ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่213 ความหวาดกลัวในใจของแม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวง

แม่ทัพ เทียนจื่อซาน ที่ได้ยินคำสั่งของแม่ทัพใหญ่ ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่งมองออกไปที่ อี้เฉินด้วยดวงตาคมกล้า อาสาออกไปกำราบเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าในทันที ตัวเขาแค้นเคือง อี้เฉินเป็นอย่างมาก เหมือนว่าเด็กหนุ่มผมขาวจะไม่มี พลังที่จะสามารถใช้สังหารเขาได้แบบแต่ก่อนอีกต่อไป คิดหักกระดูกทั้งร่างของ อี้เฉินให้ป่นเป็นผงทั่วร่าง


...ทันใดอี้เฉินก็ต้องเบิกตากว้าง อยู่ๆ รอบๆ ตัวเขา ก็เต็มไปด้วยอากาศที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนจะมีเหล่าจอมยุทธขั้นพลัง เทวะ มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเขาถึง 5คนในฉับพลัน ปิดล้อมเขาไว้ในทันใด หนึ่งในนั้นมีจอมยุทธขั้นพลังเทวะขั้นสุดที่ อี้เฉินเคยเจอ


   ทันทีที่อี้เฉินเห็น แม่ทัพเทียนจื่อซาน ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่ง ขึ้นมาในทันใดภาพของ เยว่ฉานรอยเข้ามาภายในหัวเขาในชั่วพริบตา แต่ในยามนี้เขาไม่สามารถแก้แค้นให้นางได้ ไร้ซึ่งพลังต่อต้านเหล่าจอมยุทธขั้นพลังเทวะอีกต่อไป อี้เฉินกำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาล จนนิ้วมือของเขาหัก มีเลือดหลั่งไหลออกมาไม่หยุด



....
เหล่าทหารที่เฝ้ามองอยู่ ด้านบนกำแพงเมือง ต่างถอนหายใจยาวออกมา เมื่อพวกเขาเห็นจอมยุทธขั้นพลังเทวะถึง 5คนปิดล้อม เตรียมที่จะจับตัวอี้เฉิน ถึงกับมีสีหน้าโศกเศร้าเล็กๆ สงสารอี้เฉินอยู่ไม่น้อย อี้เฉินคงจบเห่แล้วเป็นแน่ เมื่ออยู่ต่อหน้าจอมยุทธขั้นพลังเทวะ เฝ้ามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกผิด



หากไม่ได้อี้เฉินออกไป คงเป็นตัวพวกเขาเองที่ต้องตายตก เป็นพวกเขาจะกล้าทำเช่นนั้นหรือไม่เมื่ออยู่ต่อหน้าความตาย

....



แม่ทัพเทียนจื่อซานที่มายืนประจันหน้ากับอี้เฉิน เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆ เจ้าพร้อมที่จะรับโทสะของข้าหรือไม่"


อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน หมายมั่นต่อต้านจนถึงที่สุด แต่ตอนนี้เหมือนเขาถึงทางตันอีกครั้ง ใบหน้ามืดทะมึนด้วยความอ่อนด้อยของตัวเอง "เจ้าหมาแก่ เทียนจื่อซาน เจ้าไม่ได้บอกพวกพ้องเจ้าหรือ ว่าเจ้าหนีตายกลับไปเยี่ยงไร"


แม่ทัพเทียนจื่อซาน ที่โดนแทงใจดำกับคำพูดของอี้เฉิน ทำให้เขาหน้าเขียวคล้ำขึ้นมาในทันที "เจ้า เจ้า"


แม้แต่เหล่าจอมยุทธขั้นพลังเทวะที่มาปิดล้อมอี้เฉิน ยังยกยิ้มหัวเราะออกมา ราวกับเรื่องตลก "ไอ้หนุ่มน้อยผู้นี้มันช่าง พูดจาน่าขำขันจริงๆ" หลายๆ คนไม่เชื่อในคำพูดของเด็กหนุ่ม ต่างพากันหัวเราะเยาะสนุกสนาน


แต่แม่ทัพเทียนจื่อซาน ไม่เล่นด้วยปล่อยจิตสังหารออกมาทั่วทิศ จนหลายๆ คนที่หัวเราะต่างกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง "เจ้าเตรียมที่จะรับโทสะของข้าซะ ข้าจะให้เจ้าได้รู้ การตายดีกว่าอยู่ต่อจะเป็นเช่นไร"


เทียนจื่อซาน ไม่รอช้าพุ่งปล่อยฝ่ามือเข้ากลางหน้าอกอี้เฉินอย่างแรงในฉับพลัน เสียง"ตูม"ดังก้อง


   อี้เฉินลอยปลิวออกไปไกลนับ20ก้าว เสียงกระดูกหน้าอกแตกร้าวดังออกไปไกล ก่อนเขาจะกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ หน้าอกมีรอยฝ่ามือประทับในทันใด ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  ตัวเขาไม่มีโอกาสได้ตอบโต้แม้แต่น้อย ความรวดเร็วของชายชรา มีมากเกินไป หากชายชราอัดปราณพลังเข้ามา มากกว่านี้ตัวเขามั่นใจ ตัวเขาได้ตายตกในฝ่ามือเดียวเป็นแน่


แม่ทัพเทียนจื่อซาน แสยะยิ้มออกมามองออกไปที่ อี้เฉินด้วย ดวงตาเย้ยหยัน "เหมือนเจ้าจะไม่มีแรงขัดขืนพวกเราแล้วสินะ ความโอหังในวันวานเจ้าหายไปไหนหมดแล้ว"


อี้เฉินที่ยันร่างขึ้นมายืนได้ ตัวเขาพ่นเลือดจากปากออกมาอีกคำใหญ่ ก่อนเปิดปากพูดออกมา"ข้าอยากเห็นเจ้าหนี เหมือนหมูเหมือนหมา ต่อหน้าข้าอีกครั้ง"


    แม่ทัพเทียนจื่อซาน หนังตากระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาแดงก่ำราวเลือด ความคิดฆ่าอี้เฉินเริ่มร่องรอยขึ้นมาในหัวสมองเขาอย่างฉับพลัน บ้าคลั่งกับคำพูดของอี้เฉินในทันใด ไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่ตรงหน้า จะยียวนกวนประสาทเขาได้มากถึงเพียงนี้ ไม่เคารพผมหงอกที่อยู่บนหัวของเขา แม้แต่น้อย "เจ้า เจ้าช่างพูดจาโอหังนัก เตรียมตัวตายได้"


   อี้เฉินเขารู้ดีตอนนี้เขาไม่เหลือวิธีใดให้หนีได้อีกต่อไป คิดเลื่อนขั้นพลัง กษัตริย์ ในยามนี้ลากเอาเหล่าทหารให้ตายตกไปด้วย หากโชคดีตัวเขาอาจจะมีกำลังมากพอ ที่จะรอดพ้นกลับไปได้ก็เป็นได้ เขาไม่คิดลังเลอีกต่อไป กดการปลดขั้นพลังของตัวเองออกในทันที อยู่ๆ รอบบริเวณก็มืดครึ้มขึ้นมา มวลเมฆบนท้องฟ้าสูงหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ลมกรรโชกออกไปรอบทิศ จนหลายๆ คนรับรู้ ว่ามีคนเตรียมที่จะเลื่อนขั้นพลัง


แม่ทัพเทียนจื่อซาน ที่เห็นดวงตาของเขาเบิกกว้าง ไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาวจะใช้วิธีนี้ยื้อเวลาเขาไว้ แต่เขาไม่คิดสนใจ มหันตะสายฟ้า ที่อี้เฉินเรียกออกมา คิดจบชีวิตอี้เฉินเสียก่อน เขาคำรามเสียง"ฆ่า" ออกมาดังก้อง


   อี้เฉิน ที่ไร้ทางเลือกเขาต้องยืนอยู่นิ่งๆ เพื่อเฝ้ารอ มหันตะสายฟ้า ของขั้นพลังกษัตริย์ ที่กำลังจะก่อตัวขึ้น ช่วงเวลานี้แหละที่ ตัวเขาหวาดกลัว มันเป็นช่วงเวลาที่เขาไร้การป้องกัน เขามองขึ้นไปบนฟ้าสูงที่เต็มไปด้วยสายฟ้าสีแดง แลบแปลบปลาบ แต่ภายใน มหันตะสายฟ้า อี้เฉินกลับรู้สึกถึงดวงตาคู่หนึ่ง จ้องมองมาที่ตัวเขา จากบนฟ้าสูง ราวกับทุกครั้งที่เขาเลื่อนขั้นพลัง เขาจะสัมผัสความรู้สึกนี้ได้ แต่ยามนี้มันยิ่งเด่นชัดมากขึ้นไปกว่าทุกครั้ง


เหล่าจอมยุทธขั้นพลังเทวะ รวมถึงเหล่าทหารที่อยู่ใกล้ๆ อี้เฉิน ต่างถอยหนี มหันตะสายฟ้าขั้นพลังกษัตริย์ ของอี้เฉินพวกเขาไม่อาจหาญกล้า ดูถูกภัยธรรมชาติอย่าง สายฟ้าเลื่อนขั้นพลังกษัตริย์ได้ หากไปดึงดูด มหันตะสายฟ้าเข้า ได้จบไม่สวยเป็นแน่


      มีเพียงแม่ทัพ เทียนจื่อซาน ที่ยังดื้อรั้น พุ่งเข้าไป หมายมั่นสังหารอี้เฉินลงเสีย แต่ในทันใด เขาก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง กับฉากเบื้องหน้าที่เขาเห็น อยู่ๆ ท้องฟ้าโดยรอบก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน รอบบริเวณเต็มไปด้วยแสงสายฟ้าสีแดงก่อรูปขึ้นมา กลางท้องฟ้าดั่งมีหอคอยกลางอากาศสูง5ชั้น ทุกๆ ชั้นเต็มไปด้วยร่างเงาของสัตว์อสูรสายฟ้า พุ่งใส่อี้เฉิน กับคนที่อยู่รอบๆ ตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง



เสียงอสนีบาต ผ่าฟาดดังออกมาไม่ขาดสาย "ครื้น!! เปรี้ยง!!" รอบๆ สั่นไหวไม่หยุด


    เหล่าฝูงชนที่เห็นภาพ มหันตะสายฟ้าของขั้นพลังกษัตริย์ ที่อี้เฉินเรียกออกมาต่างตาเบิกกว้างอ้าปากค้างด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไม่เคยพบเคยเจอ มหันตะสายฟ้าที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อน ราวกับเด็กหนุ่มไม่เป็นที่ต้องการของฟ้าดินแห่งนี้ คิดฆ่าสังหารเด็กหนุ่มลง

ท้องฟ้าสูงในยามนี้เต็มไปด้วยแสงสีแดงพร่างพราว สายฟ้านับหมื่นนับแสนสาดเทลงมาไม่ขาดสาย ก่อรูปขึ้นมาเป็นเหล่าสัตว์อสูรสายฟ้า บินล้อมเลื้อยพันอี้เฉินไว้รอบบริเวณ ท่วมท้นท้องฟ้า ไม่ว่าจะเป็นหงส์เพลิง มังกรทอง กระเรียน คุนเผิง สิงโต พยัคฆ์ กิเลน งูกลืนสวรรค์ นับร้อยพันตัว จนท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงสีแดงพร่างพราว ราวกับลางร้าย

ก่อนเหล่าสัตว์อสูรจะ พุ่งโจมตีลงใส่อี้เฉินไม่ขาดสาย เสียง อสนีบาต ฝ่าฟาดลงมาไม่ขาดตอน จนอี้เฉินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด


เหล่าฝูงชนที่เฝ้าดู ต่างพากันหวาดกลัวในใจไม่น้อย หากเป็นพวกเขาที่เจอกับ มหันตะสายฟ้า เช่นนี้ร่างคงแตกสลายในพริบตาเป็นแน่


แม้แต่เหล่าแม่ทัพ ที่อยู่รอบๆ ยังเอา มือถูคางครุ่นคิด ด้วยความประหลาดใจ มหันตะสายฟ้า มันบ่งบอกถึงศักยภาพของคนผู้นั้นที่เรียกมันมา หากเด็กหนุ่มผู้นี้ได้เติบใหญ่ ภายภาคหน้าเขาจะต้องเป็นผู้กำราบสิบทิศ เป็นผู้ยืนบนหัวเต่ามังกรอย่างแน่นอน


แม่ทัพต่างดินแดน บางคน เริ่มหวาดหวั่นคิดฆ่าอี้เฉินตั้งแต่ยังไม่เติบโต หากเด็กหนุ่มผู้นี้ เติบใหญ่เป็นไปได้ที่จะเกิดหายนะกับดินแดนจันทราทมิฬ


    แม่ทัพใหญ่ที่นั่งภายในเกี้ยว ถึงกับต้องลุกยืนออกมาดูด้วยตาตัวเอง เขาไม่คิดเช่นคนอื่นๆ เขาเคยอ่านเจอในตำราเก่าแก่โบราณ มหันตะสายฟ้าที่เด็กหนุ่มเรียกมา มันมีชื่อว่า มหันตะสายฟ้าแห่งความตาย ไม่ใช่มหันตะสายฟ้าทั่วไป ตัวเขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น จนหัวคิ้วทั้งสองติดกัน ใครกันที่มี พลังถึงขั้น กล้าแทรกแซงฟ้าดิน มันไม่เคยเกิดขึ้นเป็นเพียงตำนานเล่าขาน ทำให้เขาหวั่นใจกับคนที่สามารถแทรกแซงฟ้าดินได้ หัวใจกลับหนาวสั่นหวาดกลัวขึ้นมาในทันที มันเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกหวาดกลัวเช่นนี้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน