ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 172 อุปสรรคทั้งสาม

ทั้งสองนักแข่งยืนมองกันและกันในระยะไกลท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ชมที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

คากิที่ตรวจเช็ครถอยู่ด้านข้างถึงกับหันมามองในทิศทางเดียวกับนาฟแล้วเอ่ย

“นายควรระวังเจ้านั้นไว้ด้วยรถแข่งคันนั้นถูกปรับสภาพเปลี่ยนไปจากครั้งก่อนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเจ้าหนามแหลมพวกนั้นฉันไม่สามารถใช้พลังสายตาระดับจุลภาคมองทะลุสิ่งนั้นได้เลย”

นาฟพยักหน้าเบาๆและสามารถรับรู้ได้จากแววตาอาฆาตภายใต้หมวกโลหะคู่นั้นได้ทันที

 

เมื่อสัญญาณการเตรียมตัวแข่งขันดังขึ้นอีกครั้งเสียงจากผู้ประกาศกระจายไปทั่วสนามแข่งขัน

“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีการแข่งขันในวันนี้จะเป็นการแข่งขันที่ยากลำบากและท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันเรซซิ่งสเตรชเชอร์ของเรา

สนามแข่งครั้งนี้ ท่านมหาปราชญ์ได้ออกแบบให้เป็นสนามแข่งโลกมิติที่มีอุปสรรคสุดโหดที่ไม่เคยมีมาก่อน”

ผู้ประกาศหยุดเพียงชั่วครู่เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นจากนั้นเขาก็เริ่มบรรยายอุปสรรคแรก

“อุปสรรคแรกที่นักแข่งจะต้องเผชิญคือ ป่าพิศวง เมื่อเข้ามาในด่านนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยหมอกบางๆ และแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านใบไม้ ทำให้ทุกอย่างดูสลัวและลึกลับเส้นทางในป่าพิศวงเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่มีเถาวัลย์พาดผ่านอย่างซับซ้อนรากไม้ที่งอกยาวออกมาจากดินกลายเป็นกับดักที่นักแข่งต้องหลบหลีกสัตว์ประหลาดเรืองแสงออกมาจากความมืดเพื่อโจมตีนักแข่งที่ไม่ระวังตัวขณะที่ต้นไม้บางต้นสามารถขยับและเปลี่ยนทิศทางเส้นทางได้ทำให้นักแข่งต้องคอยปรับเส้นทางการขับขี่ตลอดเวลา”

“อุปสรรคที่สองทะเลทรายแห่งความตายพายุทะเลทรายที่หมุนควงอยู่เบื้องหน้าจะทดสอบความสามารถในการควบคุมและความกล้าหาญของนักแข่งทุกคน

ใครที่ไม่สามารถผ่านทะเลทรายนี้ไปได้จะต้องถูกพัดพาออกจากสนามแข่งทันที”

เสียงฮือฮาจากผู้ชมดังขึ้นขณะที่ผู้ประกาศบรรยายต่อ

“และอุปสรรคสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัยคือ “โลกลาวาถล่ม”นักแข่งจะพบกับด่านที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟที่กำลังปะทุลาวาเดือดไหลออกมาจากรอยแตกของพื้นดินและหินลาวาแข็งที่ลอยอยู่ในอากาศทางที่นักแข่งต้องขับผ่านนั้นแคบและเต็มไปด้วยหินภูเขาไฟที่ร้อนระอุการตัดสินใจผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจทำให้ตกลงไปในลาวาที่กำลังเดือดและถูกตัดออกจากการแข่งขันทันที

สนามแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้เป็นการทดสอบทั้งความกล้าหาญความสามารถ และความมุ่งมั่นของนักแข่งแต่ละคน

“การแข่งขันนี้ไม่เพียงแค่ต้องใช้ความเร็วแต่ยังต้องใช้การตัดสินใจที่ถูกต้องในการผ่านอุปสรรคทั้งหมดเพื่อเข้าสู่เส้นชัย”

เมื่อผู้ประกาศบรรยายจบผู้ชมในสนามต่างส่งเสียงเชียร์และปรบมือเสียงดังอุปสรรคที่ถูกบรรยายออกมานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและอันตรายแต่นักแข่งทุกคนก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นและความสามารถที่ไม่ยอมแพ้

 

ท่ามกลางความคึกคักและเสียงเชียร์จากผู้ชมทั่วสนามท่านรองเจ้าอาณานิคม นั่งอยู่ที่บริเวณที่นั่งพิเศษ มองลงไปยังสนามแข่งขันด้วยสายตาที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยความสามารถในการวิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหวของนักแข่งถูกจับตามองอย่างละเอียด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์ชายสามและอิงอิงผู้เป็นหลานที่มีความสำคัญต่อเขาเป็นอย่างยิ่ง

รองเจ้าอาณานิคมค่อยๆ ยืนขึ้นเอามือกอดอกเริ่มพิจารณารถแข่งคันสีทองที่เป็นที่รู้จักกันในนาม "อีกาทองคำ"ขององค์ชายสาม ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยขณะวิเคราะห์

ที่ปรึกษาที่รายล้อมอยู่รอบๆ ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นตามสุดท้ายที่ปรึกษาใกล้ชิดผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

“องค์ชายสาม ทั้งแข็งแกร่งและฉลาด เขามีความสามารถในการควบคุมรถแข่งที่น่าอัศจรรย์มาแต่ครั้งยังเยาว์และรู้จักการเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดเสมอ รถแข่งขององค์ชายถูกปรับแต่งมาอย่างดีเพื่อรับมือกับทุกสภาพพื้นที่ความเร็วและความสามารถของเขาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเทียบได้ในสนามนี้”

รองเจ้าอาณานิคมพยักหน้าเบาๆ เห็นด้วยกับสิ่งที่ที่ปรึกษากล่าวมา

จากนั้นรองเจ้าอาณานิคมหันไปมองรถแข่งคันสีขาวขององค์หญิงอิงอิงที่ถูกขนานนามว่า "นกเพลิง" แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและภูมิใจ

ที่ปรึกษาใกล้ชิดอีกคนหนึ่งเร่งกล่าวขึ้นมาทันที

"องค์หญิงเป็นผู้กล้าหาญและเฉลียวฉลาด นางมีความมั่นใจในตัวเองและไม่เคยหวั่นไหวต่อความท้าทายใดๆและได้องค์ชายสอนการขับขี่มากับมือ

นกเพลิงของนางไม่ได้มีเพียงแค่ความเร็วแต่ยังมีความทนทานและความสามารถในการฟื้นตัวจากการโจมตีราวกับนกอมตะที่เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน องค์หญิงทั้งฉลาดและไหวพริบดีรู้วิธีใช้ประโยชน์จากความสามารถของรถแข่งในทุกสถานการณ์"

รองเจ้าอาณานิคมพยักหน้าเบาๆ ขณะสาดสายตามองนักแข่งทุกคนในสนามสุดท้ายสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่นักแข่งหนุ่มในรถแข่งคันสีแดง ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

เกิดรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

 

สัญญาณการเตรียมตัวครั้งสุดท้ายดังขึ้น รถแข่งทั้ง19 คันเข้าประจำที่จุดออกตัวซึ่งเรียงเสมอกันเป็นหน้ากระดาน และหลังจากตรวจเช็คสภาพรถแข่งอย่างครบถ้วนช่างเครื่องส่งสัญญาณให้นักแข่งและเริ่มทยอยกันออกจากสนามแข่งขัน

 

"ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี!ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในโลกมิติ!” เสียงเชียร์และการปรบมือกึกก้องไปทั่วสนามขณะที่ผู้ประกาศยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เข้มข้น

“การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจของนักแข่งทั้ง19 คันว่าใครจะเป็นผู้ที่เร็วที่สุดแห่งเรซซิ่งสเตรชเชอร์!"

เสียงเชียร์และการปรบมือดั่งสนั่นกึกก้องไปทั่วสนามอีกครั้งผู้ชมในสนามต่างตะโกนให้กำลังใจนักแข่งคนโปรดของพวกเขา

ขณะที่ผู้ประกาศกล่าวต่อ “นักแข่งทุกท่านจงเตรียมพร้อม!” 

คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน