บทที่ 112
หอคณิกาในเมืองหลวง
ณ หอคณิกาฝูเซียน
ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดคนท้องนภาแม้ยามราตรีภายในเมืองหลวงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินเผ่นผ่านอยู่บนถนน
ทั่วทั้งบริเวณผู้คนมากมายเดินผ่านไปผ่านมาบนถนนยามราตรีเส้นนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ต่างอยากมาหาความสำราญในช่วงยามราตรี
ถนนเส้นนี้ส่วนใหญ่แล้วมีสถานเริงรมย์มากมายตั้งอยู่ภายในถนนเส้นนี้
เพราะแบบนั้นบนถนนเส้นนี้เลยมีแต่ผู้คนเดินทางผ่านไปผ่านมาล้วนแล้วเป็นผู้คนที่อยากจะหาความสำราญในช่วงยามราตรีทั้ง
บนถนนเต็มไปด้วยผู้คนมากมายเดินผ่านไปผ่านมา
จางหยวนและคุณหนูหงเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้
ทั้งสองคนหยุดเท้าของตนเองลงบริเวณด้านหน้าของหอคณิกาฝูเซียน
หอคณิกาแห่งนี้เป็นหอกรรณิการ์ที่ใหญ่อันดับสองภายในเมืองหลวงมันมีความใหญ่โตเป็นอย่างมาก
ภาพที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ามันคืออาคารสูงประมาณหกชั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินทางเข้าออก
จางหยวนเองก็ไม่เคยมาเที่ยวสถานที่แห่งนี้นี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางมาความทรงจำภายในร่างกายก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้อยู่
แต่หลังจากที่เดินทางมาถึงก็มองเห็นว่าตอนนี้บริเวณด้านหน้ามันเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินเข้าออกล้วนแล้วเป็นชายฉกรรจ์ฐานะแตกต่างกันออกไป
จางหยวนมองเห็นประชากรที่เดินผ่านเข้าออกบริเวณทางประตูคิดภายในใจ“ หอคณิกาเป็นอีกหนึ่งกิจการที่เต็มไปด้วยเงินมากมายที่ไหลเวียน ”
“ ดูจากจำนวนผู้คนมากมายที่เดินทางผ่านเข้าออก”
“ ในแต่ละราตรีมันเองก็คงจะมีเงินหมุนเวียนไม่ใช่น้อยทีเดียวตามที่ตัวของเราคาดการณ์มีผู้คนมากมายต่างอยากมาสถานเริงรมย์เช่น”
“ สถานเริงรมย์แบบนี้ไม่วาจะเป็นภายในยุคสมัยไหนก็เต็มไปด้วยความรุ่งเรือง”
“ ยุคสมัยนี้เต็มไปด้วยการค้าที่กำลังเจริญก้าวหน้าภายในเมืองหลวงแห่งนี้มีชนชั้นกลางเป็นจำนวนมากชนชั้นสูงรองลงมา”
“ เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้มีผู้คนมากมายเดินทางมาที่สถานที่แห่ง”
“ เงินในแต่ละราตรีที่หมุนเวียนคงจะไม่ต้องพูดถึง” จางหยวนคาดการณ์จากภายในใจของตนเอง
นี่คือประสบการณ์ที่เขาเรียนรู้มา
“ นายท่านเจ้าคะเดินทางเข้าไปภายในสถานที่แห่งนี้มันเองก็มีกฎระเบียบเช่นเดียวกัน”
จางหยวนหันไปมองคุณหนูใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างกาย “หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ? ”
“ หอคณิกาเป็นสถานที่ที่รวมตัวของผู้คนจำนวนมากอย่างที่ท่านมองเห็นผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้มันมีทางคนชั้นกลางและก็พวกชนชั้นสูงอย่างพวกขุนนางที่เดินทางมา”
“ ข้าเองก็ไม่เคยมาที่สถานที่แห่งนี้แต่ว่าก็พอลุยรู้กฎระเบียบพวกนี้มาบ้าง”
“ มันเองก็เป็นหนึ่งอย่างที่จำเป็นต้องใช้งานในการเข้าสังคมชนชั้นสูง”
“ ท่านเองก็จำเป็นต้องระวังตัวเอาไว้การเข้าไปภายในสถานที่เริงรมย์แบบนี้ไม่ควรจะมีเรื่องกับพวกขุนนางหรือว่าพวกคนที่มีอำนาจ” นางทำการกล่าวเตือนผู้เป็นนายของตนเอง
เป็นเพราะว่าการที่เข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้มีพวกขุนนางหรือว่าพวกชนชั้นสูงเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
เพราะแบบนั้นนางเกรงกลัวว่าถ้าเดินทางเข้าไปผู้เป็นนายของตนเองจะไปกระทบกระทั่งกับพวกมัน
เพราะว่าถ้ากระทบกระทั่งกับผู้ที่มีอิทธิพลภายในสถานที่แห่งนี้คงเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาอย่างแน่นอน
พวกผู้มีอิทธิพลภายในเมืองหลวงอำนาจของพวกมันยิ่งใหญ่เพียงแค่ชี้นิ้วเพียงเล็กน้อยก็สามารถตัดหัวพวกเขาได้ในทันที
นางจึงย้ำเตือนผู้เป็นนายของตนเองเสมอการที่เดินทางเข้าไปจำเป็นจะต้องอย่าให้กระทบกระทั่งกับพวกขุนนาง
จางหยวนพยักหน้า “ เข้าใจแล้ว ”
หลังจากที่ท่ามกลางตกลงกันเรียบร้อยทั้งสองคนก็รีบเดินเข้าไปบริเวณด้านในอย่างรวดเร็ว
พวกเขาได้เดินเข้ามาภายในหอคณิกาแห่งนี้ภายในหอคณิกาแสงไฟส่องแสงสว่างไสวกลิ่นหอมมากมายคละคลุ้งปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณทั้งกลิ่นกายของสตรีและก็กลิ่นเครื่องหอม
ภายในสถานที่แห่งนี้เมื่อเดินเข้ามาพบเจอเหล่าสตรีมากมายเดินผ่านไปผ่านมาบริเวณด้านหน้า
กลิ่นของสุราปกคลุมภายในสถานที่แห่งนี้เอาไว้ประมาณสามสุราที่ถูกใช้ภายในสถานที่แห่งนี้เป็นสุราชั้นดีกลิ่นของมันไม่แรงเกินไป
สมกับเป็นภายในหอคณิกาที่เรื่องชื่อของเมืองแห่งนี้
เพราะว่าสุราพวกนี้ถ้ามีกลิ่นแรงเกินไปมันจะทำให้ภายในสถานที่แห่งนี้กลายเป็นโรงเหล้าที่ไม่น่าเที่ยวชม
แต่เมื่อมันเป็นสุราที่มีกลิ่นไม่แรงนักแต่มีรสชาติเยี่ยมยอดผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้ก็จะได้เครื่องหอมที่น่าเที่ยวชม
ดวงตาของผู้คนมากมายต่างพากันหันมาจับจ้องจางหยวนที่เดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
จางหยวนหยุดเท้าทั้งสองข้างของตนเองลงดวงตากวาดไปมองบริเวณรอบๆร่างกายอย่างรวดเร็ว
ดวงตามากมายที่จับจ้องมาเป็นเพราะเหตุผลที่เขาเดินทางเข้ามาภายในหอคณิกาโดยที่มีหญิงสาวอยู่ข้างกาย
โดยทั่วไปแล้วคนที่เดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้จะเดินทางเข้ามาเพียงแค่บุรุษ
แต่ว่าเขากลับมีสตรีที่อยู่บริเวณข้างกายด้วยยากที่ผู้คนมากมายจะหันมาจับจ้องอย่างสงสัย
แถมสตรีที่อยู่บริเวณข้างกายยังเป็นสตรีพุ่งงดงามพวกบุรุษมากมายเลยเต็มไปด้วยความสงสัย
คุณหนูหงตัวของนางเป็นสตรีใบหน้างดงามเป็นคุณหนูตระกูลขุนนางใหญ่เขาแบบนั้นส่วนใหญ่แล้วหญิงสาวผู้อยู่ภายในตระกูลใหญ่จะไม่เปิดเผยใบหน้าให้ผู้ใดมองเห็นสักเท่าไหร่
คุณหนูตระกูลขุนนางใหญ่ส่วนใหญ่แล้วหญิงสาวผู้อยู่ภายในตระกูลใหญ่จะไม่เปิดเผยใบหน้าให้ผู้ใดมองเห็นสักเท่าไหร่
เพราะแบบนั้นถึงแม้ภายในสถานที่แห่งนี้จะมีพวกขุนนางใหญ่โตแต่พวกมันเองก็ไม่เคยเห็นหน้านาง
ในสายตาของบุรุษมากมายภายในสถานที่แห่งนี้ก็มองเห็นว่าผู้ที่อยู่บริเวณข้างกายของเขาเป็นหญิงสาวผู้งดงาม
จางหยวนสงบใจเอาไว้เดินตรงไปบริเวณด้านหน้าก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้มีหญิงสาวผู้นึงเดินเข้ามาต้อนรับเขาอย่างรวดเร็ว
นางเป็นหญิงสาววัยประมาณยี่สิบต้นๆใบหน้ารูปร่างงดงามแสดงร้อยยิ้มและพูด“ คุณชายท่านนี้ไม่ทราบว่าอยากจะได้โต๊ะหรือห้องแบบไหนหรือเจ้าคะ ”
นางเอ่ยถามออกมาแบบนั้นมันก็ทำให้จางหยวนเงียบสนิท
เขาไม่เคยเที่ยวสถานที่แห่งนี้มาก่อน
จางหยวนส่งสายตาของตนเองมองไปยังคุณหนูหงคุณหนูหงถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก้าวเท้ามาด้านหน้าและรับหน้าที่เจรจากับแม่นางผู้นั้น
นางทำการพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “นายน้อยของข้าต้องการที่ดีที่สุด ”
นางพูดจบก็หยิบถุงเงินถุงนึงออกมาก่อนที่จะส่งให้กับนางคณิกาผู้นั้น
นางคณิกาผู้นั้นรับเอาไว้และใช้ดวงตามองเงินภายในถุงดวงตาถึงกับเบิกกว้างขึ้นทันที
เงินจำนวนในถุงไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆนางรีบแสดงร้อยยิ้มละก็ทำการตอบรับกลับไปอย่างรวดเร็ว“ ได้เจ้าคะข้าจะจัดเตรียมที่ดีที่สุดให้กับพวกท่าน ”
นางรีบทำการจัดที่นั่งที่ดีที่สุดให้กับพวกเขาอย่างรวดเร็วเป็นที่นั่งชั้นบนสุดที่เอาไว้ต้อนรับกับพวกชนชั้นสูง
บริเวณที่นั่งด้านเป็นม่านกั้นส่วนตัวแถมบริเวณด้านหลังยังมีห้องส่วนตัวให้กับเราแขกที่เข้ามานั่งที่นั่งพวกนี้อีกด้วย
ทางขึ้นมานั่งที่นั่งบนนี้สามารถมองเห็นชั้นล่างได้ทั้งหมดผ่านจากทางรูขนาดใหญ่บริเวณตรงใจกลางโถง
ดวงตาทั้งสองข้างมองตรงลงไปบริเวณด้านล่างเห็นวิวทั้งหมดภายในหอคณิกาแห่งนี้
จางหยวนกำลังมองหาน้องสาวของตนเองภายในสถานที่แห่งนี้
คุณหนูหงทำการกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “นายท่านใจเย็นๆเจ้าคะข้าเตรียมการเอาไว้แล้วว่าจะทำอย่างไร ”
แต่ในขณะที่นางพูดแบบนั้นหางตาของจางหยวนมองเห็นบางอย่างดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น“ นั้น… ”
จางหยวนมองเห็นเป้าหมายของตนเองอยู่บริเวณด้านหน้าร่างกายของเขาตื่นตระหนกในตอนนี้ดวงตาจ้องมองไปยังเป้าหมายของตนเองที่อยู่บริเวณด้านล่าง
จบบท