อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 172

    บทที่ 172




    “อาจารย์คะ ทำไมแปลงเพาะปลูกของพวกฉันถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะ ครั้งก่อนที่มาดู พวกมันก็ยังเติบโตดีอยู่เลยไม่ใช่หรอคะ แบบนี้มันน่าจะมีปัญหาที่แปลงเพาะปลูกหรือเปล่าคะ ถ้าเป็นเพราะแปลงเพาะปลูกจริงๆ อาจารย์ก็ควรจะมีมาตรการชดเชยให้พวกเรานะคะ อย่างเช่น การปล่อยให้พวกเราผ่านวิชานี้ได้เลย อาจารย์ก็รู้ว่าพวกเราไม่ได้อยากจะเป็นเกษตรกร ไม่ต้องเข้มงวดกับพวกเรามากขนาดนั้นก็ได้ค่ะ...”




    ​นักเรียนหญิงคนหนึ่งเสนอความคิดเห็นของตนเองไปพร้อมกับโยนความผิดให้อาจารย์แทนที่จะมองความผิดของตนเอง ซึ่งเขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเท่านั้น




    ​พวกเธอไม่ได้เป็นนักเรียนรุ่นแรกที่พยายามต่อรองกับเขาแบบนี้ และเขาก็พูดมันเป็นพันๆรอบว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เขาที่จะตัดสินใจได้เอง




    “ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับแปลงเพาะปลูก แต่เป็นเพราะการดูแลที่ไม่ดีของนักเรียนเอง อีกอย่าง...นี่ยังเป็นแค่รอบ 2 เดือนแรกเท่านั้น ยังมีเวลาอีกมากสำหรับการพยายาม ดังนั้นในรอบต่อไป...”




    “โถ่ อาจารย์คะ...ยังจะมีรอบต่อไปอะไรอีก ที่จริงอาจารย์ก็น่าจะเห็นแล้วว่าพวกเราปลูกผักขึ้นเหมือนกัน ก็แค่ไม่มีเวลาเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้เสียหน่อย จำเป็นต้องจริงจังขนาดนั้นด้วยหรอคะ”




    “นี่เป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลกลางประกาศใช้ อาจารย์ไม่ได้ตัดสินใจเอง”




    “อาจารย์ก็พูดแบบนี้ตลอด จะอะลุ่มอล่วยให้กันบ้างไม่ได้เลยหรอ ใช่ไหมพวกเรา”




    “ใช่แล้ว อาจารย์น่าจะเห็นใจพวกเราบ้างนะ พวกเราไม่ได้อยากจะเป็นเกษตรกรเหมือนอาจารย์สักหน่อย ถ้าพวกเราอยากเห็นเกษตรกร ก็คงจะเข้าสถาบันเกษตรกรไปแล้ว ไม่มาเรียนที่สถาบันนักล่าหรอก”




    ​เสียงบ่นของพวกนักเรียนไม่ได้ทำให้อาจารย์เปลี่ยนสีหน้า เขาก็ยังคงพูดเหมือนเดิม นี่ไม่ใช่ความต้องการของเขาเช่นกัน ถ้าเลือกได้...เขาก็อยากให้นักเรียนที่สนใจอย่างแท้จริงเท่านั้นเข้ามาที่แปลงเพาะปลูกอันล้ำค่านี้




    ​ซูหยวนพยายามไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับบทสนทนาที่ไร้สาระพวกนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่วายที่จะมีประเด็นเกี่ยวข้องกับเธออีก




    “อาจารย์ ทำไมอาจารย์ไม่ช่วยดูแลแปลงเพาะปลูกของพวกเราเหมือนกับที่ช่วยนักเรียนทุนอันดูแลแปลงเพาะปลูกของเธอล่ะครับ” นักเรียนชายคนหนึ่งก้าวออกมาด้วยท่าทางเอาเรื่อง




    ​ถ้าอาจารย์ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม เขาเองก็คงไม่มีปัญหาพวกนี้หรอก ทว่า...เห็นได้ชัดเลยว่าอาจารย์แอบช่วยเหลือนักเรียนทุนอันอยู่ ไม่อย่างนั้นแปลงเพาะปลูกของเธอจะยังเติบโตอย่างดีอยู่ได้อย่างไร ทั้งๆที่เธอก็เพิ่งกลับมาจากการทำภารกิจร่วมกับกองทัพ ไม่ได้มาดูแลแปลงเพาะปลูกของตัวเองเหมือนกัน




    ​พวกเขาก็แทบจะเหมือนกับอันซูหยวน เวลาที่เข้ามาดูแลแปลงเพาะปลูก มากสุดก็เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว หลังจากหว่านเมล็ดลงไป แล้วก็ดูแลจนคิดว่ามันรอดตาย เมื่อเห็นว่าแทงราก แตกหน่ออ่อนขึ้นมา พวกเขาก็ถึงได้ปล่อยมันไว้อย่างนั้นเพราะใช้เวลาไปกับการฝึกทักษะในการต่อสู้จนลืมนึกถึงแปลงเพาะปลูกไป หากไม่ใช่ว่าวันนี้เพื่อนคนหนึ่งพูดถึงเรื่องแปลงเพาะปลูกขึ้นมา พวกเขาก็คงจะลืมไปแล้วว่ายังมีวิชานี้ที่ต้องเรียนอยู่ด้วย




    ​อย่างไรก็ตาม ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง แทนที่จะมีพืชผักเติบโตอยู่เต็มแปลง กลับมีสีเขียวอยู่แค่แปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนเท่านั้น แถมเพื่อนนักเรียนก็ยังเคยเห็นว่าอาจารย์ประจำวิชาให้ความสนใจแค่แปลงเพาะปลูกบรอกโคลีของอันซูหยวนเท่านั้นด้วย




    ​ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นชัดเจนมากว่าอาจารย์กำลังช่วยเหลือนักเรียนทุนอันอยู่ เมื่อรู้แบบนี้แล้ว เขาจะยังอยากพยายามอยู่ทำไม ถ้าอาจารย์คิดจะช่วยใครสักคนให้ผ่านไปโดยง่าย เช่นนั้นก็ต้องช่วยเหลือทุกคนไปด้วย




    ​ความคิดของเขาก็ไม่ผิดนัก หากมันเป็นอย่างที่คิดจริงๆ แล้วอาจารย์ก็ลำเอียงช่วยเหลือนักเรียนขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้นก็ควรจะต้องยุติธรรมกับทุกคน ทว่า....แปลงเพาะปลูกเหล่านี้ไม่ได้อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปง่ายๆ ไม่อย่างนั้น...หลายปีที่ผ่านมานี้ อาจารย์คงจะปล่อยให้นักเรียนไปวิ่งเล่นข้างนอก แล้วเขาก็จัดการแปลงเพาะปลูกเหล่านี้ไปเองแล้ว




    ​คนที่เสียใจที่สุดเวลาเห็นเมล็ดพันธุ์พวกนี้ต้องเสียเปล่าไม่ใช่พวกนักเรียน กลับเป็นตัวอาจารย์เองต่างหาก...




    “อย่างแรกคือฉันไม่สามารถช่วยใครในการดูแลแปลงเพาะปลูกได้ รวมถึงนักเรียนทุนอันก็เช่นกัน อย่างที่สองคือเหตุผลที่แปลงเพาะปลูกของนักเรียนอันยังเติบโตดีอยู่แม้ว่าเธอจะเพิ่งกลับจากการทำภารกิจนั้น ต้องถามเธอเองว่าทำได้อย่างไร และสุดท้าย...ถ้าพวกเธอไม่สนใจวิชานี้ก็ไม่เป็นอะไร เรื่องนี้คนที่ได้รับผลกระทบก็คือตัวพวกเธอเอง จะจบหรือไม่จบชั้นปีที่ 2 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาจารย์อยู่แล้ว”




    ​เมื่อเขาพูดทั้งหมดแล้ว อาจารย์ก็เหนื่อยเกินกว่าจะมาฟังคำพูดไร้สาระพวกนี้ต่อ เขาคิดว่าตัวเองใจเย็นมากพอที่จะไม่ตำหนิออกมาตรงๆแล้ว ทว่า...คำพูดของเขา นักเรียนทุกคนกลับไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย




    “แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย พวกเราไม่เชื่อหรอกว่าอาจารย์จะไม่ได้ช่วยเหลือนักเรียนทุนอันเลย ไม่อย่างนั้นทำไมผลลัพธ์ถึงได้ออกมาแบบนี้ หรือไม่....อาจารย์ก็อาจจะช่วยนักเรียนทุนอันตั้งแต่ตอนเลือกแปลงเพาะปลูกหรือเมล็ดพันธุ์แล้วก็ได้”




    “อ๋า น่าจะเป็นแบบนั้น แปลงเพาะปลูกของนักเรียนอันทำไมพืชผักเติบโตได้ดีแค่แปลงเดียว มันผิดปกติจริงๆ บางทีอาจจะตั้งแต่ตอนเลือกแปลงเพาะปลูกแล้วก็ได้”




    “ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ นอกจากอาจารย์เติ้งแล้ว ตอนนี้ก็ยังมีอาจารย์วิชาเกษตรที่ลำเอียงอีก”




    “แค่เพราะว่าเธอเป็นทหารตำแหน่งจ่าสิบตรี ทุกคนก็ดูแลเป็นพิเศษแล้ว แบบนี้พวกเราไม่ยอมรับหรอกนะครับ พวกเราจะไปร้องเรียนต่อสภาการศึกษาพื้นฐาน!!”




    “ใช่ พวกเราไปร้องเรียนต่อสภาการศึกษาพื้นฐานให้มาตรวจสอบกันเถอะ!” พวกเขาไม่มีทางยอมรับคำพูดของอาจารย์ได้ง่ายๆแน่นอน ยิ่งเห็นว่าอาจารย์ทำท่าทางราวกับไม่สนใจความเดือดร้อนของพวกตน เช่นนั้นพวกเขาก็พร้อมที่จะทำให้อาจารย์ต้องเดือดร้อนกับความลำเอียงของตนเองเช่นกัน




    ​ซูหยวนไม่ได้คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น เธอมองอาจารย์ประจำวิชาที่ยังยืนนิ่งไม่ได้สนใจ เห็นแบบนั้นก็เลยพลอยไม่สนใจไปด้วย




    ​ในเมื่ออาจารย์ที่ถูกร้องเรียนยังไม่ใส่ใจ เธอก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากนัก แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้รู้เลยว่าเหตุการณ์นี้จะบานปลายไปจนเธอต้องเดือดร้อนไปด้วย




    ​เมื่อมีการร้องเรียนไปถึงสภาการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รีบดำเนินการตรวจสอบทันที พวกเขามาที่แปลงเพาะปลูกของสถาบันก่อน นักเรียนชั้นปีที่ 2ทั้งหมดถูกเรียกไปรวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมการสอบสวน หลายคนพูดไปในทิศทางเดียวกันว่าอาจารย์ประจำวิชาดูแลนักเรียนทุนอันเป็นพิเศษ ยังมีเหตุการณ์ที่เธอไม่อยู่ แต่บรอกโคลีของเธอก็ยังเติบโตได้เป็นอย่างดี




    ​ตัวแทนที่มาร่วมตรวจสอบขั้นที่หนึ่งนี้มีผู้เชี่ยวชาญในการเพาะปลูกอยู่ด้วย ดังนั้นเขาจึงได้เห็นสิ่งที่น่าประหลาดใจตรงหน้าแล้ว




    “นี่มัน...บรอกโคลีจริงๆ” เสียงของชายชราพึมพำขึ้นมา เขามองไปยังอาจารย์ประจำวิชาเกษตรที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพียงแค่สบตากันก็เข้าใจได้ทันที




    “ท่านผู้ตรวจสอบ คุณก็เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าบรอกโคลีพวกนี้เติบโตขึ้นมาในพื้นที่ที่พิเศษกว่าแปลงเพาะปลูกอื่นๆ เห็นได้ชัดเลยว่าอาจารย์ลำเอียง แอบกระซิบบอกตำแหน่งแปลงที่ยอดเยี่ยมนี้กับนักเรียนทุนอันตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มลงมือเพาะปลูกเสียอีก ตอนที่เลือกแปลงเพาะปลูกนี้ ก็เป็นเธอที่ได้เลือกก่อนด้วยครับ”




    ​นักเรียนพวกนั้นไม่ได้รู้อะไรเลย เห็นว่าผู้ตรวจสอบแสดงความตกใจ ก็พลันคิดไปเองว่าพื้นที่นี้มีปัญหา เป็นพวกเขาที่เข้าใจได้ถูกต้อง




    ​ทว่า...สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ความตกใจของชายชราไม่ได้มาจากความผิดปกติเรื่องแปลงเพาะปลูก แต่มันมาจากความผิดปกติของการเติบโตของบรอกโคลีนี้ต่างหาก!!




    ​ผู้ช่วยของเขาเข้ามาได้ทันเวลา ยื่นรายงานการตรวจสอบความผิดปกติของแปลงเพาะปลูกให้ได้ดู ทั้งยังเปิดเผยข้อมูลขึ้นหน้าจอเพื่อให้ทุกคนได้เห็นพร้อมกันด้วย




    “จากการตรวจสอบความสมบูรณ์ของแปลงเพาะปลูก พบว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป 4-6คะแนน แปลงเพาะปลูกที่เป็นประเด็นในช่วงก่อนเริ่มเพาะปลูกมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ระดับ 4 คะแนน แต่ผ่านไป 45 วันนี้ พบว่ามีค่าคะแนนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้อยู่ที่ช่วง 6 คะแนนครับ”




    “ในขณะที่แปลงเพาะปลูกอื่นๆ บางแปลงเพาะปลูกเริ่มต้นที่ 5 คะแนน ก็ลดลงไป 4คะแนนในช่วงเวลาเดียวกัน แล้วก็หนักที่สุด...บางแปลงเพาะปลูกมีความสมบูรณ์ก่อนเพาะปลูกที่ 6 คะแนน กลับลดลงไปเหลือ 4 คะแนน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแปลงเพาะปลูกที่ตอนแรกแจ้งว่าต้นอ่อนเติบโตได้ครับ”




    “ในกรณีนี้ หมายความว่าความสมบูรณ์ของแปลงเพาะปลูกตอนเริ่มต้นเป็นผลให้เมล็ดพันธุ์เติบโตได้ดี หรือก็คือ...ไม่ใช่เพราะความสามารถของนักเรียนที่ทำให้เมล็ดพันธุ์เติบโตได้ ซึ่งก็ทำให้คิดได้อีกอย่างว่า การดูแลแปลงเพาะปลูกที่เป็นประเด็นนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ดังนั้นจึงได้ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ของแปลงมาเป็นข้อมูลให้ด้วยครับ”




    “ที่นักเรียนร้องเรียนว่าอาจารย์ประจำวิชามีความลำเอียง เข้าไปช่วยจัดการแปลงเพาะปลูกที่เป็นประเด็นนี้ ประวัติของผู้เข้าใช้พื้นที่แปลงเพาะปลูกมีดังนี้ครับ” เขาเลือกข้อมูลชุดต่อไปขึ้นมาแสดง ซึ่งเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นรายวันว่ามีรายชื่อคนไหนที่เข้าไปในพื้นที่นี้บ้าง




    “จากที่เห็น พบว่ามีรายชื่อเดียวที่เข้าไปในพื้นที่เพาะปลูกช่วงเวลาประมาณเดือนครึ่งนี้ก็คือ นักเรียนที่ชื่ออันซูหยวนครับ ดังนั้นจึงแปลว่าไม่ได้ผิดกฎใดๆ ไม่มีการช่วยเหลือดูแลแปลงเพาะปลูกของนักเรียนอันแต่อย่างใด การร้องเรียนนี้ถูกปัดตกไปครับ”




    ​คนเป็นผู้ช่วยกล่าวรายงานสถานการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยหลักฐานพวกนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไรเพิ่มเติมเลย ทว่า...พวกเขาไม่คิดจะจากไปง่ายๆ




    ​อย่างแรก การร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบอาจารย์ของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยให้ทำกันเล่นๆได้ ไม่อย่างนั้น ใครไม่พอใจอะไรก็พากันร้องเรียน สภาศึกษาคงไม่ต้องทำงานอย่างอื่นกันแล้ว วิ่งตรวจสอบไปทั่วก็คงจะหมดเวลาก่อน ดังนั้นผู้ร้องเรียนที่ทำให้อาจารย์ผู้มีเกียรติต้องเสื่อมเสีย จำเป็นต้องรับผิดชอบในส่วนนี้




    ​หนึ่งคือค่าปรับ พวกเขาต้องจ่ายค่าปรับเหล่านี้ให้กับทางสภาศึกษาที่เสียเวลามาตรวจสอบคนละ 100,000 เครดิต นับเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ทำเอานักเรียนทั้งหลายได้แต่ลอบกลืนน้ำลายไปตามๆกัน




    ​ตอนที่พวกเขาร้องเรียนเรื่องนี้ก็เพราะมั่นใจมากว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก หากอาจารย์ไม่ยุติธรรมจริงๆ โทษของเขาก็คือการไล่ออกจากสถาบัน และนักเรียนทุนอันก็จะได้รับการลงโทษที่เหมาะสมด้วย




    ​การไล่อาจารย์ที่ลำเอียงกับนักเรียนทุนที่อวดดีออกไป เป็นเป้าหมายสูงสุดของพวกเขา หลายครั้งแล้วที่พวกเขารู้สึกว่านักเรียนทุนอันกลายเป็นอันดับหนึ่งโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม




    ยิ่งพอปิดปีการศึกษาที่ 1 ไป ตระกูลของพวกเขาเอาแต่เปรียบเทียบว่านักเรียนรุ่นเดียวกันได้เป็นถึงจ่าสิบตรี กลายเป็นคนดังของมนุษย์ชาติ ในขณะที่พวกเขายังต้องมาสอบแก้ตัว ใช้เวลาตลอดปิดภาคเรียนเพื่อล่าพวกกลายพันธุ์ให้ครบจำนวน พวกเขาที่ถูกตำหนิแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้นไปอีก




    ​ถ้าสามารถทำลายนักเรียนทุนอันได้ อย่างนั้นก็คงจะทำให้ตระกูลได้เห็นว่าความจริงแล้ว ใครกันแน่ที่ดีกว่า




    ​คิดไม่ถึงว่าจะเป็นตัวเองที่ต้องบากหน้ากลับบ้าน แล้วขอเงินชดเชย 100,000เครดิตนี้ ในขณะที่นักเรียนทุนอันยังประสบความสำเร็จอยู่เหมือนเดิม!




    “ส่วนเรื่องที่ทุกคนพูดว่านักเรียนของอาจารย์เติ้งมีโอกาสได้เป็นพลทหารทันทีนั้นคือความอยุติธรรม เช่นนั้น...เพื่อให้ทุกคนได้รับสิทธิพร้อมเพรียงกัน พวกเราจึงขอมอบโอกาสนี้ให้กับทุกคน”




    “โชคดีที่กำลังจะมีภารกิจใหญ่ซึ่งต้องการคนจำนวนมาก กองทัพยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้นักเรียนเข้าช่วยงานเหมือนกับที่นักเรียนของอาจารย์เติ้งได้รับโอกาสนั้น หลังจากผ่านภารกิจ นักเรียนทุกคนจะได้รับตำแหน่งทางทหารทันที ดังนั้นในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า ขอให้นักเรียนทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เพราะพวกคุณจะได้ไปยังพื้นที่ล่าเขต F เพื่อทำภารกิจ”




    “อ้อ หากมีคนคิดว่าตัวเองไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ แล้วอยากจะถอนตัว ก็มีโอกาสให้แค่ 1 สัปดาห์นี้เท่านั้น หลังจากนี้...เมื่อลงชื่อเข้าร่วมภารกิจของกองทัพแล้ว จะไม่มีโอกาสให้ถอนตัวอีก แล้วในระหว่างทำภารกิจ จะใช้กฎของกองทัพ ถ้าไม่เชื่อฟังคำสั่งหรือคิดหนี จะถูกลงโทษตามกฎเช่นกัน”




    ​การประกาศของคณะกรรมการตรวจสอบทำให้นักเรียนทุกคนลอบมองหน้ากันเอง พวกเขาแจ้งเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะอยากจะไปเสี่ยงตายเสียหน่อย เพียงแค่รู้สึกว่าการปล่อยให้นักเรียนอันได้เข้าร่วมทำภารกิจนั้นต่อไป ก็มีแต่จะเพิ่มระยะห่างของพวกเขาเท่านั้น ดังนั้นเป้าหมายของพวกเขา...ก็คือการที่สถาบันสั่งให้นักเรียนทุนอันหยุดทำภารกิจของกองทัพเสียที




    ​ถ้าทุกคนเริ่มต้นหลังจากจบสถาบันเหมือนกันทั้งหมด แล้วอีกฝ่ายจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว พวกเขาก็คงไม่มีใครพูดอะไรได้ ทว่า....การที่พวกเขาเป็นแค่นักเรียนธรรมดาๆ แต่นักเรียนทุนอันกลับมีตำแหน่งใหญ่โตนี้ต่างหากที่ทำให้พวกเขาไม่สบายใจ!




     ……………………………

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258