เย่เทียนตบก้นเสี่ยวจื่อเบาๆเพื่อไม่ให้มันกังวล
“เยว่หลิง ขอโทษด้วย มันยอมรับผมเป็นเจ้านายแล้ว!”
เย่เทียนกล่าว
เยว่หลิงยิ้ม“นั่นไม่ใช่ปัญหา สายสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของสามารถยกเลิกได้ถ้านายยินดีจะขายมัน ตระกูลเยว่ของฉันก็มีวิธี”
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ละทิ้งความคิดที่จะซื้อเสี่ยวจื่อเลย
“ขอโทษด้วยผมคงขายให้คุณไม่ได้!”
เย่เทียนยังคงปฏิเสธ
ล้อเล่นน่าแค่ 200,000ล้านจะซื้อเสี่ยวจื่อได้อย่างไร?
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นแค่สมบัติที่เสี่ยวจื่อหามาให้เขาก็มีมูลค่ามากกว่า 200,000ล้านหยวนแล้ว
ยกตัวอย่างเช่นหินปราณหินปราณหนึ่งก้อนมีมูลค่า 1 พันล้านหยวน และหินลมปราณ 2,200ก้อน ก็มีมูลค่ารวม 2 ล้านล้านหยวนแล้ว
สำหรับเย่เทียนแล้วเสี่ยวจื่อมีมูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านหยวนมาก
เสี่ยวจื่อมีพรสวรรค์ในการล่าสมบัติระดับสูงในขณะที่หนูทองม่วงส่วนใหญ่มีพรสวรรค์ในการล่าสมบัติระดับอ่อนแอ ระดับเริ่มต้นหรือระดับกลางเท่านั้นหนูทองม่วงที่มีพรสวรรค์ล่าสมบัติระดับเริ่มต้นบวกกับพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับสูงสุดอาจมีมูลค่ามากกว่า200,000ล้านแต่พรสวรรค์ในการล่าสมบัติระดับสูงบวกกับสายเลือดระดับสูงของเสี่ยวจื่อมูลค่าของมันไม่สามารถวัดได้ด้วยเงิน
ถ้าเย่เทียนขายเสี่ยวจื่อเขาก็โง่เต็มทนแล้ว!
ต่อให้มอบมันให้กับเย่หยูในวันหน้าก็ยังดีกว่าขายมันไป
สมบัติล้ำค่าแน่นอนว่าเย่เทียนจะต้องเลือกเก็บไว้กับตัว
เมื่อเยว่หลิงเห็นว่าเย่เทียนไม่มีเจตนาจะขายมันเธอจึงหยุดพูดและล้มเลิกความคิดที่จะซื้อเสี่ยวจื่อไป
“เย่เทียน ระวังตัวด้วยนะ หนูทองม่วงมีค่าไม่น้อย ถ้าอยู่ในฐานทะเลมารอาจไม่มีใครกล้าแย่งหนูทองม่วงของนาย แต่ถ้านายออกจากฐานทะเลมารไปไม่แน่ว่าอาจจะมีคนลงมือก็เป็นได้!”
เยว่หลิงกล่าวเตือน
“ผมเข้าใจ!”
เย่เทียนพยักหน้า
แต่เขาไม่ได้กังวลถึงเรื่องนี้เลย
ครั้งนี้เขาได้รับสมบัติล้ำค่ามามากมายทำให้เขาไม่จำเป็นต้องออกจากฐานทะเลมารไปอีกนาน และตราบใดที่เขาทุ่มเทเก็บตัวฝึกฝนอัตราการเติบโตของเขาก็จะเกินขีดจํากัดจนคนอื่นไม่สามารถจินตนาการได้
เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องออกจากฐานทะเลมารด้วยความแข็งแกร่งของเขา ถึงตอนนั้นจะไม่มีใครที่สามารถแย่งชิงเสี่ยวจื่อได้อีก“นายท่าน ท่านเป็นคนดีจริงๆ เสี่ยวจื่อจะต้องพยายามหาเงินให้นายท่านมากกว่า 200,000ล้านหยวนให้ได้!”
เสี่ยวจื่อไม่รู้ว่า200,000ล้านนั้นคือเท่าไหร่ มันรู้แต่ว่ามันต้องมีมูลค่ามากอย่างแน่นอนและมันก็ไม่รู้ว่าลำพังแค่สมบัติที่มันหามาได้นั้นก็มีมูลค่ามากกว่า 200,000ล้านแล้ว
ถ้ามันรู้มันคงจะกลอกตาใส่เยว่หลิงแน่
“อาศัยเงินเพียง 200,000 ล้าน ต้องการจะซื้อข้า?”
กล้านำข้าไปเทียบกับหนูทองม่วงตัวอื่นๆได้อย่างไร ตัวข้าไม่ได้ราคาถูกเพียงนั้นนะ!
นักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเยว่กลับมาทีละคนแต่เมื่อถึงเวลาที่รอยแยกมิติกําลังจะปิดก็มีนักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเยว่ก็กลับมาเพียงหกคนเท่านั้นรวมเยว่หลิงอีกเป็นเจ็ดคน
“นักรบผู้เชี่ยวชาญตระกูลเยว่หายไปมากกว่าครึ่ง!” เย่เทียนคิด
โชคดีที่อัจฉริยะในการบ่มเพาะระดับสูงอีกคนของตระกูลเยว่รอดกลับมาได้การสูญเสียในครั้งนี้จึงไม่มากนัก
กลางอากาศ
รอยแยกของมิติเริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็วแม้แต่ราชาหยุนเหอก็มิอาจหยุดยั้งได้เว้นเสียแต่ว่าเขายินดีที่จะเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงบางทีเขาอาจจะเปิดมันไว้ได้อีกหนึ่งเดือน แต่ราชาหยุนเหอไม่มีทางทำเช่นนั้น
“มีนักรบผู้เชี่ยวชาญ 1,000 คนที่เข้าไปแต่กลับออกมาน้อยกว่า 300 คน!”
เยว่หลิงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
เย่เทียนไม่ได้พูดอะไรแต่ในใจของเขารู้สึกถึงความโหดร้ายของการเดินทางในเขตแดนลับ
หากไม่ใช่เพราะเขามีพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุดและความสามารถในการเคลื่อนย้ายพริบตาด้วยพฤติกรรมของเขาที่ตามหาสมบัติอย่างบ้าคลั่ง เกรงว่าเขาคงจะตายจากการปิดล้อมของสัตว์อสูรไปนานแล้ว
เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ของนักรบผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆนั้นอันตรายแค่ไหน การมีชีวิตรอดกลับมาก็ถือว่าโชคดีแล้ว
“ถ้าผู้ฝึกยุทธ์ที่ฐานหลินไห่รู้ว่าการเดินทางเข้าไปในเขตแดนลับต้องสูญเสียนักรบผู้เชี่ยวชาญไปมากกว่า700 คน พวกเขาคงจะอ้าปากค้าง!” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
ในความเป็นจริงถ้าเขาไม่มาที่ฐานทะเลมาร เขาเองก็ไม่กล้าจินตนาการถึงฉากที่นักรบกว่า 700 คนต้องเสียชีวิต
อย่างไรก็ตามในที่เล็กๆอย่างฐานหลินไห่ นักรบผู้เชี่ยวชาญคือคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การตกตายไปของพวกเขาจะทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่
แต่ที่ฐานทัพทะเลมารที่นี่มีผู้คนที่มีความสามารถจำนวนมากกว่าหลายเท่าต่อให้ต้องตายไปมากเพียงใดก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรเพราะที่นี่ยังมีนักรบชั้นยอดอีกเป็นจำนวนมากที่จะเลื่อนขั้นขึ้นมาแทนที่ในอนาคต
“กลับกันเถอะ!”
เมื่อเยว่เฟิงเห็นว่ารอยแยกมิติถูกปิดสนิทเขาจึงไม่รออีกต่อไป
แม้ว่าจะมีนักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเยว่ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่พวกเขาก็ไม่สามารถออกมาได้ พวกเขาทำได้เพียงต้องรออีก 10 ปีเท่านั้น
ตูม!!!
เรือเหาะเหินวายุลอยขึ้นไปบนอากาศและมุ่งหน้ากลับไปยังฐานทัพทะเลมาร
เรือเหาะเหินวายุจากตระกูลอื่นก็ค่อยๆ บินออกไปทีละลำ ทีละลำไม่นานก็ไม่เหลือร่องรอยของมนุษย์อยู่ในเทือกเขาที่กว้างใหญ่นี้อีกและสัตว์อสูรก็กลับมายึดครองสถานที่แห่งนี้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ตระกูลเยว่
เมื่อเรือเหาะเหินวายุมาถึงเย่เทียนก็ออกมาจากเรือเหาะ
“เย่เทียน สมบัติที่นายได้รับในเขตแดนลับล้วนเป็นของนายแต่สมบัติบางอย่างที่นายไม่ต้องการ นายแลกเปลี่ยนกับหอยุทธ์ได้หรือไม่?”
เยว่หลิงถาม
“ได้สิ!”
เย่เทียนเห็นด้วย
เดิมทีเขาตั้งใจที่จะขายสมบัติบางอย่างออกไปอยู่แล้วเพราะสมบัติที่เขามีนั้นมันมากมายจนเต็มมิติส่วนตัวและถุงเก็บสมบัติทั้ง 2 ใบของเขา
“ไปกันเถอะ ฉันจะพานายไปที่หอยุทธ์!”
เยว่หลิงพาเย่เทียนออกจากตระกูลเยว่และมุ่งหน้าไปยังสาขาของหอยุทธ์ที่อยู่ไม่ไกลนัก
ไม่นานก็มาถึงหอยุทธ์!
“หอยุทธ์ที่นี่ใหญ่มาก!”
เย่เทียนมองตึกขนาดใหญ่ที่มีความสูงราว50เมตรตรงหน้าเขา และแอบตกตะลึงในใจ
เมื่อเทียบกับสาขาของหอยุทธ์ของฐานทะเลมารแล้วหอยุทธ์ของฐานหลินไห่นั้นเล็กเป็นอย่างมาก
“ในฐานทะเลมารมีหอยุทธ์อยู่ 10 สาขา และสำนักงานใหญ่ของหอยุทธ์นั้นก็ใหญ่กว่านี้มาก!”เยว่หลิงอธิบาย เมื่อเดินเข้าไปในหอยุทธ์เยว่หลิงก็จัดการการแลกเปลี่ยนให้เย่เทียนด้วยตัวเอง
ด้วยการจัดการของเยว่หลิงผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมากประสบการณ์มาประเมินสมบัติของเย่เทียนด้วยตัวเอง
“คุณชาย โปรดนําสมบัติของท่านออกมา!”
ผู้ประเมินกล่าว
เย่เทียนหยิบถุงเก็บสมบัติขึ้นมาและค่อยๆหยิบสมบัติออกมา ไม่นานสมบัติของเขาก็วางเต็มบนโต๊ะ
ดวงตาของเยว่หลิงหดเล็กลงเธอมองเย่เทียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ
มีสมบัติมากมายถึงเพียงนี้!
แต่ไม่นานเธอก็เข้าใจ
เธอนึกถึงหนูทองม่วงภายใต้สภาพแวดล้อมที่เป็นขุมทรัพย์ธรรมชาติของเขตแดนลับและเย่เทียนที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างหนูทองม่วงการจะหาสมบัติสวรรค์ทุกชนิดไม่ใช่เรื่องยาก
“คุณชาย สมบัติเหล่านี้ ท่านต้องการจะต้องแลกเปลี่ยนกับหอยุทธ์ของเราจริงๆหรือ?”
ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินพูดออกมาด้วยอารมณ์ตื่นเต้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสมบัติมากมายขนาดนี้ถึงแม้เขาจะทำงานมาแล้วหลายสิบปีก็ตาม
“ใช่ ผมต้องการแลกเปลี่ยนมันทั้งหมด!”
เย่เทียนพูดอย่างใจเย็น
สมบัติเหล่านี้ดูเหมือนจะมีมากมายแต่ในความเป็นจริงมันเป็นแค่เพียงหนึ่งในสิบของสมบัติทั้งหมดที่เขาได้รับมาเท่านั้นและพวกมันล้วนเป็นสมบัติที่มีมูลค่าค่อนข้างธรรมดาเขายังไม่ได้นําสมบัติล้ำค่าที่สุดออกมาเลย
เนื่องจากมูลค่าของสมบัติที่นำมาแลกเปลี่ยนนั้นสูงเกินไปเยว่หลิงจึงเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมาอีกหลายคนและได้ดึงดูดผู้บริหารระดับสูงของหอยุทธ์ทำให้เขาต้องออกมาประเมินมูลค่าสมบัติของเย่เทียนด้วยตัวเอง
ครึ่งวันต่อมา
ผู้ดูแลหอกล่าวว่า“คุณชายเย่เทียน สมบัติเหล่านี้มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 325,000 ล้านหยวน”
“ตกลง 325,000 ล้านหยวนตามนั้น!”
ถึงอย่างนั้นเย่เทียนก็ยังพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ