สองชั่วโมงผ่านไป
ไลท์เรียกสมาชิกเดธปารฺตี้ทุกคนให้มารวมตัวกันที่ศาลากลางน้ำที่อยู่บนภูเขา
สมาชิกเดธปาร์ตี้ทั้งหมดมาพร้อมกับลูกศิษย์ของตัวเอง ยกเว้นเพียงแค่เดซี่เท่านั้นที่ยังไม่มีลูกศิษย์ เพราะในช่วงห้าปีที่ผ่านมาเธอฝึกฝนศิษย์น้องของตัวเองทำให้ ความสามารถของซีรอสพัฒนาขึ้นมาก
ลูกศิษย์ของไลก้าคือคาฟาร์
ลูกศิษย์ของเบเรียล มีชื่อว่า เทเลสซ่า เธอเป็นหญิงสาวที่อายุยี่สิบปี ใบหน้างดงามแต่ก็เต็มไปด้วยความเย็นชา รูปร่างธรรมดาไม่ได้ดูโดดเด่นอะไร แต่เมื่อรวมกันแล้วมีเสน่ห์อย่างมาก นอกจากนี้เธอยังเป็นจอมเวทย์น้ำแข็งเหมือนกับเบเรียลอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ความแข็งแกร่งของเทเลสซ่าอยู่ในระดับA
นอกจากนี้เทเลสซ่าก็ยังได้รับการฝึกฝนทักษะดาบมาจากเบเรียล ทำให้ความแข็งแกร่งของเทเลสซ่านับว่าถอดแบบมาจากเบเรียลเกือบทั้งหมด
เวทย์น้ำแข็งของเทเลสซ่าคือเวทย์น้ำแข็งพิเศษ ซึ่งก็คือเวทย์น้ำแข็งของเทเลสซ่าจะสามารถแข็งแกร่งและทนทานกว่าเวทย์น้ำแข็งทั่วๆไปมากและสีน้ำแข็งของเทเลสซ่าคือสีม่วงอ่อน ผิดกลับของเบเรียลที่เป็นสีฟ้าอ่อน
ลูกศิษย์ของเวโรนิก้าเป็นชายหนุ่มอายุสิบแปด ชื่อของเขาคือ แกนทอส
แกนทอสแม้ว่าจะอายุเพียงแค่สิบแปดปีแต่เขามีรูปร่างผอมสูง มีใบหน้าคล้ายกับพวกบัณฑิตหรือก็คือพวกเรียนหนังสือมากกว่าพวกใช้กำลัง
สาเหตุที่เวโรนิก้าเลือกแกนทอสเป็นลูกศิษย์ก็เพราะ แกนทอสมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก ซึ่งตอนที่แกนทอสอายุแค่สิบห้าปี เขายังเป็นเพียงคนธรรมดาอยู่แต่ทว่าเขาสามารถยกของที่หนักกว่าคนที่แข็งแกร่งในระดับDยกได้ ทำให้ความแข็งแกร่งของแกนทอสเข้าตาเวโรนิก้า
ส่วนตอนนี้ความแข็งแกร่งของแกนทอสอยู่ในระดับA แต่ความแข็งแกร่งเทียบได้กับพวกระดับSเลยทีเดียว
ลูกศิษย์ของคอลรุยเป็นชายหนุ่มอายุสิบเจ็ดปี ชื่อของเขาคือราฮีม
ราฮีมมาจากครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่ง เขาโชคดีที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีครั้งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแข่งขันการประลองการยิงปืนเพื่อหาว่าใครยิงได้แม่นยำที่สุด ซึ่งครั้งนั้นมีคนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดสิบสองคต ซึ่งราฮีมได้ที่สิบสอง
แต่ความจริงแล้วราฮีมไม่ได้ใช้ฝีมือเต็มที่เพราะเขาไม่ต้องการที่จะโดดเด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่น นิสัยของมนุษย์เต็มไปด้วยความอิจฉา ถ้าหากมีคนที่เก่งเกินหน้าเกินตาคนอื่นๆไม่มากจะกลายเป็นคนที่ทุกคนอิจฉา แต่ถ้าหากเก่งเกินคนอื่นๆไปไกลมากก็จะได้รับคำชมและเคารพนับถือ
ในการแข่งขันยิงปืนครั้งนั้น คอลรุยบังเอิญไปดูการแข่งขันพอดี เขาสามารถรับรู้ถึงความสามารถในการยิงปืนของผู้เข้าแข่งขันได้หมดทุกคน ซึ่งราฮีมคือคนที่เก่งที่สุด ด้วยเหตุนี้คอลรุยจึงเลือกราฮีมเป็นลูกศิษย์
ส่วนทางด้านเฮลเฟลชและเมลิซ่า ทั้งสองไม่ได้เลือกลูกศิษย์เพราะทั้งสองคือเผ่าพันธุ์อื่น
ไลท์มองดูทุกๆคนที่ตอนนี้เติบโตขึ้นมาก
“ ที่ฉันเรียกทุกคนมาที่นี้ก็เพราะตระกูลฟรอสได้ส่งบัตรเชิญเข้าร่วมงานชุมนุมของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ ซึ่งพวกเขาต้องการให้พวกเราและลูกศิษย์ของพวกเราไปเปิดหูเปิดตาและฉันก็ได้ตอบรับคำเชิญนั้นไปแล้ว ” ไลท์พูกขึ้น
สำหรับสมาชิกฌดธปาร์ตี้ คำพูดของไลท์คือที่สุด เพราะฉะนั้นทุกคนจึงตอบรับด้วยความมั่นใจ นอกจากนี้สมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนมีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับSSSแต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาสามารถทัดเทียมกับระดับนั้นได้นานแล้ว
“ ฉันเองก็เคยได้ยินเรื่องการชุมนุมของห้าตระกูลผู้พิทักษ์มาอยู่เหมือนกันนะ ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
ทุกๆคนมองไปที่เวโรนิก้าด้วยความสนใจ
“ เมื่อราวๆหนึ่งปีก่อนตอนที่ฉันเข้าไปหาสมบัติบางอย่างในหอคอยแห่งนิรันดร์ ฉันได้บังเอิญพบกับคนของตระกูลฟรอส ซึ่งเขาได้บอกถึงเรื่องราวงานชุมนุมของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ให้ฉันฟัง
งานชุมนุมห้าตระกูผู้พิทักษ์จะจัดขึ้นทุกๆสิบห้าปี ซึ่งจะเป็นการพูดคุยทั่วไปของตัวตนระดับสูงของห้าตระกูล และการพบปะของรุ่นเยาว์ของแต่ละตระกูล นอกจากนี้ส่วนสำคัญของงานชุมนุมก็คือการประลองความสามารถของรุ่นเยาว์ที่มีอายุไม่เกินห้าสิบปี
อย่างที่รู้ๆกันตัวตนระดับสูงมีอายุหลายร้อยปี เพราะฉะนั้นคนที่อายุต่ำกว่าห้าสิบปีคือรุ่นเยาว์ทั้งหมด ซึ่งการประลองนี้จะทำการหารุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ ซึ่งสิบอันดับแรกก็จะมีสมบัติระดับสูงมอบให้อีกด้วย
ส่วนสถานที่จัดงานก็จะเปลื่ยนไปทุกๆครั้ง ซึ่งครั้งนี้ตระกูลฟรอสเป็นผู้จัดงาน เขามีสิทธิ์ที่จะส่งบัตรเชิญให้กับใครก็ได้ที่เขาต้องการเชิญ ซึ่งตระกูลอื่นๆเองก็มีสิทธิ์ในการเชิญคนนอกเข้ามาดูหรือร่วมงานชุมนุมด้วยเหมือนกัน แต่พวกเขาจะมีสิทธิ์เพียงแค่ตระกูลละห้าสิบคนเท่านั้น ส่วนผู้จัดงานอย่างตระกูลฟรอสเขาจะสามารถเชิญใครก็ได้เข้าร่วมงานถึงหนึ่งร้อยสิทธิ์
แน่นอนว่าคนนอกเองก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยเหมือนกัน และถ้าหากพวกเขาทำผลงานได้ดีจนเข้าตาของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ พวกเขาอาจจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกับห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็ได้ ” เวโรนิก้าอธิบาย
หลังจากที่คนอื่นๆไเฟังพวกเขาก็พอเข้าใจถึงงานชุมนุมห้าตระกูลผู้พิทักษ์อยู่บ้าง
“ ซึ่งงานชุมนุมจะเริ่มอีกประมาณสี่เดือนกว่าๆ ” ไลท์พูดขึ้น
“ อาจารย์อยากให้พวกเราเตรียมตัวต่อสู้งั้นหรอ? ” เดซี่ถามด้วยความสงสัย
ทุกคนมองไปที่ไลท์เพื่อรอคำตอบ นอกจากเฮลเฟลชและเมลิซ่าที่อายุเกินแล้วคนอื่นๆสามารถลงแข่งขันได้ทั้งหมด
ไลท์ส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ เธอจะบ้าหรอเดซี่ พวกเราแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะเข้าร่วมงานประลองแล้ว ซึ่งฉันจะส่งซีรอสอละลูกศิษย์ของพวกเธอลงแข่งขันทั้งหมด ”
ซีรอสและคนอื่นๆมองหน้ากันพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้ว่าพวกเขาจะเริ่มฝึกฝนได้ไม่นานแต่พวกเขาก็มีความสามารถในการต่อสู้ที่สูงมาก เพราะพวกเขาได้ฝึกฝนในค่ายกลฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ทุกคนก็อยากรู้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาตอนนี้อยู่ในระดับไหนกันแน่ เพราะพวกเขาสามารถเอาชนะตัวตนระดับSได้
“ เอาเป็นเวลาตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงงานชุนนุม พวกซีรอสก็ฝึกฝนอยู่ที่นี้ไปก่อน ส่วนพวกเราไปที่ๆหนึ่งก่อนแล้วค่อยกลับมารับพวกซีรอสไปงานชุมนุม ” ไลท์พูดขึ้น
“ ไปที่ไหนหรออาจารย์?” เดซี่สงสัย คนอื่นๆเองก็สงสัยเหมือนกัน
“ ไปบ้านเกิดของฉันไง ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อทุกคนๆหด้ยินว่าจะไปบ้านเกิดของไลท์ก็รู้สึกตื่นเต้น
“ อาจารย์ผมอยากไปบ้านเกิดของอาจารย์ด้วยเหมือนกัน ” ซีรอสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ท่านไลท์พวกเราก็อยากที่จะไปบ้านเกิดของท่านเหมือนกันครับ ” แกนทอสพูดขึ้น คนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาก็อยากจะมีโอกาศไปยังบ้านเกิดของท่านไลท์เหมือนกัน พวกเขาอยากรู้ว่าท่านไลท์ตอนเด็กๆอาศัยอยู่ที่ไหนและทำอะไรบ้าง ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้
ไลท์มองดูซีรอสและลูกศิษย์ของทุกคน จากนั้นเขาก็ยิ้มขึ้นและพยักหน้ารับ
“ เอางั้นก็ได้ ถ้าหากพวกเธออยากไปก็ไปด้วยกันเลย ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากนั้นไลท์ก็ให้เวลาเบเรียลไปเคลียร์งานของตัวเองให้เรียบร้อบ ซึ่งเบเรียลจะมอบหน้าที่ให้กับผู้ช่วยของเธอดูแลไปก่อน
สามวันต่อมา เรือบินรุ่งอรุณก็บินขึ้นท้องฟ้าและมุ่งหน้าสู่อาณาจักรฟรอส
บนเรือบินมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ประมาณหนึ่งสองร้อยคนและหน่วยลับเทพยุทธ์อีกห้าสิบคน
เจ้าหน้าที่นำตำรวจทั้งหมดมีความแข็งแกร่งในระดับA และมีหัวหน้าและรองหัวหน้าที่แข็งแกร่งในระดับS
สำหรับหน่วยลับเทพยุทธ์มีเวอร์โก้เป็นผู้นำ และยังมีระดับSอีกสิบคนที่ตามมาด้วย ส่วนที่เหลือจะมีความแข็งอกร่งในระดับA
สำหรับเวอร์โก้ ไลท์คิดว่าจะให้เขาเข้าร่วมการประลองรุ่นเยาว์ของห้าตระกูลผู้ทักษ์ ซึ่งไลท์เป็นแขกพิเศษ เขาสามารถพาคนของเขาเข้าร่วมมากกว่าห้าสิบคน
แขกพิเศษคือตัวตนที่พิเศษ ซึ่งการที่จะเป็นแขกพิเศษได้นั้นผู้นำตระกูลห้าตระกูลผู้พิทักษ์จะต้องลงความเห็นตรงกันว่าคนๆนี้สามารถเป็นแขกพิเศษได้
เรือบินรุ่งอรุณมุ่งหน้าสูงทวีปฟรอสโดยใช้เวลาประมาณสิบวัน
ในครั้งแรกที่ไลท์นั้นเรือบิน เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนกว่าจะมีจะมาถึงทวีปแสงจันทร์ แต่ตอนนี้ช่วงเวลามันก็ผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว เรือบินก็มีการพัฒนาและยกศักยภาพให้สูงขึ้น ทำให้เรือบินรุ่นใหม่ๆมีความแข็งแกร่งและบินได้เร็วกว่าเดิมมาก
ซึ่งเรือบินรุ่งอรุณลำนี้ติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีราคาแพง ทำให้มันสามารถเดินทางบนท้องฟ้าในความเร็วห้าร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง
เรือบินรุ่งอรุณมีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก ซึ่งเรือบินลำนี้จะมุ่งหน้าไปที่ความเร็วเป็นหลักทำให้ไม่สามารถจุคนได้เยอะ ซึ่งเรือบินลำจุคนได้ประมาณสองกมื่นคนเท่านั้น
นอกจากนี้บนเรือบินก็มีการติดตั้งค่ายกลระดับสูงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยลับเทพยุทธ์ได้ทำการฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลา
สำหรับไลท์ เขามักจะออกมานั่งตากอากาศอยู่ที่ระเบียงห้องของเขาพร้อมกับนั่งดื่มเหล้าไปด้วย
เบเรียลแม้ว่าเธอจะออกมาท่องเที่ยวแต่เธอก็ยังไม่ได้ทิ้งงานที่เมืองรุ่งอรุณจนหมก เธอก็ยังขนงานบางส่วนมาทำอีกด้วย
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบวัน
ในที่สุดไลท์ก็มาถึงอาณาจักฟรอสแล้ว
หมู่บ้านโกแลนซ์ตั้งอยู่ทางใต้ของอาณาจักรฟรอส
ไลท์สั่งให้เวอร์โก้ไปซื้อแผนที่ของอาณาจักรฟรอสมาดู จากนั้นไลท์ก็ต้องประหลาดใจ
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมที่ตรงนี้ถึงกลายเป็นเมืองไลท์ไปได้? ” ไลท์พึมพำออกมาด้วยความสงสัย เพราะเท่าที่เขาจำได้พื้นที่ที่หมูบ้านโกแลนซ์ตั้งอยู่คืออยู่ติดกับเมืองทิวลิป และยังอยู่ทางใต้ของเมืองทิวลิปไปประมาณหนึ่งร้อยสามสิบกิโลเมตร แต่ตอนนี้พื้นที่ตรงนั้นกลายเป็นเมืองไลท์ไปแล้ว
ไลท์ครุ่นคิดเล็กน้อยก็เอามือตบหน้าผากพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ สาเหตุที่ชื่อเมืองไลท์คงเป็นเพราะฉันสินะ ” ไลท์ยิ้มแห้งๆ
เนื่องจากไลท์คือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ทำให้หมู่บ้านโกแลนซ์ที่ไลท์อยู่มีชื่อเสียงไปด้วย ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะหมู่บ้านแห่งจุดเริ่มต้น เพราะไลท์อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มาก่อน
“ ก็หวังว่าคนอื่นๆจะยังคงอยู่ดีกันอยู่นะ ”ไลท์ส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับคิดถึงเพื่อนเก่าของเขาทุกคน
ไม่ถึงสามชั่วโมงเรือบินรุ่งอรุณก็มาถึงเมืองไลท์แล้ว
บนท้องฟ้ายามค่ำคืน
ไลท์มองเมืองไลท์ที่อยู่ด้านล่างด้วยแววตาคิดถึง แม้ว่าหมู่บ้านจะกลายเป็นเมืองไปแล้วแต่นี้ก็คือหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ตั้งแต่เด็ก
เมืองไลท์มีขนาดใหญ่โตอย่างมาก ซึ่งเมืองแห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ต่ำกว่าแปดแสนคนเลยทีเดียว
นอกจากนี้ห่างจากเมืองไลท์ไม่ไกลก็มีศูนย์บัญชาการสภาจอมเวทย์ตั้งอยู่ ซึ่งศูนย์บัญชาการนี้ไลท์เป็นคนขอให้คุณเฟลิกซ์เป็นคนสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันหมู่บ้านโกแลนซ์โดยเฉพาะ
ในตอนแรกที่ทุกคนได้ยินชื่อเมืองไลท์แล้วก็พากันหยุกชะงักก่อนที่จะเป็นทางฝั่งบองสมาชิกเดธปาร์ตี้ที่หัวเราะกันอย่างบ้าคลั่งจนทำให้ไลท์ต้องรีบหาอะไรมาคลุมเพื่อปกปิดความเขิน
แน่นอนว่าทุกๆคนย่อมรู้ดีว่าชื่อเมืองแห่งนี้มาจากไหน
หลังจากที่จอดเรือบินรุ่งอรุณไว้ในจุดที่อยู่ห่างจากเมืองไลท์ประมาณสิบห้ากิโลเมตร โดยที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสิบคนเฝ้าอยู่บนเรือบิน โดยพวกเขาจะได้รับแต้มความดีเพิ่มขึ้นเพราะพวกเขาได้เฝ้าเรือบินเอาไว้
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีตัวตนระดับSคนหนึ่งและอีกเก้าคนก็คือตัวตนระดับA
พวกไลท์ไม่ได้เข้าไปในเมืองพร้อมกันแต่พวกเขาอาศัยการแฝงตัวเข้าไปอย่างแนบเนียน
ไลท์และเบเรียลเดินเล่นรอบๆเมืองไลท์ด้วยความสนใจ ทั้งสองสวมชุดคลุมสีดำพร้อมกับสวมหน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้
แน่นอนว่าสมาชิดเดธปาร์ตี้ทั้งหมดก็สวมชุดคลุมสีดำพร้อมกับหน้ากากเพื่อปกปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้
หลังจากที่สอบถามแล้วก็พบว่าเมืองไลท์มีสองสถานที่ที่ขึ้นชื่อก็คือ หนึ่งรูปปั้นกลางเมืองที่เป็นรูปของไลท์และสมาชิกเดธปาร์ตี้ทั้งหมด สองคือบ้านของไลท์ซึ่งเป็นบ้านจริงๆที่ไลท์เคยอาศัยอยู่มาก่อน
“ เราจะไปที่ไหนกันก่อนดีล่ะ? ” ไลท์หันมาถามเบเรียลที่อยู่ด้ายข้าง
เบเรียลครุ่นคิดก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ไปที่รูปปั้นกลางเมืองก่อนแล้วกัน ”
“ เข้าใจแล้ว ” ไลท์ยิ้มและพาเบเรียลไป ซึ่งในใจของเขาก็ขอให้รูปปั้นที่ปั้นมานั้นขอให้ดูดีเหมือนกับตัวจริงก็พอแล้ว
วันนี้ขอลงหนึ่งตอนนะครับ เดี๋ยวจะหาวันลงเพิ่มให้นะครับ