โจมขับรถกะบะคันเก่าที่เครื่องยังทรงพลังด้วยความเร็วต่ำ แล่นเอื่อยเฉื่อยบนถนนเรียบทะเลอย่างสบายอารมณ์
และเลื่อนกระจกหน้าต่างลงเพื่อรับลมทะเลและเสียงสน เสียงคลื่นด้วยความสบายใจ
แต่ทันใดนั้น!!!!
…...คลื่นเสียงบางอย่างปลิวแทรกตามเสียงสน เสียงคลื่นอย่างลางเลือน…
โจมชะลอความเร็วของรถ และท้ายสุดต้องดับเครื่องยนต์เพื่อให้ได้ยินเสียงนั้นๆให้ชัดเจนขึ้น….
ด้วยสัญชาตญาณของชีวิตที่ดิ้นรนด้วยตัวเองตลอดมา ััได้กับบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อชีวิตของใครบางคน
พร้อมๆกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดับไป คลื่นเสียงแหลมเล็กที่กรีดร้องบางเบา ขาดหายเป็่ๆล่องลอยมาตามเสียงสน
โจมจับทิศทางของเสียงได้แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่พร้อมๆปักหัวรถลงข้างทางตามทิศของเสียงที่จับได้
แม้ว่าจะไม่ใช่ทางรถวิ่ง แต่สภาพของดินยังแข็งไม่ถึงกับเป็ทรายล้วนตามสภาพชายหาด
แสงไฟคู่ของรถสาดส่องฝ่าความมืดเป็ทางยาว ไม่ไกลนักภาพของชายหนุ่มสองคนและหญิงสาวหนึ่งคนในสภาพยื้อยุดฉุดกระชาก โดยหญิงสาวต่อสู้ดิ้นรนสุดชีวิตแต่ก็ไม่สามารถหลุดจากมือของเพศที่แข็งแรงกว่า
บางคราที่เธอสะบัดมือหลุด อีกสักพักก็ถูกล็อคอีกครั้งด้วยมือที่แข็งแรงกว่า
ตามไปด้วยการกระชากที่ทำให้เธอเสียหลักล้มลงบนพื้นทรายข้างหน้า
ชายหนุ่มที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็คนงานที่ไม่ใช่ไทย ทั้งสภาพเสื้อผ้าและการส่งเสียงด้วยภาษาที่โจมเคยได้ยินแถบเมืองชายทะเลบางแห่งของไทย…
คนต่างชาติทั้งสองคนต่างเงยหน้า หยีตามองสู้แสงไฟที่โจมจงใจส่องตรงไปที่ทั้งสามคน
หญิงสาวที่ล้มลงบนพื้นฉวยโอกาสที่ทั้งสองคนกำลังตกตะลึงกับการปรากฎกายของโจมและรถยนต์ รีบลุกขึ้นและวิ่งตรงไปหาโจมทันที
"ช่วยด้วย!!!"
"ช่วยด้วย!!!!"
เธอวิ่งตรงเข้าไปหารถโจมโดยไม่กลัวว่าจะเป็การหนีเสือปะจระเข้
โจมจอดรถและเปิดประตูรถออกไป ขณะที่สองหนุ่มคนงานต่างชาติที่วิ่งตามหญิงสาววิ่งก้าวถึงตัวและกำหมัดทุบลงส่วนกลางหลังของเธอ ขณะที่อีกคนวิ่งทัน ที่จะยื่นเท้าขัดขาเธอไว้ ทำให้เธอต้องล้มลงพื้นอีกครั้ง
"เฮ้ย!!!หยุดโว้ย!!!" โจมะโสุดเสียงแล้ววิ่งชาร์ทเข้าหา.....
ชายหนุ่มหน้าเสี้ยมฉวยโอกาสที่หญิงสาวล้มลง ยกเท้ากระแทกซ้ำไปที่กลางหลังของเธอ ทำให้ร่างที่กำลังชันตัวขึ้นต้องทรุดลงไปอีกครั้ง
แล้วใช้เท้าที่สกปรกของมันเหยียบยันไว้กลางหลังของเธอ ทำให้เธอที่ทั้งจุกทั้งในิ่งชะงักงัน
หนุ่มหน้าเสี้ยมผอมโย่งอีกคนที่ตั้งท่ารอโจมอย่างไม่กลัวเกรง ยืนแยกเท้าและกางสองแขนออกเป็ท่าต่อสู้ที่โจมมองด้วยความระวัง
"ไป...พวกเองจะไปที่ไหนก็ไป"
โจมะโขู่ด้วยเสียงดัง เพราะรู้ว่าพูดมากไปพวกมันก็ฟังไม่เข้าใจ ใช้เสียงขู่น่าจะทำให้รับรู้มากกว่า
โจมก้าวเท้าเข้าหาด้วยความระวัง และ...ยังไม่ทันที่จะสืบเท้าก้าวต่อไป โจมก็รีบฉากตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับเสียงลมจากหมัดดำๆที่เ้าโย่งขว้างออกมาผ่านข้างตัวโจมไป
โจมไม่รอช้า ด้วยมุมที่ฉากตัวหลบและจิกปลายเท้าไว้รอแล้ว จึงเป็ศูนย์ถ่วงดุลย์ให้ขาอีกข้างดีดขึ้นสวนกับช่องทองของเ้าโย่ง
ตั่บ!!
เสียงดังน่ากลัวจากแรงสองประสาน ทำให้เ้าโย่งสะดุ้งสุดตัว
โก่งคอเหมือนจะอาเจียนเอาทุกสิ่งทุกอย่างในท้องออกมา
หากเ้าโย่งรู้ว่าโจมฝึกซ้อมเพลงเตะที่ต้นกล้วยั้แ่อายุ 6 ขวบจนถึงทุกวันนี้ และต้นกล้วยรอบบริเวณสถานที่ฝึกมวยของโจมแทบไม่เหลือให้คนอื่นๆได้ฝึกซ้อม...
เ้าโย่งคงเดาไม่ยากว่าพลังเตะที่ตัวเองจะเจอนั้นหนักหน่วงแค่ไหน...!!!
โจมรู้ว่าจังหวะนี้ต้องรีบปิดเกมส์ ไม่อย่างนั้นคงเหนื่อยกับอีกคน หรืออีกสองคนก็ตาม
โจมใช้ความเร็วที่ฝึกมานาน หมุนตัวตามร่างของเ้าโย่งแล้วเกร็งข้อมือสับลงที่ต้นคอเ้าโย่งที่ก้มตัวงอด้วยความจุกเสียด
"ปั๊ก!!!!" แรงสันมือขวาของโจมที่หนักหน่วงกระทบจุดต้นคอ ส่งร่างเ้าโย่งตาเหลือกค้างหลับกลางอากาศในทันที
่เวลาที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที โจมก็ส่งเ้าโย่งร่วงไปกองที่พื้น
เ้าหน้าเสี้ยมที่เหยียบลงกลางหลังหญิงสาวอ้าปากค้างกับฝีมือของโจม
มันรีบชักมีดปลายแหลมออกจากด้านหลังแล้วถอดปลอกออกเห็นความคมวาวสะท้อนแสงไฟหน้ารถ
มันดึงตัวหญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมจ่อมีดที่ลำคอขาวผ่องของเธอ มืออีกข้างรีบรั้งตัวเธอเข้ามาจนหญิงสาวได้กลิ่นตัวเหม็นหืนของมัน
โจมหยุดชะงักเพราะรู้ดีว่าทุกการขยับของเขามีผลกับความเป็ตายของหญิงสาวคนนี้
"เอ็งจะเอายังไง ว่ามา? "
"ปล่อยตัวผู้หญิงคนนี้ดีกว่า แล้วเอ็งก็พาเพื่อนเอ็งไป"
มันส่งเสียงโวยวาย และโบกมืออีกข้างหนึ่งทำท่าคล้ายไล่ให้เขาไป ไม่อย่างนั้นมันจะเชือดคอหญิงสาวนี้
ระหว่างที่เขารีรอว่าจะเอาอย่างไรดีกับสภาพเหตุการณ์นี้ เขาก็เห็นแววตาของเ้าเสี้ยมนี้เบิกตากว้างด้วยความดีใจ
โจมก็รู้แล้วว่างานนี้คงต้องออกแรงอีกเยอะแน่ๆ…
เสียงร้องทักด้วยภาษาต่างด้าวเดียวกันกับเ้าเสี้ยม พร้อมๆกับเสียงกรูวิ่งเข้ามารายล้อมจากคนเผ่าพันธ์เดียวกับเ้าเสี้ยมนับสิบคน
ร่างล่ำยังกับั์ปักหลั่นที่วิ่งนำกลุ่มคนงานต่างชาติ ดูท่าก็รู้ว่าเ้านี่คือหัวโจกเขม้นมองโจมด้วยสายตาโกรธแค้น
"พี่...หนีไปเถอะ พวกมันมากและน่ากลัว เราไม่รู้จักกันไม่จำเป็ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับหนู"
หญิงสาวที่ยังถูกมีดปลายแหลมกดไว้ที่คอร้องบอกโจมโดยสิ้นหวังต่อทุกสิ่งแล้ว และไม่อยากให้ต้องมีใครมาเป็อะไรเพราะตัวเอง
โจมส่ายหน้าและจะร้องตอบเธอ....แต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไรเ้าั์ก็พยักหน้าให้ลูกน้องฉวยโอกาสโถมตัวเข้าหาโจมทันที...
จากนั้นการต่อสู้อย่างหมาหมู่ก็เกิดขึ้น
โจมล้มพลพรรคเ้าั์ไปหลายคน แต่จำนวนคนที่มาก คนไหนล้มลง คนใหม่ก็ทะยานเข้ามา
เสียงร้องเอะอะด้วยภาษาบ้านเกิดของพวกมันด้วยความโกรธแค้นที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะ
เสียงขู่คำรามดังกระโชกโฮกฮาก ทั้งขู่ขวัญและเปล่งเสียงด้วยความขัดใจ...ดังระงมไปทั่วบริเวณชายทะเลแห่งนั้น
การรุมล้อมของพวกมันไม่ได้เลือกจังหวะอะไรทั้งสิ้น นอกจากใช้กำลังคนที่มากกว่า เหวี่ยงหมัด ยกเท้าเข้าใส่เขาอย่างไม่ให้ตั้งตัว แม้โจมจะเป็มวยกว่าแต่เนื้อหนังพวกนี้ต่างแข็งแกร่งด้วยแรงงานที่เคี่ยวกรำมาตลอด ถึงถูกหมัดเท้า เข่าศอกของโจมเท่าใด หากไม่ถึงจุดตายล้มลงไปสักพักจะฟื้นตัวลุกขึ้นมารุมล้อมใหม่
โจมกวาดสายตาไปก็หนักใจกับกลุ่มคนงานต่างชาตินับสิบข้างหน้า และเมื่อเห็นบางคนฉวยไม้ขึ้นมาเป็อาวุธก็รีบประเมินสถานการณ์ข้างหน้าเพื่อหาหนทางรอด
เขาเห็นเ้าั์ที่ยังไม่ได้เข้ามา แต่คอยยืนสั่งะโโหวกเหวกด้านข้าง ก็นึกรู้ว่าหมอนี่คือหัวโจก ที่คิดว่าจัดการตัวใหญ่ได้ก็น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่พลพรรคของพวกมันต่างหนุนเนื่องเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งๆที่เขาสาดทั้งหมัด เข่า เท้าแทบทุกกระบวนท่าออกไป แม้จะล้มพวกมันได้หลายคน แต่คนใหม่ก็หนุนเข้ามาแทนอย่างต่อเนื่อง
โจมนึกเสียใจที่ใจอ่อนไม่อยากทำร้ายถึงชีวิต แต่ละหมัด และเท้าที่ดีดออกไปจึงไม่เน้นจุดตาย ทำให้ไม่สามารถริดรอนคนรุมให้น้อยลงได้อย่างเด็ดขาด…
เพียงไม่นาน…โจมก็พลาด ทั้งพวกมันที่จ้องคอยอยู่แล้ว และเรี่ยวแรงที่เขาประเคนใส่เริ่มหมดพลังด้วยเรี่ยวแรงที่รีดออกไปอย่างไม่หยุดกว่าครึ่งชั่วโมงอย่างไม่มีจังหวะหยุดพัก
ไม้ท่อนอันใหญ่ฟาดเข้ากลางหลังอย่างจัง ร่างเขาถลาไปข้างหน้าอย่างเสียหลักก่อนจะถูกทั้งมือทั้งเท้าจากหลายๆคนกระหน่ำเข้าใส่ร่างเขาจนร่างเอนไปเอนมา ก่อนจะฟุบลงกับพื้นในสภาพบอบช้ำ
ร่างแข็งแกร่งที่ฝืนทนถึงจุดสุดท้าย ร่วงลงพื้นอย่างหมดสภาพ...