ถูกไล่ล่า
ร่างของเด็กน้อยน่ารักและมีเพลิงห้อมล้อมปรากฏตัวออกมาทำให้ผู้คนรอบ ๆแสดงสีหน้าแตกตื่น โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มโจรที่ตอนนี้กำลังป้องกันการโจมตีจากระบำด้ายสังหารของฟางเฉินอยู่ก็ถูกความโลภโจมตีอีกทาง“ขอบคุณสำหรับอาหาร” ความโลภยิ้มชั่วร้ายพร้อมกับพุ่งเข้าใส่จิตวิญญาณของหัวหน้ากลุ่มโจรทันที“อ๊ากกก ออกไป บัดซบนี่มันอะไรกันทำไมจิตวิญญาณของข้ากำลังถูกกิน” หัวหน้ากลุ่มโจรกรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวเมื่อไม่มีพลังของจิตวิญญาณคอยช่วยเกาะกระดูกก็ค่อยๆหายไปและตอนนั้นเองเส้นด้ายก็ฟาดฟันลงมาเหมือนกระบี่และหั่นร่างของอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ“หัวหน้า!!!!!!!!!!” พวกโจรที่เหลือพากันแสดงสีหน้าแตกตื่นและหวาดกลัว“หนีเร็ว!!!!!” พวกโจรไม่รอช้ารีบหลบหนีทันที“อย่าได้หวัง ทุกคนสังหารพวกโจรนี่ให้หมด” ฟางเฉินคำราม“ฆ่า!!!!!!!” ศิษย์สายในที่เหลือต่างระดมการโจมตีใส่กลุ่มโจรที่วิ่งหนีตายทันที“เฮ้อ ถึงจะไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่แต่ก็ยังมีจิตวิญญาณอยู่อีกจำนวนมาก” ความโลภกล่าวความโลภทำการดูดกลืนจิตวิญญาณจากร่างของกลุ่มโจรทีละคนอย่างเมามัน พวกกลุ่มโจรที่เห็นจิตวิญญาณของสหายถูกกลืนกินพวกโจรก็ยิ่งหวาดกลัวจนเสียสติใช้เวลาเพียงไม่นานกลุ่มโจรกลุ่มนี้ก็ถูกกวาดล้างออกไปทั้งหมด สมบัติทั้งหมดของพวกโจรจะถูกมอบให้กับคนที่ฆ่าได้เท่านั้น“ฟางเฉินนั่นมันอะไรงั้นเหรอ หรือว่ามันคือจิตวิญญาณของเจ้ากัน” วู่เฟยซีกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย“ถูกต้องมันคือจิตวิญญาณของข้าส่วนเรื่องอื่นๆที่พวกเจ้าอยากรู้ตอนนี้ข้ายังบอกไม่ได้รอจนกว่าจะถึงเวลาพวกเจ้าก็จะได้รู้เอง” ฟางเฉินกล่าว“’งั้นเหรอถ้างั้นก็ไม่เป็นอะไร” วู่เฟยซีกล่าวเวลาผ่านไปอีก 5 วัน กลุ่มพ่อค้าและพวกฟางเฉินก็เดินทางมาถึงอาณาจักรลู่ อาณาจักรลู่ซึ่งให้บรรยากาศแตกต่างจากอาณาจักรฮั่นอย่างมาก ที่นี่มีบรรยากาศของการกดขี่หรือจะพูดให้ถูกคือการแบ่งชนชั้นอำนาจที่มากเกินไป“พวกเราจะกลับกันเลยหรือไม่” ฟางเฉินกล่าวกับพวกเหยียนมี่เมื่อทำภารกิจสำเร็จแล้ว“นั่นสินะข้ารู้สึกไม่ชอบบรรยากาศของที่นี่เลย” เหยียนมี่กล่าว“เอาละพวกเรากลับกันเถอะ” วู่เฟยซีเองก็รู้สึกไม่ดีต่ออาณาจักรลู่นกันเพียงแต่ในขณะกลุ่มของฟางเฉินกำลังเดินออกจากประตูเมือง ก็ปรากฏกลุ่มคนมาขวางทางเสียก่อน“สหายทั้งหลายพวกท่านจะด่วนเดินทางจากไปใหน ทำไมไม่อยู่เที่ยวเล่นที่นี่ซักพักละ” ชายหนุ่มที่แต่งตัวดีพร้อมกับถือพัดคนหนึ่งปรากฏออกมาจากลุ่มคนที่ขวางทางอยู่“นั่นคือคนของตระกูลเอี้ยซึ่งเป็นตระกูลที่ปกครองเมืองหางนี้” เหยียนมี่กล่าว“หลีกไปพวกเราจะเดินทางกลับสำนัก” วู่เฟยซีกล่าว“อะไรกันแม่นางคนสวยพวกเจ้าพึ่งมาถึงจะรีบไปใหน มาเถอะเดี๋ยวตระกูลเอี้ยของข้าจะดูแลพวกเจ้าอย่างดีเลย” ชายหนุ่มแสดงสีหน้าชั่วร้ายออกมา“พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาขวางพวกเรา” ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าว“มีสิทธิ์อะไรงั้นเหรอที่นี่คืออาณาจักรลู่และเมืองนี้ก็เป็นเมืองที่พวกเราตระกูลเอี้ยปกครองแล้วทำไมเราจะไม่มีสิทธิ์” คุณชายตระกูลเอี้ยกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน“เฮ้ย พวกผู้ชายอย่างเจ้าจะไปใหนก็ไปส่วนแม่นางทั้งสองเชิญไปเป็นแขกของตระกูลเอี้ยของพวกเราดีกว่า” ชายวัยกลางคนที่อยู่ระดับนักรบขั้นสูงคำรามออกมา“นี่พวกเจ้า!!!! พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าพวกเราเป็นใครพวกเราเป็นศิษย์สายในของสำนักจู่หลง” ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา“แล้วยังไง ก็แค่ศิษย์ของสำนักที่กำลังตกต่ำเหอะ” คุณชายตระกูลเอี้ยยิ้มอย่างไม่เกรงกลัว“แบบนี้นี่เอง ถ้าให้ข้าเดา กลุ่มโจรนั่นคงเป็นของพวกเจ้าตระกูลเอี้ยสินะ กลุ่มโจรที่คอยทำงานปล้นสินค้าของพ่อค้าที่กำลังเดินทางมายังเมืองนี้” ในตอนนั้นเองฟางเฉินก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“โห เจ้าฉลาดไม่เบาเลยนี่” คุณชายเอี้ยกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา“หมายความว่ายังไง” เหยียนมี่กล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“จากที่ข้าสอบถามพ่อค้าดูเหมือนว่าบ่อยครั้งที่สินค้าของพวกเขาจะถูกปล้นกลางทางทั้ง ๆที่เส้นทางที่ใช้ถูกปิดเป็นความลับแต่ทุกครั้งพวกโจรก็จะดักรอพวกพ่อค้าอยู่เสมอซึ่งเส้นทางนี้มีแต่กลุ่มพ่อค้าและเจ้าเมืองที่รู้แล้วอีกอย่างทุกครั้งพวกโจรไม่ได้ฆ่ากลุ่มพ่อค้าพวกมันแค่ฆ่าคนคุ้มกันและจับตัวผู้หญิงพร้อมกับขโมยสินค้าไปเท่านั้น” ฟางเฉินกล่าว“เพราะต้องการจะใช้ประโยชน์ในระยะยามสินะ” วู่เฟยซีกล่าว“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉลาดมาก เจ้าฉลาดจริง ๆแต่ว่าคนฉลาดมักจะตายเร็วนะ” คุณชายตระกูลเอี้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายและในตอนนั้นกลุ่มคนตระกูลเอี้ยก็ล้อมพวกฟางเฉินเอาไว้ทันที ฟางเฉินแสดงสีหน้าจริงจังเพราะตอนนี้พวกเขาอยู่ในเขตศัตรู“พวกเจ้าตามข้ามาให้ดีข้าจะทะลวงฝ่าวงล้อมออกไป” ฟางเฉินสั่งศิษย์สายในทุกคนทันที“ฆ่ามัน!!!!” คุณชายตระกูลเอี้ยกล่าว“ฆ่า!!!!!” คนของตระกูลเอี้ยมีระดับนักรบขั้นกลางถึงสูงต่างก็คิดว่าพวกฟางเฉินนั้นอ่อนแอเพราะในกลุ่มฟางเฉินมีเพียงระดับนักรบขั้นต้นถึงกลางเท่านั้น“ดาบเพลิงผลาญสวรรค์” ฟางเฉินฟาดฟันดาบออกไปพริบตาเพลิงที่ถูกบีบอัดด้วยความเร็วสูงก็ระเบิดออกและพุ่งตรงไปยังนายน้อยตระกูลเอี้ยที่ยืนขวางประตูอยู่“อะไรกัน!!!!!!!!!” ชายวัยกลางคนที่เป็นคนคุ้มกันนายน้อยตระกูลเอี้ยหน้าถอดสีและแสดงทักษะป้องกันออกมา แต่ว่าทักษะที่ฟางเฉินออกมาแม้แต่ระดับนักรบขั้นสูงสุดก็ยังไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้เลย“อ๊ากกกกก ช่วยด้วย เร็วเข้าช่วยข้าด้วย” นายน้อยตระกูลเอี้ยกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวังก่อนจะถูกเพลิงที่รุนแรงแผดเผาจนตายจากนั้นกลุ่มของฟางเฉินก็ทะลวงวงล้อมออกจากเมืองทันที พวกฟางเฉินไม่ได้หยุดพักและรีบหลบหนีทันที ไม่นานข่าวที่นายน้อยตระกูลเอี้ยถูกกลุ่มฟางเฉินสังหารก็กระจายไปทั่วเมืองตระกูลเอี้ยกลายเป็นโกรธอย่างมากและระดมคนออกตามล่าพวกฟางเฉินในทันที ประมุขตระกูลเอี้ยอยู่ระดับปฐพีขั้นต้นโกรธอย่างมกาและออกตามล่าพวกฟางเฉินด้วยตัวเองฟางเฉินที่หนีออกมาแสดงสีหน้าจริงจัง เป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลเอี้ยจะกล้าหาเรื่องกับสำนักจู่หลงเด็ดขาดเพราะถ้าสำนักจู่หลงโกรธจริง ๆแค่ส่งผู้อาวุโสออกมาคนหนึ่งก็สามารถลบตระกูลเอี้ยออกไปได้แล้วและถ้าจะมีคนที่กล้าต่อกรกับสำนักจู่หลงจริง ๆละก็ มีเพียงแค่ราชวงศ์ลู่เท่านั้น ฟางเฉินขบคิดไปมาก็ยิ่งคิดว่าเรื่องในครั้งนี้มีอันตรายอย่างมาก ฟางเฉินไม่รอช้ารีบนำป้ายหยกที่ผู้พิทักษ์ทั้งสองให้มาก่อนจะส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปหาทั้งสองทันที