มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 141 พบเทพอัสนี

    ท่ามกลางกลุ่มควันที่กระจายไปทั่วกองทัพ ซากศพนับหมื่น นอนตายกันเกลื่อน

    ภาพของราเชนก็ปรากฏ เขาเดินเข้ามาพร้อมกับหัวของ ราชันหมาป่าเมาคลี

    บนกำแพงมีทหารและผู้อาวุโสของเผ่าจิ้งจอกสายฟ้า มายืนมองจากบนกำแพง รวมทั้งซุนไป่เทียน ซุนจื่ออี และ ซุนเอ่อซัน พอเห็นราเชนปรากฏตัว  ก็มีเสียงของทหารไชโยโห่ร้องยินดี 

    ราเชนก้าวเข้ามาหน้าประตูเมือง แล้วชูหัวของราชันหมาป่าให้ทุกๆ คนเห็นชัดๆ เสียงไชโยโห่ร้องดังขึ้นไปอีกหลายเท่า

    พอทหารเปิดประตูเมือง ราเชนโยนหัวราชันหมาป่าให้กับแม่ทัพซุนหลาง  ซุนจื่ออี วิ่งเข้ากอดราเชนแน่น ร้องไห้ดีใจ จนราเชนช่วยเช็ดน้ำตาของนาง

    “ ข้าบอกแล้ว ข้าไม่เคยผิดสัญญา”

    “ ข้าจะไม่ให้ท่านจากไปไหนอีกแล้ว”

    ราเชนได้แต่ลูบหัวของจื่ออี ท่ามกลางสายตาของผู้อาวุโสตระกูลซุนที่ทำการประสานมือคารวะเคารพ ราเชนขั้นสูงสุด รวมทั้งซุนไป่เทียนด้วย

    “ พวกท่านไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”

    “ นี่เป็นสิ่งที่พวกเราควรทำแล้ว ท่านมีพระคุณต่อชนเผ่าเรา”

    ซุนไป่ทียนเอ่ยแทนทุกๆ คน

    “ ท่านพ่อตา เกรงใจไปแล้ว ข้าเป็นเขยของท่านนะ” ราเชนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทำให้ซุนไป่เทียน ถึงกับพยักหน้า แล้วเข้ามาตบไหล่ราเชน

    “ ท่านเขยเห็น ซูต้าจีหรือไม่”

    ผู้อาวุโสที่ 1 เอ่ยถามก่อนใคร

    “หลังจากที่นางสังหาร ราชันหมาป่าเมาคลี แล้วนางก็จากไป ข้าจึงตัดหัวมันออกมาได้อย่างง่ายดาย ต้องขอบคุณนางเหมือนกัน”

    ราเชนเอ่ย แต่ทุกๆ คนต่างเสียดาย ที่ไม่ได้จับตัวซูต้าจีเอาไว้

    “ นางเป็นคนสังหาร ราชันหมาป่าเมาคลีได้ ก็ถือว่า นางทำคุณไถ่โทษ ต่อไปพวกเรากับนาง ก็ไม่ต้องข้องเกี่ยวอะไรกันอีก” ผู้อาวุโสที่ 1 เอ่ย เพราะรู้ว่า หัวหน้าเผ่ายังเป็นห่วงและอาลัยอาวรณ์นางอยู่ไม่น้อย และคิดว่า ราเชนคงปล่อยให้นางไป เพราะหากราเชนคิดจะจับตัวนาง คงทำได้อย่างแน่นอน กองทัพสามหมื่น ราเชนยังจัดการได้ด้วยตัวเพียงคนเดียวเท่านั้น

    “ กลับไปคราวนี้ต้องจัดงานแต่งงาน ของเจ้ากับ ถูเฟย และเลี้ยงฉลองชัยชนะให้กับเผ่าจิ้งจอกสายฟ้าของเราด้วย” ซุนไป่เทียนเอ่ยกับทุกๆ คน ทำให้ทั้งหมดส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจ

    แต่ในใจของราเชนในตอนนี้ เขาอยากกลับไปที่อาณาจักรมัจฉิมาแล้ว คนที่เขาคิดสังหารเป็นคนแรก ก็คือ 

    เกาจิ้งอัน  ความแค้นที่ฆ่าล้างตระกูลเมิ่ง และ เจ้าโมโม่ มันต้องตายสถานเดียว

    พอกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลซุน ก็มีงานจัดเลี้ยงงานแต่งอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากนั้น ราเชนกับจื่ออีก็ได้ มีเวลาส่วนตัว ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวน ทำให้สองหนุ่มสาวต่างระเริงบทเพลงรักกันไปถึง เจ็ดสิบรอบ พลังเซียนอมตะของ จื่ออี ก็เพิ่มมากขึ้น จากที่อยู่ระดับที่ 50 ก็เพิ่มพูนขึ้นไปถึงระดับที่ 80 ใกล้เข้าสู่เซียนอมตะระดับสูงอยู่แล้ว แต่ว่า พลังปราณของราเชนกลับยังคงที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด จนเวลาล่วงเลยผ่านไปเจ็ดวัน

    “ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ได้เวลาที่ข้าต้องไปแล้ว”

    “ ท่านพี่ ท่านจะทิ้งข้าไป?”

    ราเชนลูบผมของจื่ออีเบาๆ แล้วเอ่ยว่า

    “ ข้าไม่ได้ทิ้งเจ้า แต่ว่า ข้าเป็นห่วงท่านแม่ ไม่รู้ว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

    “ ข้าจะไปกับท่านพี่ด้วย”

    “ เจ้าเป็นคนแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่คนจากโลกของข้า เวลาเจ้าลงไป พลังยุทธ์ ของเจ้าจะถูกจำกัด อาจเกิดอันตรายได้ ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นเช่นนั้น รอข้าอยู่ที่นี่ ข้าพบกับท่านแม่แล้ว ข้าจะพาท่านมาหาเจ้าที่นี่เอง”

     “ จริงๆ นะ”

    การเดินทางกลับไปยังโลกมนุษย์นั้น ราเชนก็ต้องกลับไปเส้นทางเดิม แต่ว่าลูกแก้วอัสนีของ จื่ออีเหลือแค่เพียง 1 ลูก และคิดจะมอบให้กับราเชนไป แต่ราเชนไม่เอา  บอกว่า เขาจะไปเอาลูกแก้วอัสนีคืนจาก กู่เยี่ยนเอง แต่ว่าจื่ออีเกรงว่าหากกู่เยี่ยนทำหายไป ราเชนจะกลับมายังไง  ดังนั้นสุดท้ายจื่ออีจึง ให้ไปหาท่านอาจารย์เรียวเคนเพื่อขอลูกแก้วอัสนีเพิ่มอีก 1 ลูก  ซึ่งท่านก็นั่งรออยู่ที่เรือนกลางน้ำเหมือนเดิม

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าบอกแล้ว ท่านบรรพบุรุษไม่เคยผิดพลาด เจ้าจะเป็นผู้พลิกชะตาของเผ่าจิ้งจอกสายฟ้า และเป็นสามีที่ดีของ จื่ออีด้วย เอ๊ะ นี่เจ้ามีพลังขั้นเซียนอมตะ ระดับที่ 80 แล้วหรือนี่ สามีของเจ้านี่ช่างสงเสริมเจ้าจริงๆ”

    “ อาจารย์ท่านพูดอะไรน่ะ ข้ามาขอลูกแก้วอัสนีอีก 1 ลูก เวลาท่านพี่กลับมาแดนศักดิ์สิทธิ์จะได้มาได้”

    “ อ้าว แล้วลูกแก้วอัสนีของเจ้าหายไปไหนล่ะ”

    “ ให้คนของข้าไปแล้ว” ราเชนตอบแทนจื่ออี

    “ อ้อ แล้วเจ้าจะกลับไปทำไม แล้วจื่ออีจะอยู่กับใคร”

    “ ท่านพี่ต้องไปตามหาท่านแม่ ท่านอาจารย์อย่าได้ถามมากเลย ขอลูกแก้วอัสนีอีกลูกหนึ่งเถอะ เวลาท่านพี่จะกลับมาที่ แดนศักดิ์สิทธิ์ ก็จะได้เข้ามาได้สะดวกขึ้น”

    ท่านอาจารย์เรียวเคน มอบลูกแก้วอัสนี ให้ราเชน1 ลูก แล้วก็ให้ราเชนเข้ามาพบในห้องที่มีรูปภาพเทพอัสนีตั้งอยู่ แล้วให้จื่ออีออกไปก่อน แล้วเอ่ยกับราเชนต่อหน้ารูปภาพเทพอัสนีว่า

    “ วันที่เจ้าสังหารราชันหมาป่าเมาคลี ข้าเห็นเจ้าแปลงกายเป็น มารโลหิต เจ้าบอกข้ามา เจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ จักรพรรดิมารโลหิตนี้ได้ยังไง”

    “ จักรพรรดิมารโลหิต? เป็นใครข้าไม่รู้จัก ตอนนั้น ข้าถูกราชินีทศเย็นหลี่ชิงสุ่ย กำลังกลืนกินพลังชีวิตของข้า ทำให้ข้าต้องต่อสู้ดิ้นรน ในที่สุดพลังข้ากลับได้พลังมารทศเย็นของนางกลับมา สามารถแปลงร่างกลายเป็นมารโลหิตได้อย่างที่ท่านเห็น” ราเชนแอบสงสัย ว่า อาจารย์เรียวเคนเห็นได้ยังไง แสดงว่าต้องซ่อนตัวอยู่ในสนามรบอย่างแน่นอน

    “ อืม เรื่องเป็นเช่นนี้ ข้าจะขอเตือนเจ้า ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีสำนักที่แบ่งแยกฝ่ายเทพเซียน และ ฝ่ายมารปีศาจอย่างชัดเจน  พวกฝ่ายเทพเซียน กล่าวว่าพวกเราคือเผ่าพันธุ์มารปีศาจ ไม่อาจอยู่รวมกันได้ แม้ว่าพวกเราไม่เข้ายุ่งเกี่ยวกับพวกเขา   หากพวกสำนักเทพเซียนเจอเจ้า ก็ต้องหลีกหนีให้ห่าง อย่าใช้พลังมารโลหิตออกมาอีกเป็นอันขาด ”

    “ พวกฝ่ายเทพเซียนเก่งกาจขนาดนั้นเลย?”

    “ ข้าไม่รู้หรอกนะว่า พลังของพวกเขาถึงขั้นไหน แต่รู้เพียงว่า ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ พวกเขาล้วนเป็นผู้นำ สามารถชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้ ที่ไม่เห็นด้วยกับพวกเขา โดยเฉพาะ สำหนักหมื่นเซียน พวกมันเคยบุกสังหารจักรพรรดิมารโลหิต และลูกหลานจนหมดสิ้น บางส่วนก็หลบหนีไปยังโลกมนุษย์ หวังว่า เจ้าอย่าได้คิดใช้พลังทศเย็นหรือมารโลหิตอีกเป็นอันขาด”

    ราเชนพยักหน้ารับปาก

    “ ท่านเทพอัสนีต้องการพูดกับเจ้า ข้าจะออกไปก่อน”

    อาจารย์เรียวเคนเอ่ยจบก็เดินออกไป ราเชนไม่ทันจะถามอะไร ก็มีแสงวาบออกมาจากภาพ ร่างของราเชนก็ถูกดูดเข้าไปใน แผ่นภาพนั้นทันที มีชายคนหนึ่งใบหน้าเครื่องแต่งกายคล้ายเทพอัสนียิ่งนัก

    “ หยางเฟยหลง ถูเฟย ราเชน ข้าควรเรียกเจ้าว่าอะไรดี”

    “ ท่าน ...ท่านรู้ได้ไง”

     “ ข้าคือเทพอัสนี เรื่องแค่นี้ทำไมข้าจะไม่รู้”

    “ โอ้ ที่แท้เป็นท่านที่ช่วยข้านี่เอง” ราเชนจำเสียงนี้ได้ มันคือเสียงของคนปริศนาที่ช่วยเขาไว้นั่นเอง

    “ ก็แค่บอกในสิ่งที่เจ้าควรรู้เท่านั้น”

    “ ท่านมาพบข้าเช่นนี้ มีอะไรให้ข้าทำใช่ไหม?”

    ราเชนจำได้ว่า เวลาเขาพบเจอพวกเทพเจ้าที่ เทพประจำเมือง ทั้งหมด ล้วนแล้วแต่ต้องการให้เขาทำบางสิ่งบางอย่างเสมอ ไม่รู้ว่า เทพอัสนีผู้นี้ต้องการให้เขาทำอะไรอีก

    “ เจ้าได้ทำแล้ว เจ้าได้ช่วยลูกหลานของข้าพ้นภัย ต้องขอบใจเจ้าจริงๆ”

    “ แค่นี้จริง?” ราเชนไม่แน่ใจเท่าไรนัก

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ยังพอมีอีกเรื่อง แต่ก็ไม่สำคัญมากเท่าไร รอให้เจ้าพร้อมกว่านี้ ค่อยทำก็ได้”

    ว่าแล้ว ราเชนนึกในใจ มันต้องมีงานให้เขาทำแน่ๆ ไม่ว่าอย่างไง เขาไม่ทำให้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

    “ ว่าแต่ ตามปกติพวกเทพที่ขอให้ข้าช่วย ล้วนมีของรางวัลมาแลกเปลี่ยนให้ข้าทุกครั้ง วาแต่ท่านไม่เห็นมอบสิ่งใดเป็นการตอบแทนข้าเลย”

    ราเชนถึงกับกล้าทวงของวิเศษ

    “ เจ้าเด็กโง่ มีดสั้นที่เจ้าถือติดตัวนั่นไง คืออาวุธเทพ เพียงแต่เจ้าไม่รู้จักใช้มันก็เท่านั้น แต่มันจะมีอานุภาพขยายใหญ่ได้ ก็ต่อเมื่ออยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หากกลับไปโลกมนุษย์ มันก็ไม่สามารถแสดงอานุภาพได้อีก”

    “ ไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย แล้วมีดนิรนามนี่มันก็เป็นของข้ามาก่อน ไม่ใช่ของท่านสักหน่อย”

    “ เขี้ยวเงินศักดิ์สิทธิ์นั่นไง เป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่หาไม่ได้อีกแล้วใน โลกของเจ้า”

    “ เขี้ยวเงินศักดิ์สิทธิ์เนี่ยนะเหรอ?”

    ราเชนยื่นมืออกมา มีเขี้ยวเงินศักดิ์สิทธิ์ในมือ

    “ ใช่ มันคือ เขี้ยวที่บรรจุพลังของเทพไลเค่นบิดาของมันเป็นเทพหมาป่าสวรรค์มารดาของมันคือ ราชินีค้างคาวปีศาจ ทำให้ออกลูกมากลายเป็นเทพไลเค่น ลูกครึ่งหมาป่าและค้างคาว ซึ่งมันทำให้ท่านจักรพรรดิสวรรค์ไม่พอใจเลยถูก สาปให้มันกลายเป็นอมตะ ไม่มีวันตาย”

    “ น่าจะเป็นพรมากกว่านะ การเป็นอมตะเนี่ย?”

    “ คนส่วนใหญ่อาจคิดอย่างเจ้า แต่ในห้วงแห่งความจริงแล้ว ผู้ที่เป็นอมตะจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร เจ้าลองคิดดู เจ้าเห็นคนใกล้ชิดตายไปต่อหน้าต่อตา คนแล้วคนเล่า เจ้าจะมีความรู้สึกอย่างไร”

    ราเชนพยักหน้า ความจริงเขาก็คิดเช่นนั้น ไม่ได้อยากมีชีวิตอมตะเช่นกัน

    “แล้วมันจะทำให้ข้ากลายเป็นอมตะด้วยหรือเปล่า”  ราเชนจับเขี้ยวศักดิ์สิทธิ์ที่ห้อยคออยู่อย่างสงสัย

    “ ไม่ มันเป็นแค่เพียงพลังต่อสู้ของเทพไล่เค่นที่สะสมอยู่เท่านั้น”

    “ พลังเทพไลเค่นทำอะไรได้?”

    “ เจ้าสามารถหยิบยืมพลังเทพไลเค่นมาใช้ได้ เหมือนกันกับ พลังเขี้ยววานรของเจ้าไง”

    ราเชนถึงกับตกใจ ที่เทพอัสนี รู้ว่าเขามีพลังเขี้ยววานรด้วย แต่ก็ดี หากมีพลังเทพไลเค่นมาเสริม ก็น่าจะช่วยให้เขารอดพ้นภัยอันตรายไปได้

    “ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากเจ้ากับจื่ออี เป็นสามีภรรยากันแล้ว สิ่งหนึ่งที่จื่ออี ถ่ายทอดให้กับเจ้า นั่นคือ พลังเทพอัสนีของข้า ตอนนี้มันยังเป็นแค่เมล็ดเล็กๆ ในร่างของเจ้า รอให้มันก่อตัวขึ้นมา เจ้าจะสามารถใช้พลังเทพอัสนีของข้าได้ และมันจะทรงพลังกว่า ของจื่ออีหลายเท่า”

    “ ทำไมข้าไม่เห็นรู้สึกถึงพลังของท่านเลย?”

    “ ก็ข้าบอกแล้ว มันยังคงเป็นแค่เมล็ดพันธุ์ เล็กๆ เมื่อถึงเวลา เจ้าก็สามารถใช้พลังของข้าได้เอง”

    “ เดี๋ยว ที่พูดมานี่ ท่านกำลังจะให้ข้าทำภารกิจอีกแล้วใช่ไหม”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้เอง”

    ราเชนสงสัยบางสิ่งบางอย่าง จึงเอ่ยถามต่อว่า

    “ หรือว่า ท่านเป็นคนดึงวิญญาณของข้ามาในโลกแห่งนี้”

    ราเชนรอฟังคำตอบ แต่ว่าไม่มีเสียงตอบรับจากเทพอัสนีอีก

    “ บ้าเอ้ย จะให้ข้าทำอะไรก็ไม่บอกมาตรงๆ ช่างเถอะ อย่างน้อยก็รู้ว่า เขี้ยวเงินนี่ก็สามารถนำพลังออกมาใช้ได้เหมือนกัน”

    ราเชนออกมา ก็ถูกจื่ออีถามคำถามมากมาย เขาได้แต่ตอบคำถามที่สามารถตอบได้เท่านั้น

    “ ว่าแต่ลูกแก้วอัสนีนี่ใช้ยังไง”

    “ ลูกแก้วอัสนี เป็นลูกแก้วที่สามารถพาท่านคลื่อนย้ายมิติจากดินแดนโลกมนุษย์มาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ โดยที่ผู้ใช้ต้องมีพลังขั้นเซียนไปแล้ว มิเช่นนั้น อาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้ เส้นปราณยุทธ์ระเบิดแตกได้"

    “ แล้วกู่เยี่ยนไม่เป็นอะไรหรอกรึ?”

    “ ไม่ ข้าเป็นคนควบคุม ลุงกู่ไม่สามารถใช้เองได้ ท่านไปถึงก็สามารถนำลูกแก้วอัสนีที่ลุงกู่มาใช้อีกได้เลย”

    “ มีอยู่แล้วจะใช้ทำไมตั้งสองลูก?”

    “ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ลูกแก้วอัสนี คือลูกแก้วที่สามารถพาท่านพี่และคนของท่านเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ตามที่ท่านต้องการ”

    “ แล้วมันเคลื่อนย้ายได้กี่คน?”

    “ ครั้งละ 50 คนน่าจะได้ แต่ว่า สถานที่นั้นต้องไม่เกิน ห้าสิบลี้”

    “ 1 ลี้เท่ากับ  ครึ่งกิโลเมตร ถ้าเช่นนั้น 50 ลี้ก็เท่ากับ 25 กิโลเมตร อืมก็ไม่เลวเหมือนกันนะ”

    ราเชนนำลูกแก้วอัสนีมาถือในมือ แล้วใส่พลังของตัวเองลงไป แล้วกำหนดสถานที่ปลายทางคือ ถ้ำอัสนี แต่จื่ออี กลับบอกว่า

    “ ตอนนี้ถ้ำอัสนี ได้ถูกปิดไปแล้ว ท่านลองคิดถึงสถานที่อื่นแทนนะ”

    ราเชนพยักหน้า แล้วนึกถึง ร้านหลงจินในเมืองหลวง แล้วปักหมุดลงไปทันที

    “เคลื่อนย้าย” ราเชนออกคำสั่งออกไป

    ลูกแก้วอัสนี ก็ขยายใหญ่ครอบร่างเขากับ จื่ออี แล้ววาร์ปหายไปในทันที

    ทั้งสองคนก็มายืนอยู่สถานที่ไม่ห่างจากร้านหลงจินเท่าไรนัก จื่ออีนั้นสีหน้าอาลัยอาวรณ์ราเชนยิ่งนัก เข้าจูบราเชนอย่างดูดดื่ม แต่สุดท้ายนางก็ใช้ลูกแก้วอัสนีของนาง จากไปด้วยความอาลัย

    “ มาถึงซะที โลกมนุษย์”

    ราเชนตอนนี้มีพลังปราณยุทธ์ขั้นราชันระดับกลาง และมีพลังปราณจิตขั้นเซียนระดับกลางแล้ว แต่ว่าเขาใช้พลังจิตมายาสร้างให้ทุกๆคนรับรู้ว่า เขายังไร้พลังปราณยุทธ์เช่นเดิม

    พอมาถึงหน้าร้านหลงจิน ซึ่งเป็นร้านที่เล่าขุย หลางตง และคนของสำนักอสูรเทวะอาศัยบังหน้า กลับมีทหารของทางการยึดเอาไว้ มีทหารปิดประกาศห้ามผู้ใดเข้า มีเชือกมาขึงเอาไว้ มีทหารรักษาเมืองยืนเฝ้าอยู่เป็นจำนวนมาก

    ราเชน ต้องถามกับชาวบ้านที่เดินผ่านมา ได้รับคำตอบว่า

    “ ร้านหลงจินเป็นแหล่งกบดานของพวกกบฏ ทางการจับพวกมันไปจนหมดแล้ว นึกไม่ถึง รู้จักกันมาตั้งหลายสิบปี ไม่น่าเลย พ่อหนุ่มคิดจะซื้อของเก่าละซิ ไปหาซื้อร้านอื่นจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏไปด้วย”

    “ บ้าเอ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ราเชนรู้สึกผิดปกติบางอย่าง คิดว่าจะไปหากู่เยี่ยนเพื่อสอบถามรายละเอียด   ราเชนกำลังจะเดินไปที่คฤหาสน์ของกู่เยี่ยน เพื่อสอบถามเรื่องนี้ แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีขอทานน้อยคนหนึ่งก็เข้ามาหาเขา 

    “ ท่านเจ้าสำนัก ท่านเล่าขุยกำลังรอท่านอยู่ ตอนนี้ท่านรีบปิดบังใบหน้าเสียก่อน”

    “ ทำไมล่ะ”

    ขอทานน้อยชี้ไปที่ข้างกำแพง เห็นใบหน้าของเขาติดประกาศจับเอาไว้เต็มไปหมด โดยเขียนชื่อ หยางเฟยหลงเอาไว้ด้วย

    “ พวกมันรู้ตัวตนของข้าได้ยังไงเนี่ย?”  ......

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน