องค์ชายเก้ากราบอาจารย์
พวกอู่หมิงรู้สึกงุนงงกับคำกล่าวของผู้อาวุโสเฉินจึงรีบเอ่ยถาม"เป็นตัวแทนประลองอะไรงั้นหรือผู้อาวุโสเฉิน" องค์ชายเก้ากล่าว"ในทุกๆ 5 ปีจะมีการจัดการประลองของศิษย์ทั้ง 5 ขุมกำลังใหญ่เพื่อที่จะวัดความแข็งแกร่งของศิษย์แต่ละขุมกำลังว่าศิษย์ของใครแข็งแกร่งกว่ากันและไม่ใช่แค่นั้น สำหรับขุมกำลังที่ได้รับชัยชนะจะได้รับพื้นที่และทรัพยากรในทวีปแห่งนี้มากที่สุด และที่เหลือก็ลองลงมาเลื่อยๆ ยกตัวอย่างพวกเราหอกระบี่ที่ได้อันดับสุดท้ายทำให้พวกเรามีพื้นที่ล่าส่วนตัวแค่รอบๆหอกระบี่เพียงแค่เท่านั้น กลับกันนิกายดาบคลั่งที่ได้อันดับ 1 ได้รับพื้นที่ 40% ของพื้นที่ล่าในทวีปเทียนลู่ หอหิมะโปรย 30% นิกายหมัดราชัน 15% สำนักเหลียงซาน 10% และหอกระบี่ของเรา 5% " ผู้อาวุโสเฉินกล่าวอธิบายพวกอู่หมิงต่างก็สั่นสะท้านเพราะพวกเขาไม่คิดว่าหอกระบี่ของตนจะอ่อนแอขนาดนี้กลับกันขุมอำนาจอื่นต่างก็ทรงพลังอย่างยิ่ง อู่หมิงที่เป็นศิษย์สายนอกยังไม่ได้รับภารกิจที่ยากเท่าไหร่และไม่ได้ออกไปเกินอาณาเขตของหอกระบี่อีกด้วย แต่เมื่อไหร่ที่อู่หมิงกลายเป็นศิษย์ใน อู่หมิงจะถูกบังคับให้เลือกภารกิจที่ต้องข้ามพรมแดนไปขุมอำนาจอื่นอย่างน้อย 1 ภารกิจต่อเดือน"พวกเจ้าไม่ต้องกดดันตัวเองจนเกินไปพวกเจ้ายังมีเวลาอีก 2 ปีในการพัฒนาตนเอง อย่างน้อยภายในสองปีพวกเจ้าก็น่าจะกลายเป็นศิษย์หลักได้แล้ว" ผู้อาวุโสเฉินกล่าวแน่นอนว่าสองปีนั้นเพียงพอสำหรับพวกอู่หมิงที่จะกลายเป็นศิษย์หลักแต่นั่นอยู่ในขอบเขตของการมีทรัพยากรเพียงพอต่อการพัฒนาของพวกอู่หมิง แต่อู่หมิงไม่ได้กังวลอะไรมากนักเพราะในแหวนโบราณของนเก็บทรัพยากรจำนวนมากของตระกูลซือไว้ เป็นทรัพยากรทั้งหมดของตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งเลยทีเดียว"ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะพวกข้าจะไม่ทำให้ผู้อาวุโสต้องผิดหวัง" อู่หมิงกล่าวผู้อาวุโสเฉินมองไปยังกลุ่มอู่หมิงด้วยสีหน้าพอใจอย่างมากก่อนที่พวกอู่หมิงจะขอตัวกลับที่พัก เมื่อกลับมาถึงที่พักพวกอู่หมิงก็ได้มารวมตัวกัน และในครั้งนี้เยี่ยฉีก็ได้ขอเข้าร่วมกับกลุ่มนภาทมิฬของอู่หมิงด้วยเช่นเดียวกันซึ่งแน่นอนว่าอู่หมิงไม่ได้ปฏิเสธ"นายท่านราชันกระรอก ได้โปรดรับข้าเป็นลูกศิษย์ด้วย" องค์ชายกล่าวพร้อมกับเข้าไปอ้อนวอนเสี่ยวฮุ่ยอย่างนอบน้อม"เหอะ ทีนี้รู้ถึงความร้ายกาจของข้ารึยัง ดูอย่างเจี่ยเอ๋อและอี้เอ๋อสิ ด้วยการสั่งสอนของข้าทั้งสองพลังรุดหน้าไปมากและรากฐานของทั้งสองยังมั่นคงอีกด้วย" เสี่ยวฮุ่ยเชิดหน้ากล่าวด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง"ใช่แล้วนายท่านราชันกระรอกสุดยอดที่สุดในสามภพ" องค์ชายเก้ากล่าว"ดี ในเมื่อเจ้าจริงใจอย่างเป็นศิษย์ข้า ข้าก็จะสั่งสอนเจ้าพร้อมกับมอบทักษะที่เหมาะสมให้กับเจ้า แต่ว่าในเมื่อเจ้าเข้ามาเป็นศิษย์ของข้าทีหลังเจี่ยเอ๋อและอี้เอ๋อเจ้าจะต้องเรียกพวกเขาว่าเป็นศิษย์พี่" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เอิ่ม เรื่องนี้คือ ข้าขอเป็นศิษย์รุ่นเดียวกันไม่ได้งั้นเหรอท่านอาจารย์" องค์ชายเก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงอึดอัดการให้ตนเรียกหานเจี่ยและซวงอี้ว่าศิษย์พี่มันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างทำใจยาก"เสี่ยวฮุ่ยอย่าได้ใจให้มันมากนักก่อนที่ข้าจะรายงานเรื่องนี้ให้ท่านแม่ของข้าฟัง" เสียงที่เย็นชาของอู่หมิงดังขึ้น"นี่เจ้า!!!!!!!!!" เสี่ยวฮุ่ยกลายเป็นตื่นตระหนกก่อนจะเลือกไม่กล่าวอะไร เพราะในตอนนี้อู่หมิงได้รู้จุดอ่อนของเสี่ยวฮุ่ยแล้วทำให้เสี่ยวฮุ่ยไม่กล้าเถียงกับอู่หมิงโดยปริยาย"ก็ได้ข้าจะยกเว้นเจ้าสักครั้งเจ้าไม่ต้องเรียกทั้งสองว่าศิษย์พี่อีกแล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ"จริงด้วย เสี่ยวฮุ่ยเจ้าไม่คิดจะมอบทักษะให้กับเสวี่ยนเอ๋อบ้างเหรอหรือเจ้าจำคำของเจ้าไม่ได้ เจ้าเคยกล่าวว่าตรายใดที่เสวี่ยนเอ๋อและข้ามีความสัมพันธุ์ที่ลึกซึ้งกันเจ้าจะมอบทักษะเกี่ยวกับจิตวิญญาณให้กับนาง" อู่หมิงกล่าวทวง"ชิ ก็ได้ไว้ข้าจะหาที่เหมาะสมกับนางให้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวหลัวจากที่วางแผนการฝึกกันแล้วอู่หมิงก็แจกจ่ายทรัพยากรให้คนในกลุ่มของตน อู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยตั้งใจจะทำให้คนในกลุ่มนภาทมิฬเติบโตไปพร้อมกับตนอย่างน้อยก็ทำให้คนในกลุ่มแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆของทวีปเทียนลู่แห่งนี้ อู่หมิงได้มอบทักษะย่างก้าวมายาให้กับจิงเสวี่ยนเพื่อให้นางฝึก เพราะทักษะนี้เหมาะกับนางมากที่สุดเวลาเริ่มผ่านไปพวกอู่หมิงเริ่มฝึกฝนอย่างหนัก และชื่อเสียงของกลุ่มนภาทมิฬก็โด่งดังไปทั่วพื้นที่ศิษย์สายนอกด้วยความแข็งแกร่งที่ท่วมท้นทำให้รายชื่อ 10 อันดับแรกต่างมีรายชื่อของกลุ่มนภาทมิฬทั้งหมด ซึ่งเรียงตามความแข็งแกร่ง อู่หมิงอยู่อันดับ 1 จิงเสวี่ยนอยู่อันดับ 2 องค์ชายเก้าอยู่อันดับ 3 และพวกหานเจี่ย ซวงอี้ และเยี่ยฉี เรียงลำดับลงมา ด้วยการชี้แนะของเสี่ยวฮุ่ยความแข็งแกร่งของกลุ่มนภาทมิฬก็สูงขึ้น ภายใน 6 อันดับแรกไม่มีใครสามารถสั่นคอนได้เลยแม้แต่น้อยยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง เฟิงอวิ้นและองค์ชายเจ็ดรวมถึงพี่น้องตระกูลหวงที่เก็บตัวเงียบด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่นานเฟิงอวิ้นก็ทะลวงระดับและกลายเป็นศิษย์สายในแต่ด้วยความแข็งแกร่งของเฟิงอวิ้นต่อให้ทะลวงระดับก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของพวกองค์ชายใหญ่ที่อยู่ปราณปฐพีได้ ด้วยความแข็งแกร่งของรากฐานที่มั่นคง ปรารนภาขั้นต้นไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกองค์ชายใหญ่เลยภายในพื้นที่ของพวกอู่หมิงองค์ชายใหญ่และพวกเยี่ยฉี หานเจี่ย กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด องค์ชายใหญ่คนเดียวเข้าปะทะกับเยี่ยฉีและหานเจี่ยทั้งสองคนพร้อมกันในตอนนี้ร่างขององค์ชายใหญ่กลายเป็นสีแดงพร้อมกับมีควันออกมาราวกับร่างกายขององค์ชายใหญ่เป็นเตาปรุงยาที่กำลังมีเปลวเพลิงแผดเผาอยู่ในร่างกาย"ย๊ากกก" องค์ชายใหญ่คำรามพร้อมกับกวัดแกว่งกระบี่ใหญ่อย่างชำนาญ"ตูม!!!!!!!!"แรงระเบิดของการฟาดฟันกระบี่แต่ละครั้งขององค์ชายใหญ่นั้นรุงแรงอย่างมากทำให้เยี่ยฉีและหานเจี่ยไม่สามารถต้านทานได้เลย ทั้งสองกระเด็นไปข้างหลังด้วยความเจ็บปวด ขนาดพวกเขาทั้งสองร่วมมือกันก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้องค์ชายเก้าที่อยู่ในสภาพบ้าคลั่งได้เลย------------------------------------------------------------------------------------------------------------