เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ตอนที่ 700 รับเงินเดิมพัน

    ตอนที่ 700 รับเงินเดิมพัน

     

    [ทักษะหอกวารีสวรรค์กระบวนท่าที่สองวารีกระหน่ำ]

     

    ฟิ้วววววววว!!

     

    หึ!

     

    “คิดว่าเจ้าใช้ได้คนเดียวหรือยังไงกันพี่ชาย!”

     

    [ทักษะหอกวารีสวรรค์กระบวนที่สองวารีกระหน่ำ]

     

    ฟิ้ววววว!!

     

    ซ่า!! ซ่า!!ซ่า!!

     

    ตู้มมมมมมมมม!!

     

    ครืดดดดดด!!

     

    เมื่อชายหนุ่มทั้งสองคนเริ่มการประลองทั้งคู่ได้ใช้ออกทักษะประจำตระกูลของตน ซึ่งทักษะระดับตำนานชั้นสูงและอนุภาพที่รุนแรงและน่าหวาดหวั่นดังนั้นเมื่อมันเข้าปะทะกันจึงเกิดเป็นคลื่นระเบิดที่รุนแรงจนทำให้หกที่หกของเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าแห่งนี้เกิดการสั่นสะเทือนเลย......

     

    เฮ้!! เฮ้!!

     

    ทว่าเหล่าผู้ชมกลับยิ่งส่งเสียงเชียร์ดังมากขึ้นกว่าเดิมอีกไม่มีใครแสดงสีหน้าหวาดกลัวเลยเมื่อการะทะเกิดขึ้น ที่เป็นแบบนั้นเพราะรอบๆเวทีประลองมีม่านอาคมระดับสูงป้องกันอยู่เพื่อไม่ให้คลื่นพลังจากการปะทะของผู้ประลองบนเวทีไปทำร้ายคนดูได้.......

     

    “แค่กระบวนท่าแรกก็หนักหน่วงเหนี่ยวแล้ว!! แบบนี้สนุกแน่!”

     

    “ใช่ ใช่ ใช่! แบบนี้สนุกแน่!ใครกันนะจะเป็นผู้ชนะหากว่าคนที่ชนะเป็นคุณชายจินลู่ก็คงจะดีไม่น้อยเลย เพราะข้าแทงพนันข้างเขาไว้เยอะอิอิ!!”

     

    “มันต้องเป็นคุนชายจินหลานสิวะ!!เพราะข้าแทงข้างเขาจนหมดตัวเลย เขาจะแพ้ไม่ได้! คุณชายจินหลานสู้ๆ เอาชนะอีกฝ่ายให้ได้นะเฟ้ย!!”

     

    “เอาให้มันสุดๆไปเลยนะเฟ้ย!!”

     

    สำหรับทุกคนที่มาชมการประลองในครั้งนี้แล้วเพียงแค่การปะทะกันด้วยกระบวนท่าแรกก็ทำให้เกิดเสียงเฮฮาและเสียงเชียร์ดังอย่างไม่หยุดแล้วซึ่งเจิ้งฟู่เองก็สนใจในการประลองนี้ไม่แพ้กันกับคนเหล่านี้เพราะเขารู้สึกว่าการต่อสู้นี้ให้อะไรกับเขาได้มากกว่าที่เขาคิดเอาไว้......

     

    “นี่สินะการต่อสู้ของระดับวิถีแห่งเทพ? ช่างเป็นการต่อสู้ที่น่าสนใจยิ่งนักหากไม่มีม่านอาคมคุ้มกันป้องกันคลื่นพลังเอาไว้ละก็ทุกคนรอบๆนี้คงยืนอยู่เฉยๆแบบนี้ไม่ได้แน่!” เจิ้งฟู่พูดขึ้นหลังจากที่เขาสัมผัสและรับรู้ถึงคลื่นพลังที่หลุดลอดผ่านออกมาจากการปะทะกันของชายหนุ่มทั้งสอง......

     

    “ใช่แล้วละน้องชาย!ผู้ที่ก้าวเข้าสู่ระดับวิถีแห่งเทพได้นั้น พลังของเขาจะต่างไปจากผู้ฝึกตนระดับดาราสวรรค์ถึงสองเท่าและมากกว่าผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ถึงห้าเท่าด้วยกัน!” ชายหนุ่มหลานเยี่ยหลิวอธิบายเพิ่มเติมให้เจิ้งฟู่ได้รู้เกี่ยวกับความต่างของผู้ฝึกตนระดับวิถีแห่งเทพและคนที่ระดับต่ำกว่านั้นว่ามันมากน้อยเพียงใด.......

     

    อ่า!

     

    “ขอบคุณพี่ชายมากที่ช่วยแนะนำไม่รู้ว่าข้าจะมีโอกาสไปถึงระดับนี้บ้างหรือไม่?!” เจิ้งฟู่กล่าวขอบคุณที่ชายหนุ่มที่ช่วยอธิบายให้กับเขาก่อนจะพูดตันเพ้อถึงระดับพลังของเขา.....

     

    “หากเจ้ามีความพยายามมากพอมันก็อาจจะเป็นไปได้ที่เจ้าจะไปถึงระดับวิถีแห่งเทพ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นบางคนอาจจะใช้เวลาถึงร้อยปีถึงจะทำได้ แต่บางคนอาจจะใช้เวลาแค่ไม่กี่สิบปีหรืออาจจะน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ซึ่งสำหรับสองคนนั้นพวกเขาเกิดมาในตระกูลระดับสูงที่มีทรัพยากรจำนวนมากให้ใช้พวกเขาจึงก้าวสู่ระดับวิถีแห่งเทพได้ไว บวกกับความพยายามและความขยันของพวกเขาด้วยแล้วมันจึงไม่ใช่เรื่องยาก!”

     

    ชายหนุ่มกล่าวปลอมใจเจิ้งฟู่เกี่ยวกับคำตัดพ้อของเขาพร้อมกับอธิบายบอกว่าทุกอย่างมันมีโอกาสเป็นไปได้หากแต่ต้องใช้เวลาถึงจะทำได้.......

     

    อ่า!!

     

    “ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าข้าจะก้าวไปได้ไกลมากน้อยแค่ไหน!”สำหรับเจิ้งฟู่แล้วเขาไม่คิดที่จะยอมแพ้หรือท้อเพียงแค่นี้แน่ด้วยการที่เขามีทรัพยากรให้ใช้มากมายกว่าคนอื่นๆโดยที่ไม่ต้องหันไปพึ่งพาตระกูลใหญ่หรือกำลังใหญ่เจิ้งฟู่คาดว่าเขาน่าจะไปถึงระดับนี้ได้หากเขาพยายามและหมั่นฝึกฝนให้นัก......

     

    “ถึงแม้ว่าเจ้าจะก้าวเป็นผู้ฝึกตนระดับวิถีแห่งเทพไม่ได้แต่แค่เจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับดาราสวรรค์ได้เจ้าก็อยู่ได้อย่างสบายๆแล้ว!”ชายหนุ่มหลานเยี่ยหลิวยังคงพูดให้กำลังใจเจิ้งฟู่ ถึงแม้จะเห็นว่าเจิ้งฟู่ใส่เพียงชุดธรรมดาทั่วไปและไม่อาจสัมผัสพลังได้เขาก็ไม่ได้รักเกียจเจิ้งฟู่เลยสักนิด......

     

    “ขอบคุณพี่ชายมาก! ถึงตัวข้าจะช่วยอะไรท่านไม่ได้ตอนนี้ หากแต่ในอนาคตข้าจะต้องตอบแทนน้ำใจของท่านในวันนี้ให้ได้!” ถึงแม้ว่าครั้งนี้มันจะไม่ใช่บุญคุณที่ใหญ่หลวงอะไรแต่เจิ้งฟู่ก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่ชายหนุ่มทำให้กับเขาและเขาคิดว่าจะต้องตอบแทนชายหนุ่มกลับไปสักวัน......

     

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ข้าขอขอบใจเจ้ามากนะน้องชายแต่ข้าไม่ต้องการมันหรอก ตัวข้าในตอนนี้อยู่ดีมีสุขอยู่แล้ว คงไม่เกิดอะไรร้ายแรงขนาดนั้นหรอกนะน้องชายแต่ก็เอาเถอะ! หากในอนาคตข้าเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆข้าอาจจะร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าก็ได้!” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมกับยิ้มให้เจิ้งฟู่อย่างสบายๆและไม่คิดอะไรมาก......

     

    อ่า!

     

    กลับมาที่เวทีประลองอีกครั้ง.......

     

    [ทักษะหอกวารีสวรรค์กระบวนท่าที่หนึ่งวารีโต้ตอบ]

     

    ฟิ้ว!!!

     

    [ทักษะหอกวารีสวรรค์กระบวนท่าที่สามปราการหอกวารี]

     

    ครืดดดดดด!!

     

    วืดดดดดดด!!

     

    ตู้ม!!!!

     

    ชายหนุ่มทั้งสองยังคงต่อสู้กันอย่างเมามันและดุเดือนซึ่งในตอนนี้ทั้งคู่ได้ใช้ออกกระบวนท่าไปมากกว่าร้อยกระบวนท่าแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครเสียท่าให้แก่กันเลย ยิ่งปะทะความรุนแรงและความบ้าคลั่งก็ยิ่งมากขึ้นและไม่เพียงแค่การต่อสู้จะดุเดือดเท่านั้น ผู้ชมเองก็ดุเดือนไม่แพ้กัน.....

     

    “จินลู่! ข้าว่าเจ้าควรที่จะใช้ออกทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้าได้แล้วไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่มีวันชนะข้าอย่างแน่นอน เพราะข้ากำลังจะใช้ท่าที่แรงที่สุดของข้าแล้ว!”ชายหนุ่มจินหลานกล่าวขึ้นหลังจากที่เห็นว่า มันสมควรแก่เวลาที่จะปิดฉากการต่อสู้ในครั้งนี้......

     

    หึ!

     

    “ถ้าเจ้าต้องการแบบนั้นข้าก็จัดให้ได้!แล้วอย่าได้มาร้องงอแงทีหลังละกันว่าข้าแกล้งเจ้า!” ชายหนุ่มจินลู่ไม่ได้สนใจต่อคำขู่ของจินหลานเลยสักนิดเพราะเขารู้ดีว่าทักษะของเขานั้นมีอนุภาพมากน้อยแค่ไหนและเขาก็รู้ว่าทักษะที่จินหลานจะใช้คือทักษะใดด้วย......

     

    [ทักษะกระบวนท่าหอกมังกรวารี]

     

    โฮกกกกกก!!

     

    เมื่อชายหนุ่มจินลู่พูดจบเขาก็ทำการใช้ออกทักษะกระบวนท่าพิเศษของเขาในทันทีซึ่งทักษะหอกมังกรวารีนี้เป็นทักษะระดับเซียนที่มีอนุภาพรุนแรงกว่าทักษะหอกประจำตระกูลที่ใช้ออกไปก่อนหน้านี้เสียอีกและด้วยคนที่ใช้ออกเป็นถึงระดับวิถีแห่งเทพด้วย ความรุนแรงของมันยิ่งมีมาก......

     

    “หึ! เข้ามาเลยจินลู่!ข้าเองจะไม่ยอมแพ้เจ้าอีกแล้ว!!”

     

    [ทักษะกระบวนท่าหอกฉลามมังกรคลั่ง]

     

    กรร!!!

     

    ชายหนุ่มจินหลานเองก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้เขารีบใช้ออกทักษะพิเศษของเขาเช่นกัน ซึ่งเป็นทักษะระดับเซียนเช่นเดียวกันของจินลู่เลย.......

     

    วืดดดดดดดด!!

     

    ตู้ม!!!!

     

    เพ่ง!! เพ่ง!!เพ่ง!!

     

    ทั้งสองทักษะต่างก็เข้าปะทะกันอย่างดุเดือด ทั้งปลายหอกและตัวหอกที่กระทบกันทำให้เกิดเสียงแหลมจนแสบแก้วหูไปหมดทว่าผู้คนที่อยู่ข้างนอกม่านพลังอาจจะสัมผัสมันได้ไม่เต็มที่......

     

    “นั่นพวกเขาใช้ทักษะระดับเซียนใช่ไหม?”

     

    “น่าจะใช่นะดูจากความรุนแรงที่พวกเขาสร้างขึ้นแล้ว มันมากกว่าครั้งก่อนๆอีก!”

     

    “อ่า! ช่างเป็นบุญตาของข้ายิ่งนักถือว่าเสียเงินเข้าชมครั้งนี้นับว่าคุ้มค่าโดยแท้จริง!”

     

    “หึ! ก็แค่เด็กน้อยอยากลองวิชาเท่านั้นหากต้องเจอกับผู้อาวุโสของตระกูลข้าละก็พวกเขาก็ไม่ต่างอันใดไปจากการละเล่นของเด็กหรอก!”

     

    “เจ้าเอาเขาไปเทียบกับคนที่มีอายุมากได้อย่างไรกัน?พวกเขาพึ่งจะอายุแค่ยี่สิบกว่าๆเองนะ หากให้เวลาพวกเขาอีกห้าหรือสิบปีมีหรือที่ผู้อาวุโสของตระกูลเจ้าจะสู้ได้!?”

     

    อ๊ะ!!

     

    ต่างคนต่างก็พูดกันไปต่างๆนาๆมีทั้งคนที่ชื่นชมและอิจฉาต่างออกไป......

     

    อีกครึ่งชั่วโมงผ่านไป......

     

    แฮะ! แฮะ!แฮะ!!

     

    ในที่สุดการต่อสู้ก็ได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้วเมื่อทั้งสองฝ่ายใช้พลังที่ตนมีไปเกือบจะหมดกับการปะทะกันที่ผ่านมาและก็ดูเหมือนว่าผู้ที่ได้เปรียบอยู่จะเป็นชายหนุ่มจินลู่ผู้พี่ เพราะเขาสามารถหลบกระบวนท่าของจินหลานได้ถึงสองครั้งแต่จินหลานกลับไม่สามารถหลบกระบวนท่าของจินลู่ได้เลยสักครั้งเดียวดังนั้นผลแพ้ชนะจึงถูกตัดสินด้วยการโจมตีครั้งสุดท้ายนี้......

     

    “ข้าจะไม่ยอมแพ้เจ้าแน่!”

     

    [ทักษะกระบวนท่าหอกฉลามมังกรคลั่ง]

     

    “เช่นนั้นก็ตัดสินให้มันจบๆไปเลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!”

     

    [ทักษะกระบวนท่าหอกมังกรวารี]

     

    ย้า!!!!

     

    ฟิ้วววววววว!!

     

    ตู้มมมมมมมมมม!!

     

    อ้า!

     

    ด้วยกระโจมตีในครั้งสุดท้ายนี้ ในที่สุดผลแพ้ชนะก็ปรากฏออกมาให้เห็นจนได้ซึ่งผู้ที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ก็คือชายหนุ่มจินลู่นั้นเองถึงแม้ว่าจินลู่จะได้รับชัยชนะ แต่ร่างกายของเขาก็ได้รับบาดเจ็บไปไม่ใช่น้อยส่วนจินหลานนั้นสลบไปแล้วเพราะหมดแรงที่จะสู้ต่อไปได้.......

     

    เย้!!

     

    คุณชายจินลู่!!

     

    คุณชายจินลู่!!

     

    เสียงเชียร์ดังกระหึ่มขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหวเมื่อผู้ที่ชนะเป็นชายหนุ่มจินลู่เพราะคนส่วนมากวางเดิมพันที่ข้างของชายหนุ่มจินลู่ ซึ่งรวมถึงเจิ้งฟู่ด้วยที่วางเดิมพันกับชายหนุ่มคนนี้และยอดเดิมพันที่เขาวางไปนั้นก็คือผลึกสวรรค์ม่วงระดับสูงสามสิบก้อน.......

     

    “พี่ชาย! ข้าคิดว่าท่านคงวางเดิมพันข้างคนที่ชื่อจินหลานสินะ?”เจิ้งฟู่ยิ้มและหันไปถามชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆตนเหมือนกับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหน้าเสียอยู่เพราะแพ้เดิมพัน......

     

    อ่า!

     

    “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าวางเดิมพันข้างจินหลาน?ว่าแต่เจ้าละ วางเดิมพันข้างไหน?!” ชายหนุ่มหลานเยี่ยหลิวรู้สึกตกใจเล็กน้อยกับคำถามของเจิ้งฟู่แต่ไม่นานเขาก็คืนสติกลับมาได้และถามเจิ้งฟู่กลับว่าเขาเลือกวางเดิมพันข้างไหน.......

     

    “ข้าวางเดิมพันข้างคนที่ชื่อจินลู่ขอรับเดี๋ยวข้าขอตัวไปรับเงินเดิมพันก่อนนะ!” เจิ้งฟู่ตอบกลับชายหนุ่มไปในทันทีก่อนจะขอตัวไปรับเงินเดิมพันที่เขาได้วางเอาไว้......

     

    อ่า!!

     

    ชายหนุ่มหลานเยี่ยหลิวถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยเมื่อได้ยินแบบนั้นตัวเขาได้วิเคราะห์และตรวจสอบทุกอย่างมาอย่างดีแล้วเกี่ยวการประลองในครั้งนี้ ว่าใครจะเป็นผู้ชนะทว่าทุกอย่างมันกลับผิดคาดไปจากที่เขาได้คิดเอาไว้เลยโดยเฉพาะเจิ้งฟู่ที่ชอบถามเขาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความสามารถของสองพี่น้อง........

     

    หลังจากที่เจิ้งฟู่ลุกออกมาจากที่นั่งของเขาแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังโต๊ะรับพนันที่ข้างหน้าทางเข้าชั้นที่หกของเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าในทันทีซึ่งในตอนนี้มีผู้ที่ชนะเดิมพันมารอรับเงินของตนเป็นจำนวนมากเจิ้งฟู่เลยต้องรอต่อแถวเล็กน้อย......

     

    ห้านาทีผ่านไป.......

     

    “คนต่อไป!”หลังจากที่ผ่านไปห้านาที เสียงของชายวัยกลางคนที่ทำหน้าที่เฝ้าโต๊ะก็ตะโกนเรียนคนต่อไปซึ่งก็คือคิวของเจิ้งฟู่นั้นเอง......

     

    “แสดงตั๋วพนันของเจ้าด้วย!”เมื่อเจิ้งฟู่มาถึงหน้าชายวัยกลาง ชายวัยกลางก็ไม่พูดอ้อมค้อมใดๆเขาถามถึงตั๋วพนันที่ได้รับจากทางโต๊ะรับพนันไปในทันที......

     

    พรึบ!!

     

    “นี่ตั๋วพนันของข้า!”เจิ้งฟู่หยิบเอาตั๋วพนันของเขาออกมาและยื่นส่งมันให้กับชายวัยกลาง......

     

    หมับ!!

     

    หือ?

     

    “ตั๋วนี่ใช้ของเจ้าแน่นะไอ้หนู?”เมื่อชายวัยกลางเห็นตั๋วของเจิ้งฟู่ สีหน้าของมันก็ดูเปลี่ยนไปก่อนจะจ้องเขม็งมาที่เจิ้งฟู่และถามเขาว่าตั๋วนี้ใช่ของเขาจริงหรือไม่.......

     

    “มันต้องเป็นของข้าอยู่แล้วสิ!ท่านไม่เห็นตราประทับบนตั๋วนั้นหรือยังไง?!” เจิ้งฟู่พยักหน้าและตอบกลับชายวัยกลางคนไป......

     

    “ถ้างั้นเจ้ารอเดี๋ยว จำนวนเงินขนาดนี้ข้าต้องคุยกับคนที่ตำแหน่งสูงกว่าข้าก่อน!”เมื่อเห็นว่าเจิ้งฟู่ยังคงนิ่งสงบได้ชายวัยกลางคนก็รู้แล้วว่าตั๋วนี้ต้องเป็นของเขาแน่แต่ด้วยจำนวนเงินที่เจิ้งฟู่ได้รับนั้นมันสูงเกินไปกว่าที่ตนจะจ่ายให้ได้ชายวัยกลางจึงได้ขอตัวไปปรึกษากับคนที่ตำแหน่งใหญ่กว่าเพื่อดูว่าจะเอายังไงต่อไป.......

     

    ได้!!

     

    เจิ้งฟู่พยักหน้าและตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะเขาจำได้ว่าโต๊ะพนันเหล่านี้รับจริงจ่ายจริงไม่มีโกงแต่ถ้าคนเหล่านี้โกงพวกมันจะต้องเสียชื่อเสียงแน่ดังนั้นเจิ้งฟู่จึงตัดสินใจที่จะรอ.......


    ***************************************

    เดี๋ยวมาลงให้อีกตอนนะครับ ใกล้เสร็จและ วันนี้เอาไป 2 ก่อน เดียวพรุ่งนี้ให้อีก 2

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์) ที่คุณอ่าน