นามอสูรคลั่งได้ดึงดูดผู้คนในเมืองอสูรราตรีมาแทบทั้งหมด พวกเขาอยากจะรู้ว่าอัจฉริยะของดินแดนครึ่งอสูรคนนี้จะช่วยกู้หน้าแทนพวกเขาได้หรือไม่ ในตอนที่หมิงเย่ได้เข้าสู่ชั้นที่ 5 พวกครึ่งอสูรรู้สึกอับอายอย่างมากที่เผ่าภูติเหนือกว่าพวกเขาและในที่แห่งนี้ก็คือเมืองของครึ่งอสูรอย่างพวกเขาอีกด้วย
“ข้าละผิดหวังกับหยางเซิ่น กู่หลางและมั่วซูจริงๆ พวกเขาไม่อาจเหนือกว่าหมิงเย่จากเผ่าภูติได้” ครึ่งอสูรคนหนึ่งกล่าว
“จะไปโทษทั้งสามมันก็ไม่ถูก ตามจริงการที่พวกเขาสามารถมาถึงชั้นที่ 4 ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้ว แต่ครั้งนี้เพราะหมิงเย่คนนั้นมีพรสวรรค์และความแข็งแกร่งมากเกินไป เจ้าไม่รู้หรอกเมื่อนางผสานเวทย์ วายุและอสนีเข้าด้วยกันพลังของนางจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก” ครึ่งอสูรอีกคนกล่าว
“ถูกต้อง ครั้งนี้พวกเขาจึงได้แต่ฝากความหวังเอาไว้กับอสูรคลั่งเท่านั้น”
“แต่ถ้าอสูรคลั่งยังเอาชนะหมิงเย่ไม่ได้ละ”
“ถ้างั้นในรุ่นนี้ก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะนางได้อีกแล้ว” พวกครึ่งอสูรพากันกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
ต้าหมิงเดินเข้าไปในหอคอยขนาดใหญ่ตรงหน้าซึ่งทั้งหมดมีถึง 9 ชั้น แรงกดดันที่รุนแรงแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่ อุปกรณ์เวทงั้นเหรอ นี่หรือความต่างของโลกด้านนอกและทวีปฟ้าคราม” ต้าหมิงบ่นพึมพำก่อนจะค่อยๆก้าวเข้าไป
ในขณะนั้นเองผู้คนจำนวนมากก็เริ่มเปิดโต๊ะพนันขึ้นมาทันที แน่นอนว่าเป็นการพนันความสำเร็จของต้าหมิงและพนันว่าต้าหมิงจะเหนือกว่าหมิงเย่ได้หรือไม่
ต้าหมิงเมื่อเข้าไปแล้วต้าหมิงก็พบเจอกับอีกโลกหนึ่งทันทีซึ่งมันไม่เหมือนกับที่ต้าหมิงคิด ตอนแรกต้าหมิงคิดว่าเมื่อเข้าไปแล้วจะเจอกับสนามประลองข้างในหรือห้องๆหนึ่ง แต่ตอนนี้ต้าหมิงกลับยืนอยู่บนพื้นหินและตรงหน้าของต้าหมิงก็มีภูเขาไฟและท้องฟ้าเป็นสีแดงฉาน
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่การทดสอบของหอคอยอสูรจำลอง” เสียงสดใสดังขึ้น
“หอคอยอสูรจำลอง” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ถูกต้องที่แห่งนี้คือหอคอยอสูรจำลอง หอคอยอสูรที่แท้จริงอยู่ที่ดินแดนแห่งเวทมนต์ เอาละผู้มีสายเลือดของเทพอสูรการทดสอบกำลังจะเริ่มต้นแล้ว และการทดสอบนี้ไม่ได้ยากแค่เจ้าต้องฝ่าฝูงสัตว์เวทออกไปจนกว่าจะเจอทางขึ้นไปยังชั้นที่ 2” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น
“ดินแดนแห่งเวทมนต์งั้นเหรอ เดี๋ยวก่อนข้าอยากจะถามเจ้าเพิ่มเติม” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นและต้องการจะถามข้อมูลเพิ่ม
“การทดสอบเริ่มได้” แต่เสียงนั้นกลับไม่สนใจต้าหมิงและเริ่มการทดสอบทันที
พริบตารอบๆต้าหมิงปรากฏสัตว์เวทจำนวนมากล้อมรอบอยู่ สัตว์เวทเหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์เวทธาตุไฟทั้งหมด
“ชิ ค่อยถามหลังจากจัดการเจ้าพวกนี้หมดก็แล้วกัน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับนำธนูเวทย์ออกมาก่อนจะยิงออกไปทันที
“หมื่นศรทะลวง” ต้าหมิงคำรามพร้อมกับยิงศรเวทย์ขนาดใหญ่ขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ทันทีที่ศรเวทย์ถูกปล่อยออกไปมันก็แตกกระจายออกและหลายเป็นศรเวทย์เล็กๆจำนวนมากตกลงมาเหมือนเม็ดฝน
สัตว์เวทที่ปรากฏล้วนเป็นสัตว์เวทระดับ 5 ทั่วๆไปซึ่งไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนักดังนั้นต้าหมิงจึงไม่จำเป็นต้องผสานร่างกับอสูรมายาหรือเรียกอสูรมายาออกมาเลย
“นี่มันอะไรกัน” ต้าหมิงที่กำลังไล่สังหารสัตว์เวทอยู่ก็รู้สึกถึงโลหิตในร่างกำลังสั่นใหวเพราะมีพลังบางอย่างกำลังลอยเข้าสู่ร่างกายของต้าหมิงและชำระสายเลือดของต้าหมิงให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นและในขณะเดียวกันแกนเวทย์ของต้าหมิงก็ถูกปรับแต่งด้วยพลังลึกลับนี้
“หรือว่าพลังนี่มันมาจากร่างของเจ้าสัตว์เวทพวกนี้” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเริ่มยืนยันสิ่งที่ตัวเองคิดทันที
หลังจากต้าหมิงสังหารสัตว์เวทเพิ่มพลังลึกลับก็พุ่งออกมาจากร่างของสัตว์เวทและเข้าสู่ร่างของตนทันที
“ไม่น่าเชื่อสัตว์เวทพวกนี้ถูกสร้างมากจากพลังลึกลับงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
หลังจากนั้นต้าหมิงกลับไม่รีบเข้าสู่ชั้นที่ 2 แต่กลับไล่ล่าสัตว์เวททั้งหมดในชั้นที่ 1 ทันที ด้านนอกเวลาผ่านไปหนึ่งวันแล้วต้าหมิงกลับยังอยู่ชั้นที่ 1 ทำให้ผู้คนเกิดความตกตะลึง ปกติในชั้นที่ 1 ผู้คนมักจะใช้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงทั่วนั้นเอง
“เหอะ ข้าบอกแล้วว่าเจ้านั่นมันไปได้แค่ชั้นที่ 3 เท่านั้นแหละดูสิแค่ชั้นที่ 1 มันก็ไม่ใหวแล้ว” จั่วหยานกล่าวด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“หรือว่าจริงๆแล้วอสูรคลั่งจะไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่พวกเราคิด” ฉื่อเล่อกล่าวด้วยสีหน้างุนงง
แต่หมิงเย่กลับหรี่ตาลง อสูรคลั่งที่เอาชนะพวกหยางเซิ่นได้ไม่น่าจะมาติดอยู่ในชั้นที่ 1 นานขนาดนี้
“หรือว่าชั้นที่ 1 มันมีอะไรมากกว่าที่ข้าคิดกัน” หมิงเย่กล่าวพร้อมกับขบคิดทันที
แต่หลังจากนั้นไม่นานแสงก็ส่องสว่างขึ้นยังชั้นที่ 2 พร้อมกับด้านหน้าหอคอยอสูรมีป้ายชื่อหินขนาดใหญ่อยู่พริบตาในรายชื่อชั้นที่ 1 นามของต้าหมิงถูกสลักด้วยอักษรสีทองสวยงาม
“นั่นมันอะไร ทำไมนามของอสูรคลั่งถึงปรากฏในรายชื่อในชั้นที่ 1 กัน” ผู้คนพากันแตกตื่น
“หลายปีมาแล้วป้ายรายชื่อในนั้นที่ 1 ไม่มีใครสามารถสลักนามของตัวเองลงไปได้ ซึ่งในตอนนี้มีเพียงนามของเผ่าอสูรที่ยังคงอยู่เพียงแค่ 10 นามเท่านั้นแต่ตอนนี้นามของอสูรคลั่งกลับปรากฎอยู่ในอันดับแรกอีกด้วยนี่มันหมายความว่าอสูรคลั่งเหนือกว่าอัจฉริยะเผ่าอสูรงั้นเหรอ” ผู้คนพากันกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“เจ้าหนูนี่ทำได้อย่างไร” ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลหอคอยอสูรแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา เขาทำหน้าที่นี้มานานเกือบร้อยปีแต่กลับไม่เคยเห็นใครที่สามารถสลักลายชื่อลงไปในป้านชื่อพวกนี้ได้เลย แม้แต่ระดับจักรพรรดิทั้ง 4 ยังไม่สามารถทำได้เลย
ตามจริงไม่ใช่ว่าความสามารถของคนอื่นไม่พอแต่พวกเขาไม่คิดจะอยู่ชั้นที่ 1 นานและรีบขึ้นไปยังชั้นต่อไปด้วยความเร็วทำให้คะแนนของพวกเขาไม่ติดอันดับต่างจากต้าหมิงที่ไล่สังหารสัตว์เวทในชั้นที่ 1 จนหมด
“เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวพร้อมกับยกจอกเหล้าในมือดื่มอย่างสบายใจ นางนั้นรู้อยู่แล้วว่าต้าหมิงจะต้องทำให้ผู้คนต้องตื่นตระหนกแน่
ตอนนี้ใบหน้าของจั่วหยานแดงขึ้นมาทันทีเมื่อสักครู่เขาพึ่งจะเหยียดหยามอสูรคลั่งไปแต่ตอนนี้อสูรคลั่งกลับแสดงสิ่งที่ผู้คนไม่สามารถทำได้แม้แต่หมิงเย่ก็ตาม หมิงแสดงจมลงสู่ความคิดของนาง ตอนนี้นางคิดว่าที่ต้าหมิงหยุดอยู่ที่ชั้นที่ 1 นานต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน