“น้องสามช้าก่อน” ตู้อวิ๋นหลงดึงแขนตู้เซ่าฝู่ไว้กล่าวว่า “บุรุษท่านนี้ต้องเป็นยอดฝีมือที่เสียชีวิตในถ้ำนี้ตามตำนานแน่นอนไม่ว่าอย่างไรเขาถือว่าเป็นผู้อาวุโสสำหรับพวกเรา พวกเราห้ามเสียมารยาทกับเขา”
เมื่อตู้อวิ๋นหลงพูดจบเขาก็โน้มตัวลงไปคุกเข่าคำนับชายที่นั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้เล็กต้นนั้นสามทีจากที่ไกลๆจากนั้นก็ลุกขึ้นมา เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่กำลังทำหน้าเจื่อน จึงกล่าวว่า “น้องสาม อย่าเบื่อที่พี่รองบ่นเจ้าล่ะนี่เป็นสิ่งที่ลุงใหญ่และบิดาของข้ามักจะสอนอยู่บ่อยๆ เรื่องมารยาทและกฎเกณฑ์พวกเราต้องเข้าใจและปฏิบัติตาม”
“เข้าใจแล้ว” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า จากนั้นก็โน้มตัวลงไปคุกเข่าคำนับยอดฝีมือที่นั่งขัดสมาธิจากที่ไกลๆสามครั้ง
“แบบนี้ถึงจะถูก พวกเราเข้าไปกันเถิด” ตู้อวิ๋นหลงพยักหน้าอย่างพอใจ
“เด็ดพลับผลทองก่อน”
ตู้เซ่าฝู่ร้อนใจอยากเข้าไปหาพลับผลทองจึงรีบเก้าเข้าไปที่พื้นทรายสีทองเข้ารีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาต้นไม้ต้นเล็กที่เปล่งแสงต้นนั้น คลื่นพลังงานของยาวิเศษที่คุกรุ่นทำให้หัวใจของตู้เซ่าฝู่เต้นถี่ขึ้นด้วยความตื่นเต้น
สายตาของตู้อวิ๋นหลงกลับจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปทิศทางนั้นช้าๆ
ทันใดนั้นเมื่อตู้อวิ๋นหลงเดินจนมายืนอยู่ด้านหน้าชายวัยกลางคนที่นั่งขัดสมาธิที่ตาสองข้างปิดสนิทและเสียชีวิตเมื่อนานมาแล้ว จู่ๆ ตาสองข้างก็เปิดออก
“ซู่ๆ!”
มีอักษรยันต์ประกายแสงจ้าพรั่งพรูออกมาจากดวงตาสองข้างของชายคนนั้นอย่างรวดเร็วและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจากนั้นก็ลอยมาห้อมล้อมทั่วร่างของตู้อวิ๋นหลงมีคลื่นพลังงานแสงอันน่ากลัวไหลรวมตัวพุ่งเข้าไปที่ตรงกลางระหว่างคิ้วของตู้อวิ๋นหลงไป
“ช่างเป็นเด็กที่มีมารยาทและอ่อนน้อมรู้จักเคารพผู้ใหญ่จริงๆงั้นก็จงรับสิ่งสืบทอดนี้จากข้าไปเถิด!”
วงแสงจากอักษรยันต์ขยายขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงใสๆเสียงหนึ่งดังขึ้นมา เมื่อมีเสียงปริศนาดังขึ้น อักษรยันต์เปล่งแสงก็ลอยเข้าไปห่อหุ้มตู้อวิ๋นหลงจนเกิดเป็นก้อนแสงกลมๆแสงจ้า
“พี่รอง”
ตู้เซ่าฝู่ตะลึง ในใจรู้สึกกังวลคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ขณะนี้เขาก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
“ฟึ่บ!”
ทันใดนั้นเอง บริเวณพื้นดินทรายสีทอง จู่ๆก็มีลำแสงสีทองขนาดฝ่ามือพุ่งเข้าใส่ จากนั้นก็เปล่งประกายแสงจ้าออกมา พลับผลทองเปล่งรัศมีแสงจ้ายิ่งขึ้น
“ใครคิดจะแย่งพลับผลทองของข้า!”
ตู้เซ่าฝู่ได้สติกลับมาเขาสะดุ้งตะโกนเสียงดัง จากนั้นปล่อยพลังพุ่งกระจายออกจากมือซ้ายปะทะกับลำแสงที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับใช้มือขวาเด็ดพลับผลทองออกมาจากต้นไม้ต้นเล็กต้นนั้น
“ปึง!”
พลังจากหมัดซ้ายปะทะไปที่ลำแสงสีทองจนเกิดเสียงระเบิดดังปึงทว่าลำแสงก็เบนออกจากนั้นก็พุ่งเข้าหามือขวาของตู้เซ่าฝู่ที่ยื่นออกไปกำลังจะเด็ดพลับผลทอง
ตู้เซ่าฝู่ตกใจรีบถีบตัวถอยหลังอย่างรวดเร็วรีบหลบลำแสงสีทองที่พุ่งเข้าใส่
“แย่แล้ว……”
ทันใดนั้น ตู้เซ่าฝู่ตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนเพียงในเวลาชั่วพริบตา ฝ่ามือของเขาเพิ่งจะแตะไปที่ พลับผลทองไม่รู้ว่าทำไมเมื่อสัมผัสมันก็กลายเป็นก้อนพลังสีทองที่มีลักษณะเหนียวหนืด
พลังงานจากฤทธิ์ของยาวิเศษระเบิดออกมาทำให้ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ใกล้รู้สึกหายใจได้ยาก
“ไอ้สารเลวเจ้ามาทำให้ยาวิเศษของข้าเสื่อมเสีย ข้ารอเวลานี้มานานเป็นสิบๆ ปี ไอ้เด็กบ้ามนุษย์ไม่อาจสัมผัสพลับผลทองโดยตรงได้” ในลำแสงสีทองมีเสียงใสๆ อู้ๆ ดังขึ้นมาน่าจะเป็นเสียงของเด็กฟังจากน้ำเสียงพอฟังออกว่าเขากำลังกัดฟันด้วยความโมโหอย่างมาก
“ฉึบ!”
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นเสร็จลำแสงสีทองก็พุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง พยายามที่จะแย่งน้ำยาวิเศษจากพลับผลทองที่อยู่ในมือขวาของตู้เซ่าฝู่ไป
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ข้าก็ไม่ยอมให้เจ้ามาแย่งของของข้าหรอก”
ตู้เซ่าฝู่ตะโกนเสียงดังขณะที่กำลังรีบถอยหนีการจู่โจมเขารีบยกมือขวานำน้ำยาวิเศษของพลับผลทองอยู่บนมือใส่ปาก เขากลืนพลับผลทองที่สลายกลายเป็นน้ำยาวิเศษไปจนหมดเกลี้ยงในคำเดียว
กลืนน้ำยาวิเศษจากพลับผลทองไปแล้วดูสิว่าใครจะแย่งไปได้อีก!
“ไอ้สารเลวเจ้าเป็นมนุษย์จะมากลืนพลับผลทองไปตรงๆ ได้อย่างไร ยาวิเศษของข้าข้ารอมาเป็นสิบปีแล้วนะ!”
เสียงใสๆของลำแสงสีทองสบถออกมาอย่างไม่พอใจ ทั้งตะโกนเสียงดังทั้งด่าด้วยคำหยาบจากนั้นราวกับว่ามันทนเหาะอยู่บนฟ้าไม่ไหวแล้วเพราะหมดแรงมันจึงตกลงมาและไม่ได้กระโดดเหาะไปไหนอีก
ภายในลำแสงสีทอง ยังคงมีเสียงใสๆร้องโวยวายออกมาไม่หยุด “เจ้ามนุษย์โง่ร่างของเจ้าจะระเบิดจนตาย พลับผลทองจะยังเป็นของข้า”
“เป็นพลังงานที่แข็งแกร่งมากจริงๆ”
พลับผลทองที่เปลี่ยนสภาพกลายเป็นของเหลวที่ถูกตู้เซ่าฝู่กลืนเข้าไปเริ่มปล่อยพลังงานอันร้ายกาจน่ากลัวออกมาซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าที่ตู้เซ่าฝู่จินตนาการไว้เสียอีก
เมื่อพลับผลทองที่กลายเป็นน้ำยาวิเศษไหลสู่ท้องของตู้เซ่าฝู่เขาก็รู้สึกเหมือนว่ามีก้อนเพลิงสีทองจ้าอยู่ด้านใน มีอักษรยันต์ประกายแสงจ้าแผ่ออกมาเข้มข้นเรื่อยๆเป็นพลังงานที่ยิ่งใหญ่มหาศาลถึงขีดสุด
“ตึงโครม……!”
พลังงานอันมหาศาลจากพลับผลทองพลุ่งพล่านและซึมเข้าไปในทุกส่วนของอวัยวะในร่างกายของตู้เซ่าฝู่ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะภายใน เส้นโลหิต เส้นลมปราณ เนื้อหนัง กล้ามเนื้อและกระดูก
“อ๊าก……”
พลังงานอันมหาศาลโถมกระหน่ำอยู่ภายในขึ้นมาในเวลาอันสั้นทำให้อวัยวะภายใน เส้นลมปราณ กระดูกทุกๆ ส่วนในร่างของตู้เซ่าฝู่รับพลังงานนี้ไม่ไหวราวกับว่าทุกอย่างในร่างกำลังถูกพลังงานนี้กัดกินและย่อยสลาย ทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกปวดแสบทรมานทนไม่ไหวจนต้องร้องออกมา
“สกัดมันซะ!”
ขณะที่กำลังร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด ตู้เซ่าฝู่ก็ไม่มีแรงไปคิดเรื่องอื่นแล้วเขารีบนั่งขัดสมาธิ จากนั้นเริ่มใช้วิชาฝึกร่างของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองโดยใช้ร่างกายของตัวเองในการสกัดพลังงานของพลับผลทอง
เมื่อเริ่มใช้วิชาอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองทันใดนั้นพลังงานก็ถูกสกัดแปลงเป็นพลังปราณดูดซึมเข้าสู้เส้นลมปราณของตู้เซ่าฝู่จากนั้นก็ไหลเวียนเข้าไปรวมอยู่ที่จุดเสินเชวี่ยที่อยู่ตรงหน้าท้อง
แม้ตู้เซ่าฝู่กำลังอดทนรับแรงโจมตีของพลังงานอันดุดันและรุนแรงก็ยังต้องฝืนทนความเจ็บปวดต่อไป ต่อให้เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์คนอื่นๆเมื่อต้องเจอแรงโจมตีเช่นนี้ก็น่าจะทำให้ร่างกายแตกสลายเป็นเสี่ยงๆและเสียชีวิตได้
ผ่านมาไม่นานมาก พลังงานสีทองจางๆปกคลุมทั่วร่างของตู้เซ่าฝู่ ร่างและจิตของเขากำลังเข้าสู่สภาวะสกัดพลังงานจากพลับผลทองด้วยร่างกายอย่างเต็มรูปแบบ
พลังงานจากพลับผลทองอันมหาศาลเมื่อใช้วิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็สามารถทำให้พลังงานที่เปลี่ยนเป็นรูปแบบของพลังปราณไหลเวียนเข้าสู่ภายในจุดเสินเชวี่ยในร่างของตู้เซ่าฝู่พลังปราณสกัดนี้ช่วยทำให้อวัยวะภายในเนื้อหนังกระดูกและกล้ามเนื้อฟื้นฟูและกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเดินเข้ามาในถ้ำมีหยดเลือดหยดติ๋งๆ มาจากปาก เห็นได้ชัดว่าเพิ่งไล่สังหารและเขมือบฉิวซันเข้าปากเสร็จแล้ว
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจ้องมองเหตุการณ์ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในถ้ำสายตาของมันมองอย่างแปลกใจและสงสัย
“ทำไมยังมีอสูรมาอีกแถมยังเป็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับที่คืนพลังของต้นสายตระกูลได้อีก”
เสียงใสๆ จากก้อนแสงเล็กๆ ที่อยู่บนพื้นทรายพูดออกมาด้วยความสงสัยราวกับว่าหวาดกลัวอะไร แสงบนตัวของเขาเริ่มจางลงมันเริ่มเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในทรายสีทอง ไม่ได้มีลมปราณอะไรเคลื่อนไหวอีกทำให้ค้นหาตัวของมันได้ยาก
ในที่สุดอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนก็พอเข้าใจสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตู้เซ่าฝู่และตู้อวิ๋นหลงสองคนนี้ที่อยู่ข้างในถ้ำมันเข้าใจได้ว่าพวกเขาสองคนต่างได้ประโยชน์จากที่นี่กันคนละอย่าง นัยน์ตาของมันสั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นถอยหลังไปหมอบฟุบอยู่ที่ปากทางเข้า คอยระแวงสังเกตความเป็นไปรอบๆ ให้
เวลาค่อยๆผ่านไปน้ำยาวิเศษจากพลับผลทองที่ตู้เซ่าฝู่รับประทานเข้าไปราวกับว่ามีพลังงานมากมายอัดแน่นอยู่และแผ่ออกมาจากไม่จบสิ้น มันไหลซึมไปที่อวัยวะกระดูกกล้ามเนื้อทุกส่วน ให้ความชุ่มชื้น พลังปราณที่สกัดค่อยๆ ไหล่เข้าสู่จุดเสินเชวี่ยจนเติมลมปราณในตัวของเขามีปริมาณเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด จนกระทั่งถึงขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ในจุดสุดยอดเขาก็เริ่มพยายามระงับตัวเองผ่อนพลังลง
“สะกดเอาไว้ ห้ามบรรลุ ต้องสร้างพื้นฐานให้ดีกว่านี้ก่อน”
ตู้เซ่าฝู่ยังคงพยายามคุมสติเอาไว้ห้ามไม่ให้ตัวเองรีบบรรลุ ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างฌานขั้นใหญ่สองขั้นขั้นเบิกนภากับขั้นชีพจรพลิ้วไหวจะต้องทำให้พื้นฐานเดิมแกร่งกล้าก่อนเป็นสำคัญ
สำหรับผู้ฝึกฌานความรู้สึกล่อลวงและน่าหลงใหลที่นำพาสู่การบรรลุจากเสน่ห์แรงดึงดูดที่ร่างกายอย่างมีพลังที่มากขึ้นพลังนั้นเป็นสิ่งที่คนปกติทั่วไปไม่อาจต้านทานได้
ตู้เซ่าฝู่จำคำของเจินชิงฉุนได้ดีต้องห้ามไม่ให้ตัวเองรีบบรรลุขั้นฌานเร็วเกินไปต้องพยายามสกัดความอยากของร่างกายตัวเองไว้ เพราะต้องทำให้พื้นฐานปราณขั้นนี้ดีก่อนเขาจึงพยายามสกัดควบคุมให้พลังปราณภายในจุดเสินเชวี่ยหดลงไม่เพิ่มไปกว่านี้พลังงานของพลับผลทองภายในร่างกายจึงแผ่ออกไปทำให้ร่างกายชุ่มฉ่ำขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ทำไมเจ้ามนุษย์คนนี้ไม่เป็นอะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนี้……”
เสียงเด็กใสๆ ดังออกมาจากภายในทรายสีทองและยังคงซ่อนตัวอยู่เขาบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย
ยามราตรีพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวลอยสู่ฟากฟ้า มีเมฆบางๆ สีเทาลอยบังจันทราทำให้ขมุกขมัวท้องฟ้าในเมืองราวกับถูกควันจางๆ ปกคลุมอยู่ ให้ความรู้สึกมัวทึบตาพร่าๆราวกับคนกำลังตกอยู่ในห้วงความฝัน
โถงสำนักที่มีลานอันกว้างขวางแห่งหนึ่งภายในโถงมีชายร่างใหญ่บึกบึนราวกับหมีคนหนึ่ง แววตามีประกายและทรงพลังสีหน้าเคร่งเครียด เขากับกำลังสนทนากับบุชายร่างใหญ่อีกคนหนึ่งที่สีหน้าซีดมากกล่าวเสียงขรึมว่า “เจ้าว่าอะไรนะ ผู้อาวุโสหลู่ถูกฆ่าตายใครเป็นคนทำ?”
“มีคนหนึ่งคือตู้อวิ๋นหลงจากสมาคมมังกรดาวและอีกคนหนึ่งคือเด็กหนุ่มชุดม่วง และยังมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่มีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณอีกตัวหนึ่งอสูรพยัคฆ์ตัวนั้นแข็งแกร่งมาก พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน ผู้อาวุโสหลู่ถูกอสูรพยัคฆ์เขมือบกลืนเข้าปากไป” ชายร่างใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“แล้วผู้อาวุโสถูล่ะ?”ชายกำยำร่างใหญ่เหมือนหมีเอ่ยถาม
“ผู้อาวุโสถูอยู่ที่ปากทางเข้าช่องลับในถ้ำทำลายผนึกอยู่หลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้แล้ว”ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่น
ชายกำยำร่างใหญ่เหมือนหมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นจากนั้นเอ่ยเบาๆ ว่า “หรือว่าที่นั่นมียอดฝีมือสิ้นใจที่นั่นจริงๆดูท่าข้าต้องไปดูด้วยตัวเองแล้วล่ะ”
“เจ้าสำนัก ผ่านไปหลายวันแล้วพวกเราไปตอนนี้จะไม่ถือว่าสายไปหรือ?” ภายในห้องโถงใหญ่ชายชราอายุประมาณหกสิบลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวขึ้นมา
“ผู้อาวุโสถูจะเป็นหรือตายยังไม่แน่ใจเลย ต่อให้เป็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขั้นชีพจรประสานวิญญาณหากผู้อาวุโสถูวางค่ายกลยันต์ใส่มัน ก็น่าจะยื้อเวลาได้นานอยู่ ข้าต้องไปดูเองกับ” ชายกำยำร่างใหญ่เหมือนหมีสีหน้าเคร่งขรึม
“ท่านพ่อ ข้าจะไปกับท่าน”
ทันใดนั้นชายหนุ่มร่างบึกบึนก็เดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่เขามีร่างกายบึ้กกล้ามหน้าอกเป็นมัดๆ หนาและกว้างเขาคือเฮ่อจวินหนึ่งในสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิง
“อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ชายกำยำร่างใหญ่เหมือนหมีเอ่ยถามชายหนุ่มคนนั้นสีหน้าเป็นกังวล แววตาดูอ่อนโยนขณะที่พูด
“ไม่เป็นอะไรมากแล้ว แค่อาการบาดเจ็บภายนอกบนผิวกายเจ้าหนุ่มนั่นไม่ได้โจมตีกระทบอวัยวะภายในจนสาหัสขนาดนั้น”เฮ่อจวินกล่าว พร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ สีหน้าหมอง