อาคารสีเขียวขนาดใหญ่ที่ประตูทางเข้าเขียวเอาไว้ว่าสมาคมผู้หลอมโอสถสาขาเมืองประกายแสง ใช่แล้วนี้คือสวรรค์ของนักปรุงยาทุกคน สมาคมนักปรุงยาและสมาคมค่ายกลจะคล้ายกันคือจะมีสาขาไปทั่วทั้งโลกต้นกำเนิด แม้แต่หอประมูลพันดาราหรือหอสมบัติหมื่นดารายังไม่มีอำนาจเท่ากับทั้งสองสมาคม
แสดงให้เห็นว่าทั้งสองสมาคมนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ที่แตกต่างกันของทั้งสองสมาคมคือสมาคมผู้หลอมโอสถจะตั้งตนเป็นกลางไม่เข้ากับฝ่ายใดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายมนุษย์ สัตว์อสูร ปีศาจ หรือเผ่าพันธุ์นับหมื่น เพราะสมาคมผู้หลอมโอสถเดินในวิธีของตัวเองและจะสนใจแค่โอสถเท่านั้น สมาคมจะขายโอสถให้กับทุกเผ่าพันธุ์โดยไม่สนใจว่ามาจากเผ่าพันธุ์ไหน นั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมสมาคมผู้หลอมโอสถถึงไม่มีใครกล้าที่จะมีเรื่องด้วยเพราะไม่งั้นได้ถูกเผ่าพันธุ์ทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดไล่ล่าแน่นอน
สมาคมแบ่งนักปรุงยาเป็นเก้าดาว หนึ่งดาวคือต่ำสุดยิ่งดาวสูงก็ยิ่งได้รับเกียรติยศและอำนาจหน้าตา ทำให้นักปรุงยาต้องการเข้าร่วมกับสมาคมผู้หลอมโอสถเพื่อรับสถานะดังกล่าว
เทียนหลงเดินเข้าไปภายในอาคารเต็มไปด้วยกลิ่นของสมุนไพร พนักงานตอนรับทักมายเทียนหลงอย่างสุภาพก่อนจะถาม “คุณชายท่านมีอะไรให้เราช่วยเหลือไหมเจ้าค่ะ”
“ข้าต้องการมาสมัครเป็นนักปรุงยา มีขั้นตอนอะไรบ้าง เจ้าช่วยแนะนำหน่อยได้หรือไม่” เทียนหลงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะเดียวข้าจะพาท่านไปลงทะเบียนที่ชั้น2 มันเป็นที่สำหรับสอบของผู้ที่ต้องการเป็นนักปรุงยาเจ้าค่ะ เชิญทางนี้เลยเจ้าค่ะ” นางเอยพร้อมทั้งเดินนำทางไป
“ผู้อาวุโสคุณชายท่านนี้ต้องการมาสมัครเป็นนั่งปรุงยาเจ้าค่ะ” นางเอยบอกอาวุโสเสร็จก่อนจะถอยหลังเดินกลับไป
“ข้าชื่อเย่ซานเป็นผู้คุมการสอบ เจ้ามาลงทะเบียนก่อนแล้วข้าจะพาไปที่ห้องสอบ” เย่ซานพูดกับเทียนหลง
“ขอบคุณขอรับผู้อาวุโส” เมื่อลงทะเบียนเสร็จอาวุโสเย่ซานก็พาเทียนหลงไปห้องสอบ
การสอบนักปรุงยาหนึ่งดาวนั้นไม่มีอะไรมากแค่บอกชื่อสรรพคุณของสมุนไพรให้ได้500ชนิดและปรุงยาระดับ1ให้ได้ความบริสุทธิ์อย่างน้อย7ส่วนจะถือว่าผ่าน ซึ่งโอสถที่เทียนหลงต้องหลอมคือโอสถชำระร่างกาย มันเป็นโอสถที่เทียนหลงหลอมทุกวันตอนหัดปรุงยาใหม่ๆ มันจึงง่ายมากสำหรับเขา
เทียนหลงปรุงยาด้วยความเร็วจนทำให้แม้แต่อาวุโสเย่ซานยังต้องตกใช้เพราะว่าการหลอมโอสถของเทียนหลงนั้นใช้เวลาแค่2นาทีเท่านั้น และความบริสุทธิ์ยังเต็มสิบส่วนอีก ผู้อาวุโสเย่ซานตกใจกับความเร็วในการปรุงยาของเทียนหลงมาก เทียนหลงเดินมาหาผู้อาวุโสเย่ซานก่อนจะยื่นโอสถให้ตรวจสอบ
หลังจากที่เย่ซานตรวจสอบและพบว่ามันมีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ “เจ้าผ่านแล้วตอนนี้เจ้าเป็นนักปรุงยาหนึ่งดาวแล้ว”
“ขอบคุณท่านมากผู้อาวุโส”เทียนหลงตอบกลับอย่างสุภาพ
“ท่านผู้อาวุโสข้าต้องการต้องสอบนักปรุงยาหกดาว” เสียงของเทียนหลงดังขึ้น
ผู้อาวุโสเย่ต้องร้องตะโกนด้วยความตกใจ “หกดาว! เจ้าบอกว่าจะสอบเลื่อนระดับเป็นนักปรุงยาเก้าดาว เจ้าไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม”
“ข้าไม่ล้อท่านเล่นหรอก”เห็นว่าอาวุโสเย่ซานเหมือนจะไม่เชื่อเทียนหลงจึงต้องยืนยันอีกครั้ง
“ข้าไม่มีอำนาจในการคุมสอบนักปรุงยาระดัับหกดาวหรอกนะ แต่ไม่เป็นไรข้าจะรายงานให้ผู้อาวุโสสมาคมสาขาเมืองประกายแสงให้มาคุมสอบด้วยตัวเอง” หลังจากนั้นอาวุโสเย่ก็ส่งข้อความไปหาเบื้อบนของสมาคม ที่ตัวเองไม่มีอำนาจคุมสอบนั้นเพราะว่า ตัวเขาเองยังเป็นแค่นักปรุงยาสี่ดาวเท่านั้น จึงไม่มีความสามารถในการคุมสอบระดับที่สูงกว่าตนเอง
“ขอบคุณมากขอรับผู้อาวุโส” เทียนหลงกล่าวขอบคุณ
“ไม่เป็นไร การที่ข้าได้เห็นนักปรุงยาอัจฉริยะข้าก็พอใจแล้วละ” เย่ซานยังคงกล่าวชื่นชม
หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนหลายคนเข้ามาพร้อมกันมีชายชรา3คนกับหญิงชราอีก1คน เมื่อเทียนหลงเห็นชายชราที่เดินนำหน้าก็อดหรี่ตาไม่ได้เพราะว่าความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้นั้นยากหยั่งถึงจนเขาไม่สามารถรู้ถึงระดับพลังของชายชราคนนี้ได้เลย ส่วนอีกสามนั้นอยู่ระดับวังวิญญาณทั้ง3คน
“เย่ซานไหนอัจฉริยะที่เจ้าบอก ถ้ากล้าล้อปล่อยให้คนมาล้อเล่นที่สมาคมข้าจะไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่ๆ”ก่อนที่ผู้นำสมาคมจะเอยอะไร ชายชราอีกคนที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้นมาก่อน เมื่อเทียนหลงได้ยินดังนั้นทำได้เพียงหรี่ตามอง
“เย่ซานคนที่เจ้าบอกอยู่ที่ไหน” แม้หัวหน้าสมาคมพอจะเดาได้ว่าคนที่พูดถึงอาจจะเป็นเทียนหลงที่ยืนข้างๆเย่ซานแต่ก็เลือกที่จะถามเพื่อยืนยัน
“คนที่ข้าพูดถึงคือคนที่ยืนข้างๆข้าขอรับท่านหัวหน้าสมาคม เทียนหลงนี้คือท่านหัวสมาคมเย่ชิงเป็นนักปรุงยาระดับเจ็ดดาว” ก่อนจะหันไปบอกเทียนหลงว่าชายชราด้านหน้าสุดคือหัวหน้าสมาคมและอีกสามคนด้านหลังคือผู้อาวุโสระดับสูงของสมาคมสาขาเมืองประมายกายเป็นนักปรุงยาระดับ6ดาว
“เทียนหลงคารวะท่านหัวหน้าสมาคมขอรับ” เทียนหลงโค้งคำนับเล็กน้อย
“โอ้อายุยังน้อยอยู่เลยแต่เป็นนักปรุงยาระดับหกดาวอัจฉริยะจริงๆ ” หัวหน้าสมาคมกล่าวชื่นชมที่หัวหน้าสมาคมกล่าวยื่นยันว่าเทียนหลงเป็นนักปรุงยาหกดาวนั้นเขาสัมผัสถึงกลิ่นสมุนไพรและโอสถจากตัวของเทียนหลงซึ่งแสดงว่าต้องปรุงยาระดับหกมาไม่น้อยถึงได้มีกลิ่นสมุนไพรติดตัวมาแบบนี้
“ขอบคุณที่ชมขอรับ” เทียนหลงยิ้มรับแต่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม
“ถ้าเจ้าล้อเล่นละก็เจ้าหนูข้าไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆแน่” อาวุโสชายชราอีกคนโพล่งขึ้นมา
“ท่านไม่จำเป็นต้องห่วงหรอกข้าไม่ว่างขนาดมาล้อเล่นหรอกนะ” เทียนหลงตอบกลับอย่างเย็นชา
“พอได้แล้วหรงกุ๋ย เอาล่ะเราไปเริ่มทดสอบกันดีกว่า” เมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มไม่ดีจึงรีบพูดเพื่อคลี่คลายสถานกาณ์
“การสอบจะต้องสอบไปทีละระดับไม่สามารถข้ามลำดับได้หวังว่าาคุณชายหลงจะเข้าใจ”หัวหน้าสมาคมอธิบายกฎการสอบให้เทียนหลงฟัง
“ขอเข้าใจขอรับ”เทียนหลงตอบรับอย่างเข้าใจ
“เอาล่ะเริ่มได้”เสียงหัวหน้าสมาคมดังขึ้น
การสอบครั้งนี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องหลอมโอสถอะไรแค่เทียนหลงต้องหลอมโอสถในระดับนั้นให้มีความบริสุทธิ์มากเจ็ดส่วนก็ถือว่าผ่าน
จบ.