ตอนที่หนึ่งร้อยเก้า ความศักดิ์สิทธิ์ของการแต่งงาน
อย่างหนึ่งที่เราต้องเรียนรู้ของการอยู่ในโลกใบนี้คือพวกสาวๆในโลกนี้คิดแบบไม่ปรกติหรือคิดไม่ค่อยจะตรงกับข้อเท็จจริงของจักรวาลที่ตนเองอยู่สักเท่าไร
ทั้งที่มีปีศาจจากนรก ฮาเดส เมฟิสโต้หรือลูซิเฟอร์ตัวเป็นๆเดินไปเดินมา
แต่พวกเธอราวกับอุดหูตนเองพยายามที่จะไม่ฟังว่าพระเจ้ามีอยู่จริง
อาจจะเพราะแนวคิดบูชาแม่มดแนววิคคันWiccan ต่างๆที่หยิบยืมพลังจากธรรมชาติหรือเทพเจ้าและปีศาจต่างๆ
ที่ทำให้หากเราพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมดเราจะค้นพบว่า
พวกคลั่งศาสนาชาวคริสต์คิดถูกแล้ว
ว่าไอ้พวกแม่มดต่างๆเหล่านี้มันมีพลังขึ้นมาได้ก็เพราะทำสัญญากับพวกปีศาจผีป่าซาตานเพื่อพลังจริงๆ
แต่เป็นเพราะนี่คือเรื่องราวที่ทำมาขายผู้หญิงหรือกลุ่มคนดูที่รักชอบในเรื่องแม่มดปีศาจและเวทมนตร์หากเผลอทำให้คนดูคิดว่า
พวกคลั่งศาสนาอย่างปู่ย่าตายายของเราที่ห้ามเรายุ่งเกี่ยวกับเวทย์นั้นคิดถูกแล้วเพราะมันเกี่ยวกับผีป่าซาตาน
คนดูอาจจะรู้สึกเหมือนโดนด่าทางอ้อมและเรื่องคงจะกร่อยแน่ๆ
ทั้งที่การเสกน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์คือรากฐานของการปราบแวมไพร์และปีศาจแท้ๆ
แสดงว่าพระเจ้าท่านก็ทำงานของท่านอยู่ไม่ได้หายศีรษะไปที่ไหนแต่ประการใด
แต่พอผมกล่าวถึงเรื่องพระเจ้าแบบเป็นงานเป็นการ
แอนนากลับอ้าปากค้างและสมองกลายเป็นว่างเปล่าไป
ราวกับเธอไม่เคยคิดว่าจะเจอคำตอบอย่างนี้มาก่อน
เพราะเธอไม่เคยคิดไปในทางนี้จริงๆทั้งที่โลกเรามีปีศาจตัวเป็นๆเดินไปเดินมา
“การจับมือถือแขนหรือการจูบหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้แต่งงานกันก่อน ผิดข้อห้ามทางศาสนา การแต่งงานต้องศักดิ์สิทธิ์เสมอ”
ผมกล่าวเรื่องที่ท่าทางสาวมัธยมปลายชาวอเมริกันจะไม่ค่อยชอบเท่าไร
การที่จะห้ามพวกคุณเธอในการทำหรือไม่ทำอะไรนั้นคือเรื่องต้องห้ามที่นิตยสารโว๊กว๊ากนั้นจะบอกเสมอว่าผู้หญิงมีอำนาจที่จะทำอะไรก็ได้
ไม่มีใครมีสิทธิมาห้ามให้พวกเธอทำหรือไม่ทำอะไร...ซึ่งในจักรวาลนี้นิตยสารพวกนั้นได้มีการตีพิมพ์โดยพวกปีศาจ...ก็ไม่รู้ว่าคนแต่งเรื่องนี้จะสื่ออะไรเหมือนกัน
ราวกับว่าเขียนให้พวกคลั่งศาสนาดูงี่เง่าในเปลือกนอก
แต่พอเราดูลึกลงไปในรายละเอียดของเรื่องราวได้ค้นพบว่าพวกคลั่งศาสนาคิดถูกแล้วในทุกเรื่องที่พวกเขากังวล
ทั้งเรื่องแบนหนังสือต้องห้ามเพราะมันมีหนังสือเวทมนตร์คาถาทางชั่วร้ายอยู่จริงๆ
บางเล่มก็สอนเรียกปีศาจขึ้นมาทำสัญญาแลกเปลี่ยนบนโลกมนุษย์ด้วยซ้ำ
แม้ผมพยายามจะไปเหมาหนังสือเวทย์ทุกเล่มเท่าที่จะทำได้แต่ก็อาจจะมีช่วงที่หลงหูหลงตาผมไปบ้างเช่นกัน
“ดังนั้นหากผมจะจับมือถือแขนจูบหรืออะไรกับบอนนี่เราต้องทำพิธีแต่งงานกันก่อน”
ผมกล่าวอย่างไม่ได้ปิดบังอะไร
บางครั้งการทำตัวให้ถูกต้องตามหลักศาสนาในสายตาของคนยุคปัจจุบันโดยเฉพาะสาวอเมริกันคงมองเราว่าเป็นคนบ้าอย่างนี้ล่ะ