ตอนที่ 41 ตำแหน่งดยุค
อึก“เราได้สืบสวนและสอบถามคนรอบๆแล้วได้ความเป็นเป็นคนรักของท่านดยุค...”เจ้าหน้าที่ยังคงอธิบายต่อไปโดยไม่มีใครสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเชส เขากัดฟันแน่นเพื่อข่มบางสิ่งบางอย่างภายในทว่าดูเหมือนจะได้อีกไม่นานดวงตาปรากฏเส้นเลือดจำนวนมากผุดขึ้นมาอย่างน่ากลัว น้ำลายไหลรางกับสัตว์ป่ากระหายเลือดทั้งตัวสั่นเทาไม่หยุดก่อนจะร้องตะโกนออกมาดังเสียงอันดังลั่น“เชส เป็นอะไร”ผู้ถูกเรียกค่อยๆหันหาคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ไม่ใช่ใครอื่น...มิเนอร์วาท่าทางไม่น่าไว้ใจแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตั้งท่าเตรียมจู่โจมเต็มที่ทว่าก่อนหน้านั้นมาทิลด้าพลันปรากฏกึ่งกลางระหว่างทั้งสอง มหาจอมเวทร่ายเวทอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นคำพูดเชสโงนเงนไปมาและล้มลงสิ้นสติ“จริงๆด้วยสินะ”ร่างในชุดคลุมเปรยเบาๆ ข้อสันนิษฐานในใจได้รับคำยืนยัน“ท่านมาทิลด้าเกิดอะไรขึ้นกับเขาครับ”ทุกคนรีบมาห้องล้อมมาทิลด้าซึ่งอุ้มเชสไว้ในอ้อมแขน ไม่ทันจะได้พูดอะไรเธอรีบสั่งให้พวกเขาออกจากพื้นที่นี้ในทันที“ศัตรูใช้กลิ่นพิเศษบางอย่างในการกระตุ้นสมองให้ปลดปล่อยอารมณ์ออกมา”“กลิ่นงั้นหรอ”มหาจอมเวทเปิดบทสนทนาด้วยสิ่งที่ทุกคนสงสัยและเริ่มย้อนความกลับไปตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้“ฉันรู้สึกมาตั้งแต่แรกแล้วว่าที่แห่งนี้มีกลิ่นแตกต่างจากข้างนอกราวกับเป็นคนละโลกแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรจนกระทั่งวันนี้ถึงเข้าใจ”“แต่ทำไมพวกเราไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลยล่ะ”“กลิ่นนั่นแฝงไปด้วยเวทมนตร์ ถ้าไม่ใช่ระดับฉันหรือมีวิชาเฉพาะทางก็ไม่มีทางรู้ตัวหรอก”“เดี๋ยวสิคะ ถ้างั้นพวกเราก็...”เอริก้าหน้าเสียรีบโพล่งถาม“ใจเย็นๆก่อน กลิ่นเมื่อวันนั้นกับวันนี้มันต่างกันและเหมือนว่าจะมีเงื่อนไขในการออกฤทธิ์ด้วย”“เงื่อนไขหรอ”แทบจะปราสานเสียงพร้อมกันทุกคน ด้วยประสบการณ์และความรู้ซึ่งสั่งสมมาหลายสิบปีส่งผลให้มาทิลด้าเข้าใจและวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เฉียบคม“วิเคราะห์จากการตัดจุดร่วมอื่นๆออกไป เงื่อนไขคงเป็นการรู้จักผู้ใช้วิชาและมีอารมณือะไรบางอย่างกับทางนั้นไม่มากก็น้อย...ถ้าคิดแบบนี้จะเข้าใจทันทีว่าทำไมถึงมีแค่พ่อหนูเชสที่ขาดสติแต่พวกเรากลับไม่มีใครเป็นอะไรเลย”จบข้อสันนิษฐานทุกคนพากันหวาดผวากับเหตุการณ์และชื่นชมสติปัญญาของสาวสองคนนี้ด้วยข้อมูลจำกัดเท่านี้ยังสามารถตั้งข้อสันนิญฐานต่อพลังของศัตรูได้ถึงขั้นนี้‘งี้เองสินะ’เชสได้สติกลับมาสักพักทันได้ฟังข้อสันนิษฐานนั่น ในที่สุดเขาก็เข้าใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้น มันเพราะความสามารถอันน่ากลัวนี้นี่เอง ใจหนึ่งก็ดีใจที่รู้ถึงพลังของศัตรูคู่อาฆาตทว่าก็ทำให้เข้าใจว่าตนเองซึ่งมีความรู้สึกโกรธแค้นต่อเอลิซาเบ็ธจะพบหน้าเธอไม่ได้เด็ดขาด“เชส ฟื้นแล้วหรอ”จนแล้วจนรอดในที่สุดก็มีคนรู้ตัวว่าเขาตื่นแล้ว เด็กหนุ่มถูกจับให้นอนตักมาทิลด้ามาสักพักใหญ่ลุกขึ้นช้าๆและถามคำถามเข้าประเด็น“แล้วจะไงต่อล่ะ”“เป็นไง...อะไรหรอ”นิ่วชี้ไปยังเหตุการณ์โศกนาฏกรรมตรงหน้า“ดยุคแตกไปแล้วนี่นา เราจะเอาไงต่อล่ะ...เมืองนี้ล่ะ แล้วตำแหน่งล่ะ”ใช่แล้ว จะเป็นอย่างไรต่อในฐานะชนชั้นสูงพวกเขาควรจะรู้สึกตัว เชสเตือนความตำของทุกคนว่าผู้ตายไม่ใช่แค่คนเดินเท้าทั่วไปแต่เป็นถึงดยุค เป็นผู้ปกครองเมืองที่มั่งคั่งใครกันที่จะมารับตำแหน่งต่อ“ถ้าตามหลักก็ต้องเป็นน้องสาวของดยุคฮอว์คใช่ไหม”“เดี๋ยวสิ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นญาติผู้ชายห่างๆหรอ”“อย่าลืมสิว่าน้องสาวของดยุคฮอว์คมีลูกแล้ว ถึงนับที่ใกล้ที่สุดก็ต้องเป็นสองคนนั้น”การโต้เถียงเริ่มหยุดไม่อยู่ราวกับการพูดคุยครั้งนี้จะตัดสินชะตาตระกูลฮอว์คทั้งหมด โดยลืมไปว่ามันไม่ใช่หน้าที่พวกเขาแต่เป็นของสภาขุนนางอะไรนั่นต่างหาก ยิ่งฟังยิ่งคิดว่าเป็นมลพิษทางเสียงทางเดียวที่จะหยุดคือมอบข้อสรุปให้พวกเขา...ข้อสรุปเดียวที่พวกเขาลืมไป“มีอยู่ไม่ใช่หรอ ผู้สืบทอดอย่างชอบธรรมน่ะ”“ห๊ะ”“ผู้สืบทอดที่มีสายเลือดเข้มข้น ใกล้ชิด ไม่มีข้อครหาหรือใครจะคัดค้านได้...”ทุกคนรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ“พ่อค้าอัญมณีไง” เหตุการณ์การสังหารหมู่ตระกูลดยุคโด่งดังภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ข่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็วอีกไม่นานคงรู้ไปทั้งอาณาจักร งานนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆหน่วยงานมากมายต่างพากันมาที่เมอร์เนีย ไม่ว่าจะศาลขุนนาง หน่วยสืบคดีพิเศษ ตัวแทนจากสภาขุนนางและอื่นๆอีกมากมายคนที่เข้าพบดยุคตลอด1อาทิตย์ถูกนำตัวมาสอบปากคำทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่มิเนอร์วา ณ ขณะนี้นั้นเชสนั่งโยกเก้าอี้ไปมาในห้องสอบสวนเดี่ยว ก่อนเข้ามาในนี้มิเนอร์วาได้เอ่ยกำชับอย่างเด็ดขาดว่าให้ทำตัวมีมารยาทและห้ามก่อเรื่องเด็กหนุ่มไม่คิดจะขัดอะไรอยู่แล้วถ้าไม่มาเจอคนหน้าคุ้นเคยที่นี่ในห้องสอบสวนนั้นนอกเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วยังมีตัวแทนจะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องราวๆ5คนและหนึ่งในนั้นไม่ใช่ใครอื่น“ไง วิสเคานต์กอริล่า”“วิสเคานต์ฮิวจ์ว้อย ไอ้เด็กเปรต”“หลังจากนั้นได้ไปอ่านหนังสือเพิ่มรึยังล่ะ”“แก...คิดจะเยอะเย้ยกันรึไง”“เปล่านะ อย่ามาใส่ร้ายกันสิ...แค่จะบอกว่างานนี้ต้องใช้ความรู้มากหน่อยเท่านั้น”วิสเคานต์ฮิวจ์ เชสพบเขาคราวก่อนในเหตุการณ์โจมตีดยุคเลย์นาด หลังจากกลับไปครั้งนั้นเจ้าตัวไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับอิกนาเซียสเพิ่มเติมจากหนังสือประวัติศาสตร์หลายเล่ม จนมีความรู้เกี่ยวกับพวกมันในระดับหนึ่งในห้องนั้นวิสเคานต์ฮิวจ์เป็นตัวแทนจากสภาขุนนางและมียศสูงที่สุดสั่งเริ่มการสอบสวน เชสไม่ขัดข้องเล่าเรื่องและตอบคำถามอย่างไม่อีดออด“ในข้อมูลบอกว่าแกรู้จักกับคนที่ชื่อเอลิซาเบ็ธอะไรนั่นใช่ไหม”เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและเป็นการดีกว่าที่จะไม่ต้องมีถูกสงสัยทีหลังมิเนอร์วาเลือกจะบอกข้อมูลเรื่องเชสและเอลิซาเบ็ตมีความเกี่ยวข้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ“เจอกันครั้งเดียว...เป็นครั้งเดียวที่ไม่มีวันลืมเลย”เชสแอบกัดฟันแน่น เขารู้ตัวแล้วว่ามันไม่ใช่ครั้งเดียว ‘เบ็ตตี้’ บอกกันโต้งๆแบบนี้ไม่รู้ก็โง่แล้ว เชสรู้สึกแค้นตัวเองมากทั้งที่ศัตรูชั่วชีวิตมาอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆแต่เขากลับไม่รู้ตัว น่าเจ็บใจนัก“เจอกันได้ยังไง เกี่ยวข้องกันยังไง มีข้อมูลอะไรบ้าง บอกมาให้หมด”น้ำเสียงกดดันตวาดลั่นเป็นการกดดันขั้นพื้นฐานของพวกเจ้าหน้าที่สืบสวนกระนั้นมันแทบไม่มีผลกับเขาเลย“เจอกันยังไงขอไม่บอกแล้วกัน...ความทรงจำไม่ดีเท่าไหร่ ส่วนเกี่ยวข้องกันยังไงหรอ นั่นสินะเป็นคนที่สักวันฉันอยากฆ่าด้วยมือนี้น่ะ ส่วนข้อมูลอื่นๆไม่รู้หรอกนอกจากเปลี่ยนรูปลักษณ์กับชักจูงอารมณ์เป้าหมายได้”แต่ละคนทำการจดบันทึกเพื่อเป็นหลักฐานในส่วนตัวเอง ใช้เวลาไม่นานก็ถูกปล่อยตัวออกมา อย่างไรเรื่องที่พวกเขาไม่ใช่คนร้ายนั้นสามารถยืนยันได้ไม่ยากทั้งพยานยืนยันที่อยู่และอีกมากมายยืนยันว่าพวกเขาอยู่ในโรงแรมตลอดเวลา“เป็นไงมั่ง”“ไม่ไงทั้งนั้นแหละ แค่ตอบไปตามตรง”“ดีแล้วล่ะ”“ว่าแต่พ่อค้าอัญมณีล่ะ”“ส่งคนไปรับแล้วล่ะไม่กี่วันคงมาถึง”เชสพยักหน้าเหตุสลดครั้งนี้คงทำให้กลุ่มพวกเขาเสียเวลาไปอีกนาน ตอนนี้เมืองทั้งเมืองคล้ายกับว่าถูกปิดจนกว่าการสอบสวนเบื้องต้นจะจบ นอกจากมีเหตุจำเป็นห้ามเข้าและออกจากเมืองทุกกรณีในเมื่อจะว่างไปอีกสักพักเขาจึงตั้งใจว่าหากนิชกับเรคอนเห็นด้วยกับข้อเสนอก็ให้จัดการเรื่องเอกสารและจดทะเบียนเป็นบริษัทมันเสียที่นี่เลย ขอแค่มีเพียงหลักฐานยืนยันตัวตนว่าเป็นประชาชนของวาเลนเซียอย่างอื่นก็ไม่จำเป็น หรือถ้าจำเป็นค่อยนำมายืนทีหลังได้สำหรับเรื่องเคแกนมิเนอร์วาได้แต้งทางสภาขุนนางตั้งแต่เนิ่นๆถึงการที่เขาเป็นผู้มีสิทธิ์สืบทอดบะดาศักดิ์โดยชอบธรรม ขอเพียงตรวจสอบว่าดยุคฮอว์คไม่ได้ไปมีลูกหับใครหรือไข่ทิ้งไว้ไหนเป็นอันใช้ได้ หลังจากตรวจสอบว่ามีส่วนรู้เห็นเรื่องการตายของพี่ชายไหมก็จบเคแกนอยู่ห่างตั้งกี่สิบกี่ร้อยกิโลเมตรไม่มีทางมาเกี่ยวข้องได้ ตอนนี้ตำแหน่งดยุคสำหรับเขาแล้วอยู่แค่เอื้อมในด้านการพิสูจน์ว่าเขาคือเคแกน ฮอว์คตัวจริงหรือไม่นั้นไม่จำเป็นต้องยุ่งยากอย่างให้ญาติจำนวน10คนหรือคนรู้จักสมัยก่อน20คนมายืนยันตัวตน นั่นเพราะมีเวทมนตร์ธาตุน้ำบทหนึ่งสามารถตรวจสอบสายเลือดได้แม่นยำ100% ทำให้ตลอดมาไม่เคยมีพูดแอบอ้างได้สำเร็จสักคน “เซ็นตรงนี้นะคะ แล้วก็ตรงนี้ด้วย”พนักงานสาวชี้ไปยังบรรทัดบนเอกสารเชส เรคอน ริช ทั้งสามผลัดกันจรดปากกาเซ็นลงจนครบทั้งหมด ทันทีที่เซ็นครบพนักงานสาวพลันปั้นหน้ายิ้มพูดกับพวกเขา“ยินดีด้วยนะคะ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปบริษัทริช&เรคอน ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ”เรคอนถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ส่วนพี่สาวอย่างริชจับมือเชคแฮนด์กับหุ้นส่วนอีกคน เชสยิ้มรับก่อนจะยื่นมือไปจับ ผ่านมาไม่กี่วันริชตอยตกลงในข้อเสนอหลังไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนถึงผลได้ผลเสีย แถมฝ่ายนั้นยังยินดีออกทุนซื้อที่ดินชานเมืองและสั่งสร้างโรงตีเหล็กแล้วอีกด้วย“หลังจากนี้ถ้ามีอะไรก็บอกได้เลยนะ ฉันจะดูแลพวกเธอเอง”“ค่ะ จากนี้ไปขอรบกวนด้วยนะคะ”ปล่อยมือไม่ทันไรคริสตัลสื่อสารพลันเรืองแสงแสดงว่ากำลังมีใครติดต่อเขามา และตั้งแต่ได้มันมามีแค่คนเดียวเคยติดต่อมา“ว่าไงมีน่า ทางนี้เพิ่งทำสัญญาเสร็จ”“งั้นหรอ ดีแล้วล่ะ...ฉันแค่จะบอกว่าพ่อค้าอัญมณีและคู่หมั้น ไม่สิ ว่าที่ดยุคฮอว์คและว่าที่ดัชเชสได้มาถึงแล้ว”