“เสียเวลาจนได้”
ตงฟางกัดฟันแน่น พยายามหลบซ้อนตัวในรูเล็กๆใต้ต้นไม้ปล่อยให้คนนับพันบินผ่านเขาไป การจะหลบหนีระดับผันแปรวิญญาณนับพันเป็นเรื่องยากมากๆ นอกจากพวกมันจะมีจำนวนที่เยอะแล้ว พวกมันยังมีคนที่เก่งวางแผนจำนวนมาก จนรู้เส้นทางที่เขาใช้หนี ต่อให้เขาจะนำเอาแผนร้อยแปดวิธีที่เคยใช้หลบหนีมาลงมือทำ พวกมันกลับสามารถตามหาเขาได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตามรอยพลังวิญญาณของเขา หรือจะเป็นแกะรอย
แม้เขาจะใช้พลังจิตพวกมันก็ใช้ยันต์ตรวจหาตำแหน่งของเขาพบ หนำซ้ำยังมีวิญญาณยุทธ์แปลกประหลาดหลายอย่างใช้บอกทิศทางที่เขากำลังเดินทางไป ยังมีการพูดกับสัตว์อสูร พูดกับต้นไม้ ทุกๆสถานที่ที่เขาหลบซ่อนล้วนเหมือนอยู่ในกำมือของพวกมัน
“มันต้องอยู่แถวนี้ อย่าให้มันหนีไปไหนได้~!”
เดิมทีตงฟางเหลือเวลา 9 วันในการตามหาซูฮวาและหนิงเหอภายในประตูเทพธิดา ตอนนี้เขากลับถูกกลุ่มคนจำนวนมากไล่ล่าจนเหลือเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น แม้ภายในใจของเขาจะรู้สึกโกรธที่คนเหล่านี้ขัดขวาง
เขากลับลงมือฆ่ามากไม่ได้ หากมีใครรอดไป งานใหญ่จะต้องรอเขาอยู่ทุกหัวระแหงของเมืองหลวงแน่นอน อาจถึงขั้นยกวิหารหรือตระกูลมาฆ่าเขาถึงสถาบันเฟยเทียน แค่เขาฆ่านายน้อยตระกูลจง คนของตระกูลจงยังเคียดแค้นเขามากๆ จนคิดหาทางกำจัดเขา หากเขาฆ่าพวกมันเยอะไปจะต้องมีผลไม่ต่างกันกับตระกูลจงแน่นอน
“ให้ตายสิ ทำไมพึ่งนึกได้นะ”
ตงฟางถอนหายใจออกมาเบาๆ เขานึกหาวิธีหลบหนีมากมายเพื่อพาตัวของเขาออกไปจากระดับผันแปรวิญญาณเหล่านี้ให้ได้ ตามตำราของตาแก่หลี่หยุนมียามากมายใช้สำหรับเปลี่ยนไอพลังวิญญาณ แล้วยังมียาสำหรับปรับเปลี่ยนใบหน้า เพียงแต่ว่าสมุนไพรที่ใช้หายากพอสมควร ตงฟางมัวคิดแค่จะหาสมุนไพรเหล่านี้ จนลืมไปว่ายังมีอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เขารอดไปได้
ฉึก~!
มือซ้ายดึงผิวหนังบริเวณคิ้วจนลักษณะคิ้วของเขาชันไม่ต่างจากพวกตัวร้าย จากนั้นตงฟางก็เริ่มฝังเข็มลงไปใต้ผิวหนังเพื่อยึดคิ้วที่เขาทำให้มันยกตัวขึ้น ตามด้วยดึงหนังที่มุมปากแล้วฝังเข็มลงไป ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังตำแหน่งไหนก็ตามบนใบหน้าที่ดึงแล้วเปลี่ยนสีหน้าได้ ตงฟางล้วนดึงพวกมันไปทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้น เขายังใช้มีดหั่นผมออกจนกลายเป็นชายหน้าเข้มไปในทันที
“เหลือแค่พลังวิญญาณ”
ฉึก ฉึก ฉึก
เข็มเงินฝังลงไปบนจุดต่างๆของร่างกาย จนพลังวิญญาณลดลงมาเหลือเพียงแค่ก่อตั้งขั้นที่ 9 เท่านั้น เมื่อการแปลงโฉมตัวเองจบลงตงฟางก็นำเอาเสื้อผ้าสีดำออกมาสวมใส่ สะพายมีดมากมายไว้ข้างเอว พร้อมกับปลดปล่อยพิษออกมาจางๆ บอกให้รู้ว่าเขาเป็นผู้ใช้พิษ แม้เขาจะมีพลังวิญญาณน้อยนิดไม่เหมาะกับการเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ แต่พิษของเขาเป็นตัวเลือกชั้นดี ที่ระดับผสานวิญญาณยังเกรงกลัว
“ที่เหลือก็แค่ค่อยๆเดิน”
ตงฟางพาตัวเองออกมาจากรูเล็กๆที่เขาเข้าไปหลบซ่อน แล้วมุ่งหน้าไปยังประตูเทพธิดาที่สามารถส่งตัวเขาออกไปได้ ในระหว่างที่เขากระโดดออกมาจากใต้รากไว้ ระดับผันแปรวิญญาณมากมายก็พบเขาจนพวกมันกระโดดเข้ามาปิดล้อมไม่ยอมให้เขาหนี
“พวกแกเป็นใคร”
ตงฟางกระจายพิษของเขาออกไปรอบๆตัว ทำให้กลุ่มคนที่เข้ามาล้อมตัวเขาก้าวถอยห่าง แม้พวกเขาจะมียาถอนพิษกลับไม่เชื่อว่าตงฟางจะมีพิษระดับต่ำแค่พิษนี้พิษเดียว
“เจ้ามาจากไหน”
“ข้ามาจากฝั่งนั้น แล้วกำลังจะเดินทางกลับ พวกเจ้ามีอะไรถึงได้มาปิดทางเดินของข้าแบบนี้”
“เราตามชายคนหนึ่งมา เขาสวมใส่ชุดสำน้ำตาล บังเอิญเห็นไหม”
“ไม่ นอกจากข้าแล้วแถวนี้ข้าไม่พบใคร หลังจากตื่นข้าก็ถูกพวกเจ้าล้อมไว้แล้ว”
“เจ้าจะบอกว่าเจ้านอนในป่านี่คนเดียว”
“ใช่ทำไม หรือว่าพวกเจ้ามีปัญหากับพิษของข้า ข้าจะนอนที่ไหนก็เรื่องของข้าไม่ใช่หรือ”
“ไอ้ขยะ เป็นแค่ระดับก่อตั้งวิญญาณยังกล้าจะปากดีกับพวกเราอีก”
ชายอีกคนที่ทนไม่ไหวกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปฆ่าตงฟาง เพื่อนของมันกลับห้ามเอาไว้ก่อนเพราะตงฟางนำขวดบางอย่างออกมา โดยเขาไม่ได้แสดงท่าทางตื่นกลัวกับการถูกระดับผันแปรวิญญาณโจมตี ชายที่ห้ามเพื่อนของมันจึงรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่อยู่ในขวด กลัวว่ามันจะเป็นพิษที่ฆ่าพวกเขาได้
“ต้องขอโทษด้วย พวกเราตามคนผิด เราจะเปิดทางให้”
สายตาของคนที่อยู่รอบๆมองจ้องกันเพื่อให้สัญญาณ จนตงฟางมองเห็นเส้นทางที่แหวกออกจึงเดินมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่เขากำลังจะไป ภายใต้การเดินของเขากลุ่มคนที่เข้ามาปิดล้อมต่างใช้พลังตรวจสอบเขาทุกอย่าง
ผู้มีวิญญาณยุทธ์ติดตามเขาก็ใช้วิญญาณยุทธ์ชี้ไปยังตงฟาง ผู้ใช้ยันต์พวกเขาก็ทำไม่ต่างกัน ทุกอย่างที่ใช้แกะรอยและตรวจสอบพลังล้วนนำออกมาใช้กับตงฟางทั้งหมด กลับไม่มีใครตรวจสอบความผิดปกติของตงฟางได้
ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่เปลี่ยนไป ผม การแต่งตัว รวมไปถึงลักษณะท่าทาง การเดินของตงฟางล้วนเปลี่ยนไป จนไม่ใช่คนๆเดียวกันกับที่พวกเขาตามหา ตงฟางที่ฝังเข็มไปทั่วร่างกายจนการเดินของเขาเปลี่ยนไปจากเดินก็รีบพุ่งตัวไปด้วยระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 9 ไม่สนใจคนเหล่านี้
“ชิ เราหามันมาหลายวันแล้ว ตอนนี้คงจะหนีไปไกลแล้ว สิ่งที่เคยตรวจจับมันได้ก็ตรวจจับไม่ได้ เลิกหวัง กลับ~!”
เหล่าคนที่ตามหาตงฟางเริ่มบินกลับไปยังทิศทางประตูเทพธิดาที่ส่งพวกเขาเข้ามา เหลือเวลาอีก 5 วันพวกมันคงไม่สามารถเก็บอะไรได้เยอะ หนำซ้ำระหว่างไล่ล่าตงฟางยังเจอปีศาจอีกจำนวนมาก พวกมันกลัวว่าจะติดอยู่ภายในนี้เป็นเวลา 3 ปีจึงต้องกลับไปรวมตัวกันก่อน
“ไปหมดแล้ว”
กลุ่มคนที่เหลืออยู่ราวร้อยคนหันมองหน้ากัน พวกมันยังไม่คิดจะกลับเพราะคิดว่าการปรากฎตัวของชายชุดดำคนเมื่อครู่แปลกไป ตลอดหลายวันที่พวกมันวิ่งไล่ตามตงฟางต่างเจอลูกเล่นมากมาย บางครั้งเป็นการใช้ตัวล่อเพื่อหนีไปอีกทาง บางครั้งเขาก็หลบภายในปากสัตว์อสูรตัวใหญ่ มีอีกหลากหลายวิธีที่พวกมันคิดไม่ถึง ดังนั้นการเจอชายชุดดำเมื่อครู่ พวกมันจึงคิดว่าอาจจะเป็นหนึ่งในแผนของตงฟางจึงคิดจะตามไป
“ไปกัน……” ตุบ~!
ร่างที่กำลังจะพูดร่วงลงไปนอนบนพื้นดินด้วยอาการชักกระตุก ทุกคนที่เห็นจึงพยายามวิ่งเข้าไปช่วยเพราะอาการที่กำลังแสดงออกมาเป็นอาการของคนถูกพิษ แต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวชายที่นอนบนพื้นดิน เขาก็ถูกเข็มนับร้อยพุ่งตกลงมาจากท้องฟ้า ฝังลงไปในร่างจนแน่นิ่งไป
“ตายแล้ว เขาตายแล้ว” ดวงตาของคนทั้งหมดเบิกกว้าง การใช้พิษและเข็มเมื่อครู่นั้นแปลกประหลาด พวกเขามองไม่เห็นพลังวิญญาณที่ใช้โจมตีเลยสักนิด ทันใดนั้นพวกเขาที่กำลังวิเคราะห์รูปแบบการฆ่าก็พบเข้ากับลูกบอลทรงกลมร่วงตกลงมากลางวงของพวกเขา ปลดปล่อยควันมากมายจนพวกเขาต้องรีบกระโดดถอยห่างออกไป
“ทุกคน รีบจับกลุ่มกันเร็วเข้า”
เสียงคำสั่งดังก้องให้คนนับร้อยกระโดดเข้าไปรวมกลุ่มกัน ภายใต้ควันที่กำลังพวยพุ่งกระจายไปไกลหลายร้อยเมตรนั้น สร้างวิสัยทัศน์อันเลวร้ายให้พวกเขาทุกๆคน
“ชะ ช่วยด้วย!”
ชายที่ทุกคนคิดว่าตายร้องเรียกให้เพื่อนช่วย จนหลายคนเดินไปดูพบว่าเขาไม่ได้ตาย เพียงแค่สลบไปชั่วครู่เท่านั้น ชายสองคนที่เข้ามาถึงก่อนจึงเข้าไปช่วยพยุงร่างทันใดนั้นพวกเขาทั้งสองกลับถูกเข็มจำนวนมากแทงเข้าไปในร่างกายจนลงไปชักกระตุกบนพื้นดิน
“ชะ…ช่วยด้วย~!”
เสียงร้องให้ช่วยจากเหล่าคนที่ตกตายดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตงฟางที่ใช้พลังจิตจากภูเขาที่อยู่ห่างไปราว 2 กิโลเมตรควบคุมคนที่ตายให้เอ่ยเสียง เขาก็ลงมือฆ่าคนนับร้อยที่คิดจะฆ่าด้วยวิธีเดิมที่เคยใช้กับนายน้อยจงหู
แม้พวกมันจะมีพลังที่เยอะกว่าเขาและมีการตอบสนองที่ดีกว่า การใช้เพื่อนเป็นเหยื่อล่อ ยังไงพวกมันก็ต้องเปิดเผยจุดอ่อนเพื่อช่วยเพื่อนแน่นอน
เขาจึงใช้โอกาสนี้ส่งเข็มที่ฝังลงไปในร่างของชายคนแรกที่ตาย เข้าไปในร่างของคนที่ช่วย ส่วนเสียงเขาไม่สามารถบังคับให้คนที่ตายพูดได้ จึงใช้เสียงที่เขาจดจำผ่านคลื่นโทรจิตส่งไปยังสมองของคนที่อยู่ใกล้ๆแทน ด้วยสภาวะตอนนี้พวกมันคงไม่มีเวลามาคิดว่าเสียงที่ได้ยิน มันดังขึ้นที่ข้างหูหรือดังขึ้นในสมองของพวกมัน ภายใต้การร้องเรียกซ้ำๆ กลุ่มคนที่เข้าไปช่วยเพื่อนล้วนตกตายไปตามๆกัน จากเข็มพิษของตงฟาง
“ฉันบอกพวกแกไปแล้ว เป็นพวกแกที่ทำตัวเอง งั้นขอแหวนของพวกแกไปล่ะ คงไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”
ตงฟางเปิดใช้พลังจิตบินจากไปด้วยความรวดเร็ว โดยนำดาบขึ้นมานั่ง เพื่อให้คนคิดว่าเขาไม่ใช่ชายที่ออกมาจากนิกายโบราณ เผื่อจะมีใครใช้พลังของพวกมันแอบมองเขาจากระยะไกล ซึ่งการหลบหนีของเขาไม่ถือว่าเสียเปล่า แม้เขาจะตามหาหนิงเหอและซูฮวาไม่ได้ เขากลับเก็บสมุนไพรและแร่หายากตลอดเส้นทางหนีมาได้ทั้งหมด ส่วนมากเป็นสมุนไพรและแร่ระดับ 6 ที่หายากมากๆ
ระหว่างหนีเขายังล่อให้ระดับผันแปรวิญญาณฆ่าสัตร์อสูรพิษระดับ 6 ให้อีกด้วย จนตอนนี้แหวนเก็บของของเขาเต็มไปด้วยพิษระดับ 5 และระดับ 6 แต่เขายังไม่มีเวลาว่างในการดูดซับมัน จึงทำได้แค่เก็บเอาไว้ในแหวนเก็บของ ตงฟางยังคงมีแหวนอีกหลายพันวงที่ได้จากระดับผันแปรวิญญาณที่ตกตายในระหว่างไล่ล่าเขา
ฉึก~!
“อือ เจ็บเป็นบ้า” เข็มเล็กๆค่อยๆดึงออกมาจากใบหน้า แม้มันจะยึดผิวหนังของเขาให้เปลี่ยนรูปร่างไปได้ เขากลับต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดบริเวณใบหน้า ไม่เพียงแค่หน้าที่ถูกดึงเข็มออก ตามจุดพลังวิญญาณและร่างกายของเขาก็ถูกดึงออกเช่นกัน จนทำให้ร่างของเขาที่ถูกปรับเปลี่ยนให้แสดงท่าทางผิดแปลกไปจากเดิมกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง
“ถือว่าเราโชคดีไม่น้อย ถ้าหากแบ่งพลังตอนนี้เราน่าจะปลอมแปลงตัวตนได้ถึง 3 ตัวตน”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ตัวตนถือดาบมารโลหิตของเขาถูกระดับผันแปรวิญญาณมองเห็นและไล่ล่า ยังดีที่เขาไม่ได้ใช้พลังจิตในรูปแบบอื่นนอกจากบินหนี จึงยังไม่เปิดเผยตัวตนผู้ใช้พลังจิต ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสามารถปลอมตัวเป็นผู้ใช้พิษได้อีกตัวตน นับได้ว่าเขาสามารถใช้ชีวิตอีก 5 วันสุดท้ายในประตูแห่งเทพธิดาได้โดยไม่มีใครไล่ตามเขาอีกแล้ว ตอนนี้ระยะการค้นหาของระดับผันแปรวิญญาณคงจะขาดหายไปแล้ว สิ่งที่พวกมันใช้ตามติดเขาคงจะหมดประโยชน์
“อยากรู้จังว่าออกไปแล้วใบหน้าของเราจะนำปัญหามาให้มากน้อยแค่ไหน”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยพลางด่าทอให้โชคชะตาของเขาที่ต้องถูกคนหมู่มากไล่ล่า เดิมทีเขาคิดจะฆ่าพวกมันทั้งหมดที่คิดจะฆ่าเขาและอาจจะสร้างปัญหาให้เขาในอนาคต ปรากฎว่าพลังของเขาไม่พอจะฆ่าพวกมันทั้งหมด จึงทำได้เพียงแค่หนีแล้วก็โจมตีสวนกลับเพื่อฆ่าพวกมันส่วนน้อยเท่านั้น
“เทพธิดา ตอนแรกมันก็สนุกมากๆนะ แต่ตอนนี้มันเกินไปแล้ว!!!”
ตงฟางร้องตะโกนลั่น จากนั้นเขาก็เริ่มเพิ่มความเร็วในการบินขึ้นไปอีก เพื่อใช้เวลา 5 วันสุดท้ายนี้ตามหาหนิงเหอและซูฮวา โดยตำแหน่งที่เขากำลังมุ่งหน้าไปเป็นประตูที่คนจากเมืองหลวงใช้เข้ามา ในระหว่างแกล้งทำเป็นขี่ดาบบินมุ่งไปบนท้องฟ้า ตงฟางได้นำพิษออกมากลืนกินเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณของเขาต่อไป
เขาไม่สนใจแล้วว่าพิษมันจะระดับสูงแค่ไหน หากมีพิษให้เขาดื่ม เขาก็จะดื่มมัน แม้เขาจะได้ทักษะมารมาแล้วก็ตาม มันกลับไม่ใช่ทักษะเพิ่มพลังวิญญาณเพราะมันนำมาเพิ่มความสามารถให้กับร่างกายของเขาแทน