เพียงระยะเวลาครึ่งเดือนทุกอย่างที่เฟิ่งหยูสั่งออกไปกลับเข้าที่เข้าทาง ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นเหล่าผู้คนในอาณาจักรเริ่มเหมือนกับได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ พวกเขามีที่อยู่ ที่ทำกินและยังได้รับการถ่ายทอดความรู้จากลูกศิษย์สำนักเทพดาราความรู้ที่พวกเขาได้เรียนมีประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพของพวกเขาเป็นอย่างมาก
หลากหลายวิชาชีพที่ลูกศิษย์สำนักเทพดาราถ่ายทอดให้กับชาวเมืองของอาณาจักรสว่างพิรุณแปลงสมุนไพรทั้งห้าหมื่นไร่เริ่มเติบใหญ่ทุก ๆ วันเหล่ากษัตริย์และเจ้าเมืองต่างต้องทึ่งกับความสามารถของเฟิ่งหยู
โดยเฉพาะครึ่งเดือนที่ร้านค้าทั้งหนึ่งพันร้านสร้างเสร็จสินค้าจากสมาคมโอสถเก้าโลกก็เริ่มวางจำหน่ายโดยประชาชนในพื้นที่มาลงทะเบียนทำข้อตกลงกับทางราชสำนักไว้เรียบร้อยผลผลิตจากชาวบ้านที่ได้รับการถ่ายทอดจากศิษย์สำนักเทพดาราเริ่มออกมาวางจำหน่ายเช่นเดียวกัน
สินค้าหลากหลายถูกวางจำหน่ายในร้านค้าเหล่าชาวเมืองทั้งหลายเริ่มออกมาจับจ่ายซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับพวกเขาการค้าเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างออกมาหาโอสถและสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เพื่อนำไปฝึกตน
รายได้เริ่มกระจายสู่ชาวเมืองภายในอาณาจักรสว่างพิรุณมากขึ้นเรื่อย ๆภาษีที่พวกเขาจ่ายเป็นจำนวนเงินเพียงน้อยนิดดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยง พวกเขายินดีจ่ายด้วยความเต็มใจนับตั้งแต่เฟิ่งหยูติดประกาศ จนมาถึงวันนี้ก็นับได้ยี่สิบห้าวันแล้ว ชื่อเสียงของอาณาจักรสว่างพิรุณเริ่มโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องของสินค้าที่จำหน่ายทั้งหนึ่งพันร้านค้าที่ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีคุณภาพที่ดี
โอสถจำนวนมากมีจำหน่ายอย่างไม่ขาดสายและในที่สุดสมุนไพรชุดแรกที่ชาวเมืองสว่างพิรุณช่วยกันปลูกก็ถูกจำหน่ายให้กับสมาคมโอสถเก้าโลกพวกเขาสามารถปลูก ดูแล และเก็บเมล็ดพันธุ์ได้อย่างมากมายคุณภาพที่พวกเขาผลิตออกมาถือว่าเป็นสมุนไพรคุณภาพยอดเยี่ยมทางสมาคมการค้าเก้าโลกจึงให้ราคาที่สูง
ชาวเมืองที่ปลูกสมุนไพรทุกคนต่างได้รับเงินจำนวนมากจากการขายสมุนไพรชุดแรกนี้พวกเขาเริ่มทำการเพาะปลูกมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่ที่ดินที่พวกเขาได้รับจัดสรรพวกเขาก็สามารถปลูกในพื้นที่ของพวกเขาเพิ่มได้จนแปลงสมุนไพรเริ่มขยายออกไปอย่างรวดเร็ว
“มันเป็นไปได้ยังไง เพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ พวกเขาสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวเมืองได้อย่างมหาศาลพวกท่านดูตอนนี้พวกเขาทั้งหมดเริ่มขยายแปลงสมุนไพรกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”
“ใช่สินค้าที่อยู่ที่ร้านค้าทั้งหนึ่งพันร้านค้า พวกเราไปดูมาแล้วทุกอย่างเป็นสินค้าที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น อีกทั้งยังราคาไม่แพงด้วย ดูสิข้ายังซื้อติดมือกลับมาตั้งมากมาย”
“พวกท่านดูชาวบ้านพวกนั้นต่อแถวจ่ายภาษีตรงนั้นสิภาพแบบนั้นทำไมไม่เกิดกับอาณาจักรของพวกเราบ้าง”
เหล่ากษัตริย์และเจ้าเมืองทั้งหลายเริ่มเห็นผลของสิ่งที่เฟิ่งหยูวางรากฐานเอาไว้แล้วพวกเขาต่างทึ่งกับความคิด ความสามารถของเฟิ่งหยูเป็นอย่างยิ่งเหล่าขุนนางอาณาจักรสว่างพิรุณแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองเมื่อเห็นผู้คนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อจ่ายภาษีให้กับอาณาจักรแถมแต่ละคนยังไม่มีทีท่าว่าจะบ่นแม้แต่คำเดียว
ชาวเมืองสว่างพิรุณตอนนี้ที่มองไปทางไหนมีแต่รอยยิ้ม หลาย ๆที่ออกไปอยู่ที่อาณาจักรอื่น ๆ เริ่มกลับมาอาณาจักรสว่างพิรุณมากขึ้นเรื่อย ๆจนในที่สุดก็ครบหนึ่งเดือนตามที่เฟิ่งหยูกล่าวไว้พวกเขามารวมตัวกันอยู่ที่ห้องโถงใหญ่เพื่อรอเฟิ่งหยูเมื่อเฟิ่งหยูเดินทางมาถึงพวกเขาต่างทำความเคารพเฟิ่งหยูอย่างพร้อมเพียง
“พวกท่านตัดสินใจหรือยัง หากใครคิดจะใช้การบริหารของอาณาจักรสว่างพิรุณข้าเองก็จะแนะนำให้พวกเจ้าพร้อมกับส่งเหล่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายไปช่วยอาณาจักรและเมืองของพวกท่านแต่หากเมืองใด อาณาจักรใดไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง ข้าเองก็ไม่บังคับพวกท่านเดือดร้อนทางอาณาจักรสว่างพิรุณของเราก็ยินดีช่วยเหลือพวกท่านเช่นเดิม”
“พวกเราทุกคนยินดีที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงขอเจ้าโลกเฟิ่งหยูโปรดชี้แนะด้วย”
“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะส่งคนของข้าไปกับพวกเจ้าพร้อมกันนั้นข้ายังจะทำการติดตั้งค่ายกลมิติให้กับพวกท่านอีกด้วยสำหรับการเดินทางในแต่ละครั้งพวกท่านสามารถได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งส่วนที่เหลือทางอาณาจักรสว่างพิรุณจะได้รับส่วนทรัพยากรทุกชนิดที่ใช้สร้างค่ายกลมิติพวกท่านไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆทั้งสิ้น”
“ค่ายกลมิติ มันคือค่ายกลอะไรขอรับ”
“มันคือค่ายกลที่สามารถเดินทาง ไปมาหาสู่กันในระยะทางที่ไกลแต่ใช้เวลาเพียงไม่นาน หากเดินทางจากอาณาจักรสว่างพิรุณไปยังอาณาจักรที่เก้าพวกท่านต้องใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่”
“พวกเราต้องใช้เวลาเดินทางอย่างเร็วก็สองวันขอรับ”
“แต่หากพวกท่านเดินทางด้วยค่ายกลมิติพวกท่านจะใช้เวลาเพียงแค่สามลมหายใจเท่านั้น” เฟิ่งหยูอธิบาย
ทุกคนต่างพากันตกตะลึง กับสิ่งที่เฟิ่งหยูอธิบาย
เฟิ่งหยูอธิบายวิธีการต่าง ๆที่เขาใช้บริหารอย่างละเอียดให้กับเจ้าเมืองและกษัตริย์แต่ละอาณาจักรฟังพวกเขาถามในสิ่งที่พวกเขาสงสัยเฟิ่งหยูเองก็สามารถตอบคำถามของพวกเขาได้อย่างตรงประเด็นจนในที่สุดพวกเขาก็ยอมรับในความคิดของเฟิ่งหยูและพร้อมที่จะกลับไปเปลี่ยนแปลงอาณาจักรและเมืองของพวกเขา
เฟิ่งหยูแจ้งเรื่องของการคัดเลือกรุ่นเยาว์ที่จะเป็นตัวแทนของโลกที่แปดเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรุ่นเยาว์ของจักรวาลทั้งสิบห้าเขตในอีกหนึ่งปีข้างหน้าพวกเขาต่างตื่นเต้นเมื่อเฟิ่งหยูบอกถึงสิ่งที่รุ่นเยาว์ที่เป็นตัวแทนจะได้รับเมื่อเป็นตัวแทนโลกที่แปดเข้าร่วมการแข่งขัน
ส่วนอาณาจักรของพวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งจากการเดินทางด้วยค่ายกลมิติจากเดิมห้าส่วนเพิ่มเป็นแปดส่วนและยังได้รับโอสถระดับเจ็ดอีกจำนวนหนึ่งหมื่นเม็ดและอาวุธระดับเทวะอีกหนึ่งหมื่นชิ้น เป็นของรางวัล
ทุกคนที่เป็นตัวแทนในการแข่งขันจะได้รับการฝึกฝนพิเศษและยังได้โอสถจำนวนมากพร้อมกับอาวุธระดับเซียน ซึ่งในโลกที่แปดนั้นเรียกได้ว่าหายากเป็นอย่างยิ่ง
“เอาหละ ตอนนี้พวกท่านกลับไปยังอาณาจักรของพวกท่านพร้อมกับคนของข้า เมื่อค่ายกลมิติติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คนของพวกท่านเดินทางมาเรียนรู้เรื่องการปลูกสมุนไพรที่อาณาจักรสว่างพิรุณแห่งนี้ส่วนอาชีพอื่น ๆ ข้าจะส่งคนไปสอนพวกท่านเอง”
“ขอบคุณท่านเจ้าโลกเฟิ่งหยู”
เมื่อทุกคนเดินทางกลับไปถึงอาณาจักรและเมืองของพวกเขาและดำเนินการตามที่เฟิ่งหยูสั่งอย่างเคร่งครัดเพียงไม่นานโลกที่แปดก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด
ในช่วงนี้ทั้งเก้าโลกต่างคัดเลือกตัวแทนรุ่นเยาว์ของพวกเขาแต่ละสำนักแต่ละเมืองต่างส่งตัวแทนเพื่อเข้าร่วมประลองเพื่อให้ได้เป็นตัวแทนของโลกของพวกเขาส่วนทางด้านโลกที่แปดของเฟิ่งหยู เฟิ่งหยูต้องการตัวแทนของแต่ละอาณาจักรโดยให้พวกเขาคัดเลือกตัวแทนอาณาจักรละสองคนและมาแข่งขันเพื่อคัดเลือกตัวแทนของโลกที่แปดที่เหลือโควต้าอีกเพียงแค่เจ็ดคนเท่านั้น
เฟิ่งหยูตั้งใจลงแข่งพร้อมกับน้องชายของเขาทั้งสอง เพื่อเป็นตัวแทนซึ่งตอนนี้ทุกคืนเฟิ่งหยูต้องกลับไปฝึกฝนในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ซึ่งมีเสี่ยวหลงและโหวจื่อฝึกฝนกันอย่างหนักอยู่แล้ว หลังจากที่แต่ละเมืองกลับไปพวกเขารีบคัดเลือกตัวแทนของแต่ละอาณาจักร พร้อมกับส่งตัวแทนเหล่านั้นเข้าร่วมการแข่งขันคัดเลือกในอาณาจักรสว่างพิรุณในเดือนต่อมา
ทุกอาณาจักรต่างพัฒนาไปในทางทิศทางเดียวกันยกเว้นอาณาจักรที่หกซึ่งพวกเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือใด ๆ จากทางอาณาจักรสว่างพิรุณและเฟิ่งหยูเลย พวกเขาไม่ทราบแม้กระทั่งการคัดเลือกรุ่นเยาว์ที่กำลังเป็นที่จับตามองของคนทั่วทั้งโลกที่แปด
ตัวแทนทั้งเก้าอาณาจักรถูกส่งตัวมาประลองคัดเลือกยังอาณาจักรสว่างพิรุณตัวแทนทั้งสิบแปดคนเดินทางมายังอาณาจักรสว่างพิรุณพร้อมกับเหล่าองค์กษัตริย์ที่ติดตามมาดูการคัดเลือกของพวกเขาอย่างใกล้ชิด
เฟิ่งหยูกำหนดวันแข่งขันขึ้นอีกสามวันข้างหน้าในช่วงนี้ให้ตัวแทนแต่ละอาณาจักรได้พักผ่อน เพื่อผ่อนคลายไปในตัว
ผู้คนจากอาณาจักรต่าง ๆ และเมืองต่าง ๆต่างพากันมุ่งหน้ามายังอาณาจักรสว่างพิรุณอย่างไม่ขาดสายจนกระทั่งถึงวันแข่งขันมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาร่วมชมการแข่งขัน เหล่าร้านค้าและที่พักต่างได้รับอานิสงส์ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงของอาณาจักรสว่างพิรุณโด่งดังไปทั่วโลกที่แปดอีกครั้ง
เฟิ่งหยูจัดเตรียมสถานที่ลานประลองไว้ห่างจากร้านค้าของอาณาจักรสว่างพิรุณไปไม่ไกลมากนักเมื่อทุกคนเดินทางไปยังสนามพวกเขาต้องผ่านร้านค้าทั้งหนึ่งพันร้านไปยังสถานที่จัดการประลอง
เมื่อถึงวันประลอง เหล่าผู้ชมจากอาณาจักรต่าง ๆหลั่งไหลไปยังลานประลองอย่างไม่ขาดสายเฟิ่งหยูให้คนจากสำนักเทพดาราติดตั้งค่ายกลทำให้สนามประลองแห่งนี้สามารถจุคนได้เกือบสิบล้านคน
รอบแรกพวกเขาต้องทำการจับฉลากเพื่อทำการแข่งขันกับตัวแทนอาณาจักรอื่นโดยการแข่งขันในรอบนี้ผู้ที่แพ้จะตกรอบไปทันที ในรอบแรกนี้ไม่อนุญาตให้ใช้อาวุธใดๆ ส่วนรอบที่สองจะเป็นการประลองแบบพบกันหมด ผู้ชนะจะได้หนึ่งคะแนนผู้แพ้จะไม่มีคะแนน และหากใครมีคะแนนสูงสุดเจ็ดลำดับแรกจะเป็นตัวแทนของโลกที่แปดในทันทีโดยในรอบที่สองนี้พวกเขาสามารถใช้อาวุธในการต่อสู้ได้
กรรมการในการตัดสินวันนี้เป็นแม่ทัพของแต่ละอาณาจักรที่เดินทางมาพร้อมกับองค์กษัตริย์ของพวกเขาเมื่อผลการจับฉลากออกมา ตัวแทนทั้งสิบแปดคนได้รับหมายเลขของตนเอง และรู้ว่าตนเองต้องประลองสนามไหนแล้วพวกเขาเดินตรงไปยังสนามที่แข่งขัน ซึ่งได้จัดเตรียมไว้เก้าสนามพร้อมกับแม่ทัพของแต่ละอาณาจักรที่เป็นคนตัดสินรออยู่แล้ว