บทที่ 40
นักดนตรีหญิงผู้ลึกลับ (2)
“ดีมาก ช่างงดงามยิ่งนัก” เมิ่งอวิ๋นเสียงเอ่ยชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนที่ไปโถงสีเขียวครั้งล่าสุดทำให้นางประทับอย่างมาก แต่นางคาดไม่ถึงว่าคนในโถงสีแดงแห่งนี้จะหน้าตางดงามไม่ด้อยไปกว่ากันเลย โดยเฉพาะสตรีที่เข้ามาเป็นคนสุดท้าย
นางสวมกระโปรงยาวสีแดงสด และสวมเสื้อคลุมสีแดงตัวใหญ่ไว้ด้านนอก ที่เอวผูกแถบผ้าไหมสีทอง บนศีรษะของนางประดับด้วยปิ่นปักผมหยก รูปร่างของนางผอมเพรียว มีเสน่ห์และเย้ายวน ผิวของนางขาวผ่อง ลมหายใจของนางราวกับดอกกล้วยไม้ ท่าทางขมวดคิ้วและคลี่ยิ้มของนางราวกับจะท้าทายขีดจำกัดของหัวใจชาย ในที่สุดเมิ่งอวิ๋นเสียงก็เข้าใจความรู้สึกของโจวโยวหวง หากมีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้ข้างกายก็ไม่จำเป็นต้องสนใจโลกรอบตัวแล้ว
ราวกับว่าแม่เล้าอ่านใจเมิ่งอวิ๋นเสียงได้ นางเดินเข้ามาตรงหน้าเมิ่งอวิ๋นเสียง แล้วหัวเราะจนทำให้ผงสีขาวบนใบหน้าของนางร่วงหล่น “คุณชาย นี่คือนางคณิกาชั้นสูงของเราผู้มีนามว่าเหยาจี นางออกมาบริการเพียงวันละครั้งเท่านั้นและไม่ขายเรือนร่าง หากนางทำให้ท่านขุ่นเคืองในภายหลัง คุณชายโปรดให้อภัยด้วยนะเจ้าคะ”
เหยาจีหรือ? นามนี้ช่างไพเราะ
เมิ่งอวิ๋นเสียงได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า แล้วหยิบตั๋วเงินส่งให้แม่เล้าและบอกให้นางพาคนอื่นออกไป โดยปล่อยให้เหยาจีอยู่คนเดียว
ทันทีที่เหล่านางคณิกาจากไป เมิ่งอวิ๋นเสียงก็เอนตัวไปตรงหน้าเหยาจี หลังจากเดินไปรอบ ๆ นางก็เอ่ยชื่นชมซ้ำแล้วซ้ำอีกราวกับว่ากำลังชื่นชมของสะสมอันสวยงามล้ำค่า แต่เหยาจีไม่ได้สนใจ นางก้มหน้าลงและยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ขณะที่แววตาของนางฉายแววเย็นชา
หลังจากที่เมิ่งอวิ๋นเสียงเดินไปรอบ ๆ แล้ว นางก็ตะโกนไปทางจิ่งฮวา “อาฮวา เจ้าดูสิ นี่คือความงามที่แท้จริง”
เมื่อเห็นว่าคนที่นางเรียกไม่ขยับตัว เดิมทีนางคิดว่าสมาธิของคนธรรมดาเทียบไม่ได้กับชายผู้นี้ แต่สุดท้ายเขาก็ถูกความงามของหญิงสาวทำให้ตะลึงงันได้ เมิ่งอวิ๋นเสียงรู้สึกปลื้มปริ่มยิ่งนัก นางแอบมองจิ่งฮวาแล้วกระโดดไปตรงหน้าเขาและพูดว่า “อาฮวา ตาไม่กะพริบเลยนะ”
คนผู้นั้นมองราวกับจะเกิดเรื่องใหญ่
เพียงแต่นางไม่ได้สังเกตว่า หญิงงามผู้นั้นตัวสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อได้ยินชื่อของเขา
เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงกำลังจะพูดบางอย่าง จู่ ๆ คนที่นางพูดด้วยเมื่อสักครู่ก็ลืมตาขึ้น ดวงตาที่มีขนตางอนยาวของเขาเปิดขึ้นจ้องมองสตรีตรงหน้าราวกับมีแสงแวบเข้ามาในดวงตา เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่?”
เมิ่งอวิ๋นเสียงสับสน นางกำลังคิดว่าจิ่งฮวาดื่มมากเกินไปจนพูดไร้สาระหรือไม่ แต่ทันใดนั้นนางก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้พูดกับตน แต่พูดกับสตรีที่อยู่ข้างหลังนางต่างหาก
เมื่อหญิงสาวได้ยินคำพูดนั้น นางก็ยิ่งก้มหน้าลงมากกว่าเดิม ก่อนจะเปิดริมฝีปากสีแดงพูดอย่างแช่มช้าว่า “ชีวิตถูกบังคับ ไม่มีทางเลือกเพคะ”
เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงได้ยินคำตอบนั้นก็สะดุ้งจนเกือบจะพ่นชาออกจากปาก และจู่ ๆ ก็รู้สึกราวกับว่านางได้หวนคืนไปสู่สังคมสมัยก่อน
“เหตุใดหญิงงามเช่นเจ้าจึงมาเป็นนางคณิกา?” จิ่งฮวาถามเสียงเบาหลังจากส่งผ้าเช็ดหน้าให้เมิ่งอวิ๋นเสียงข้างเขา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เมิ่งอวิ๋นเสียงกลอกตา พี่ชาย ไม่ได้ยินหรืออย่างไรว่านางพูดว่าชีวิตถูกบังคับ?
ในฐานะที่นางเป็นคนอยากรู้อยากเห็น นางจึงรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้นต้องไม่ธรรมดา และนางต้องการรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองจริง ๆ แต่คำพูดของทั้งสองคนเต็มไปด้วยคำสุภาพ และไม่มีข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์
นางกลอกตาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็นึกข้ออ้างขึ้นมาได้ว่าอยากกินผลไม้เคลือบน้ำตาล นางจึงบอกให้จิ่งฮวาออกไปซื้อมาให้นางเพื่อไล่เขาออกไป แต่เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงคิดทบทวนดูอีกครั้งก็รู้สึกกลัวขึ้นมา เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง นางถึงกับกล้าสั่งให้หวงจื่อลำดับที่หกผู้สง่างามไปซื้อผลไม้เคลือบน้ำตาลมาให้ โชคดีที่อาฮวาไม่ได้ว่าอะไร มิฉะนั้นนางคงถูกถลกหนังแน่