เมื่อดันเจี้ยนปราสาทแวมไพร์ระดับฝันร้ายถูกเคลียร์ลง เงื่อนไขของดันเจี้ยนแห่งนี้ก็ถูกปลดปล่อยออกมา ราวกับพายุแห่งความมืดที่แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมของปราสาท เสียงฟ้าร้องกึกก้องตามด้วยความมืดที่เข้มข้นจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด
“แวมไพร์ยศไวเคานต์...”
“เหนือกว่าบารอนไปขั้นนึง?”
อนาเธอร์เตรียมตัวรับมืออย่างเคร่งเครียด สัมผัสได้ถึงพลังที่ปรากฏขึ้นจากเงามืด ราวกับความมืดถูกก่อตัวขึ้นเพื่อเป็นร่างของใครบางคน
“................”
ไม่นานนัก แวมไพร์ที่สูงส่งกว่าแวมไพร์ทั้งหมดที่เคยเผชิญหน้าก็ปรากฏตัวออกมา ร่างนั้นสูงโปร่งสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาดูคมเข้มและเยือกเย็นราวกับรูปปั้นที่แกะสลักจากหยกเย็น
“พวกอ่อนแอ..”
ใบหน้าแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน เหมือนจะมองดูการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในปราสาทนี้เป็นเพียงเรื่องน่าสนุก ร่างนั้นคือ ไวเคานต์แวมไพร์
【แวมไพร์ยศไวเคานต์ เลเวล: 200】
【พละกำลัง: 60,010】
【ความทนทาน: 70,000】
【ความเร็ว: 60,000】
【จิตวิญญาณ: 60,000】
【ทักษะสกิล: กรงเล็บเสี้ยวโลหิต, การคืนชีพด้วยเลือด,ด้ายทัณฑ์พายุโลหิต】
【ทักษะสกิลติดตัว: ต้านทานพลังจิต, ต้านทานพลังกายภาพ, ร่างกายเลือดโลหิต】
“ทักษะสกิลติดตัว? นี่อาจเป็นตัวแรกที่ฉันเห็นว่ามันมีทักษะสกิลสนับสนุนเยอะเช่นนี้”
“แถมค่าสถานะนี่มันบ้าอะไรกัน.. เลเวล 200 แต่มีพลังเทียบกับเลเวล 500-600 เนี่ยนะ”
อนาเธอร์รู้ได้ทันทีว่าศัตรูตรงหน้ามีระดับเหนือกว่าศัตรูที่เพิ่งสังหารไปอย่างมาก
เขารีบตรวจสอบค่าสถานะของไวเคานต์ในหน้าต่างข้อมูลอย่างละเอียด และพบว่าถึงแม้มันจะมีระดับเลเวล 200 เหมือนกัน แต่พลังและทักษะของมันกลับสูงส่งและยากจะเอื้อมถึง
“มนุษย์.. ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั้นต่ำจริงๆ!”
ไวเคานต์จ้องมองไปยังซากปรักหักพังรอบตัวมัน ใบหน้าที่หล่อเหลาดูเย้ยหยันเมื่อเห็นร่องรอยของแวมไพร์ระดับต่ำที่ถูกกำจัดไป
ความโกรธแค้นของมันแสดงออกชัดเจน แต่ก็ยังคงท่าทีที่เยือกเย็นและน่ากลัว มันเหลือบมองตัวอนาเธอร์ก่อนจะยกมือขึ้น เผยให้เห็นกรงเล็บสีดำแหลมคมที่โผล่ออกมาจากฝ่ามือ
【ทักษะสกิล กรงเล็บเสี้ยวโลหิต】
ทันใดนั้น ไวเคานต์พุ่งตัวเข้าใส่อนาเธอร์ด้วยความเร็วที่ยากจะมองตามทัน ทุกการโจมตีเปี่ยมไปด้วยความกระหายเลือดและความโหดเหี้ยม ราวกับสัตว์ป่าที่ล่าฆ่าเพื่อความบันเทิง ตัวของมันได้โจมตีเขาอย่างบ้าคลั่ง เหมือนกับหมาบ้าเลยก็ว่าได้
“อึก? นี่มันสายระยะประชิดหรือไงวะ!”
อนาเธอร์ตั้งรับและใช้พลองในมือฟาดสกัดการโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยค่าสถานะที่ต่างกันมหาศาล การโจมตีของไวเคานต์นั้นทรงพลังและรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะตามได้ทัน
“ระดับนรกมันก็คือระดับนรกแหละนะ ไม่แปลกใจเลยที่ผู้เล่นในอดีตจะไม่สามารถเปิดเงื่อนไขระดับนรกได้!”
ความเจ็บปวดจากแรงกระแทกแต่ละครั้ง ทำให้อนาเธอร์รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างมาก
ทุกครั้งที่กรงเล็บแหลมคมของไวเคานต์ปะทะกับพลองของเขา เสียงการปะทะที่ดังก้องไปทั่วปราสาทนั้น รุนแรงพอที่จะทำให้กำแพงหินรอบด้านสั่นสะเทือน
【ทักษะสกิล ร่างจำแลงของซุนหงอคง】
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถต้านทานการโจมตีที่รุนแรงนี้ด้วยสภาวะปกติได้อีกต่อไป อนาเธอร์ตัดสินใจที่จะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา
ร่างกายของเขาปลดปล่อยแสงสีทองออกมาทันที เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่เคยลุกโชนจากเนครอัคคีทองคำสุวรรณค่อยๆหมุนวน
สัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเขา แสงสีทองเปล่งประกายไปทั่วทุกส่วนของร่าง
ทันทีที่ร่างจำแลงสำเร็จ อนาเธอร์ก็รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั่วร่างของเขาลุกโชนด้วยพลังอัคคีสีทองที่ร้อนแรงยิ่งกว่าก่อนหน้า ความแข็งแกร่งของร่างกายและทักษะการต่อสู้ทั้งหมดถูกยกระดับขึ้นนับสิบเท่า ไวเคานต์แวมไพร์ถึงกับต้องหยุดชะงัก เมื่อได้เห็นแสงสีทองที่แผ่ออกมาจากร่างของอนาเธอร์
เมื่อร่างจำแลงของซุนหงอคงปรากฏขึ้น ความแข็งแกร่งของอนาเธอร์ก็ยกระดับขึ้นสู่จุดสูงสุด ค่าสถานะทุกอย่างพุ่งทะลุขีดจำกัด ทั่วทั้งร่างเปล่งประกายสีทองราวกับเทพเจ้าแห่งการลงทัณฑ์ รัศมีพลังของเขาสั่นสะเทือนจนทำให้พื้นที่รอบข้างแตกกระจาย
“พลังแห่งเทพเจ้า?!!”
ไวเคานต์แวมไพร์ที่ทรงอำนาจค่อยๆล่าถอย สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปิดบังได้
ดวงตาสีแดงของมันเบิกกว้างอย่างสับสน ร่างของมันสั่นสะท้านเล็กน้อยทุกครั้งที่เปลวเพลิงของอนาเธอร์ลุกโชนไปใกล้
อนาเธอร์มองศัตรูตรงหน้าด้วยแววตาแน่วแน่ สงบและเยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมเหมือนคมดาบ เขายกพลองทองสมปราณนาขึ้นสูง แสงสีทองจากพลองส่องสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ที่ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้
เพลิงอัคคีสีทองลุกโชนยิ่งกว่าเปลวเพลิงใดๆที่เขาเคยปลดปล่อยมาก่อน ทุกการเคลื่อนไหวของเขาแฝงไว้ด้วยอำนาจและพลังมหาศาลที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งในเสี้ยววินาที
“แกคิดว่าความมืดนั้นจะเอาชนะฉันได้หรือ?”
อนาเธอร์เอ่ยเสียงเยือกเย็น ขณะมองไวเคานต์แวมไพร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ร่างของเขาเปล่งพลังอัคคีจนเกิดเป็นเสียงแตกกระจายของพลังงานในอากาศ
ไวเคานต์แวมไพร์พยายามพุ่งตัวหลบหลีกและตั้งท่าป้องกันสุดกำลัง แต่มันกลับไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ตั้งตัว
“ตายไปได้แล้ว!”
อนาเธอร์เพียงเคลื่อนไหวก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของไวเคานต์ในชั่วพริบตา ความเร็วของเขานั้นทำให้แวมไพร์ระดับสูงไม่อาจตามได้ทัน พลองทองสมปราณนาที่แผ่ซ่านไปด้วยเปลวไฟสีทองถูกยกขึ้นแล้วฟาดลงไปอย่างรุนแรง
“ปัง!”
เสียงระเบิดจากการปะทะดังสนั่นไปทั่วปราสาท แรงปะทะมหาศาลที่พลองกระแทกลงทำให้พื้นหินที่แข็งแกร่งแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ
ร่างของไวเคานต์กระเด็นปลิวไปด้วยความเร็วที่แทบจะทำให้มันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ รอยไหม้เกรียมปรากฏขึ้นบนผิวซีดขาวของมัน ราวกับว่าความมืดของมันกำลังถูกกัดกร่อนและทำลายไปทีละน้อย
“แม่เจ้าว้อย! นี่แกยังไม่ตาย!”
ไวเคานต์พยายามดิ้นรนเพื่อหนีจากพลังอันมหาศาลนี้ แต่อนาเธอร์ไม่ให้โอกาสใดๆ เขาขยับเข้าหามันอีกครั้งด้วยความเร็วเหนือมนุษย์
“เปรี๊ยง!”
พลองทองถูกสะบัดขึ้นอีกครั้ง และเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายไปทั่ว พลองฟาดลงมาอีกครั้งเต็มกำลัง เสียงการปะทะกับร่างของไวเคานต์แวมไพร์ดังสนั่นจนเสียดแทงหู ความรุนแรงนั้นทำให้ร่างกายของไวเคานต์แตกสลายและกระจัดกระจายไปเป็นเศษซากในอากาศ
เปลวไฟสีทองของอนาเธอร์เผาผลาญทุกเศษเสี้ยวของร่างกายที่เหลืออยู่ ไม่มีอะไรหลงเหลือ ไม่แม้แต่เถ้าธุลี
【ติ๊ง! สังหารแวมไพร์ยศไวเคานต์เลเวล 200 ได้รับค่าประสบการณ์ 400,000หน่วย】
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นต่อเนื่อง เป็นสัญญาณแห่งชัยชนะที่บ่งบอกว่าไวเคานต์แวมไพร์ถูกสังหารแล้ว และด้วยการล้มบอสระดับนรกตัวสุดท้ายนี้ ดันเจี้ยนปราสาทแวมไพร์จึงถูกเคลียร์ลงอย่างสมบูรณ์
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 192 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ..】
ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนหยุดลง แสงสว่างจ้าที่ราวกับจะทลายความมืดมิดก็แผ่กระจายไปทั่วดันเจี้ยน ปราสาทที่เคยปกคลุมด้วยเงามืดและพลังอำนาจแห่งความตาย ตอนนี้กลับถูกแสงสีทองบริสุทธิ์ของอนาเธอร์ชำระล้างไปจนหมดสิ้น
อนาเธอร์หายใจลึกอย่างโล่งอก
ร่างจำแลงของซุนหงอคงค่อยๆสลายตัวลง ปล่อยให้เขากลับคืนสู่ร่างเดิม ความเหนื่อยล้าเองกฟ้ค่อยๆถาโถมเข้าใส่ แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความภูมิใจที่ได้พิชิตศัตรูอันน่าสะพรึงกลัวและท้าทายระดับนี้ได้สำเร็จ
【ติ๊ง! ดันเจี้ยนปราสาทแวมไพร์ระดับนรกถูกเคลียร์ รางวัลพิเศษจะถูกมอบให้แก่คุณ】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ..】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ..】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 200 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ถึงขีดจำกัด แต้มที่เหลือจะถูกเก็บเอาไว้ ผู้เล่นโปรดไปเลื่อนขั้นที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพัฒนาไปยังเลเวลต่อไป】
อนาเธอร์สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตัว สัญญาณของการยกระดับเลเวลปรากฏขึ้นในทันที
ตัวเลขแสดงระดับพลังที่เพิ่มสูงขึ้นจนน่าประทับใจ เลเวลของเขาได้ทะยานขึ้นสู่ 200 อย่างสมบูรณ์ ความแข็งแกร่งในทุกค่าสถานะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ความรู้สึกของพลังที่หลั่งไหลผ่านร่าง ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบอยู่ในกำมือ
แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ เสียงของระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้าได้ประกาศการปลดล็อคทักษะพิเศษที่เขารอคอยมาตลอด
【ติ๊ง! เงื่อนไขครบกำหนด ทักษะสกิลเทพเจ้า 'เจ็ดสิบสองร่างแปลงพระเจ้า' ถูกปลดล็อก! หวังว่าโฮสต์จะพยายามต่อไป】
【ติ๊ง! เงื่อนไขครบกำหนด ทักษะสกิลเทพเจ้า 'หนึ่งก้าวทะยานฟ้า' ถูกปลดล็อก! หวังว่าโฮสต์จะพยายามต่อไป】
“ฮ่าฮ่าฮ่า เลเวล 200 แล้วเว้ย! ได้รับทักษะสกิลของราชาวานรครบแล้ว”
“แถมที่สำคัญ.. ถ้าอยากจะเพิ่มเลเวลไปต่อ ฉันจำเป็นต้องไปทำภารกิจที่วิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่อปลดล็อคไปเป็นเลเวล 201”