Age of war

    ตอนที่ 69 เครื่องบินขับไล่ปะทะมังกร (2)

    ***ยักษาแห่งนภาอากาศ [มาเรียม พลัม]

    “จากขุนนางมาเรียม ถึงยักษาแห่งการช่างเชอรี่ ช่วยรายงานตำแหน่งศัตรูให้ด้วย”

    “จากขุนนางเชอรี่--”

    “เหวอ!? ”

    ลูกโลหะที่อาบความร้อนจนส่องเป็นเส้นสีส้มที่เด่นชัด เจ้าสิ่งนั้นได้วิ่งตัดผ่านอากาศเป็นเส้นตรงมาทางฝูงบินของข้าในระหว่างที่รอรับฟังรายงาน

    ข้ารีบชักหัวอสูรปีกให้บินทะยานขึ้นท้องฟ้าเพื่อหลบกระสุนสังหารของศัตรู

    ปีกของอสูรได้ถูกกางออกกว้างก่อนจะกระพือสร้างลมอย่างอย่างรุนแรง แล้วบินทะยานไต่ระดับขึ้นสูงกว่าเดิม

    ถึงจะไม่สามารถใช้กระแสลมพัดให้กระสุนโลหะสังหารปลิวกระจายได้เหมือนลูกธนู แต่อย่างน้อยข้าก็รู้สึกได้ว่าวิถีของกระสุนสังหารนั้นถูกทำให้เบี่ยงออกไปจากเดิม

    “โกรว!? ”

    มีเสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

    ข้ารีบหันกลับไปดู

    มีลูกน้องของข้าคนหนึ่งซึ่งไหวตัวหลบไม่ทัน ถูกรุมกระหน่ำยิงด้วยกระสุนสังหารนับร้อยนัด

    จากการทดสอบก่อนหน้านี้ พวกข้ารู้แล้วว่ากระสุนเหล่านั้นไม่สามารถเจาะเกล็ดหนาของพวกอสูรปีกได้

    แต่ใช่ว่าจะไร้เทียมทานทนรับได้ตลอดไป

    อย่างช่วงเกล็ดย้อน บริเวณลูกตา และส่วนปีกที่อ่อนนุ่ม หากถูกกระหน่ำยิงเพียงไม่กี่นัด กระสุนสังหารก็สามารถฉีกร่างของพวกอสูรปีกเป็นชิ้น ๆ ได้

    หรือต่อให้ยิงโดนช่วงเกล็ดที่หนาและแข็ง แต่ถ้าเจอกระสุนสังหารขนาดใหญ่พร้อมระเบิดไฟ มันก็ตายได้เช่นกัน

    ดังนั้นพวกเราจึงสร้างเกราะให้กับมัน

    แต่เกราะของเผ่าภูติใช่ว่าจะทนทานดั่งของวิเศษ ถึงจะป้องกันอำนาจทะลวงได้ แต่มันไม่สามารถดูดซับแรงกระแทกได้ทั้งหมด

    แถมถ้าถูกกระหน่ำยิงซ้ำหลายต่อหลายนัด มันก็ยังสามารถถูกยิงทะลุได้อยู่ดี

    สรุปคือเจ้าอสูรปีกที่กำลังโดนรุมยิงตัวนั้นไม่รอดแล้วนั่นเอง

    ร่างของอสูรปีกขนาดใหญ่สี่เมตรได้ร่วงหล่นสู่พื้นดินพร้อมกับผู้คุมอสูรของมัน

    “บินกระจายกำลัง ห้ามหยุดอยู่กับที่! ”

    ข้าสั่งการให้ทุกคนบินกระจายตัวออกเพื่อหลบลูกกระสุนสังหาร

    กองกำลังอสูรที่สวมเกราะสีขาวต่างบินกระจายตัวออกตามรับคำสั่ง

    ในช่วงเวลาที่พวกอสูรเหล็กกล้าของศัตรูบินเข้าหาด้วยความเร็วพร้อมลั่นกระสุนสังหาร ฝ่ายข้าเองก็พ่นลมหายใจเปลวเพลิงเป็นเส้นลำแสงสวนกลับไป

    ส่วนข้าเองก็ใช้ [คำราม] ที่ถืออยู่ในมือขวาโจมตีออกไปพร้อมกัน

    [คำราม] คือชื่อที่ตั้งให้กับอาวุธที่ยึดมาจากเผ่ายักษาน้อย

    เนื่องจากเวลาใช้งานมันจะส่งเสียงระเบิดดังคำรามก้องไปทั่วน่านฟ้า พวกเราจึงตั้งชื่อมันว่า [คำราม]

    ในอดีต เหล่านักรบขี่อสูรปีกจะใช้ธนูกับดาบในการสู้รบบนน่านฟ้า

    แต่ตอนนี้พวกเราหันมาใช้ [คำราม] กันแทน

    [คำราม] ที่สร้างจากท่อโลหะทรงกลมจำนวนหกกระบอก และใช้มันยิงกระสุนสังหารออกไปอย่างต่อเนื่องกระบอกนี้มีอำนาจทำลายเหนือกว่าดาบและธนูอย่างเทียบไม่ติด

    แต่เนื่องจากมือหนึ่งต้องคอยเอาไว้ใช้คุมและยึดเกาะกับตัวอสูรปีก จึงทำให้หนึ่งคนจะพกคำรามเอาไว้เพียงแค่กระบอกเดียว ไม่เหมือนกับเหล่านักรบทหารราบที่พกถึงสองกระบอกต่อคน

    ลูกกระสุนสังหารของฝ่ายเราได้ถูกยิงสวนกลับออกไป

    ฝูงบินอสูรเหล็กของศัตรูบินกระจายตัวออกทันทีที่เห็นเส้นแสงไฟอันร้อนแรงกว่าพันองศากับกระสุนสังหารพุ่งตรงออกไป

    เสียงระเบิดคำรามได้ดังไปทั่วน่านฟ้าราวกับว่าสรวงสวรรค์จะถล่มลงมา ก่อนที่จะเงียบเสียงลงพร้อมกับร่างของเหล่าศัตรูที่บินหลบหายเข้าไปในกลีบเมฆ

    “ทุกคนบินหลบเข้าเมฆ! ขุนนางเชอรี่ ขอตำแหน่งศัตรูด่วน! ”

    เมื่อเห็นดังนั้น ข้าจึงสั่งให้กองทัพของตัวเองเข้าไปซ่อนตัวในหมู่เมฆเช่นกัน

    “ค่ะ! ทางด้าน… เออ…”

    “รีบรายงานมาเร็ว! พวกมันยิงพวกข้าที่ซ่อนในเมฆได้ราวกับมีตาทิพย์เลยนะยะ! ”

    ข้ากรีดเสียงร้องออกไปด้วยความตื่นตระหนก

    ถึงจะหลบเข้ามาซ่อนในหมู่เมฆเหมือนกัน แต่พวกมันกลับยิงเข้าใส่พวกเราได้ตรงเป้าราวกับว่ามีดวงตาทิพย์ที่สามารถมองทะลุเมฆสีขาวได้

    “...คือว่ามีกองทัพของเผ่าปีกบินเต็มน่านฟ้า จึงทำให้พวกเราไม่สามารถแยกออกได้ค่ะว่าตำแหน่งเหล่านั้นคืออสูรปีกของศัตรู หรือว่าเป็นเผ่าปีก หรือว่าเป็นตำแหน่งของกองทัพของเรานะคะ”

    “ค**ย”

    ข้าพ่นคำหยาบออกมาโดยไม่รู้ตัว

    พวกเผ่าตัวจิ๋วที่ขายเครื่อง [เรด้า] ให้กับพวกเรานั้น ได้เคยเตือนเอาไว้ว่า “สงครามยุคใหม่ ข้อมูลและข่าวสารคือหัวใจสำคัญที่สุด”

    ตอนแรกข้าก็ไม่เข้าใจ เพราะปกติพวกเรารบกันด้วยฝีมือและพละกำลังกับจำนวนกองทัพเข้าว่า

    แต่ตอนนี้ข้ารู้ซึ้งถึงความสำคัญนั้นแล้ว

    เทคโนโลยีหลายอย่างที่พวกเราได้รับมาจากเผ่าตัวจิ๋วและขโมยมาจากเผ่ายักษาน้อยนั้น ย่อมแปลว่าอีกฝ่ายย่อมมีโอกาสที่จะมีเทคโนโลยีซึ่งคล้ายกันอยู่

    พวกยักษาน้อยคงมี [เรด้า] เหมือนกับพวกเรา และใช้งานจนชำนาญผิดกับฝ่ายเราที่พึ่งจะเริ่มมีใช้กัน

    พวกเราไม่มีแม้แต่ข้อมูลที่จะทราบถึงตำแหน่งของศัตรู แต่พวกศัตรูต้องมีข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของพวกเราอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงตอบคำถามที่พวกมันยิงใส่พวกเราได้ราวกับมีดวงตามองเห็น

    การโจมตีทีเผลอครั้งแรกที่พวกเราสามารถยิงใส่พวกมันได้นั้น อาจจะเป็นเพราะว่าศัตรูประมาทไปเองมากกว่า

    “ทุกคน จงสู้ด้วยสัญชาตญาณ! กระจายตัวออกรับมือศัตรู! อย่าให้พวกมันมาทำอะไรตามใจชอบตรงน่านฟ้าของเราได้เด็ดขาด! ”

    ข้าคำรามประกาสสั่งการออกไปผ่านทางเครื่องสื่อสาร

    ในเมื่อหวังพึ่งการสนับสนุนด้านข้อมูลของศัตรูไม่ได้ งั้นข้าก็ขอจักต่อสู้ด้วยความสามารถแทน

    ฝูงบินอสูรปีกที่เหลือสี่สิบห้านาย (ถูกยิงระหว่างซ่อนตัวในเมฆไปอีกสี่นาย) เริ่มบินทะยานไปตามหมู่เมฆเพื่อค้นหาศัตรู

    พวกเราแบ่งออกเป็นหน่วยละเก้านาย รวมทั้งหมดห้าหน่วยบินกระจายออกไปด้านหน้าแบบปูพรมเพื่อค้นหาศัตรู

    “โกร้ว! ”

    แล้วพวกเราก็พบตัวศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเมฆอันหนาทึบ

    หน่วยที่อยู่ทางปีกซ้ายสุดได้ค้นพบฝูงบินของศัตรู และเริ่มทำการไล่สังหาร

    เงาของอสูรเหล็กจำนวนหกลำที่กำลังส่งเสียงใบพัดดังกังวาลตรงนั้น เริ่มบินกระจายตัวหลบลมหายใจอสูรของฝ่ายเรา

    มีศัตรูถูกสังหารไปจากการโจมตีนั้นราวหนึ่งตัวได้

    อสูรของศัตรูบินฉีกออกเป็นวงกว้าง และพยายามสลัดให้กลุดจากการไล่ล่าของกองทัพฝ่ายเรา

    หากเป็นอสูรปีกของพวกเรา การถูกโจมตีฉับพลันเข้าด้านหลัง พวกมันจะสามารถพลิกตัวกลับไปสวนกลับได้ทันที แต่ดูเหมือนว่าพวกอสูรเหล็กของศัตรูจะทำแบบนั้นไม่ได้

    พวกมันต้องตีวงกว้างเพื่อบินหมุนกลับมาเข้าด้านหลัง ซึ่งแน่นอนว่ากองกำลังของข้าไม่มีวันยอมให้ทำแบบนั้น

    “ดีมาก ไล่ล่าต่อไปแบบนั้น อย่าให้ศัตรู--”

    *เปรี๊ยง!? *

    ในตอนนั้นเองที่มีเสียงระเบิดดังกังวาลขึ้นมาจากทางด้านหลังของกองกำลังปีกซ้าย

    ฝูงบินของศัตรูอีกกลุ่มหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น และเริ่มกระหน่ำยิงมาจากทางด้านหลังของหน่วยที่ปีกซ้ายนั้น

    จากผู้ไล่ล่า ได้ฉับพลันกลายเป็นผู้ถูกล่าไปในทันที

    “รีบไปช่วย--- ทุกหน่วยหลบ! ”

    ในตอนที่คิดว่าจะบินเข้าไปช่วย ก็มีอีกฝูงบินของศัตรูยิงเข้ามาสกัดเอาไว้

    ให้ตายสิ พวกมันเคลื่อนไหวและวางกำลังดักเส้นทางการบุกของพวกเราเอาไว้หมดแล้วไม่ใช่หรือยังไง?

    “พวกมันกำลังพยายามล้อมพวกเรา! ทุกหน่วย ทิ้งตัวดิ่งเพื่อสลัดการถูกปิดล้อมซะ! ”

    ข้ารีบสั่งการแก้สถานการณ์ในทันที

    ฝูงบินอสูรต่างหุบปีกลงแล้วบินทิ้งตัวดิ่งลงพื้น

    ฝูงบินอสูรเหล็กของศัตรูบินไล่ตามอย่างไม่ลดละ พร้อมกับสาดกระสุนสังหารเข้าใส่จากด้านหลัง

    “ทุกคนยิงสกัด! ”

    ข้าสั่งเหล่าลูกน้องให้รีบกลับตัวหันกลับไปแล้วสาดกระสุนเข้าใส่ พร้อมกับปล่อยการบินให้เป็นการตัดสินใจของเหล่าอสูรปีกไปแทน

    ฝูงบินอสูรทั้งสองฝ่ายต่างทิ้งตัวดิ่งลงพื้นดินข้างล่างที่สูงกว่าหนึ่งหมื่นแปดพันฟุตพร้อมกัน

    กระสุนสังหารถูกลั่นแลกกันอย่างดุเดือดพร้อมกับเสียงกระแสลมที่วิ่งกรีดใบหูผ่านด้านข้างไป

    เกิดเสียงกรีดร้องที่เจ็บปวดของอสูรปีกดังแทรกผ่านเสียงคำรามของอาวุธ

    ในขณะที่ฝ่ายศัตรูยังไม่มีตัวไหนร่วงลงมาเลย

    “...ทนทายาดจริงนะ”

    ดูเหมือนว่าผิวที่เรียบมันของพวกอสูรเหล็กจะทนทานพอ ๆ กับเกล็ดของอสูรปีก

    ทั้งที่โดนกระสุนสังหารเข้าไปเต็ม ๆ กลับกลายเป็นว่ามีเพียงแค่รอยขีดขวนเบา ๆ เกิดขึ้น และบินลุยต่อราวกับไม่เป็นอะไร

    ข้าลองเปลี่ยนตำแหน่งเล็งไปที่ปีกซึ่งน่าจะเป็นจุดอ่อนของพวกมัน

    แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำได้เพียงแค่ทำให้เป็นรอยบุบเล็ก ๆ เท่านั้น

    กระสุนสังหารของพวกเราไม่สามารถฉีกปีกของพวกมันออกมาได้ คงมีแต่ลมหายใจของอสูรปีกที่สามารถทำร้ายพวกมันได้แล้วกระมั้ง?

    “หน่อย! แล้วถ้าตรงนี้ละ!? ”

    คราวนี้ข้าเล็งไปที่ใบบัดของศัตรู

    กระสุนสังหารจำนวนมากถูกยิงกระทบกับใบพัด และในเวลาต่อมามันก็ส่งควันสีดำน่ากลัวพุ่งออกมา

    ใบพัดนั้นหยุดหมุนและเริ่มบินรวนเรราวกับไม่สามารถควบคุมได้ ก่อนจะพุ่งฉีกออกอย่างไร้ทิศทาง

    มันได้ผล!

    “ทุกหน่วย เล็งโจมตีไปที่ใบพัดของมัน นั่นคือจุดอ่อน! ”

    พวกเราต่างลั่นไกแลกกับกระสุนสังหารของฝ่ายศัตรูอย่างกล้าหาญและไม่มีลังเล

    ทั้งสองฝ่ายต่างเสียหากหนักมาก จนกระทั้งช่วงเวลาแห่งการไล่ล่านั้นสิ้นสุดลง

    ผิวของพื้นดินเบื้องล่างได้ปรากฏจนเห็นเป็นกำแพงที่สูงไร้ขอบเขต

    อสูรปีกของพวกเราเล็งจังหวะที่อีกเพียงสามเมตรจะกระทบพื้น กางปีกออกกว้างแล้วบินเลียบพื้นตรงออกไปได้อย่างรวดเร็ว

    ส่วนกองทัพอสูรเหล็กของศัตรูที่ต้องใช้ระยะในการตีวงบินหักเชิดหัว จึงทำให้ตั้งหลักช้ากว่าพวกเรา

    ซึ่งช่วงเวลาที่พวกมันหยุดยิงชั่วขณะนั้น นั่นละคือโอกาสทำลายล้างพวกมัน

    “ทุกหน่วยยิงลมหายใจอสูรปีกได้! ”

    อสูรปีกที่เหลือสามสิบนายบินกลับตัวอย่างรวดเร็ว แล้วพ่นลำแสงทำลายล้างออกไป

    เส้นแสงทั้งสามสิบนัดได้ฆ่าเอาชีวิตของอสูรปีกเหล็กไปได้ถึงยี่สิบตัวในการโจมตีเดียว

    จากที่สังเกตุด้วยสายตาแล้ว กองทัพอสูรเหล็กของศัตรูน่าจะเหลืออยู่อีกราวยี่สิบแปดตัวได้

    “อย่าให้ศัตรูตั้งลำหันมาโจมตีได้ จัดการไล่ล่ากลับซะ! ”

    ข้ากรีดเสียงสั่งการออกไป

    ฝูงบินของข้าเริ่มทำการบินไล่ตามพวกศัตรูกลับ

    “แบ่งออกเป็นสามหน่วย หน่วยละสิบนาย บินทิ้งระยะห่างดูหลังของกันและกัน อย่าให้ศัตรูบินดักล้อมแบบเมื่อกี้ได้อีก! ”

    ข้าสั่งการออกไปเช่นนั้น

    กองทัพของข้ารีบจัดแนวบินใหม่ กลายเป็นฝูงบินที่ทิ้งช่วงห่างออกจากกันราวห้าสิบเมตร และแผ่ออกเป็นหน้ากระดานเรียงตัวอย่างสวยงาม

    พวกเราไล่ล่าโจมตีศัตรูจากข้างหลัง ซึ่งมันเป็นตำแหน่งที่อสูรปีกฝ่ายเราสามารถโจมตีได้อย่างอิสระ ผิดกับอสูรเหล็กของศัตรูที่ไม่สามารถโจมตีสวนกลับมาได้

    ลำแสงทั้งสิบเส้นถูกยิงขึ้นพร้อมกับบินไล่ล่าด้วยความเร็วที่เหนือชั้น

    กองทัพของศัตรูถูกยิงร่วงดั่งต้นไม้พลัดใบไปอีกห้าลำ

    ในเวลาเดียวกัน ข้าก็ชำเลืองมองไปทางหน่วยทหารราบที่ยืนอยู่นอกบาเรียของเมืองหลวง

    กองทัพนับแสนของพวกตัวปีกลดไปเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะมองยังไง พวกเราก็น่าจะเป็นฝ่ายชนะในสงครามครั้งนี้

    อาวุธสมัยใหม่นี่ช่างน่ากลัวยิงนัก เพียงแค่ทหารสองหมื่นนายกลับสามารถขับไล่กองทัพนับแสนของศัตรูกลับไปได้

    “... แกเหนื่อยแล้วหรือ? ”

    แต่ระหว่างที่คิดลำพองใจเช่นนั้น เจ้าอสูรปีกของข้ากลับเริ่มบินช้าลง

    เท่านั้นไม่พอ ความรุนแรงของลมหายใจก็ยังดูเบาบางลงอีกด้วย

    “โกรว…”

    “ช่วยไม่ได้… สับเปลี่ยนแนว! หน่วยที่สองบินขึ้นหน้าไล่ล่าต่อ หน่วยที่หนึ่งบินร่นไปแถวหลังเพื่อฟื้นแรงซะ! ”

    ข้าหันกลับไปมองอสูรเหล็กของศัตรูระหว่างที่ลดความเร็วลงมา

    พวกมันยังคงบินด้วยความเร็วในอัตตราที่มากขึ้น และไม่มีท่าทางว่าจะเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย

    ราวกับเป็นเครื่องจักรที่ไร้ซึ่งชีวิต

    “ให้ตายสิ ถ้าหากเชอรี่ใช้เรด้าได้ชำนาญ ป่านนี้คงให้หน่วยภาคพื้นดินยิงสนับสนุนได้แล้ว”

    ตามแผนการเดิมนั้น เหล่าหน่วยภาคพื้นดินจะต้องช่วยยิงสนับสนุนภาคพื้นอากาศด้วย

    แต่เป็นเพราะว่าใช้เรด้าในการจับตำแหน่งศัตรูอย่างชำนาญไม่ได้ จึงยกเลิกความคิดนั้นไป เพราะไม่อย่างงั้นคงได้มีกระสุนลูกหลงโดนพวกเดียวกันไปแทน

    *บรึม! *

    ในตอนนั้นเองที่เกิดเสียงระเบิดขึ้นบนท้องฟ้าอีกสิบกว่าครั้ง

    เสียงนั้นคือสัญญาณแห่งชัยชนะที่การโจมตีของพวกเราสามารถปลิดชีพอสูรเหล็กของศัตรูลงมาได้

    อสูรเหล็กของศัตรูเหลืออีกเพียงแค่สิบสามตัวเท่านั้น ในขณะที่ฝ่ายเรายังเหลืออีกสามสิบตัว

    “ศึกนี้เราชนะแน่นอนแล้วสินะ”

    ข้าคิดเช่นนั้น

    ใช่ ทั้งที่คิดว่าตัวเองชนะศึกนี้ไปแล้วแท้ ๆ ...

    *พรึบ---*

    สิ่งนั้นมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

    มันเริ่มจากที่มีฝูงบินของศัตรูจำนวนสามสิบลำได้บินแหวกลงมาจากเมฆทางด้านทิศตะวันออกของเมือง ซึ่งเป็นทิศที่ไม่มีฝูงบินคอยปกป้องเอาไว้

    รายงานเตือนภัยของขุนนางเชอรี่ที่ทราบตำแหน่งของศัตรูช้าไป ได้ดังขึ้นไปทั่วกองทัพผ่านช่องทางการสื่อสาร

    อสูรเหล็กกลุ่มนั้นมีขนาดตัวใหญ่กว่าอสูรปีกและอสูรเหล็กที่พวกเราต่อสู้ด้วยเมื่อกี้ พวกมันมีปีกที่แผ่กว้างน่ากลัว และรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาล

    หน่วยทหารราบต่างเปลี่ยนเป้าหมายไปที่พวกมันอย่างพร้อมใจกัน และยิงสกัดอย่างสุดความสามารถ

    แต่พวกเขากลับสอยลงมาได้เพียงแค่สองลำเท่านั้น

    ข้ารู้สึกได้ถึงอันตราย และรีบออกคำสั่งให้แบ่งกำลังครึ่งหนึ่งบินไปจัดการกับพวกมัน

    แต่พวกข้าช้าไป

    พอมาลองคิดดู ไม่ใช่ว่าพวกข้าถูกล่อให้ออกมารบห่างจากใจกลางของเมืองมาเสียไกลเลยมิใช่หรือ?

    แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลำดับถัดไป คือเจ้าอสูรเหล็กพวกนั้นได้เปิดช่องท้องออกมา พร้อมกับทิ้งอุจาระที่คล้ายกับโลหะสีดำในลักษณะปูพรม

    ตอนแรกข้าไม่เข้าใจว่าจะมีถ่ายหนักอะไรในเวลาแบบนี้ แต่พอเห็นสิ่งที่เกิดในเวลาต่อมา สีหน้าของข้าก็ซีดจางในทันที

    อุจาระโลหะเหล่านั้นมันระเบิดตัวออก และกลายเป็นเปลวเพลิงที่สุดสว่างขึ้นเหนือผิวโปรงแสงของบาเรีย

    มันแผดเผาและทำลายบาเรียชั้นนอกจนแตกออกในเวลาเพียงสามวินาทีเท่านั้น

    แล้วอุจาระโลหะที่มีขนาดใหญ่กว่าชุดเมื่อกี้อีกเท่าตัวจำนวนสองลูก ก็ได้ถูกทิ้งตามลงไปที่ใจกลางเมืองหลังจากที่บาเรียได้แตกลง

    ด้านล่างของสิ่งนั้นคือคริสตัลแห่งชีวิตที่สร้างขึ้นมาของพวกเรา

    และพอข้ารู้ตัวอีกที ทั่วทัศนวิสัยก็เต็มไปด้วยแสงสว่างที่เจิดจ้าซึ่งกำลังกลืนกินซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างลงไป---

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377