“ออกมาได้แล้ว...ฉันรู้ว่าแกแอบอยู่ตรงนั้น”
จิตสังหารบริสุทธิ์พรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก ประสาทสัมผัสของวาสถูกกระตุ้นให้รับรู้ถึงทุกสิ่งรอบตัว
นาทีนี้ขอแค่มีอะไรผิดปกติ เขาก็พร้อมจะฆ่าทันที!
รออยู่ครู่หนึ่งที่ผู้ที่หลบซ่อนอยู่ก็ไม่ยอมออกมาทำให้จิตสังหารบริสุทธิ์ของวาสเข้มขึ้นอีกครั้ง กล้ามเนื้อทั่วร่างถูกกระตุ้นให้เตรียมลงมืออีกครั้ง
ทว่าก่อนที่วาสจะลงมือฝ่ายตรงข้ามก็เผยตัวออกมาซะก่อน
“ท่านคือท่านวาสสินะ...”
เพียงอีกฝ่ายเสนอตัวออกมาก็ทำให้จิตสังหารบริสุทธิ์ของวาสสงบลง
คนแคระ!
คนแคระเพศชายรูปร่างกำยำทั้งยังมีใบหน้าที่ดุดันเหี้ยมหาญเสริมกับรอยแผลเป็นที่แก้มยิ่งทำให้คนแคระผู้นี้ดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก
ถึงเขาจะมีความสูงเพียงครึ่งเดียวของวาส แต่สภาวะความแข็งแกร่งที่เขาแผ่ออกมากลับใกล้เคียงกันกับวาส
คนแคระผู้นี้คือคนที่แบกร่างไออ้อนจากไปในครั้งจบการต่อสู้กับกีชาในครั้งนั้น
เดิมทีสาเหตุที่วาสมีอาการดังเมื่อสักครู่เพราะเขาคิดว่าผู้ที่แอบซ่อนอยู่คือมนุษย์หมาป่าที่วกกลับมาลอบหาโอกาสโจมตีเขา
“นายเป็นใคร”วาสเอ่ยถามเสียงเรียบ
แต่ว่าคนแคระไม่ได้ตอบคำถมเขาในทันที สีหน้าเขานิ่งสงบทว่าแววตาคล้ายมีความนัยบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
“ข้ามีนามว่าไคซิน เป็นหัวหน้าของหน่วยองครักษ์แห่งเผ่าพันธุ์คนแคระและมีหน้าที่มารอรับท่านที่นี่เพื่อพาไปฐานทัพลับของเรา”
“ที่นี่ไม่ใช่ฐานทัพลับของเผ่าพันธุ์คนแคระงั้นหรอ”วาสมีท่าทางแตกตื่นเล็กน้อย
สาเหตุที่เขาพุ่งมายังจุดต่อสู้ของชายขายาวกับมนุษย์หมาป่าทั้งที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่นเพราะว่าตำแหน่งที่ทั้งสองต่อสู้กันคือตำแหน่งที่ตั้งของฐานทัพลับเผ่าพันธุ์คนแคระบนแผนที่ที่โตโต้ให้เขามา
นั่นทำให้วาสผลีผลามเข้ามาจนทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบนำทางไปเถอะ ฉันอยากเจอตาแก่ไออ้อนเต็มแก่แล้ว”
หัวหน้าองครักษ์คนแคระไคซินพยักหน้าก่อนจะได้กำชับกับวาสแล้วว่าอย่าได้ขี่ซากทัพบินได้เพราะจะทำให้ตกเป็นเป้าสายตาและห้ามทิ้งรอยเท้าไว้
วาสรับคำจากนั้นหัวหน้าองครักษ์คนแคระก็พุ่งไปที่ด้านหลังเนินหิน พร้อมกับวาสที่ดีดกายตามไป
หัวหน้าองครักษ์คนแคระไคซินพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วแสงแต่กลับเต็มไปด้วยความนิ่งสงบและเงียบเชียบ
ระหว่างทางนั้นหัวหน้าองครักษ์คนแคระได้เผยสีหน้าผิดปกติโดยที่วาสไม่รู้ตัว
ต้นตระกูลของไคซินนับว่ามีความสัมพันธ์กับตระกูลราชวงศ์คนแคระอย่างแนบแน่น
พวกเขาสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์แห่งเผ่าพันธุ์คนแคระมารุ่นต่อรุ่น
นอกจากจะรับตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์แห่งเผ่าพันธุ์คนแคระ ไคซินยังรับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนการต่อสู้ให้กับองค์ชายและองค์หญิงคนแคระอีกด้วย
นับตั้งแต่พาไออ้อนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปรักษาตัวที่ฐานทัพลับ เขาก็ได้รับคำสั่งให้มาเฝ้ารอวาสอยู่ที่นี่
ไคซินเป็นคนแคระที่เคร่งครัดกับหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้รับคำสั่งเขาก็มาเฝ้ารออยู่ที่แห่งนี้แทบตลอดเวลาไม่ไปไหน
ฉะนั้นเขาจึงเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ!
เมื่อคราววาสลงมือต่อสู้ ไคซินตั้งใจว่าหากวาสลงมือไม่ไหวเมื่อไหร่ เขาจะออกหน้าอาสาไปช่วยเหลือทันที
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดวาสก็สามารถรับมือกับสถาการณ์ได้แม้จะหืดขึ้นคอก็ตาม
กระนั้นสิ่งที่ทำให้ไคซินรู้สึกผิดหวังที่สุดก็คือพฤติกรรมของวาส
เขาฆ่าเผ่าพันธุ์ขายาวอย่างเลือดเย็น!
‘ชายคนนี้เป็นตัวอันตราย!’
ในความคิดของไคซิน วาสคือสัตว์ประหลาดที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ วันดีคืนดีเขาอาจจะแว้งกลับมาทำร้ายเผ่าพันธุ์คนแคระเอาได้
ถ้าหากไคซินมีอำนาจมาพอ เขาก็อยากจะตัดความสัมพันธุ์ระหว่างวาสและเผ่าพันธุ์คนแคระเสียเดี๋ยวนี้แต่กลับทำไม่ได้
สิ่งเดียวที่ไคซินเป็นกังวลก็คือองค์ชายไอดินดูเหมือนจะชื่มชมและเทิดทูนมนุษย์ผู้นี้มาก
‘ต้องเตือนองค์ชายว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชายผู้นี้มากนัก!’
เส้นทางที่ทั้งคู่เดินทางผ่านเต็มไปด้วยเนินหินน้อยใหญ่มากมายเป็นบริเวณกว้างนับ 100 กิโลเมตร
สภาพแวดล้อมโดยรอบเต็มไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่สีเทารูปร่างแปลกตามากมายมหาศาล เนรมิตให้พื้นที่บริเวณนี้ถูกขนานนามว่าดินแดนหินเทา
ลึกเข้าไปเส้นทางสลับซับซ้อนมากขึ้น จนกระทั่งวาสได้ลืมไปแล้วว่าเส้นทางขากลับไปทางไหน
นอกจากจะซับซ้อนแล้วที่แห่งนี้ยังเปี่ยมไปด้วยอันตรายอีกด้วย
มอนเตอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในดินแดนหินเทาคือมอนเตอร์หนูหิน พวกมันคือมอนเตอร์ผู้ปกครองดินแดนหินเทาแห่งนี้
พวกมันคือหนูที่มีขนาดเท่าสุนัขตัวเต็มวัย ลำตัวเต็มไปด้วยหินเทาจำนวนมากประกอบกันเป็นกระดองหิน
ด้วยสีสันทำให้พวกมันกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมอย่างแนบเนียน
ความอันตรายที่แท้จริงของหนูหินคือจำนวนของพวกมัน
หนูเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการขยายพันธุ์ที่น่ากลัว ในดินแดนหินเทาแห่งนี้มีจำนวนหนูหินนับร้อยล้านตัว!
และกว่า30%นั้นก็คือหนูหินกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ยามใดที่พวกมันพบเจอศัตรูที่แข็งแกร่งเกินเอาชนะพวกมันจะพากันร้องเสียงแหลมขอความช่วยเหลือ จากนั้นหนูหินในระแวกใกล้เคียงทุกตัวจะเข้ามากลุ้มรุมศัตรูจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง
ต่อให้เป็นนักรบกลายพันธุ์เช่นวาสและไคซิน หากโดนหนูหินเทากลายพันธุ์จำนวนมากรุมล้อมก็ยากที่จะเอาชีวิตรอดได้
นี่จึงเป็นเหตุให้ดินแดนหินเทาแห่งนี้ไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนเลือกตั้งรกรากอยู่เลย
แต่แล้ว เผ่าพันธุ์คนแคระกลับสามารถอยู่ได้!
ตลอดการเดินทางวาสพบเจอหนูหินจำนวนมากและในจำนวนนั้นมีไม่น้อยที่เป็นหนูหินกลายพันธุ์
ทว่าไม่มีพวกมันตัวใดที่เปิดฉากโจมตีวาสและไคซินก่อน ทำเพียงแค่จับจ้องพวกเขาไม่วางตาเท่านั้น
‘เผ่าพันธุ์คนแคระทำได้อย่างไร’วาสคิดในใจด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้เอ่ยถามออกไป
ในขณะนั้นเองไคซินก็ได้หยุดฝีเท้าลงพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ
“เรามาถึงแล้ว!”
วาสหันไปมองรอบด้านอย่างมึนงง สิ่งที่เขาเห็นมีแต่หิน หินแล้วก็หินเท่านั้น
“ไหน..!!!!”ขณะวาสกำลังจะถามดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง พื้นหินใต้เท้าของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยน จากหินที่สากแข็งก็ร่วนกลายเป็นทรายสีเทาพร้อมกับข้อเท้าของเขาที่เริ่มจมลง
“ปล่อยตัวตามสบาย เรากำลังจะเข้าสู่ฐานทัพลับแล้ว!”
ณ ที่แห่งหนึ่งไม่ไกลจากดินแดนหินเทา
“เจ้าได้ยินหรือเปล่า มีข่าวว่ามีนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 ผู้หนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใกล้ๆดินแดนหินเทา!”
“จริงหรือ! นักรบกลายพันธุ์ที่ว่ามีรูปีที่ล้ำค่าอยู่กับตัวนั่นนะหรือ!”
“ใช่แล้ว! รูปีที่มีค่ามหาศาลนับหลายล้านดิลนั่นละ ข้าแอบได้ยินข่าวว่ามีเผ่าพันธุ์จำนวนมากเตรียมกองทัพเพื่อไปล่านักรบกลายพันธุ์ผู้นั้นเพื่อชิงรูปีมาแล้ว!”
“จริงหรอ!....ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปเข้าร่วมด้วยดีหรือไม่!”
“เจ้าโง่! โอกาสหายากเช่นนี้จะไม่ไปได้เช่นไร ถึงจะไม่ได้รูปีมาครอบครอง แต่การเห็นนักรบกลายพันธุ์ผู้หนึ่งถูกสังหารก็คุ้มค่ามากแล้ว อีกอย่างถึงจะไม่ได้รูปีมาแต่ข้าเคยได้ยินว่าแค่ชิ้นส่วนของนักรบกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งก็มีค่ามากเช่นกัน มีผู้ร่ำรวยบางคนยอมจ่ายคอร์จำนวนมากเพื่อซื้ออวัยวะบางส่วนของนักรบกลายพันธุ์เพื่อเก็บไว้เป็นงานอดิเรก ยิ่งซากศพสมบูรณ์มากเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น!”
“ถ้าอย่างนั้นจะรอช้าอยู่ทำไม! ไปกันเถอะ! ขืนชักช้าเจ้านักรบกลายพันธุ์คนนั้นอาจจะโดนฆ่าไปก่อนพวกเราไปถึงก็ได้!”
กรรร
!
ฟันแหลมคมขบกันแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวด มือที่สากหนาขย้ำบาดแผลที่เกิดจากการเสียแขนข้างหนึ่งไว้แน่นเพื่อห้ามเลือด
แต่ถึงจะห้ามอย่างไร กับแผลสาหัสฉกรรจ์เช่นนี้ก็ยากจะห้ามอยู่
เลือดสีแดงคล้ำไหลอาบย้อมขนสีเทาไปเกือบครึ่งล่าง
ผลที่ตามมาคือกลิ่นเลือดที่ลอยไปตามลมล่อพวกนักล่าเข้ามา
ยามปกติไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปจะอาจหาญมาต่อกรกับนักรบกลายพันธุ์
แต่ในครานี้นักรบกลายพันธุ์ผู้หนึ่งกลับบาดเจ็บสาหัสจนแทบพยุงกายไว้แทบไม่อยู่
ดังนั้นไม่มีเวลาไหนแล้วที่จะเหมาะจะฆ่าเขาเท่าเวลานี้!
“มันอยู่นั่น! รีบเข้าไปฆ่ามันเร็ว!”เสียงตะโกนกึกก้องดังทั่วขุนเขา!
นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหันไปมอง ที่ตีนเขาลูกหนึ่งมีกองทัพจำนวนมหาศาลกำลังห้อตะบึงมาด้วยความเร็วสูง!
“บัดซบ!”นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าสบถเสียงดังด้วยความอัปยศ
แค่กองทัพไม่กี่หมื่นที่ไม่มีนักรบกลายพันธุ์กลับกล้ามาล่าหัวของเขา!
นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าพยายามเร่งหมาป่าขนเทาที่ขี่อยู่ แต่สำหรับมอนเตอร์หมาป่าขนเทาที่วิ่งติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานานนับเป็นการยากที่จะเร่งความเร็วขึ้นอีก
“หัวหน้า! รีบหนีไปก่อนพวกข้าจะสกัดพวกมันไว้เอง!”มนุษย์หมาป่าผู้หนึ่งตะโกนขึ้น เขาคือมนุษย์หมาป่าหนุ่มที่พึ่งย่างเข้าวัยหนุ่มมาได้ไม่นาน ด้วยเคารพและชื่นชมในตัวนักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่า เขาจึงได้จากเผ่าพันธุ์มาเพื่อติดตามนักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่า
แม้ตอนแรกจะไม่ได้รับการยอมรับเพราะว่าอายุที่น้อยเกินไป แต่ต่อมาเขาก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีค่าพอจะติดตามนักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่า จนสุดท้ายจึงได้รับอนุญาตให้ติดตามออกมาท่องโลกกว้าง
นี่นับเป็นครั้งแรกของมนุษย์หมาป่าหนุ่มที่ได้ออกเดินทางติดตามนักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่า
แต่ใครจะคิดว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขาเช่นกัน!
“ไปพวกเรา! ปกป้องท่านหัวหน้าไว้ให้ได้!”มนุษย์หมาป่าหนุ่มกู่ร้องจนสุดเสียงพร้อมควบหมาป่าออกไปเป็นคนแรก
เหล่ามนุษย์หมาป่าที่เห็นเช่นนั้นล้วนเกิดใจฮึกเหิมพร้อมภาคภูมิใจที่มีชนรุ่นหลังที่กล้าหาญเช่นนี้
พวกเขาหันมาโค้งศีรษะให้นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าเป็นครั้งสุดท้ายและคำรามควบหมาป่าออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างห้าวหาญ!
นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าคล้ายมองเห็นทุกอย่างช้าลง พร้อมกับในเวลาเดียวกันนั้น มนุษย์หมาป่าหนุ่มที่ออกวิ่งไปเป็นคนแรกได้หันมองกลับมา ริมฝีปากของเขาขยับอย่างแผ่วเบา
ถึงจะฟังไม่ได้ยินแต่นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าก็รู้ว่าเขาพูดว่าอะไร
“ล่าก่อนท่านพ่อ….”
เหล่ามนุษย์หมาป่าที่มีจำนวนไม่ถึงร้อยกู่ร้องยาวเหยียดพุ่งเข้าใส่กองทัพนับหมื่นเปรียบดังเข็มเล่มเล็กๆที่แทงเข้าใส่แผ่นเหล็กหนา
พวกเขาเข่นฆ่าศัตรูด้วยความดุร้าย!
บาดแผลหนึ่งแผลแลกกับหนึ่งชีวิต!
ตราบใดที่ต้องตายอยู่แล้วย่อมไม่มีใครสนใจความเจ็บปวด!
นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่ามองภาพสหายร่วมเผ่าพันธุ์ที่เป็นผู้ติดตามถูกกองทัพนับหมื่นกลืนกิน
เขาปล่อยมืออกจากบาดแผลที่กุมไว้ นำมือโชกเลือดมาจับไว้ที่ใบหน้าแทนพร้อมกับแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
“อ๊ากกกกกกกก!!!”