เมื่อสตีฟเข้ามาด้านในสตีฟก็เห็นทหารที่คุยกับเขาและซาร่าเดินมาต้อนรับทันที
หน้าต่างชื่อ : ลูอิส พาซิมิเลี่ยน Level : 81อาชีพ : ทหารอายุ : 49
“หือลุงคนนี้เลเวลสูงใช้ได้เลยนะเนี่ยทั้งๆที่ไม่ได้เป็นฮีโร่” สตีฟพูดออกมา
“คงจะล่าสัตว์กลายพันธ์ด้วยตัวเองบ่อยนั่นล่ะสตีฟ เพราะถ้าลุงทหารแกใช้ปืนในการจัดการจะไม่ได้ค่าประสบการณ์แต่ถ้าจัดการมันด้วยมือตัวเองก็เลเวลอัพได้” ซาร่าพูด
“สวัสดีครับคุณสตีฟและคุณซาร่า ผมพันโทลูอิส พาซิมิเลี่ยน ยินดีต้อนรับทั้งคู่สู่ค่ายชายแดนฝรั่งเศสครับ เชิญทั้งสองทางนี้เลยครับเราจะได้ไปนั่งคุยกันสบายๆ” ลูอิสพูดพลางผายมือไปที่อาคารหลังหนึ่งซึ่งสตีฟคิดว่าน่าจะเป็นศูนย์บัญชาการหรือที่พักของพันโทลูอิส
ลูอิสพาสตีฟและซาร่าเดินไปที่อาคารนั่นก่อนจะเข้าไปนั่งที่ห้องรับที่สตีฟคิดว่าเป็นห้องรับแขกและเมื่อสตีฟและซาร่านั่งลงแล้วลูอิสก็เริ่มถามทันที
“เมื่อสักครู่พวกคุณบอกกับผมว่าพวกคุณมาจากอเมริกา มันยังไงกันแน่เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะมาจากที่นั่นเพราะตอนนี้การเดินทางด้วยเรือและเครื่องบินผ่านน่านฟ้าระหว่างทวีปมันถูกตัดขาดทั้งหมด” ลูอิสถาม
“พอดีภรรยาผมเหาะได้น่ะครับพวกเราเลยมาจากทางทะเล และผมเองก็เลเวลสูงมากอย่างที่พันโทลูอิสเห็นว่าแต่ไอ้กำไลนี่ถอดได้หรือยังครับผมไม่ชอบเลยที่ปกปิดเลเวลของตัวเองไม่ได้แบบนี้” สตีฟพูดตอแหลซึ่งๆหน้า
“โหนี่แสดงว่าคุณจะต้องใช้เวลาเดินทางกันนานมากเลยนะครับเนี่ย” ลูอิสอุทานออกมา
“ครับนานมากเลยล่ะ” สตีฟพยักหน้า
นานมากจริงๆเดินทางกันตั้งแต่เช้ากว่าจะถึงก็เช้าอีกวัน สตีฟพูดในใจเงียบๆ
ตั้งแต่เป็นฮีโร่รู้สึกจะโกหกเก่งขึ้นเยอะเลยนะเนี่ยสามีฉัน !!! ซาร่าปรายตามองสตีฟด้วยหางตาก่อนจะคิดในใจ
“เรียกผมว่าลูอิสก็ได้ครับคุณสตีฟส่วนกำไลนั่นผมจะถอดให้เดี๋ยวนี้” ลูอิสพูดกับสตีฟอย่างเกรงใจเพราะสตีฟนั้นมีเลเวลที่เยอะมากๆ จากนั้นลูอิสก็ถอดกำไลออกจากข้อมือของซาร่าและสตีฟให้
“อ่าแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย” สตีฟพูดหลังจากสามารถปกปิดเลเวลได้อีกครั้ง
“ว่าแต่คุณลูอิสคะฉันมีเรื่องจะถามหน่อย” ซาร่าที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่เข้ามาเริ่มพูดบ้าง
“ครับคุณนายมีอะไรจะถามผมเหรอครับ” ลูอิสหันไปมองซาร่า
“ค่ายนี้สร้างมากี่ปีแล้วงั้นเหรอคะแล้วที่นี่มีสมาคมฮีโร่หรือเปล่าคะพอดีอยากจะเข้าไปติดต่ออะไรหน่อย” ซาร่าถาม
“ค่ายนี้สร้างมาสามปีแล้วครับพวกเราเริ่มสร้างตั้งแต่เสียสเปนไปเพราะเจ้าไวเวิร์นนั่น ส่วนสมาคมฮีโร่นั้นพวกเราเหลือแค่สาขาใหญ่สาขาเดียวคือที่ปารีส” ลูอิสพูด
“ไวเวิร์นสินะ ว่าแต่ทำไมถึงเหลือสมาคมฮีโร่แค่สาขาเดียวล่ะครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะถามลูอิส
“เพราะเราไม่ได้โชคดีแบบอเมริกาที่มีฮีโร่ฝีมือดีจำนวนมากน่ะสิครับตั้งแต่เข้าสู่ยุคสัตว์กลายพันธ์พวกเราก็ค่อยๆเสียไปทีละประเทศจนตอนนี้ประเทศที่ยังอาศัยอยู่ได้นั้นมีแค่ ประเทศเรา ประเทศเยอร์มัน ประเทศอิตาลี่และมหาอำนาจอย่างรัสเซียเท่านั้น และเพื่อให้ประเทศของเรายังคงอยู่ต่อไปได้รัฐบาลเราจึงต้องยุบสมาคมฮีโร่สาขาย่อยๆให้หมดให้เหลือเพียงสาขาเดียวเพื่อที่เราจะได้ผนึกกำลังให้เป็นปึกแผ่น” ลูอิสพูด
“เหลือแค่สี่ประเทศที่ยังคงรอดอยู่เองเหรอคะในยุโรป !!!” ซาร่าอุทานอย่างตกใจ
“ตกใจงั้นเหรอครับคุณเองก็น่าจะรู้ดีนี่นาว่ายุคนี้มันโหดร้ายขนาดไหน ขนาดอเมริกาเหนืออย่างแคนนาดาพวกคุณยังเสียมันไปตั้งแต่สิบปีก่อนและเร็วๆนี้คุณก็พึ่งเสียเม็กซิโกไปนี่นา” ลูอิสพูด
“หือทำไมพวกคุณรู้ข่าวไวจังล่ะคะ” ซาร่าแปลกใจที่ทำไมทวีปยุโรปรู้ข่าวเรื่องเม็กซิโกไวจัง
“นั่นก็เพราะไม่กี่วันก่อนหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งพึ่งจะมาเยี่ยมสมาคมฮีโร่ของประเทศเราน่ะสิครับ” ลูอิสบอก
“หรือว่าคุณโฟว์งั้นเหรอ !!!” สตีฟอุทานออกมา
“หือคุณสตีฟรู้จักเธอด้วยงั้นเหรอครับ” ลูอิสพูดแน่นอนว่าสตีฟพยักหน้าพลางยิ้มอย่างดีใจ
“อ๊ะจริงด้วยสิเลเวลคุณสูงขนาดนั้นจะรู้จักคนระดับนั้นก็ไม่แปลก” ลูอิสนึกขึ้นได้ว่าสตีฟเลเวลกว่าสองร้อย
“นี่สตีฟนายมีอะไรกับยัยอกโตนั่นอีกแล้วทำไมต้องทำสีหน้าดีใจอย่างนั้นด้วย” ซาร่ากระซิบถามพลางใช้มือของเธอบิดเอวสตีฟ
“มีอะไรที่ไหนเล่าเธอนี่คิดมากไปได้ คุณโฟว์เธอมีสกิลประตูมิติต่างหากเล่าผมเลยรู้ว่าจะต้องเป็นเธอที่มาเยี่ยมสมาคมฮีโร่สาขาใหญ่ที่นี่แน่ๆน่ะแล้วที่ผมดีใจก็คือว่าถ้าเราไปหาเธอได้เราจะได้กลับบ้านกันไงที่รัก” สตีฟพูด
“แล้วไปอย่าให้รู้นะว่านายคิดอะไรกับยัยนั่น” ซาร่าเห็นว่าคำพูดของสตีฟพอฟังได้จึงไม่คาดคั้นอีก
“ว่าแต่คุณโฟว์ยังอยู่ที่สมาคมฮีโร่หรือเปล่าครับ” สตีฟรีบถาม
“จากที่ผมทราบเธอยังอยู่อีกสองอาทิตย์เพื่อรอรายงานนะครับ” ลูอิสพูดทำให้สตีฟยิ้มออกมา
สองอาทิตย์งั้นเหรอดีเลยเรากับซาร่ารีบเดินทางไปที่ปารีสดีกว่าจะได้ให้คุณโฟว์เปิดประตูมิติพาพวกเราไปส่งที่อเมริกา สตีฟคิด
“ว่าแต่คุณเดินทางมาจากสเปนคุณพอจะบอกรายละเอียดการเดินทางของคุณและเลเวลของสัตว์กลายพันธ์ที่พบให้ผมฟังได้หรือเปล่าครับ และคุณเจอเจ้าไวเวิร์นบ้างมั้ย” ลูอิสถามก่อนจะหยิบแผนที่ออกมา
“ได้สิครับผมขึ้นฝั่งที่ท่าเรือน่าจะแถวๆนี้ ใช่แถวนี้มั้ยอ่ะซาร่า” สตีฟหันไปถามภรรยา
“ใช่ๆแถวนี้ล่ะจากนั้นเราก็เดินทางตามถนนเส้นนี้ค่ะมาจนถึงนี่ค่ะ” ซาร่าชี้ไปที่จุดบนแผนที่ก่อนจะลากมือยาวมาจนถึงชายแดน
“เข้าใจแล้วครับแล้วพวกสัตว์กลายพันธ์กับไวเวิร์นล่ะครับตอนนี้มันเลเวลเท่าไหร่แล้วเพราะข้อมูลล่าสุดของเราคือเมื่อหกเดือนก่อน” ลูอิสถาม
“พวกเราน่าจะเจอไวเวิร์นที่จุดนี้นะครับเลเวลของมันคือสามร้อยห้า” สตีฟบอกก่อนจะชี้ลงไป
“หือสามร้อยห้า แต่ไวเวิร์นที่ผมมีข้อมูลมันเลเวลสามร้อยสิบสี่นะครับ” ลูอิสเริ่มงงทำไมเลเวลของมันลดลง
“แต่ตัวที่ผมเจอเลเวลมันเท่านั้นจริงๆนะครับไม่เชื่อถามภรรยาผมได้เลย” สตีฟบอกแน่นอนว่าซาร่าพยักหน้าบอกว่ามันเป็นความจริง
“อ๊ะหรือว่าสักครู่นะครับ” ลูอิสอุทานออกมาก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปก่อนจะกลับมาในไม่กี่นาทีต่อมา
“ช่วยดูนี่ด้วยครับที่คุณเจอคือเจ้าตัวนี้หรือเปล่า” ลูอิสพูดก่อนจะยื่นรูปใบหนึ่งให้ซึ่งมันคือรูปถ่ายของไวเวิร์น
“หือไม่ใช่นะครับที่พวกเราเจอคือตัวสีดำ แต่ทำไมในรูปนี้มันสีแดงล่ะซาร่าช่วยดูหน่อยสิผมไม่ได้ตาบอดสีหรือดูผิดไปใช่มั้ย” สตีฟยื่นรูปให้ซาร่าดู
“คนละตัวกันค่ะ” ซาร่าหลังจากดูรูปแล้วก็พูดออกมาเมื่อลูอิสได้ยินเช่นนั้นก็เข่าอ่อนหน้าซีดทันที
“ปะ ปะ เป็นเรื่องจริงสินะ” ลูอิสพูดเสียงสั่น
“อะไรเรื่องจริงเหรอครับ” สตีฟสงสัยลูอิสหันมามองหน้าสตีฟก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆและพูดออกมา
“ตามตำนานไวเวิร์นนั้นจะอยู่เป็นคู่ครับ ที่คุณเห็นนั่นอาจจะเป็นตัวผู้ ส่วนข้อมูลที่พวกเรามีคือตัวเมียและตำนานยังว่าไว้อีกว่าไวเวิร์นเป็นสัตว์ที่อาศัยไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง แต่เมื่อไหร่ที่พวกมันปักหลักลงฐานที่ไหนล่ะก็คือมันกำลังตั้งท้องหรือก็คือ...........มันกำลังจะมีไวเวิร์นตัวที่สามครับ” ลูอิสพูดด้วยสีหน้าหนักใจ
“บางทีมันอาจจะมีลูกแฝดทีเดียวเป็นตัวที่สี่เลยก็ได้นะครับ ฮ่ะๆ” สตีฟพูดติดตลก
“เผียะ !! เดี๋ยวเถอะสตีฟใช่เวลามั้ยเนี่ย” ซาร่าตีเข้าที่แขนสตีฟ
“หึหึ !! ที่คุณสตีฟพูดก็อาจจะเป็นไปได้ครับแต่ที่ผมกังวลไม่ใช่ตรงที่มันจะมีตัวที่สามหรือสี่หรอกนะครับ ที่ผมกังวลคือหลังมันคลอดต่างหาก” ลูอิสพูด
“หือทำไมต้องกังวลล่ะคะ” ซาร่าถามเธอไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่
“ก็ถ้าตำนานเป็นเรื่องจริงล่ะก็หลังจากลูกของพวกมันคลอดมันจะหารังใหม่ให้ลูกๆไปปกครองน่ะสิครับ” ลูอิสพูด
“หารังใหม่อย่าบอกนะว่า.........” สตีฟอ้าปากค้าง
“ใช่ครับรังใหม่ของมันน่าจะเป็นประเทศนี้นี่แหละครับ” ลูอิสพูด
“แต่ไม่แน่ว่ามันอาจจะลงใต้ไปโมร็อคโคก็ได้นะคะ” ซาร่าลองพูดในแง่ดี
“ไม่หรอกครับผมมั่นใจว่ามันจะมาทางเหนือแน่ๆ” ลูอิสพูดอย่างมั่นใจ
“ทำไมถึงมั่นใจแบบนั้นล่ะครับ” สตีฟถาม
“ก็เพราะทิศใต้มันไม่มีอาหารที่เป็นมนุษย์เป็นๆอย่างพวกเรายังไงล่ะครับ และแหล่งอาหารที่เป็นมนุษย์ที่ใกล้ที่สุดก็คือทางเหนือประเทศของผม ประเทศฝรั่งเศสนี่ไงล่ะ” ลูอิสพูดทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันที
สมาคมฮีโร่สาขาใหญประเทศฝรั่งเศส
กริ๊ก !! เสียงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆบนเก้าอี้นั้นมีสาวสวยหุ่นสะบึมผมบลอนด์คนหนึ่งกำลังนั่งมองดูเอกสารในมืออยู่ซึ่งเธอไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคือโฟว์นั่นเอง
“เฮ้อเลเวลเฉลี่ยของฮีโร่ของฝรั่งเศสจะต่ำเกินไปแล้วแบบนี้มีหวังอีกไม่กี่ปีเราจะต้องเสียฝรั่งเศสไปอีกหนึ่งแน่ๆ” โฟว์ถอนหายใจออกมาหลังจากอ่านเอกสารจบ
“ต้องรออีกสองสัปดาห์สินะถึงจะใช้สกิลของเราเปิดประตูไปที่รัสเซียได้” โฟว์พูดเพราะหลังจากเธอใช้สกิลของเธอเปิดประตูมิติมาในที่ไกลๆแล้วสกิลของเธอจะใช้งานไม่ได้ไปพักหนึ่งเลยทีเดียวแถมนี่เป็นเพียงการใช้งานกับตัวเธอคนเดียวเท่านั้นถ้าเธอใช้ให้คนอื่นผ่านประตูมิติมากับเธอด้วยล่ะก็สกิลของเธอก็จะมีดีเลย์นานขึ้นไปอีก
ดังนั้นเวลาโฟว์ไปสมาคมฮีโร่สาขาอื่นๆเธอจึงไปไหนมาไหนคนเดียวเสมอ
“ว่าแต่อาหารที่นี่ไม่อร่อยเลยแฮะ” โฟว์มองดูจานอาหารตรงหน้าที่พึ่งจะกินไปได้ไม่กี่คำตอนนั้นเองจู่ๆหน้าของสตีฟที่คอยทำอาหารให้เธอก็ลอยขึ้นมาในหัวของเธอ
“คุณสตีฟ !!” โฟว์พูดชื่อของสตีฟก่อนจะยิ้มออกมา
กลับมาที่ชายแดน
“ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล” ลูอิสที่กำลังจับมือกับสตีฟอยู่พูด
“ไม่เป็นไรครับถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนทั้งคู่จะขับรถออกจากชายแดนมุ่งหน้าสู่ปารีสต่อไป
“นี่สตีฟเรากลับไปสเปนและว่ายน้ำกลับอเมริกากันดีมั้ย” ซาร่าที่นั่งอยู่ด้านหลังจู่ๆก็พูดขึ้นมา
“เธอจะบ้าเรอะเข็มทิศมันใช้ไม่ได้เราจะรู้ได้ไงว่าว่ายไปถูกทางหรือเปล่า ถ้าเกิดผมว่ายน้ำไปทวีปอื่นขึ้นมาจะทำไง” สตีฟพูด
“ไปทวีปอื่นก็ยังดีกว่าฉันไม่อยากให้คุณไปเจอยัยนั่นเลยอ่ะ เราไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากยัยนั่นไม่ได้เหรอ” ซาร่าพูด
“เธอนี่อคติกับคุณโฟว์เขาน่าดูเลยนะเนี่ยฮ่ะๆ” สตีฟเห็นซาร่าพูดมาแบบนี้จึงทำให้เขาหัวเราะออกมาเพราะเขาดันมองว่ามันเป็นเรื่องตลก
“นี่ฉันไม่ตลกด้วยนะสตีฟ ฉันก็บอกแล้วไงล่ะยัยนั่นน่ะดูยังไงก็ชอบคุณฉันรู้สึกได้ว่าถ้าไปเจอยัยนั่นจะต้องเกิดเรื่องยุ่งๆขึ้นแน่นอน” ซาร่าพูด
“เฮ้อเธอก็คิดมากไปได้ไม่มีอะไรหรอกน่าผมสัญญาเลยแค่ไปหาเธอแล้วขอให้เธอส่งพวกเรากลับอเมริกาจากนั้นก็แยกย้ายแบบนี้เป็นไง” สตีฟพูดให้ซาร่าคลายกังวลเขามองว่าการขอให้โฟว์ช่วยน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
“อืม.......ก็ได้” ซาร่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเธอนั้นไม่อยากจะหึ่งจนงี่เง่ามากเกินไป
ซึ่งสตีฟไม่รู้เลยว่าการไปหาโฟว์ครั้งนี้จะทำให้ผู้หญิงสองคนตบกันจนแทบตายกันไปข้างหนึ่ง
จบ...

พิมพ์คำอธิบายที่นี่