ตอน 24 ลบปม
"ท้ายที่สุดแล้วข้าก็ต้องลงเอยด้วยความตายที่ท่านประทานให้ เคยตายมาแล้วหนึ่งหน ข้าไม่ขอเกรงกลัว "
"แต่ก่อนตายข้าขอเปิดม่านหมอกให้ท่านตาสว่างและหายเป็าาที่โง่เขลาหน่อยเถอะ " หลินอีปากแซ่บไม่เบา ด่ากราดไม่ไว้หน้าจนฝ่าาขนหัวลุก
"ท่านลองคิดดูให้ดี... ว่าข้าจะทำไปเพื่ออะไร จะให้ร้ายท่านไปเพื่ออะไร!!"
"ในเมื่อท่านก็เห็นว่าองค์รัชทายาท... โอรสของท่าน คอยช่วยเหลือข้าอยู่ตลอด อีกทั้งท่านยังเมตตาข้า ให้เป็ยอดปราชญ์ หากข้าทรยศท่าน... ก็เหมือนการฆ่าตัวตาย ขุดหลุมฝังตน "
"ท่านไม่คิดหรือไรว่า ตำแหน่งาาของท่านนั้นสูงส่งนัก คนทั่วหล้าต่าง้ากลั่นแกล้ง" หลินอีพยายามกล่อมเกลาฝ่าาด้วยเหตุและผล
"จริงสินะ ที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผล..."ฝ่าาเริ่มนิ่งเงียบ ครุ่นคิดตามคำพูดของนาง
"คงผิดที่ข้าใจร้อนและทะนงตนมากเกินไป "
"หากครั้งนี้ไม่ได้สตรีปากร้ายเช่นเ้าเตือนสติ ข้าคงเดินหมากพลาดไปหลายก้าว" ฝ่าาเชื่อผูกใจทันที ว่านางมิได้เป็ผู้ประสงค์ร้าย ในเมื่อเห็นศักยภาพในวาจาที่ตรงไปตรงมา อีกทั้งยังดุดันไม่เกรงใจใครของนาง ทำให้ฝ่าาฉุกคิดขึ้นได้ว่า นางยังพอมีประโยชน์ต่อราชสำนักอยู่บ้าง
ทั้งนี้คงปฏิเสธไม่ได้ที่ฝ่าาจะนิ่งนอนใจ และเชื่อใจนนางได้ทั้งหมด ฝ่าาจึงประสงค์ที่จะเก็บนางไว้ข้างกายเพื่อใช้งานและคอยสอดส่องพฤติกรรมของนางอย่างใกล้ชิด
ด้วยเหตุที่ฝ่าา้าจะสอดส่องนางทุกฝีก้าว จึงจำเป็ต้องให้นางเข้าวังในฐานะหวงกุ้ยเฟย หรือดำรงอยู่ในตำแหน่งพระสนมเอกนั่นเอง แน่นอนว่าคำสั่งของฝ่าาเป็ที่สุด ลำพังสตรีตัวน้อยผู้ไร้ที่พึ่งอย่างหลินอีคงไม่มีทางขัด
เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆและสกุลฉือมิให้มีผู้ใดต้องสังเวยชีวิต หลินอีจึงจำใจตระเตรียมตัวเข้าวังหลวงในฐานะหวงกุ้ยเฟย ตามสั่งของฝ่าา
ทว่าหลังจากที่หลินอีเข้าวัง นางกลับไม่ได้เป็หวงกุ้ยเฟยอย่างที่ทุกคนคิด สนมเอกนั้นเป็เพียงตำแหน่งบังหน้า เพื่อให้นางได้เข้าวังหลวงและเป็ใหญ่เหนือทุกนางในวังหลัง
ตำแหน่งของนางเทียบกับฮองเฮา ไม่มีผู้ใดต่ำกว่าใคร เพื่อให้นางไม่ต้องถูกผู้ใดรังแก ฝ่าาทรงคิดและวางแผนไว้รอบคอบยิ่ง
**********
ณ สระบัวแห่งอุทยานหลวง เบื้องหน้าเป็บัวสดดอกบาน ชมพูสะพรั่ง ราวแดนเซียน
"ฝ่าาขอรับ หวงกุ้ยเฟยทรงเสด็จมาตามรับสั่งแล้วขอรับ" กงกงรายงานต่อฝ่าาที่กำลังจิบชาอย่างสำราญใจ
"ให้นางเข้ามา... กักกันคนออกไป 10 ลี้ เพราะข้ามีเื่ลับๆ้าพูดคุยกับนาง" ฝ่าาออกคำสั่งอีกตามเคย
"คารวะฝ่าา ข้าหลินอีถวายความนอบน้อมแด่ท่าน" หลินอีได้เรียนรู้กฎธรรมเนียมวังมากมายจนเริ่มจะเคยชิน ท่าทีท่วงทำนองการเคลื่อนตัว แทบจะกลืนกินเป็สตรีแห่งวังเข้าไปทุกที
"อืม... ไม่จำเป็ต้องมากพิธี เพราะเ้าเป็เพียงบริวารข้า มิใช่กุ้ยเฟยตัวจริง อีกทั้งที่นี่มีเพียงข้าและเ้าลำพัง ต่อหน้าผู้ออื่นเ้าค่อยมากพิธีก็แล้วกัน " ฝ่าาทรงเป็กันเองกับนางมาก ราวกับว่าคุ้นเคยกันมาหลายพันปี
"จำเอาไว้ ตำแหน่งสนมเอกเป็เพียงฉากหรูบังหน้า แต่หน้าที่หลักของเ้า อยู่ข้างกายข้า ก็เพื่อบันทึกการดำเนินชีวิตของข้าไปในทิศทางที่ดีและบิดเบือนน้อยที่สุด จากนั้นจงเผยแพร่มันต่อชาวเมือง จนกว่าชาวเมืองจะเชื่อมั่นและเลิกสาปแช่งข้า" ฝ่าาคอยกล่อมเกลาและพร่ำบอกนางเสมอ
แต่ฝ่าาผู้อยู่เหนือความทุกข์ร้อนของคนนับหมื่น กลับไม่เคยรับรู้เลยว่า แรงสาปแช่งมหาศาลที่ผ่านมาไม่สามารถลบเลือนได้ ซึ่งนั่นยังติดเป็ตราบาปที่รอวันสัมฤทธิผลทุกวันคืน
**********
ณ ตำหนักเตียวจู้ (ตำหนักประทับของพระสนมเอกหวงกุ้ยเฟย)
หลินอีกลับจากการเข้าพบฝ่าาที่สระบัวแห่งอุทยานหลวง ด้วยสภาพอิดโรย ทั้งที่เป็ยามกลางวันเด่นฟ้า นางกลับ้าหลับลงพักผ่อนบนเตียง
"องค์รัชทายาท...เสด็จ..." บ่าวรับใช้เปล่งเสียงรายงานหน้าตำหนัก รบกวนจนนางต้องสะดุ้งตื่น
หยางหลินอีลุกจากเตียงพรวด เพื่อรีบเตรียมตัวต้อนรับตามธรรมเนียมวัง กักเก็บ กดอาการหน้ามืดไว้มิให้ผู้ใดรับรู้
"คารวะองค์รัชทายาทเพคะ" หลินอีโค้งตัวอ่อนยวบ
"หลินอี เหตุใดจึงนอบน้อมเพียงนั้น แม้ตำแหน่งเ้าจะเทียบเคียงมารดาข้า แต่เราทั้งสองรู้ดีแก่ใจมิใช่หรือว่าเ้าอยู่ในวังหลวงเพราะเหตุใด" ไท่จื่อพยายามพูดคุยกับหลินอีอย่างเป็กันเอง เพื่อให้นางใจอ่อน ยอมส่งข่าวให้สหายสนิทอย่างฉือเว่ยกวง ที่พิสูจน์ตนเองอยู่ชายแดนรบ
ทันใดนั้นไท่จื่อสังเกตเห็นสีหน้าของนางมิสู้ดี ใหนัก เร่งเรียกหมอหลวงเข้าตรวจทันที
**********
ผ่านไปเพียง 1 เค่อ ( 15 นาที ) การตรวจของหมอหลวงสิ้นสุดลง
"เป็อย่างไรบ้างท่านหมอ..." ไท่จื่อยืนรอฟังหน้าตำหนักอย่างใจจดใจจ่อ
"เอ่อ... คือว่า เื่นี้ข้าต้องรีบแจ้งแก่ฝ่าาโดยเร็วที่สุด " ท่านหมอมีสีหน้ายิ้มแย้มแต่ไม่ยอมเอ่ยว่าเื่อะไร นั่นมันยิ่งทำให้ไท่จื่ออยากรู้อยากเห็นเข้าไปใหญ่
"เร็วเข้าท่านหมอ เกิดอะไรขึ้นกับนาง" ไท่จื่อไม่ยอม ซักไซ้หนักกระทั่งท่านหมอยอมเปิดปากพูด
"ทูลองค์รัชทายาทขอรับ กุ้ยเฟยทรงมีพระครรภ์อ่อนๆ เื่นี้น่ายินดียิ่ง ฝ่าาต้องพอพระทัยแน่" ข่าวนี้ทำไท่จื่อหน้าบานกว่าผู้ใด
"ใช้ได้ ใช้ได้นี่เว่ยกวง ชายไร้ใจเช่นเ้ามีน้ำยาดีเพียงนี้ ถึงขนาดมีบุตรก่อนข้า "
"ไม่ได้การ... เพื่อให้ลูกของข้ากับเ้าหมั้นหมายเกี่ยวดองกันในอนาคต ข้าจะต้องเร่งมีบุตรกับพระชายา" ไท่จื่อเดินวนไปมา พูดพึมพำกับตัวเองไม่หยุด ก่อนจะเข้าไปพบหลินอีในตำหนักอีกครั้ง เพื่อพูดคุยเื่ที่ค้างคาใจให้จบสิ้น
"หลินอี... ข้าจะส่งข่าวดีนี้แจ้งแก่เว่ยกวงที่ชายแดน หวังว่าเ้าจะไม่ขัดขวางและเห็นด้วยกับข้า" ไท่จื่อกล่อมเกลานางให้ใจอ่อนลง
"ไท่จื่อ หวังว่าท่านจะเข้าใจเจตนาของข้า ข้าไม่้าให้เื่นี้แพร่ออกไปถึงหูของเว่ยกวง บัดนี้แนวรบมีเพียงความเป็ความตายก็หนักหนามากพออยู่แล้ว หากเขาต้องมารับรู้เื่อันแสนยุ่งเหยิงของข้า ข้าเกรงว่าสามีของข้าจะพิสูจน์ตนเองไม่สำเร็จ ด้วยนิสัยของเขา เขาต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับมาดูแล และทวงคืนข้ากลับจวนฉือแน่" หลินอีโตขึ้นมาก ตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะถูกหรือผิดนางยินดีรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียว
"เห้อ ความรักของพวกเ้าช่างลึกซึ้งนัก คนนอกเช่นข้าคงข้องเกี่ยวมิได้ เช่นนั้นก็เอาตามที่เ้า้าเถิด " ไท่จื่อตรองดูก็รู้ว่าตนไม่ควรข้องเกี่ยวกับเื่ผัวเมีย จึงได้เสด็จกลับตำหนักเตรียมร่วมรักกับชายาเพื่อมีบุตรให้เร็วที่สุด
ไม่กี่วันหลังจากนั้น... หลินอีแพ้ท้องหนักมาก นางต่างตกเป็ขี้ปากของบ่าวหลังวัง
"พวกเ้าคิดว่าฝ่าาทรงเสน่ห์หากุ้ยเฟยเพียงใด กระทั่งว่ากุ้ยเฟยเข้าวังได้ไม่นาน ก็ตั้งท้องแซงหน้าสนมเล็กๆนางอื่นที่รับใช้ฝ่าามาแรมปี..." สาวใช้พูดกันให้สนุกปาก โดยไม่กลัวตาย กระทั่งราชองครักษ์ของฝ่าาบังเอิญได้ยินเข้า ทูลรายงานต่อฝ่าา แน่นอนว่าชีวิตน้อยๆของพวกนาง จบสิ้นลงด้วยการถูกปะาใต้คุกหลวง
"ข้าไม่้าให้เื่เล็ก ทำให้เสียการใหญ่ จงไปจัดการเื่นี้ซะ ข่าวคราวที่นางตั้งครรภ์ข้าไม่้าให้เล็ดลอดออกไปแม้แต่ประโยคเดียว" ฝ่าาออกคำสั่งให้ราชองครักษ์ไปจัดการเก็บกวาดคนที่ล่วงรู้เื่นี้
ไม่จบเพียงเท่านั้น ระหว่างที่นางตั้งครรภ์ท้องโตวันโตคืน ฝ่าายังบังคับขู่เข็ญให้หลบไปอยู่ที่ตำหนักเย็น ห้ามเห็นเดือนเห็นตะวัน ชั่วคราวจนกว่านางจะคลอด
**********
2 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก หลินอีเสพติดตำหนักเย็น นางไม่ยอมย้ายกลับตำหนักเตียวจู้
นางประทับพักพิงที่ตำหนักเย็นอย่างสุขใจ กับบุตรชายตัวน้อย
และแล้ว...ก็ถึงควรแก่เวลาที่ฉือเว่ยกวงจะนำข่าวดีกลับมาป่าวประกาศยังวังหลวง
หน้าประตูเมือง ชาวแคว้นจากทั่วสารทิศต่างรวมตัวเพื่อต้อนรับวีรบุรุษกลับมา ทว่าแม้ผู้คนจะมากมายเพียงใด เว่ยกวงกลับไม่อภิรมย์ใจ เขาปรารถนาเพียงพบภริยารองยืนรอด้วยรอยยิ้ม พร้อมอ้าแขนรับผู้บากบั่นเช่นเขาเท่านั้น
"เหตุใดเื่ดีเช่นนี้... นางไม่ตื่นเต้นที่จะมารอรับข้าล่ะ" เว่ยกวงกวาดสายตามองจนทั่วั้แ่หน้าทางเข้าเมืองจวบจนถึงหน้าจวน ก็ไม่พบนางแม้แต่เงา
"ท่านแม่... หลินอีล่ะ หลินอีของข้า นางเป็อย่างไร นางตั้งท้องบุตรของข้าหรือไม่" เว่ยกวงรอฟังข่าวดี เพราะก่อนจากลาไปรบ เขาร่วมรักกับนางอย่างหนักหน่วง ดังนั้นไม่แปลกที่ชายชาตรีจะคาดหวังว่ากลับมาจะได้พบบุตร
นอกจากจะไม่พบนางอันเป็ที่รัก ยังไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงนางแม้แต่คนเดียว เพราะทั้งหมดเป็ความลับของฝ่าา เพื่อรักษาสกุลฉือ ทุกคนจำใจต้องนิ่งเฉย นั่นยิ่งทำให้เว่ยกวงสับสนแทบบ้าคลั่ง
บัดนี้เขากลับมาอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ไม่ยอมหยุดพัก เร่งออกตามหาหลินอีทั่วสี่มุมเมือง แม้ยามมืดค่ำ เขาไม่ขอถอดใจ ตามหานางจนกว่าจะพบหน้า
"ท่านแม่ทัพขอรับ รุ่งสางเป็ภารกิจที่ท่านต้องเข้าวังเพื่อรายงานการรบแก่ฝ่าาในท้องพระโรง ข้ามีความเห็นว่าท่านควรเตรียมตัวสักหน่อย" เยี่ยชิงเห็นเว่ยกวงเหน็ดเหนื่อยเหมือนคนคลั่ง เขานั้นแสนปวดใจ เฝ้าคอยรายงานและตักเตือนสติผู้เป็นายห่างๆ
"หลินอี..."
"ยังไงข้าไม่ถอดใจที่จะตามหาเ้า "
"จำเอาไว้... ข้าจะหาเ้าจนกว่าชีวิตจะหาไม่ "
"เสร็จสิ้นจากวัง ข้าจะต้องตามหาเ้าแน่" เว่ยกวงหมดแรงกายแรงใจ สักเข่าลงพื้นฟุบลงกลางถนน น้ำตาลูกผู้ชายไหลพรากล้นเบ้า