ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 170 ความเป็นจริง

            “ท่านปู่ตอนนี้ข้าเองยังไม่พร้อมแต่หากให้ข้าช่วยเหลือพวกเขา พวกเขาต้องให้คำมั่นว่าจะไม่รุกรานโลกใบอื่น ๆเช่นวันนี้ หาไม่แล้ว ข้าเองก็จนปัญญาที่จะช่วยเหลือพวกเขา”

            “พวกเจ้าทั้งหมดจะว่ายังไงฟางหรงในฐานะที่เจ้าเป็นผู้นำของทั้งเก้าโลกเจ้าว่ามาก่อนแล้วกัน”

            “ผู้น้อยไม่ขัดข้องหากเฟิ่งหยูจะขึ้นมาเป็นผู้นำเพราะตัวของเฟิ่งหยูเองทำให้โลกของพวกเราทั้งห้าโลกมีทรัพยากรบ่มเพาะอย่างมากมายเช่นทุกวันนี้แถมยังสามารถทำให้พวกเราปลูกสมุนไพรนับหมื่นชนิดได้อีกด้วย”

            “เช่นนั้นตอนนี้พวกเจ้าก็ไม่ขาดทรัพยากรในการบ่มเพาะแล้วอย่างนั้นสินะ”เจ้าโลกที่สองเอ่ยขึ้นมา

            “ใช่พวกเราไม่ขาดแคลนทรัพยากรในการบ่มเพาะตอนนี้ทั้งห้าโลกของพวกเราต่างมีสมุนไพรมากพอที่จะส่งให้สมาคมโอสถเก้าโลกหลอมกลั่นโอสถได้อย่างเพียงพอแถมเฟิ่งหยูยังทำให้พวกเราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดได้อีกด้วยบุญคุณในครั้งนี้พวกเรายากที่จะทดแทนเขาได้หมด”เจ้าโลกที่เก้าห๋าวอู่เอ่ยขึ้นมา

            “พวกเจ้าทั้งห้าโลกนับว่าโชคดีนักที่เจ้าหนูได้ไปช่วยเอาไว้ก่อนส่วนพวกเจ้าอีกสามโลกพวกเจ้าจะว่ายังไง”

            “หากได้หลานชายของท่านบรรพบุรุษช่วยเหลือพวกเราก็ไม่มีปัญหา พวกเราพร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่รุกรานโลกอื่นเช่นนี้อีกหากว่าหลานชายของท่านบรรพบุรุษสามารถแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากรบ่มเพาะของพวกเราได้เหล่าข้าน้อยทั้งหลายยินดีขอรับ” เจ้าโลกที่สองหงเซ่อกล่าว

            “ดีเช่นนั้นข้าเฟยหลงอดีตองค์ราชันย์ผู้ปกครองโลกทั้งหมดในจักรวาลที่เก้านี้ขอประกาศเมื่อเฟิ่งหยูบรรลุพลังขั้นพระเจ้าเมื่อไหร่ให้แต่งตั้งเฟิ่งหยูเป็นผู้นำจักรวาลที่เก้าแห่งนี้ ส่วนในเวลานี้ให้ฟางหรงทำหน้าที่แทนไปก่อนพวกเจ้าทั้งหมดจะยอมรับไหม?”

            “พวกเรายอมรับขอรับ.....”เจ้าโลกทั้งหมดต่างเอ่ยออกมาพร้อมกัน

            “ท่านบรรพบุรุษแล้วโลกที่แปดที่จงจื่อปกครองอยู่ พวกเราต้องทำเช่นไรดีขอรับ”

            “เฟิ่งหยูเจ้าไปปกครองโลกที่แปดแทนจงจื่อ และช่วยให้โลกที่เหลือมีทรัพยากรในการบ่มเพาะอย่างเพียงพอเจ้าทำได้ไหม”

            “หลานทำได้ท่านปู่ ว่าแต่พวกท่านจะไม่กลับไปเยี่ยมโลกของพวกท่านบ้างหรือ?”

            “พวกเรากลับไปแน่หลังจากที่เจ้าช่วยพวกเขาฟื้นฟูมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นับแต่นี้เป็นต้นไป จักรวาลที่เก้าของพวกเราจะมีทั้งหมดสิบโลกเจ้าต้องนำพาพวกเขาให้ไปสู่ความรุ่งโรจน์ดังเช่นอดีตให้ได้พวกเราจะรอดูผลงานของเจ้าอยู่”

            “ขอรับท่านปู่ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง”

            “เช่นนั้นก็ดีพวกเจ้าทั้งหมด จัดการเคลียร์สถานที่ทั้งหมด ใครบาดเจ็บก็ให้รักษาใครเสียชีวิตให้ชดเชยให้ครอบครัวของพวกเขา”

            “เฟิ่งเทียนเจ้าจงประกาศให้ผู้คนทั้งโลกได้รับทราบ ว่าสงครามได้จบสิ้นลงแล้ว”

            “ขอรับท่านผู้อาวุโส”

            ราชันย์เฟิ่งเทียนระเบิดพลังปราณของเขาพร้อมกับเปล่งเสียงดังก้องไปทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน

            “ข้าราชันย์เฟิ่งเทียนขอประกาศว่าสงครามในครั้งนี้ได้ยุติลงแล้วผู้ที่ได้รับบาดเจ็บให้ไปรับการรักษา ใครแขนขาขาดให้ไปเบิกโอสถจากสำนักเทพดาราส่วนใครที่เสียชีวิตให้ชดเชยให้กับครอบครัวของพวกเขาอย่างเต็มที่และจากนี้ไปทั้งสิบโลกจะเป็นพันธมิตรกันจะไม่มีการทำสงครามแบบนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป”

            สิ้นเสียงประกาศจากองค์ราชันย์เฟิ่งเทียนผู้คนทั้งโลกต้นกำเนิดต่างโห่ร้องด้วยความยินดี เหล่ากองกำลังจากโลกต่าง ๆต่างทยอยกลับมาหาเจ้าโลกของพวกเขาเพื่อรอรับคำสั่งต่อไป

            “ในเมื่อทุกอย่างกลับมาสงบดังเช่นเดิมแล้วพวกเจ้าทั้งหมดตามข้ามา”เฟยหลงอดีต ราชันย์ของจักรวาลที่เก้ากล่าวขึ้นมา

            “ขอรับท่านบรรพบุรุษ”

            อดีตราชันย์เฟยหลงพาพวกเขามายังสถานที่พักที่พวกเขาพักอาศัยอยู่  ซึ่งเฟิ่งหยูได้จัดสถานที่ที่สวยงามไว้ให้เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายของเขาได้พักอาศัยมันเป็นสถานที่ที่สวยงามและเงียบสงบเป็นอย่างมากทุกคนที่มาเห็นสถานที่แห่งนี้ถึงกับตะลึงในความงดงามของทิวทัศน์ มันสามารถมองทั่วทั้งอาณาจักรเฟิ่งเทียนได้อย่างชัดเจน

            เหล่าเจ้าโลกทั้งหลายมองไปยังบ้านเมืองที่อยู่ด้านล่างพลันตกตะลึงในความงดงามและความเจริญก้าวหน้าของอาณาจักรเฟิ่งเทียนแห่งนี้

            “ท่านบรรพบุรุษ เหตุผลที่พวกท่านไม่อยากกลับไปยังโลกเดิมพวกเราพอจะทราบเหตุผลที่พวกท่านปฏิเสธพวกเราแล้วสถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นสวรรค์บนดินโดยแท้จริงน้อยนักที่พวกเราจะได้มาเห็นความงดงามเช่นนี้” เจ้าโลกที่สามลี่เซียนพูดขึ้นมาพร้อมกับจ้องมองไปยังทิวทัศน์ที่สวยงามนางเองก็อยากจะมีสถานที่ส่วนตัวเช่นนี้บ้าง

            “นั่นมันก็เพียงส่วนหนึ่งแต่ที่พวกข้ายังไม่กลับไปนั่นเป็นเพราะเหตุผลที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาพบในวันนี้”

            “ที่เรียกพวกเจ้ามายังที่พักของพวกเราในวันนี้เพราะพวกเราเองก็มีเรื่องที่จะให้พวกเจ้าทุกคนช่วยเหลือเช่นกัน”

            “เอาหละพวกเจ้าหาที่นั่งกันตามสบายเฒ่าซือเจ้าเอาเหล้าเซียนหมื่นปีออกมาต้อนรับพวกเขาหน่อย”

            เฒ่าซือเข้าไปในที่พักของเขา เพียงไม่นานนักเขาก็กลับมาพร้อมกับสุราหลายไห เหล่าเจ้าโลกทั้งหลายไม่รอช้ารีบเข้าไปช่วยเฒ่าซือจัดแจงในทันที

            “พวกเจ้าเองก็คงเคยได้ยินเรื่องราวของพวกเรามาบ้างแล้วเหตุผลที่พวกเราทั้งเก้าคนหายตัวไปนั้น ใช่ว่าพวกเราไม่อยากไปช่วยโลกใบอื่น ๆโลกที่ถูกทำลายไปนับได้ว่าเป็นเหล่าลูกหลานของพวกเราทั้งนั้น  สาเหตุที่พวกเราหายตัวไปคร่าว ๆพวกเจ้าเองก็คงทราบดีอยู่แล้วแต่ความเป็นจริงนั้นมันตรงกันข้ามกับข่าวที่พวกเจ้าได้รับรู้โดยสิ้นเชิง”

            “ท่านบรรพบุรุษหมายความว่า”

            “เรื่องราวในครั้งนั้นยังมีอีกหลายเรื่องที่พวกเราเองก็ยังไม่ทราบแน่ชัดแต่ว่าทุกวันนี้ทุกคนคงจะลืมเลือนพวกเราไปเกือบหมดแล้ว  ข้าจะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้พวกเจ้าได้รับรู้ความจริงที่ถูกพวกเจ้าลืมเลือนไปนานแล้วแต่สำหรับพวกเรามันเหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อวานนี้เอง”

            “ในช่วงนั้นเป็นเวลาที่ข้ายังคงดำรงตำแหน่งเป็นองค์ราชันย์ทั้งหกสิบสามดวงดาวในจักรวาลของพวกเรานับเป็นจักรวาลที่เก้า และเป็นจักรวาลที่มีจำนวนดวงดาวที่มากที่สุดทรัพยากรของแต่ละโลกของพวกเรานั้นมีมากมายมหาศาล ทั้งวิชายุทธ์ อาวุธทุกอย่างล้วนสามารถเดินทางออกไปแสวงหาได้ โดยไม่มีการกีดกั้น หรือขัดขวางกันจะมีเพียงแค่การแย่งชิงเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อพวกเขาไปเจอสมบัติดี ๆ พร้อม ๆกันเท่านั้น”

            “ดวงดาวทั้งหกสิบสามดวงล้วนไม่แบ่งแยกความแข็งแกร่งทุกคนสามารถเดินทางไปฝึกฝนยังโลกที่ตนเองต้องการไปได้อย่างอิสระเสรี การเดินทางไปแต่ละโลกก็ไม่ได้ลำบากมากมายเพราะมีดวงดาวมากมายเรียงรายอยู่การเดินทางไปหาดวงดาวหนึ่งไปยังอีกดวงดาวหนึ่งนั้นใช้เวลาแค่ครึ่งวัน หรือหากไกลออกไปก็ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งวัน”

            “ยกเว้นว่าพวกเจ้าจะเดินทางจากโลกหนึ่งไปยังจุดหมายอีกโลกหนึ่งที่อยู่ห่างไกลมากถึงจะใช้เวลาหลายวันในการเดินทางเหล่าชาวยุทธ์ทุกดวงดาวต่างต้อนรับจอมยุทธ์จากต่างโลกด้วยความยินดีพวกเขาแบ่งปันและแลกเปลี่ยนทรัพยากรซึ่งกันและกัน อยู่เป็นประจำ”

            “จนกระทั่งในปีที่พวกเรากำลังเฉลิมฉลองครบรอบการเป็นเจ้าโลกที่หนึ่งและครบรอบการก้าวขึ้นเป็นราชันย์ในจักรวาลที่เก้าของข้าในปีที่หนึ่งร้อยเริ่มมีสงครามเกิดขึ้นกับดวงดาวที่อยู่ห่างไกล ในตอนแรกพวกเขาทั้งหลายต่างมีพลังยุทธ์ที่ไม่สูงมากนักดาวดวงนั้นก็คือดาวที่สามสิบหก”

            “แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มรุกรานดาวดวงอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องความแข็งแกร่งของพวกเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดความเร็วในการฝึกฝนพลังยุทธ์ของคนจากกลุ่มดาวที่สามสิบหกกลับเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว”

            “ในตอนแรกพวกเขาเพียงเข้าไปแย่งชิงทรัพยากรที่ใช้บ่มเพาะจากโลกอื่น ๆเพียงเท่านั้นแต่หลังจากนั้นไม่ถึงปี พวกเราเริ่มทำลายดาวดวงอื่น ๆ ไปด้วยพวกข้าจึงปรึกษาหารือกันและส่งคนออกไปสืบว่าเป็นเพราะอะไรทำไมพวกเขาถึงต้องทำลายดวงดาวเหล่านั้นด้วย”

            “แต่ที่พวกข้าคาดไม่ถึง เกิดขึ้นอีกในปีที่สองพวกเขายังคงทำลายดาวดวงอื่น ๆ อยู่ พวกเราทั้งเก้าคนเลยปรึกษาหารือกันว่าพวกเราจะแก้ปัญหานี้เช่นไรในช่วงที่พวกเราพวกเรากำลังปรึกษาหารือกันอยู่นั้นคนที่พวกเราส่งออกไปสืบข่าวกลับมารายงานว่ากลุ่มคนจากดวงดาวที่สามสิบหกนั้นได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนในจักรวาลอื่นๆ ให้พวกเขาแย่งชิงทรัพยากรทั้งหมด และหากพวกเขาทำลายดาวในจักรวาลของพวกเราได้หนึ่งดวงพวกเขาจะได้ทรัพยากรเพิ่มอีกสิบเท่า”

            “และยังมีดวงดาวดวงอื่น ๆ ที่ได้รับค่าตอบแทนแบบนี้เช่นเดียวกันพวกเขาจึงเริ่มต้นทำสงครามกันอย่างจริงจังและต่างแย่งชิงทรัพยากรต่าง ๆไปจนหมดสิ้น พร้อมกับสังหารเหล่าผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า แม้แต่เด็กเล็ก ๆพวกเขาก็ยังไม่เว้น”

            “แล้วพวกท่านปู่ ไม่ได้ออกไปห้ามปรามพวกเขาอย่างนั้นหรือขอรับ”

            “ไปสิ ทำไมข้าจะไม่ไป พวกเราทั้งเก้า ออกเดินทางไปเพื่อห้ามพวกเขาไม่ให้แก่งแย่งและทำลายดาวดวงอื่นๆ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เมื่อพวกเราเดินทางไปถึง เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายต่างได้รับคำสั่งจากผู้ที่จ้างวานมาว่าหากสามารถสังหารพวกเราได้พวกเขาจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึงร้อยเท่าเพียงพวกเราไปถึงที่นั่นเท่านั้น เหล่าจอมยุทธ์กว่าพันคนก็รายล้อมพวกเราทั้งเก้าคนเอาไว้”

            “พวกเราถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องข้าที่เป็นคนนำพวกเขาเหล่านั้นไปจึงได้ตัดสินใจสังหารพวกเขาจนสิ้นเมื่อกลุ่มคนกลุ่มแรกถูกสังหารไปจนหมด กลุ่มคนกลุ่มที่สอง ก็ตามมาอีกจนพวกเราไม่สามารถต้านรับไหวเนื่องจากพวกเขาเริ่มทยอยกันมาเรื่อย ๆพวกเราจึงได้หลบหนีมายังโลกต้นกำเนิดใบนี้”