"มีพิษ หรือมีมีดซ่อนอยู่กันแน่?"
คำถามที่ตรงไปตรงมาพร้อมรอยยิ้มรู้ทันของเย่หวง ทำให้บรรยากาศในห้องหรูเงียบกริบลงชั่วขณะ ซูเม่ยจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะคิกคักที่ฟังดูสดใสราวกับเด็กสาวไร้เดียงสา
"คุณชายเย่ช่างมีอารมณ์ขัน... สุราดีขนาดนี้ จะมีของพรรค์นั้นได้อย่างไร?"
นางเอียงคอถาม จ้องมองเขาด้วยสายตาหวานเชื่อม "หรือท่านกลัว?"
เย่หวงยิ้มมุมปาก เขาไม่ตอบ แต่ใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ที่ขอบจอกสุรา
กริ๊ก!
ทันใดนั้น พลังปราณแผ่วเบาแต่คมกริบก็ถูกส่งผ่านปลายนิ้ว กระแทกจอกสุราจนมันพลิกคว่ำ! ของเหลวสีอำพันหกกระจายลงบนโต๊ะไม้...
ฟู่...
ทันทีที่น้ำสุราสัมผัสเนื้อไม้ ควันสีขาวจางๆ ก็ลอยขึ้นมาพร้อมกับรอยกัดกร่อนเล็กๆ ที่มองแทบไม่เห็นถ้าไม่สังเกตดีๆ
"อุ๊ย... มือลื่น"
เย่หวงอุทานหน้าตาย
"ขออภัยแม่นางซูเม่ย สงสัยข้าจะยังไม่คุ้นชินกับแรงมือตัวเองหลังจากกรำศึกหนักมา"
ซูเม่ยหรี่ตามองรอยกัดกร่อนบนโต๊ะ รอยยิ้มบนใบหน้านางยังคงเดิม แต่แววตาเริ่มฉายแววอันตรายขึ้น
'รู้ทันจริงๆ ด้วย... แถมยังทำลายหลักฐานอย่างแนบเนียน... เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา'
นางเปลี่ยนท่าที ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเยื้องย่างไปที่มุมห้อง ผายมือไปยังเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งที่วางสงบนิ่งอยู่
"ช่างเถิดเจ้าค่ะ สุราหกยังรินใหม่ได้... แต่บรรยากาศที่เสียไปคงต้องหาอะไรมาทดแทน"
นางชี้ไปที่ "พิณกู่เจิงโบราณ" ที่แกะสลักจากไม้หอมพันปี ลวดลายงดงามวิจิตร
"คุณชายเย่... ข้าได้ยินว่าบุรุษที่เก่งกล้า มักจะมีสุนทรียะในหัวใจ... ท่านพอจะเล่นดนตรีเป็นเพื่อนข้าสักเพลงได้หรือไม่? ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำสุราข้าหก"
เย่หวงมองพิณนั้นแล้วเลิกคิ้ว
(ความคิดในใจเย่หวง: 'จะให้ข้าเล่นดนตรี? หรือกะจะใช้โอกาสตอนข้าเผลอเล่นงานด้วยเพลงพิณสังหาร? หึ... มุขตื้นๆ แต่หารู้ไม่ว่า... เจ้าน่ะ พลาดแล้วสาวน้อย!')
ภาพความทรงจำอันขมขื่น(และบ้าคลั่ง) ในโลกเดิมไหลย้อนกลับมา...
ในแพทช์ "บุปผาโปรยปราย" ของเกม... มีกิจกรรมมินิเกมดนตรีสุดหินที่ผู้เล่น 99% ถอดใจ แต่เย่หวงผู้เป็น Completionist (นักล่าถ้วยรางวัล) ต้องการสกินรางวัล "แฟชั่น: พิณหยกจันทรา" ระดับตำนาน เขาจึงนั่งหลังขดหลังแข็ง กดปุ่มตามจังหวะดนตรีนรกแตกซ้ำๆ เป็นหมื่นรอบ จนนิ้วแทบล็อค!
ผลลัพธ์คือ... เขาได้รับ Achievement: "เทพดุริยางค์สะท้านภพ" และความสามารถติดตัวในเกมที่ชื่อว่า
[Grandmaster Musician: ความชำนาญดนตรีขั้นปรมาจารย์]
"เล่นดนตรีงั้นรึ?"
เย่หวงลุกขึ้นเดินไปนั่งลงหน้าพิณกู่เจิง เขาวางมือลงบนสายพิณด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเป็นธรรมชาติราวกับนักดนตรีเอก
"ถ้าแม่นางซูเม่ยต้องการ... ข้าก็ยินดีจะบรรเลงให้ฟัง สักหนึ่งบทเพลง"
ซูเม่ยแอบหยิบเข็มพิษซ่อนไว้ในมือเสื้อ เตรียมจะลงมือทันทีที่เย่หวงเผลอจดจ่อกับดนตรี
ตึ้ง...
เสียงโน้ตแรกดังขึ้น...
มันไม่ใช่เพลงจีนโบราณที่นางคุ้นเคย... แต่มันคือท่วงทำนองที่แปลกประหลาด เศร้าสร้อย และลึกล้ำราวกับมาจากอีกโลกหนึ่ง (ซึ่งก็มาจากอีกโลกจริงๆ นั่นคือเพลงประกอบเกม Theme Song ของตัวละครที่มีชะตากรรมน่าเศร้า)
นิ้วมือของเย่หวงพรมลงบนสายพิณอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว เทคนิคการดีด การกดสาย และการรัวนิ้วของเขา อยู่ในระดับที่เรียกว่า "ไร้ที่ติ"
เสียงเพลงเริ่มไต่ระดับความรู้สึก... มันเล่าเรื่องราวของคนที่ต้องสวมหน้ากากมีชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง... เรื่องราวของนกน้อยในกรงทองที่โหยหาอิสรภาพแต่ปีกถูกพันธนาการ
เย่หวงหลับตาลง ขับร้องบทกลอนออกมาเบาๆ ประสานไปกับเสียงดนตรี
"หน้ากากยิ้มอำพรางรอยทางโศก ซ่อนน้ำตาวิโยคในเงาฝัน มือถือดาบอาบเลือดเชือดชีวัน แต่ใจนั้นไขว่คว้าหาอุ่นไอ
โลกกว้างใหญ่ไพศาลไร้บ้านพัก ไร้ที่รักพักพิงอิงอาศัย บุปผางามสร้างหนามคมระทมใจ เพียงปกป้องหยดน้ำใส...กลางใจตน"
กึก...
มือของซูเม่ยที่กำเข็มพิษสั่นระริก... ดวงตาของนางเบิกกว้าง จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
เนื้อหาของเพลง... ท่วงทำนองที่บาดลึก... มันช่างเหมือนกับชีวิตของนางเหลือเกิน!
นางคือ "นางโลมอันดับหนึ่ง" ที่ต้องปั้นหน้ายิ้มให้ผู้ชายทุกคน... และคือ "นักฆ่า" ที่มือเปื้อนเลือดเพื่อความอยู่รอดในองค์กร... ชีวิตที่เลือกไม่ได้ ชีวิตที่ต้องซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ตลอดเวลา
ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่นางเก็บกดไว้ลึกสุดใจ ถูกเสียงเพลงของเย่หวงขุดคุ้ยขึ้นมาและปลอบประโลมในเวลาเดียวกัน กำแพงน้ำแข็งในใจของนักฆ่าสาวเริ่มแตกร้าว...
เย่หวงบรรเลงเพลงจนจบโน้ตสุดท้าย... เสียงพิณค่อยๆ จางหายไปในความเงียบ
เขาลืมตาขึ้น หันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้ซูเม่ย "บทเพลงนี้ชื่อว่า 'เงาจันทร์ไร้ใจ'... หวังว่าคงจะถูกใจท่าน"
ซูเม่ยยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ เข็มพิษในมือถูกเก็บกลับเข้าไปในแขนเสื้ออย่างเงียบเชียบ นางสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้กลับมาเย้ายวนเหมือนเดิม แต่แววตานั้นเปลี่ยนไป...
มันไม่ใช่แววตาของนักล่าที่มองเหยื่อ... แต่เป็นแววตาของ "ผู้หญิงที่เจอของเล่นชิ้นโปรดที่ถูกใจที่สุด"
นางเดินนวยนาดเข้ามาหาเขา ไม่ได้หยุดที่ฝั่งตรงข้าม แต่เดินอ้อมมานั่งลงข้างๆ เย่หวง เบียดร่างกายที่นุ่มนิ่มและหอมกรุ่นเข้าแนบชิดแขนเขา
"ร้ายกาจ... ร้ายกาจจริงๆ คุณชายเย่"
นางกระซิบที่ข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ
"ท่านรู้ไหม... เสียงเพลงของท่านทำเอาข้าใจสั่นไปหมด"
นิ้วเรียวของนางลากไล้จากแผ่นอกของเขาขึ้นมาที่ลำคอ... ตำแหน่งเส้นเลือดใหญ่ที่นางเคยคิดจะปาดให้ขาด แต่ตอนนี้ นางกลับแค่อยากจะสัมผัสมัน
"คนที่มีความสามารถเช่นท่าน... คนที่เข้าใจความโดดเดี่ยวเช่นท่าน... ข้าชักจะไม่อยากฆ่าทิ้งเสียแล้วสิ"
เย่หวงหันหน้ามาสบตานางในระยะประชิด ปลายจมูกเกือบชนกัน
"แล้วท่านอยากจะทำอะไรล่ะ?"
ซูเม่ยยิ้มมุมปาก แววตาเป็นประกายวิบวับด้วยความปรารถนาที่จะครอบครอง
"ข้าเปลี่ยนใจแล้ว..."
นางกัดริมฝีปากเบาๆ
"แทนที่จะส่งท่านลงนรก... ข้าขอเก็บท่านไว้ 'ดูเล่น' เป็นสมบัติส่วนตัวของข้าคนเดียว... จะดีกว่าไหมเจ้าคะ?"