บุรุษจอมเพี้ยน ทะลุมาเกรียนที่ต่างโลก

    คุณชายตระกูลเทียน

            เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากกลุ่มควันก่อนจะปรากฏร่างของชายหนุ่มผมเทาที่กำลังยิ้มแย้ม แต่แววตาของเขากลับเปล่างรังสีสังหารออกมาจนพวกออร์คหายใจไม่สะดวก

            “เป็นจิตสังหารที่แรงดีนี่...ตรานั่น...หึ ไอ้เด็กโง่ เป็นแค่นักเรียนผู้พิทักษ์แต่กล้าเข้ามาคนเดียวงั้นเหรอ ถุย! ใครกันแน่วะที่สวะน่ะ” ออร์คหัวหน้าที่ถือขวานสีแดงพูดขึ้นก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้น

            “หัวหน้า มันทำลายกับตดักระเบิดที่เราติดตั้งไว้ได้ แถมยังไม่โดนภาพมายาหลอกอีก มันอาจมีดีกว่าที่คิดนะครับ”

            “เรื่องนั้นข้ารู้น่า ไม่งั้นมันคงมองตัวจริงของพวกเราไม่ออกหรอก จากที่มันพูด ดูเหมือนมันจะรู้แล้วว่าพวกเราเป็นใครน่ะ” ออร์คหัวหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะเหวี่ยงขวานจนเกิดลมกรรโชกรอบตัวพร้อมกับเปลวเพลิงที่แผ่ออกมา

            “แต่ถึงจะรู้ไปเราก็แค่ตัดหัวมันก็พอ!” สิ้นเสียงของออร์คหัวหน้า มันก็ดีดตัวพุ่งเข้าใส่ราฟแล้วฟันขวานเพลิงใส่คอของเขาในเวลาเพีงเสียววินาที

            “ขวานผลาญโลกา!”

             เคร้ง!

            “!?”

            หัวหน้าออร์ดเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ขวานเพลิงระดับ S ของเขาที่สมควรจะตัดหัวของชายหนุ่มตรงหน้ากลับแตกหักลงไม่เหลือชิ้นดีเมื่อมันสัมผัสเข้ากับร่างของชายหนุ่ม จากนั้นภาพที่หัวหน้าออร์คไม่คิดว่าจะเห็นก็เกิดขึ้น

            ขายหนุ่มตรงหน้า...กำลังสูดกลืนเปลวเพลิงเข้าไปในปาก!

            “เอิ๊กกก รสชาติอย่างกับเนื้อย่างเลยแฮะ อร่อยใช้ได้ แต่มันไม่ทำให้อิ่มเลยอ่ะ...ขวานที่ควบคุมไฟได้งั้นเหรอ ที่แท้คนที่ทำเรื่องทั้งหมดก็คือแกสินะ เลิกเล่นดีกว่า เดี๋ยวพวกแกจะทำเรื่องบ้าๆอย่างจับตัวประกันไม่ก็ระเบิดถ้ำตายพร้อมกันอีก” ราฟที่พึ่งกลืนไฟจากขวานเสร็จแสยะยิ้มก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปใช้สันมือสับคอพวกมันทำให้สลบกันจนหมด

            ตึกๆๆ

            ในขณะที่ราฟจะเข้าไปช่วยคนในกรงที่มองเขาอย่างตกตะลึงให้ออกมาจากการถูกคุมจังอยู่นั้น หูของราฟกระดิกเบาๆ เพราะเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสองคนกำลังเดินเข้ามาในถ้ำ

            “ไหนพวกมันบอกว่าซ่อนทางเข้าอย่างดีแล้วไง ทำไมมันถึงเปิดโล่งแบบนี้ล่ะ” เสียงของขายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียงของขายวัยกลางคนตอบกลับมาว่า

            “ระวังตัวด้วยขอรับคุณชาย ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารหลายสาย เหมือนจะมีการต่อสู้เกิดขึ้น”

            “คิดมากน่าลุงหยา จิตสังหารพวกนั้นน่าจะเป็นของพวกทหารรับจ้างที่กำลังเล่นสนุกกับพวกชาวบ้านอยู่นั่นแหละ พวกนั้นโรคจิตจะตาย”

            “ขอรับ...” ชายที่ชื่อลุงหยายังไม่ทันพูดจบเขาก็สลบไปต่อหน้าคนที่ถูกเรียกว่าคุณชาย

            “ดัชนีสกัดชีพจร!? ใครกัน!? แสดงตัวออกมา!” คุณชายที่มาใหม่คำรามออกมาก่อนจะซัดฝ่ามือเกิดเป็นปราณรูปร่างมังกรจีนสีทองลอยออกไปด้านหน้า

            มังกรทองที่มีขนาดเท่ารถยนต์สี่คันต่อกันพุ่งตัวเข้าไปในถ้ำ ก่อนที่มันจะถูกบางสิ่งทำให้หายไป

            “ทำไมมันไม่ระเบิด!?” คุณชายคนนั้นขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

            “ตอนแรกฉันก็สงสัยอยู่ว่าใครกันที่บ้าถึงขนาดสั่งให้เผาหมู่บ้านทิ้ง แต่พอเห็นวิชานี้ก็เข้าใจขึ้นมา นี่เหรอ ยอดวิชาฝ่ามือเทวะมังกร ช่างเป็นวิชาที่แข็งแกร่งจริงๆ ขนาดออกมาจากสารเลวอย่างแกยังแสดงพลังได้ขนาดนี้ ที่ตระกูลเทียนได้เป็นตระกูลหลักอันดับหนึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะยอดวิชาและวรยุทธ์โบราณที่ถือครองอยู่พวกนี้สินะ” เสียงหนึ่งดังออกมาจากขายหนุ่มผมเทาที่เดินออกมาจากด้านในของถ้ำ ที่มือซ้ายของเขากำลังเปล่งแสงสีทองจางๆที่พึ่งดูดกลืนวิขาฝ่ามือเทวะมังกรไป

            “แกเป็นใคร! กล้าดียังไงถึงยังยืนอยู่ไม่ก้มหัวให้แก่ข้า ในเมื่อเจ้ารู้แล้วว่าข้าคือคุณชายแห่งตระกูเทียน!”

            “บ๊ะ เป็นพวกเอาแต่ใจงั้นเหรอ แต่ฉันเดาถูกสินะ ในเมื่อเป็นอย่างนี้่ล่ะก็ขอถามหน่อยดิ แกน่ะ ชื่อเทียนจวินรึเปล่า พอดีฉันมีเรื่องจะคุยกับคนขื่อนี้นิดหน่อยโทษฐานส่งคนมารังแกประธานนักเรียนคนสวยของฉัน”

            “ประธานของแก? ตรานั่น นักเรียนไอรีนสินะ ประธานที่ว่าคงหมายถึงนังเด็กซายะล่ะสิ มันยังไม่ตายอีกเหรอ น้องขายของข้าอุตส่าห์ตั้งค่าหัวเด็กนั้นไว้ซะเยอะเชียวนะ สงสัยคนที่ลงแข่งเอาชีวิตรอดนั่นคงมีแต่พวกไร้ประโยชน์”

            “น้องชาย? แกเป็นพี่ชายของหมอนั่นงั้นเหรอ งั้นฝากบอกหน่อยดิ ว่าฉันอยากเจอ” ราฟขอร้องด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

            “เหอะ ใครมันจะไป...”

            “บาทาทลายไข่”

            “อ๊ากกก!”

            “ว่าแล้วว่าแกจะต้องไม่ยอมร่วมมือ เลยฝากส่งข้อความด้วยความเจ็บปวดให้อ่ะนะ จุ๊ๆ แต่แค่นี้ยังไม่สาสมกับสิ่งที่แกทำหรอก มานี่เลย” ราฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าสลบไปแล้วใช้สองมือลากคอของคุณชายตระกูลเทียนและชายที่ถูกเรียกว่าลุงหยาที่สลบอยู่ไถไปตามพื้นดิน จากนั้นก็เดินเข้าไปข้างในถ้ำ หลังจากเดินมาถึงด้านในเขาก็โยนร่างทั้งสองไปรวมกับร่างของเหล่าออร์ค

            ราฟมองพวกออร์คก่อนจะยื่นมือออกไปค้นตัวหนึ่งในพวกมัน เขาสะดุดตากับสร้อยที่พวกมันสวมอยู่ ราฟสัมผัสได้ถึงปราณมายาจากมัน เขาเลยลองกระชากมันออกมาจากคอของออร์คตนนั้น ไม่นานร่างใหญ่โตของออร์คก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างของมนุษย์ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง

            “นี่มันอาชญากรระดับ A ที่ถูกประกาศจับนี่ ถึงว่าทำไมตอนนั้นเราหามันไม่เจอ ที่แท้ก็พากันกบดานแปลงเป็นออร์คอยู่แถวนี้นี่เอง” ราฟมองพวกที่เหลือ ก่อนจะก้มลงไปกระชากสร้อยมายาจากคอพวกมันทั้งหมด และเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ พวกมันล้วนเป็นอาชญากรที่ทางสมาคมกำลังตามจับอยู่ ทุกคนล้วนเป็นอาชญากรระดับ A มีเพียงหัวหน้าที่ถือขวานที่เป็นอาชญากรระดับ S ที่มีฉายาว่าขวานคลั่ง

            ราฟปล่อยหมอกพิษที่มีฤิทธิ์กล่อมประสาทจากฝ่ามือใส่พวกเขาเพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครลุกขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองกลุ่มคนที่ถูกกระทำชำเราจนแววตาไร้ซึ่งประกายของการอยากมีชีวิตอยู่

            ราฟเดินเข้าไปหาพวกเขาเพื่อดูอาการบาดเจ็บ เขาพบว่าทุกคนยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นเขาก็เดินไปที่กรงขังแล้วใช้นิ้วชี้เคาะมันเบาๆทีหนึ่ง ทำให้กรงนั้นพังทลายลงเพื่อปลดปล่อยคนที่อยู่ด้านในออกมา

            “พวกเราต้องขอขอบคุณคุณมากๆนะคะ” เจนที่ประคองชายชราออกมาจากกรงที่ถูกทำลายกล่าวขอบคุณราฟอย่างตื้นตัน ชาวบ้านคนอื่นก็พูดขอบคุณตามกันมายกใหญ่

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ นิกจากคนที่สลบอยู่แล้วพวกคุณมีใครบาดเจ็บกันมั้ยครับ หรือทุกคนเลย”

            “พวกฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ ยกเว้นคุณลุงหัวหน้าหมู่บ้าน ถึงจะฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่ได้โปรดช่วยรักษาเขาแล้วก็คนที่ถูกทำร้ายพวกนั้นด้วยได้รึเปล่าคะ” เจนเอ่ยขอร้องพลางมองไปที่เหล่าชายหญิงที่นอนอยู่บนพื้น

            ‘ถ้าเทเลพอร์ตทุกคนไปที่โรงพยาบาลในเมืองคงต้องรออีกนาน เพราะคนป่วยใช่ว่าจะมีแต่พวกเขา ถ้างั้น...’

            ชายหนุ่มใช้ความคิดครู่หนึ่งก่อนจะหยิบเสื้อผ้าผู้ชายหลายสิบชุดที่เขาซื้อเก็บไว้ในแหวนมิติขึ้นมาให้เจนก่อนจะบอกว่า

            “คุณช่วยสวมมันให้พวกเขาหน่อย เดี๋ยวผมกลับมา” กล่าวจบราฟก็หายตัวไปโผล่ที่ห้องพยาบาลแล้วมองหาคนๆหนึ่ง ก่อนจะถามออกมาว่า

            “ตอนนี้คุณหมอว่างอยู่หรือเปล่าครับ?”

            จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง

            “หืม ว่างสิ เธอบาดเจ็บมางั้นเหรอ ไปนอนรอที่เตียง...ว๊ายยย”

            “ขอโทษด้วยนะครับ แต่นี่เป็นเรื่องด่วน!”

            ฟุบบบ