ทวีปที่รัฐขนาดใหญ่ถูกแบ่งออกเป็สามส่วน
จักรวรรดิกรีนริเวอร์ จักรวรรดิโคลด์วูดและราชรัฐโรห์
พวกเขาทุกคนต่างร่วมกันบริหารหน่วยงานที่มีชื่อว่า‘สถานีส่งข่าว’
มันเป็สถานที่ซึ่งถูกสร้างขึ้นตามแต่ละพื้นที่ที่ถูกกำหนดไว้และเป็ ‘เครือข่ายฉุกเฉิน’เพื่อส่งต่อเวทมนตร์สื่อสารซึ่งมีระยะทางจำกัดไปตามแต่ละสถานีและเพราะการมีอยู่ของสถานีส่งข่าวแห่งนี้ทำให้ราชวงศ์และหอคอยงาช้างได้รับข่าวของอาณาเขตม็อคเลียนภายในระยะเวลาเพียงครึ่งวัน
“ท่านผู้นำหอคอยงาช้างมีความคิดเห็นอย่างไร”
เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิกรีนริเวอร์มีชื่อว่า‘กรีนริเวอร์เดียม’ เป็สถานที่ซึ่งผู้มีอำนาจสูงสุดคอยบริหารกิจการบ้านเมือง
ผู้ที่อยู่ในห้องทรงงานของพระราชวังคือ ‘เทรี่กรีนริเวอร์’
“ยังสรุปอะไรไม่ได้ทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
ชายชราผมสีขาวโพลนตอบกลับด้วยท่าทีสงบนิ่งคนผู้นั้นก็คือผู้นำหอคอยงาช้าง จอมเวทระดับห้าผู้มีนามว่า ‘เฮอร์เบิร์ต’
“แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไรหรือ”
ดวงตาขององค์จักรพรรดิวัยกลางคนเปล่งประกายเหมือนเด็กน้อยเมื่อได้ยินความเป็ไปได้อื่นที่ผู้นำหอคอยงาช้างเปิดทางไว้
“ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีจอมเวทเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่เหนือระดับห้าหนึ่งในนั้นมีชนชั้นตํ่าผู้โชคดีที่ได้มัน”
“จู่ ๆ ก็โอ้อวดขึ้นมาข้าจะไม่รู้เื่นั้นได้อย่างไร”
“แรกเริ่มเดิมทีมานาเป็พลังงานที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเืนับั้แ่วินาทีที่สามารถควบคุมพลังงานนั้นให้เคลื่อนที่ได้ดั่งใจ หนทางแห่งจอมเวทก็จะเริ่มต้นขึ้นตามปกติแล้ว ทุกคนจะเรียนรู้วิธีกระตุ้นมานาเบรนตลอดจนวิธีใช้เวทมนตร์กันในวิทยาลัย กระหม่อมเองก็ทำเช่นนั้นจอมเวททุกคนล้วนทำเช่นนั้น”
“พูดต่อสิ”
“แต่กระหม่อมได้ยินมาว่าเขาเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตนเองแม้กระทั่งเวทมนตร์ระดับหนึ่งก็สามารถควบคุมได้อย่างอิสระเช่นเดียวกับ ‘จอมเวทผู้แรกเริ่ม’ ”
เมื่อนานมาแล้ว
จอมเวทผู้แรกเริ่มที่ไม่ได้รับการสืบทอดพลังจากผู้ใด
คนผู้นั้นก็คงจะเรียนรู้ด้วยตนเองเช่นกันไม่ว่าจะเป็การใช้ประโยชน์จากมานา หรือการใช้เวทมนตร์
เช่นเดียวกับตำนานเล่าขานของเหล่าจอมเวท
“จอมเวทผู้แรกเริ่มหรือหมายถึงเื่ที่กลายเป็ัอะไรนั่นน่ะหรือ”
“ัเป็เพียงภาพลวงตา ทว่าเื่ราวของการมีอยู่ของจอมเวทผู้แรกเริ่มนั้นเป็ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ต้องมีการริเริ่ม ปัจจุบันจึงจะบังเกิดได้พ่ะย่ะค่ะ”
องค์จักรพรรดิผงกศีรษะเห็นด้วยเมื่อเห็นดังนั้นผู้นำหอคอยงาช้างจึงพูดต่อ
“อย่างที่รู้กันดีว่ามีความเป็ไปได้สูงที่รายงานจะเกิดความผิดพลาด...แต่กระหม่อมไม่คิดเช่นนั้นเพราะกระหม่อมได้ส่งสหายผู้ชาญฉลาดไปประจำพื้นที่แห่งนั้นด้วยตนเอง”
“ทั้งยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องรายงานเท็จ”
ครั้งนี้เป็ผู้นำหอคอยงาช้างที่โต้ตอบด้วยความเงียบ
แม้ไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
“เป็เื่จริงสินะ”
“สุดท้ายแล้วมันก็เป็แค่การสันนิษฐานพ่ะย่ะค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ตัดสินให้มันเป็เื่จริงเสียสิ”
ด้วยความดื้อรั้นขององค์จักรพรรดิผู้นำหอคอยงาช้างยิ้มอย่างขมขื่นและตอบกลับ
“ถ้าเื่นั้นเป็ความจริงที่ปราศจากการโกหกหรือข้อผิดพลาดใดๆ...”
“ถ้าเป็ความจริงหรือ”
“นี่ถือเป็พร์ที่อันตรายมากตอนนี้กระหม่อมทูลได้แค่เพียงเท่านี้”
“อืม”
องค์จักรพรรดิเคาะนิ้วลงบนเก้าอี้ขณะจมอยู่ในความคิด
ไม่ว่าพร์นั้นจะเป็ของจริงหรือของปลอมก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปเพราะเขามั่นใจแล้วว่ามันเป็ของจริง
“องค์รัชทายาทอยู่ข้างนอกหรือเปล่า”
“พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ ลูกกำลังรออยู่”
“เข้ามาสิ”
ประตูห้องทำงานเปิดออก จากนั้นองค์รัชทายาท‘ไฮเดน กรีนริเวอร์’ ก็เดินเข้ามา
เขาเป็ชายหนุ่มที่มีใบหน้างดงามผมสีบลอนด์ที่สืบทอดจากสายเืโดยตรงนั้นช่างสะกดสายตา
“เสด็จพ่อเรียกลูกหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ใช่แล้ว ขอโทษที่ปล่อยให้รอนาน”
“ไม่เป็ไรเลยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อมีอะไรหรือ”
นํ้าเสียงขององค์รัชทายาทเจือความร้อนรนเล็กน้อยซึ่งไม่ใช่เพราะมีเื่ต้องทำแต่ดูเหมือนเ้าตัวจะเป็แบบนี้มาั้แ่เกิดมากกว่า
“เ้าไม่ได้ออกไปนอกวังนานแค่ไหนแล้ว”
“พ่ะย่ะค่ะ? อาเื่นั้น...”
“ครั้งสุดท้ายก็ตอนที่ออกไปตรวจสอบผลผลิตทางการเกษตรตกตํ่าไม่ใช่หรือ”
“ชะ...ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! เสด็จพ่อ”
“ผ่านมาห้าปีแล้วเห็นจะได้ วันเวลาผ่านไปไวจริงๆ”
องค์จักรพรรดิััได้ถึงความไม่แน่นอนของกาลเวลาครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ
“ต้องออกไปชมทัศนียภาพในรอบห้าปีเสียแล้ว”
“...เสด็จพ่อจะให้กระหม่อมออกไปข้างนอกหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าจะส่งกองอัศวินที่สองแห่งราชวงศ์กองทัพจักรวรรดิสามร้อยนาย และจอมเวทระดับสามสามคนไปพร้อมกับเ้าจงไปที่อาณาเขตม็อคเลียนและนำตัวเด็กหนุ่มที่ชื่อเอียน เพจกลับมาให้ข้าโดยเร็วที่สุด”
“ถะ...ถ้าหมายถึงคนที่ชื่อเอียน เพจ ละก็...”
เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทไม่รู้จักชื่อของเอียนเพจ ทั้งที่ชื่อนี้เลื่องลือไปทั่วพระราชวังแล้ว
“อย่าบอกนะว่าเ้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”
“ขะ...ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”
“นี่ไม่ใช่เื่จะมาขอโทษ เอาเถอะ ไม่เป็ไรเ้าก็มีปัญหาส่วนตัวเหมือนกัน ส่วนเื่นี้ก็คงต้องฝากให้องค์ชายองค์อื่นจัดการ”
“มะ...ไม่เป็ไรพ่ะย่ะค่ะ!ขอให้เป็หน้าที่ของลูกเถิด!”
องค์รัชทายาทลุกพรวดเมื่อได้ยินคำว่า‘องค์ชายองค์อื่น’ แม้แต่ลักษณะการพูดก็แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน
“ลูกจะทำตามคำสั่งอย่างดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!”
“โฮ่ ๆ...”
องค์จักรพรรดิรู้สึกขมขื่นกับท่าทีขององค์รัชทายาทที่ไหวเอนไปตามความรู้สึกตลอดเวลา
ใช่แล้วเขาแค่พูดออกไปเพราะอยากเห็นท่าทีแบบนี้ขององค์รัชทายาท
นั่นก็ดีอยู่หรอก แต่ว่า...
การกระทำของเขาเปิดเผยความคิดในใจออกมามากเกินไป
องค์รัชทายาทซึ่งจะกลายเป็ประมุขของแผ่นดินในอนาคตยังขาดตกบกพร่องอีกหลายอย่างั้แ่หนึ่งถึงสิบ ไม่มีอะไรที่ถูกใจองค์จักรพรรดิเลยแม้แต่ข้อเดียว
ไม่ใช่ในสายตาของผู้เป็พ่อแต่ในสายตาขององค์จักรพรรดิ
น่าเป็ห่วงจริง ๆ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้แสดงความรู้สึกนั้นออกมา
ในฐานะพ่อเขามอบความเชื่อใจได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดก่อนที่ลูกชายจะขึ้นเป็องค์จักรพรรดิแต่สำหรับตอนนี้เขาจำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องหาผู้มีความสามารถเป็เลิศมาเติมเต็มศักยภาพที่ขาดหายไปของอีกฝ่าย
ผู้เป็เลิศที่จะกลายเป็ข้ารับใช้ของจักรพรรดิองค์ต่อไปในอนาคต
ข้าต้องทำให้เด็กคนนั้นมาอยู่ใต้บังคับบัญชาเสียแล้ว
การเฟ้นหาผู้ที่บรรลุแล้วนั้นแสนยากเพราะคนเ่าั้ได้เลือกเ้านายของตนเองไปแล้ว
แม้แต่ผู้นำหอคอยงาช้างที่อยู่ตรงหน้าก็เลือกพระโอรสลำดับที่ห้าหรือเปล่านะ
เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องส่งองค์รัชทายาทไปด้วยตนเอง
หากไม่ได้อัญมณีอย่างน้อยก็ต้องได้หินที่ยังไม่เจียระไน
คงต้องบอกให้รู้ก่อนออกเดินทาง
หลังจากที่องค์จักรพรรดิจัดการกับความคิดของตนเองได้แล้วก็รับสั่งองค์รัชทายาท
“เข้าใจแล้ว กลับไปเตรียมตัวให้พร้อมการเดินทางขึ้นเหนือจะกินเวลายาวนานพอสมควร”
เกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่งในห้องทำงานที่องค์รัชทายาทเพิ่งจะจากไป
“เช่นนั้นกระหม่อมก็ขอตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ผู้นำหอคอยงาช้างเป็คนทำลายความเงียบก่อน
“จะไปแล้วหรือ”
“อย่างที่รู้กันว่าการออกไปข้างนอกนั้นน่ากลัวไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะพวกเราจอมเวทเป็พวกชอบอยู่กับที่ หากไม่โน้มน้าวั้แ่ตอนนี้ ไม่แน่ว่าการรวบรวมผู้ใช้เวทมนตร์สามคนก่อนออกเดินทางอาจเป็เื่ยาก”
“ฮ่า ๆ ๆ! ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้น เ้าไปได้แล้ว”
ผู้นำหอคอยงาช้างออกมาจากห้องทำงานโดยทิ้งเสียงหัวเราะที่ดังกึกก้องขององค์จักรพรรดิไว้เื้ัฝีเท้าของเขาไม่ได้หยุดลงที่ยอดหอคอยงาช้างแต่หยุดอยู่ตรงหน้าวังรองซึ่งเป็สถานที่ที่พระโอรสลำดับที่ห้า ‘แร็กนาร์กรีนริเวอร์’ ประทับอยู่
“ฮู้!”
เอียนอดหลับอดนอนจดจ่ออยู่กับลมหายใจมานาตลอดทั้งคืนอย่างไรก็ดี สภาพร่างกายของเขากลับมีชีวิตชีวาราวกับได้นอนหลับสนิท ความเหนื่อยล้าจางหายไปทั้งยังเปี่ยมไปด้วยมานา ผิวกับเส้นผมสะอาดสะอ้าน แม้แต่กลิ่นกายก็หอมสดชื่นเหมือนเพิ่งอาบนํ้าเสร็จใหม่ๆ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมลมหายใจมานาเป็สิ่งที่ดี