แม้จะไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของหญิงสาวเท่าไหร่ แต่คาร์ลินก็รับคำง่ายๆเมเม่พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจก่อนจะหันกลับไปสนใจกับสภาพรอบห้องต่อ ทิ้งให้คาร์ลินคอยฟังการนำเสนอของศาสตราจารย์คนเดียว
ข้อมูลสรุปของศาสตราจารย์ฮอปกิ้นส์แบ่งออกเป็3 ่ตามผู้บันทึก ซึ่งก็คือก่อนปี 1935(ฉบับของทิโมธี รัสเซล) ั้แ่ปี1935 – 1986(ฉบับของศาสตราจารย์โดนัลด์ อาร์. การ์เซีย) และั้แ่ 1986 จนถึงปัจจุบัน(ข้อมูลจากการรวบรวมโดยศาสตราจารย์ฮอปกิ้นส์เอง)โดยการตายที่เชื่อกันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาถรรพ์คฤหาสน์มีดังนี้
ปี 1890 เกิดอุบัติเหตุในระหว่างการก่อสร้าง2 ครั้ง ครั้งแรกในเดือนเมษายน เมื่อช่างคนหนึ่งถูกแผ่นไม้หล่นลงมากระแทกกะโหลกร้าวส่วนอีกครั้งเกิดในเดือนพฤศจิกายน โดยหัวหน้าช่างถูกแผ่นกระจกตกลงมาบั่นคอขาด ทั้ง2 ครั้งถูกกล่าวถึงว่าเป็อาถรรพ์จากการสร้างคฤหาสน์บนสุสานโบราณ
ปี 1894 ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการตายแต่เป็ครั้งแรกที่ทิวลิปบันทึกถึงการปรากฏตัวของิญญาโบราณในห้องนอน โดยหล่อนอ้างว่าพวกเขาโผล่มาเตือนถึงหายนะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ปี 1898 ในเดือนธันวาคม ลูกคนโตของตระกูลเมอร์สฟิลด์ทิม เมอร์สฟิลด์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขี่ม้า ถูกนับว่าเป็การตายที่เกี่ยวข้องกับคฤหาสน์จากไดอารี่ของทิวลิปซึ่งหล่อนอ้างว่าได้รับคำเตือนเื่นี้จากิญญาผ่านทางความฝัน1 เดือนก่อนหน้านั้น
ปี 1899 เดือนตุลาคม ลูกชายคนรองของวิลเลี่ยมเมอร์สฟิลด์กับทิวลิป ซึ่ง ณ ขณะนั้นกลับมาใช้นามสกุลทิสเดลแล้ว เอริกเมอร์สฟิลด์เสียชีวิตจากการจมน้ำตายในสระของโรงเรียน ถูกนับว่าเป็การตายที่เกี่ยวข้องกับคฤหาสน์จากบันทึกของสาวใช้ชื่อซาราห์ที่เล่าว่าทิวลิปเห็นภาพนิมิตตอนกลางวันแสกๆ จนเป็เหตุให้วิลเลี่ยมขู่จะส่งเธอไปโรงพยาบาลบ้า
ปี 1906 เดือนมีนาคม เกิดคดีชื่อว่า“ฆาตกรรมสนเื” ขึ้นโดยผู้ตายคือวิลเลี่ยมเมอร์สฟิลด์ ลือกันว่าเกิดจากมนตร์ดำของทิวลิปซึ่งเริ่มเข้าไปยุ่งกับลัทธิเวทมนตร์ั้แ่ปี1904 จนนำไปสู่การปรับปรุงคฤหาสน์ครั้งใหญ่ในเวลาต่อมา ทั้งนี้สาเหตุที่ทุกคนเชื่อว่าการตายของวิลเลี่ยมเป็ผลจากอำนาจมืดก็มาจากสภาพศพที่ไม่อาจอธิบายที่มาที่ไปได้ของเขา
กล่าวคือในคืนที่เกิดเื่วิลเลี่ยมซึ่งตอนนั้นป่วยหนักจนไม่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้แล้วจู่ๆ ก็หายตัวไปจากบ้านทั้งที่ประตูหน้าต่างทุกบานถูกลงกลอนจากด้านในทั้งสิ้นจากนั้นในเวลาต่อมาร่างของเขาก็ถูกพบในสภาพสยดสยองสุดขีด ขากรรไกรล่างของเขาถูกกระชากหลุดห้อยร่องแร่งคนร้ายใช้มีดผ่าั้แ่ลำคอลงมาจนถึงบริเวณหัวหน่าว อวัยวะภายในถูกนำออกมาพันกับต้นไม้เหมือนไฟประดับขณะที่แขนกับขาโดนตัดแล้วนำมาเสียบไม้แหลมต่อกลับเข้าไปใหม่โดยสลับซ้ายขวาบนกับล่างแสดงให้เห็นว่าฆาตกรจะต้องมีความแค้นกับเขาเป็อันมาก
ทว่าส่วนที่เหลือเชื่อที่สุดในเื่นี้ก็คือศพวิลเลี่ยมถูกนำขึ้นไปเสียบบนยอดสนที่สูงที่สุดในคอตตอนเบย์สโดยไม่มีร่องรอยใดๆ บ่งบอกว่าฆาตกรนำเขาขึ้นไปได้ยังไงแม้แต่นิดเดียวไม่มีรอยบันไดบนพื้น และกิ่งก้านสาขาของต้นไม้รอบๆ ก็ไม่มีต้นใดหักจากการปีนป่ายด้วยจนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีทฤษฎีไหนที่ฟังดูเป็ไปได้เลยแม้แต่ข้อเดียว
ปี 1907-1908 ทิวลิปสั่งปรับปรุงคฤหาสน์ขนานใหญ่ใน่แรกนั้น เกิดอุบัติเหตุและเหตุการณ์ประหลาดขึ้นหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์ดินยุบตัวตอนเดือนสิงหาคมและในเดือนเดียวกันก็มีช่างคนหนึ่งหัวใจวายเป็เหตุให้กระเบื้องหนักอึ้งตกใส่กลุ่มช่างด้านล่างทั้ง 2 เหตุการณ์มีช่างาเ็มากกว่า 10 คน และตาย 2 คน
ในเดือนตุลาคม 1907 ก็เกิดฟ้าผ่าตอนกลางวันแสกๆจากนั้น 2-3 วันต่อมาก็ตามด้วยกองทัพแมลงดินจำพวกไส้เดือน ตะขาบ แมลงสาบ ด้วงและหนอนที่ยกพวกมาล้อมคฤหาสน์เป็รัศมีถึง20 เมตรเลยทีเดียว พูดกันว่านี่เป็สัญญาณเตือนจากผู้ตายในสุสานข้างใต้ที่ดินคฤหาสน์จากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้การก่อสร้างหยุดชะงัก ทั้งยังไม่มีผู้รับเหมาเ้าไหนในคอตตอนเบย์สกล้ารับงานนี้อีก
แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็สงบลงหลังจากทิวลิปเปลี่ยนไปใช้ผู้รับเหมาจากต่างรัฐรวมทั้งจ้างหมอผีพื้นเมืองมาทำพิธีตลอดการก่อสร้างจนกระทั่งแล้วเสร็จในปี 1909 ถึงอย่างนั้นก็ยังมีการพูดถึงการพบเห็นตัวประหลาดรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่สามารถะโได้สูงกว่า15 เมตรมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ กับคฤหาสน์ในระหว่างเวลานั้นอยู่ดี ลือว่าเ้านี่เองที่น่าจะเป็ฆาตกรในคดีฆาตกรรมสนเื
ปี 1915 วันที่ 10 เมษายน ทิวลิปกับโรซาเลียผู้เป็ลูกสาว ได้เขียนไดอารี่ที่มีใจความคล้ายคลึงกันเกี่ยวกับคำเตือนของิญญาที่มาในรูปของความฝันพวกหล่อนคาดการณ์ถึงหายนะครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตน
โรซาเลียคือลูกเพียงคนเดียวของทิวลิปที่รอดชีวิตมาได้จนโตตอนอายุได้ 18 ปีหล่อนก็แต่งงานกับมหาเศรษฐีจากต่างแดนนาม ทีโอดอร์ และใช้นามสกุลคิดเดดตามกับสามีโดยทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 1 คนชื่อแมกโนเลีย
ทั้งทิวลิปและโรซาเลียต่างก็ถูกกล่าวขานว่าเป็แม่มดรวมไปถึงสาวใช้คู่บุญนามว่าซาร่าห์ด้วย ซึ่งทิวลิปได้ก่อตั้งกลุ่มชุมนุมแม่มด(โคเว่น)ขึ้นอย่างลับๆในปี 1907 โดยใช้หอคอยทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นใหม่รอบตัวคฤหาสน์เดิมเป็สถานที่ประกอบพิธีกรรม
จนกระทั่งในวันที่ 1 พฤษภาคม 1915 สิ่งที่สองแม่มดทำนายไว้ก็กลายเป็ความจริงขึ้นมา
คดีนี้รู้จักกันในชื่อ “คดีฆาตกรรมเบลเทน” และเรียกว่าเป็คดีที่มีเงื่อนงำและะเืขวัญที่สุดในคอตตอนเบย์สยุคนั้นเลยก็ว่าได้ เหตุการณ์เกิดขึ้นใน่หัวค่ำโดยทีโอดอร์ซึ่งความสัมพันธ์ตอนนั้นระหองระแหงกับโรซาเลียได้จับลูกสาวตน แมกโนเลียเชือดคอในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์หลัก จากนั้นก็อาละวาดฆ่าแเื่ทุกคนที่มาร่วมงานเลี้ยงตามคำเชิญของทิวลิปทว่าความโหดร้ายไม่ได้มีแค่นั้น จากหลักฐานที่เ้าหน้าที่พบในเวลาต่อมาชี้ให้เห็นว่าฆาตกรโหดไม่ได้มีแค่ทีโอดอร์เท่านั้นผู้เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียวให้การว่าผู้รอดชีวิตในตอนแรกล้วนเสียสติ กรีดร้องแล้วเริ่มฆ่ากันเองรวมถึงบรรดาเ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาระงับเหตุการณ์ด้วย
ไม่มีใครพบศพของทิวลิปและโรซาเลีย แต่พยานยืนยันว่าโรซาเลียเป็คนแรกที่ถูกแทงหลังพยายามเข้าไปแย่งมีดเพื่อช่วยลูกสาวรอยเืบ่งชี้ว่าเธอกระเสือกกระสนหนีหายลึกเข้าไปในคฤหาสน์ กระนั้นก็ไม่มีร่อยรอยใดๆให้สืบต่ออีก จากข้อเท็จจริงที่ว่าไม่เคยมีหลักฐานว่าทีโอดอร์มีปัญหาทางจิตไปจนถึงการที่ตำรวจไม่พบสารเคมีใดๆที่ทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่งตามที่พยานซึ่งกลายเป็คนวิกลจริตไปในเวลาต่อมา เมื่อไร้มูลเหตุแรงจูงใจและพยานหลักฐานใหม่ๆคดีจึงถูกปิดไปโดยทีโอดอร์ถูกประกาศให้เป็ฆาตกร ทางกรมตำรวจถึงขั้นสร้างข้อมูลเท็จขึ้นมาว่าจริงๆแล้วเขาแอบรักษาอาการทางจิตอยู่อย่างลับๆ มาหลายปีแล้วด้วยซ้ำ
ถึงแม้ตำรวจจะปิดคดีลง แต่สำหรับผู้คนในคอตตอนเบย์สเหตุการณ์นี้ถือเป็จุดเริ่มต้นของความสยองขวัญอย่างเป็ทางการ พวกเขาปักใจเชื่อว่าสาเหตุที่ทีโอดอร์วิกลจริตในชั่วข้ามคืนนั้นก็เนื่องมาจากโดนของที่ภรรยาของเขาทำใส่ทว่าการที่เื่ราวกลับกลายเป็ว่าลูกสาวของโรซาเลียรวมถึงทุกคนในคฤหาสน์พิงก้าเพนตาเคิลถูกฆ่าตายทั้งหมดนั้นยังคงเป็ปริศนาดำมืดบ้างก็ว่า 2 แม่ลูกทิวลิปกับโรซาเลียไปยุ่งกับอำนาจที่เกินกว่าจะควบคุมได้เลยถูกเล่นงานเสียเองบ้างก็ว่านี่เป็คำสาปจากการสร้างคฤหาสน์บนพื้นที่สุสานเก่า บ้างก็ว่านี่เป็บททดสอบสุดท้ายของแม่มดทั้ง2 ที่ต้องสังเวยเืเนื้อเชื้อไขตัวเองเพื่อประกาศตัวเป็สาวกซาตานและการที่พวกหล่อนหายตัวไปก็เพราะทั้งคู่ได้กลายเป็ปิศาจไปแล้ว
ไม่ว่าผู้คนจะคิดอย่างไร ก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงว่าคฤหาสน์พิงก้าเพนตาเคิลหรือคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์เป็สถานที่ต้องสาป ซึ่งจะนำความพินาศมาสู่ผู้เกี่ยวข้องทุกคน
ปี 1915–1923 เป็่ที่คฤหาสน์แผลงฤทธิ์รุนแรงและโด่งดังที่สุดคฤหาสน์เปลี่ยนมือจากตระกูลทิสเดลมาสู่เมอร์สฟิลด์อีกครั้ง ซึ่งในตอนนั้นผู้นำตระกูลอย่างเป็ทางการคือแอนโบรลีน เมอร์สฟิลด์ ความทะเยอทะยานของแอนนำหายนะมาสู่ครอบครัว เมื่อหล่อนตัดสินใจจะรื้อคฤหาสน์ทิ้งเพื่อสร้างเป็สนามม้าแทน
เริ่มต้นที่ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัทเมอร์สฟิลด์เรซซิ่งทั้ง 11 คน รวมพ่อของหล่อน มัลคอร์ม เมอร์สฟิลด์ เข้าไปด้วยพวกเขาทั้งหมดหากไม่เจออุบัติเหตุสยองก็ต้องเจ็บป่วยด้วยโรคประหลาดทุกข์ทรมานแสนสาหัสก่อนตายทั้งสิ้น
จากนั้นก็ถึงคราวของเอลเลน เมอร์สฟิลด์ แม่ของแอนซึ่งหล่อนถูกไฟครอกตายกับสมาชิกครอบครัวเมอร์สฟิลด์คนอื่นๆ ในเหตุการณ์ “อัคคี 12 ศพแห่งเมอร์สฟิลด์” วันที่ 14 มกราคม 1918 การสูญเสียครั้งนี้เรียกว่ากวาดคนในตระกูลเมอร์สฟิลด์แทบเกลี้ยงเลยทีเดียว
ขณะที่แอนเสียชีวิตในปี 1920 โดยหล่อนแขวนคอตายในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์ที่ทีโอดอร์เคยเชือดคอลูกสาวตัวเองนับั้แ่คืนที่หล่อนเสียชีวิตเป็ต้นมา ชาวบ้านละแวกนั้นต่างก็ได้ยินเสียงร่ำไห้ด้วยความเ็ปรวดร้าวอย่างต่อเนื่องเกือบทุกคืนบ้างก็ว่าเห็นร่างขมุกขมัวของหล่อนทุบกระจกหน้าต่างบนชั้น 3ของคฤหาสน์หลักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทว่าในระหว่างที่แอนมีชีวิตอยู่ ก็มีความพยายามที่จะขับไล่ิญญาร้ายนับครั้งไม่ถ้วนยิ่ง่หลังจากที่หล่อนเสียพ่อกับแม่และพี่น้องไปเกือบทั้งหมด แอนก็ยิ่งหมกมุ่นกับการต่อกรกับอาถรรพ์ของคฤหาสน์หล่อนได้เชิญผู้วิเศษมากมายมาชำระล้างคฤหาสน์ แต่ก็ต้องพบกับความล้มเหลวทุกรายไปเช่น
บาทหลวงฟรานซิส มาเบิ้ล(มิถุนายน 1916) คอหักตายจากการพลัดตกบันไดระหว่างขึ้นไปยังชั้น2 ของคฤหาสน์
บาทหลวงเกรแฮม ลีช(กรกฎาคม 1916)แขวนคอตายที่ห้องพักในโบสถ์ เริ่มมีอาการประสาทหลอนหลังกลับจากการค้างคืนที่คฤหาสน์เมอร์สฟิลด์
ลูน่า มอริส(คนทรง กรกฎาคม 1916) ถูกผู้ช่วยรุมฆ่าซึ่งผู้ช่วยทั้ง 3 เองก็ฆ่าตัวตายในคฤหาสน์เช่นกัน
จูเลียน โก๊ะห์(พ่อมด กันยายน 1916) กรีดข้อมือตัวเองในห้องอาบน้ำของทิวลิปหลังจากไล่ทำพิธีในแต่ละส่วนของบ้าน
ดร.ออสการ์ เฮสเซ่น(ผู้มีพลังจิต เมษายน 1917) ลอกิัตัวเองทั้งตัวออกมาก่อนขาดใจตายในคฤหาสน์โดยที่บนิัที่ลอกมานั้นมีสลักอักขระแปลกๆ ไว้ทั่ว แต่น่าเสียดายที่ไฟไหม้ห้องเก็บหลักฐานในกรมตำรวจไฟทำลายทั้งิัทั้งหมด และเป็เหตุให้เ้าหน้าที่ 3 คนเสียชีวิต
พี่น้องโอนีล บิลลี่กับวิลลี่(นักต้มตุ๋น กรกฎาคม1917) ฆ่ากันเองหลังจากหลอกเงินแอนสำเร็จ วิลลี่ตัดศีรษะพี่ชายตัวเอง ก่อนที่โอนีลคนน้องจะย้อนกลับมาเผาตัวเองทั้งเป็ที่ประตูรั้วด้านหน้าคฤหาสน์
ผู้ว่าเมืองคอตตอนเบย์สกับเ้าหน้าที่อีก 7 นายที่เกี่ยวข้องกับความพยายามยึดคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์เป็สมบัติของเมือง(กรกฎาคม1917)
คุณพ่อรูฟัส ฮาวเวลล์(นักบุญของศาสนา Palkon พฤศจิกายน1917) นั่งตายในห้องนั่งเล่นที่ทีโอดอร์เชือดลูกสาว เสียชีวิตจากการถูกแมลงประหลาดไชสมอง
ทริช โดโนแวน(แม่มด) เธอเป็ 1 ในไม่กี่คนที่รอดจากอาถรรพ์คฤหาสน์ไปได้โดยก่อนเดินทางกลับเมืองเชสต์เซอร์เคิล เธอได้ขอให้แอนปิดตายคฤหาสน์แทนที่จะส่งผู้มีพลังคนอื่นเข้าไปทว่าแอนไม่เชื่อ
มอร์แกน วู๊ดโรว์ กับคณะทั้ง 12 คน(พ่อค้าเร่พฤศจิกายน 1918) พวกเขาแค่เดินทางผ่านมาแล้วใช้คฤหาสน์เป็ที่หลบฝน ตายเพราะเสียสติและฆ่ากันเองในห้องอาหาร
พฤษภาคม 1919 เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า “การสังเวยแห่งเมอร์สฟิลด์”เนื่องจากการตายครั้งนั้นเป็การรวมเอาผู้มีพลังพิเศษชื่อเสียงโด่งดังแห่งยุคมาร่วมมือกันจัดการกับคฤหาสน์แต่แทนที่จะทำสำเร็จ พวกเขากลับฆ่ากันเองและตายอย่างสยดสยอง พูดกันว่านอกจากการทรมานสุดแสนวิปริตแล้วพวกเขายัง “กินกันเอง” ด้วย
การตายในเหตุการณ์ “การสังเวยแห่งเมอร์สฟิลด์”ประกอบด้วย ลิลเลี่ยน พอร์ตเตอร์(แม่มด) เสียชีวิตจากาแถูกแทงใต้ชายโครงบนทางเดินไปยังหอคอยทิศเหนือของคฤหาสน์ออสการ์ แม็คกรูว์(ไสยเวทอิลูมินาติ) ถูกปาดคอ อยีชา อิวูชุควู(แม่หมอวูดู) โดนถลกหนังหน้าตัดแขนขาและถูกจับแขวนคอที่โถงประตูทางเข้า อวัยวะบางส่วนของหล่อนถูกนำไปปรุงอาหารฮูดินี่ วินด์ลอสต์(พ่อมด) ถูกทรมานโดยการตรึงมือเท้าด้วยตะปูจากนั้นแทงของมีคมเข้าที่ส่วนต่างๆของร่างกาย ส่วนหัวใจของเขาก็ถูกนำไปต้มในหม้อเดือด ควินซี่ เวย์น(คนทรง) สำลักเืตายในห้องน้ำชั้น3 ในกระเพาะของเขาเต็มไปด้วยเศษแก้ว ตะปูกับมีดโกน ส่วนศ.เอียนลูเธอร์(ผู้เชี่ยวชาญด้านจิติญญา) ซึ่งถูกสงสัยว่าเป็ฆาตกร มีร่องรอยาเ็อย่างหนักทั้งคอหักและถูกแทงด้วยมีดถึง 12 ครั้ง ในกระเพาะของเขาพบชิ้นส่วนของอยีชาและฮูดินี่
การตายของแอนในวันที่ 16 ธันวาคม 1920 ถูกนักประวัติศาสตร์ผู้คลั่งไคล้คฤหาสน์ในยุคปัจจุบันประกาศให้เป็“่พักครึ่ง” ของความเฮี้ยน หลังจากแอน โบรลีน เมอร์สฟิลด์เสียชีวิตได้ครึ่งเดือนผู้ว่าเมืองคอตตอนเบย์สก็ประกาศปิดตาย ห้ามไม่ให้ผู้คนเข้าใกล้คฤหาสน์เมอร์สฟิลด์อีกซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ผลอยู่หลายปีจนกระทั่งเดือนเมษายนปี 1928
ปี 1928 เดือนเมษายน แก๊งโจร“เออร์ซ่า” นำโดยสตีเวน เชอร์นอฟสกี้ ผู้ได้รับฉายา “มีดโหด” จากการที่ในการปล้นแต่ละครั้งเขาจะต้องฆ่าคนด้วยมีดอย่างน้อย1 คนเสมอ สตีเวนกับพวกได้ปล้นเงิน 1.5 ล้านเหรียญหนีข้ามรัฐมากบดานในคอตตอนเบย์ส แน่นอนว่าจะมีที่ไหนดีไปกว่าคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์ที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเข้าไปอีกละผลก็คือสตีเวนกับเพื่อนร่วมแก๊งคลุ้มคลั่งฆ่ากันเองในคืนนั้น ลือกันว่าสตีเวนกินทุกคนแบบดิบๆก่อนจะควักลูกตาตัวเองแล้วลั่นไกะเิสมองฆ่าตัวตาย
ปี 1928 – 1932 หลังจากแก๊งเออร์ซ่าสูญหายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งยังมีข่าวลือว่าเขากับพวกเสียชีวิตแล้วทั้งหมดผู้คนก็หันมาสนใจกับเงินจำนวน 1.5 ล้านเหรียญที่โจรกลุ่มนี้ขโมยมาได้แทน ใน่นี้ปรากฏว่ามีผู้กล้าตายจำนวนมากเดินทางมายังคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์เพื่อตามหาเงินก้อนโตที่ว่าโดยทิโมธี รัสเซลให้เหตุผลที่คนมากมายกล้าเข้าไปค้นคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์ 2 ข้อด้วยกันหนึ่งคือ ณ ตอนนั้นความเฮี้ยนของคฤหาสน์ได้กลายเป็แค่เื่เล่าเก่าๆไปแล้วจากการที่มันสงบมาถึง 8 ปี และข้อต่อมาก็ได้แก่การตกต่ำทางเศรษฐกิจโลกที่บีบให้ผู้คนห่วงเื่ปากท้องมากกว่าเื่น่ากลัวของภูตผีปิศาจ
การตายใน่เวลานั้นมีสูงถึง 246 ราย ั้แ่การลอบเข้าคฤหาสน์คนเดียวตอนกลางคืนไปจนถึงการตายยกครอบครัวและภายใน 246 รายนั้นก็มีอยู่จำนวนหนึ่งเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของวัยรุ่นท้องถิ่นในคอตตอนเบย์สเอง
ปี 1935 เดือนกุมภาพันธ์ จากเด็กน้อยผู้รอดชีวิตจากการฆาตกรรมโหดในปี1917 ทิโมธี รัสเซลออกหนังสือเื่ “ทิวลิป ทิสเดล จุดเริ่มต้นของความตาย” เป็เหตุให้ผู้คนกลับมาตื่นกลัวอาถรรพ์คฤหาสน์อีกครั้งข่าวลือเื่เงิน 1.5 ล้านเหรียญซาลงโดยไม่มีใครได้เห็นเงินก้อนนั้นเลย
ผลตอบรับจากผู้อ่านในระดับน่าทึ่งส่งผลให้ทิโมธีตัดสินใจเขียนหนังสือเล่มต่อมาทว่าเขากลับเสียชีวิตไปก่อนจะเริ่มลงมือเขียนจริงจากอุบัติเหตุรถยนต์ตอนอายุได้ 30ปี ในสมุดบันทึกของเขาเอง ทิโมธีเขียนถึง่เวลาก่อนหน้าลมหายใจสุดท้ายของชีวิตว่าเขา “ตัดสินใจผิดพลาด” ที่ลอบเข้าไปในคฤหาสน์ เขารอดผ่านคืนในคฤหาสน์มาได้ทว่าจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มเห็นภาพหลอน ฝันร้ายถึงผู้คนมากมายที่ตายในคฤหาสน์และเขาก็ไม่ได้หลับอีกเลยตลอดครึ่งเดือนอันนำไปสู่อุบัติเหตุอันน่าเศร้าในที่สุด
ปี 1942 เดือนมกราคม ในระหว่างาโลกครั้งที่2 กองกำลังข้าศึกที่บุกขึ้นฝั่งคอตตอนเบย์สเป็ฝ่ายแตกพ่ายจากการสู้กับชาวเมือง พวกเขาถูกบังคับให้ถอยร่นไปตั้งค่ายในคฤหาสน์เมอร์ฟิลด์และตายกันหมดในคืนนั้นเอง โดยเหตุการณ์่นั้นรวมไปถึงกำลังทหารของพันธมิตรซึ่งถูกส่งมาช่วยต้านข้าศึกที่เผลอติดตามเข้าไปภายหลังด้วยจำนวนหนึ่ง(ข้อมูลส่วนนี้มาจากการค้นคว้ารวบรวมโดยนักประวัติศาสตร์สมัครเล่นแห่งมหาวิทยาลัยเอ็มโพลาเฮย์ส)
ก่อนหน้าเล็กน้อยในเดือนเดียวกันนั้นเอง ะเิหลายลูกถูกทิ้งใส่เมืองคอตตอนเบย์สและคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์เองก็หนีไม่พ้นผลกระทบจากาเช่นกัน หอคอยทั้งหมดโดนทำลายกระทั่งเหลือความสูงเพียงครึ่งเดียวแต่ก็ได้รับการซ่อมแซมอีกครั้งในปี 1973
ระหว่างาโลกครั้งที่ 2 (ปี 1942) ถึงภาวะหลงลืมตัวตนของโลก(ปี1951) พบว่ามีการตายเกิดขึ้นในคฤหาสน์มากกว่า 100 ราย ทว่าเนื่องด้วยเป็่รอยต่อการเปลี่ยน่ประวัติศาสตร์อันสับสนจึงไม่มีบันทึกที่แน่ชัดมีแค่การประมาณการเท่านั้น โดยผู้ตายส่วนใหญ่ใน่นั้นจะเป็ผู้ลี้ภัยากับคนไร้บ้านเป็หลักแต่ก็มีหลักฐานว่าคฤหาสน์เมอร์ฟิลด์ถูกใช้เป็สถานพยาบาลชั่วคราวอยู่่สั้นๆในปี 1948 ทั้งหมอ พยาบาลและคนไข้ล้วนกลายเป็บ้าและเสียชีวิตทั้งหมดภายใน 1 อาทิตย์
จากนั้นมาก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นในเขตคฤหาสน์อีกหลายปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยเหตุโรคระบาดในปี 1956 อันเป็สาเหตุของการอพยพจนคอตตอนเบย์สแทบกลายเป็เมืองร้าง