เสียงฝีเท้ายังคงดังก้องในท่อระบายน้ำใต้เมืองเอเธอร์นัสเดวิดหอบหายใจหนักแน่น พลางประคองแมรี่ที่ยังใจากเหตุการณ์ถูกประกาศรายชื่อ Pop Mom เคนวิ่งนำหน้าคอยกวาดตาดูเส้นทางอย่างเชี่ยวชาญเหมือนรู้จักเส้นเืใต้เมืองนี้ดี
เมื่อมาถึงประตูเหล็กเก่าบานหนึ่งเขาใช้บัตรแม่เหล็กเก่าแสกนที่ซ่อนไว้ เสียงกลไกขยับดังแกร๊ก ประตูค่อย ๆเปิดออกสู่ห้องกว้างที่เต็มไปด้วยคนสิบกว่าชีวิต ไฟจากหลอดนีออนเก่า ๆ กระพริบสลัวเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ดวงตายังคงเปี่ยมไปด้วยประกายหวัง
“นี่คือที่ซ่อนของเรา”เคนประกาศเสียงเรียบ
“ที่นี่ไม่มีสายตาของรัฐบาลไม่มีโดรน ไม่มีชิปควบคุม เราคือคนที่ถูกเรียกว่าฏ…แต่แท้จริงแล้วเราแค่คนที่อยากหายใจอย่างอิสระ”
เดวิดกวาดตามองเห็นหญิงสาววิศวกรลูซี่กำลังปรับเครื่องสื่อสารโบราณให้กลับมาใช้ได้, หมอสูงวัยที่กำลังเย็บแผลให้ชายหนุ่มที่าเ็จากการปะทะเมื่อคืน, และพ่อครัวที่กำลังต้มซุปจืด ๆ แจกจ่ายให้ทุกคนพวกเขาแตกต่างหลากหลาย แต่มีสิ่งหนึ่งร่วมกัน—ความเกลียดชังต่อรัฐบาลอัสฟาลิส
แมรี่ยังคงสั่นไหวเธอถามเสียงเบา “เราจะไปได้จริงหรือ? โลกทั้งใบอยู่ในเงื้อมมือพวกมันนะ…”
เคนมองเธอแววตาแข็งกร้าว
“ก็เพราะมันครองโลกทั้งใบเราถึงต้องมีที่ยืนของเราเอง—แม้จะเป็เพียงเกาะเล็ก ๆ ที่พวกมันไม่อาจแตะต้องได้”
ลูซี่หยิบแผนที่ดิจิทัลขนาดเล็กขึ้นมาเปิดเผยตำแหน่งของ เกาะเอลีเซีย จุดแดงเล็ก ๆ กลางมหาสมุทรอันห่างไกล เธออธิบาย
“เกาะนี้เคยถูกใช้เป็คลังเก็บเชื้อเพลิงชีวภาพเมื่อห้าสิบปีก่อนแต่ถูกทิ้งร้างเพราะมีสนามพลังงานแม่เหล็กกวนสัญญาณดาวเทียม ทำให้รัฐบาลไม่สนใจ…มันคือโอกาสเดียวของเรา”
เดวิดจับมือแมรี่แน่นความหวังริบหรี่เริ่มแทรกเข้ามาในหัวใจ แต่คำถามหนึ่งยังคาใจ
“ทำไมไม่มีประเทศไหน…ไม่มีใครเลยที่ลุกขึ้นมาหยุดอัสฟาลิส ทั้งที่พวกมันทำเื่เลวร้ายขนาดนี้?”
ห้องทั้งห้องเงียบงันก่อนที่เคนจะหัวเราะแห้ง ๆ
“ก็เพราะมันครองสิ่งที่เลวร้ายและน่ากลัวกว่านิวเคลียร์”
เขาหยิบแท็บเล็ตเก่าแสดงภาพกราฟิกโครงสร้างมหึมาใต้ดินกลางเอเธอร์นัส—คอร์ดิสคอร์(Cordis Core) แท่งพลังงานควอนตัมที่ส่องแสงสีฟ้าเจิดจ้าเหมือนหัวใจของั์
“แค่คลื่นเดียวจากมันก็สามารถดับระบบไฟฟ้าและดิจิทัลทั้งโลกได้ภายในไม่กี่วินาที… นิวเคลียร์แค่ฆ่าคนแต่คอร์ดิสคอร์สามารถทำให้โลกทั้งใบถอยกลับไปยุคหิน ไม่มีใครกล้าเสี่ยง”
เสียงซุบซิบดังระงมบางคนหน้าเสียราวกับเพิ่งตระหนักว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับอสูรที่ไม่อาจหยุดได้ด้วยกำลังเพียงเล็กน้อย
ลูซี่เสริมเสียงเย็น
“และอย่าลืม…เด็กส่วนใหญ่ 80 % ที่ถูกผลิตจาก Pop Mom ไม่ได้อยู่ในประเทศนี้ทั้งหมดมันถูกส่งขายให้เครือข่ายเศรษฐีข้ามดาว ที่เหลือร้อยละ 20แบ่งขายประเทศอื่นบนโลกนี้ 15 % และอีก 5 % คงไว้เป็ประชากรของอัสฟาลิสเองทุกประเทศใหญ่มีส่วนได้ส่วนเสียใครจะกล้าแตะต้องแหล่งทองคำนี้?”
ลูคัส พ่อครัวร่างใหญ่แบกถุงเสบียงที่พอจะกอบโกยมาได้จากโกดังเขาหายใจแรงเหงื่อท่วมร่าง แต่ยังคงเดินต่อพร้อมผู้ลี้ภัยคนอื่น ๆเสียงท้องร้องของเด็กสาวคู่หนึ่งทำให้เขาหยุดก้าวพ่อครัวหยิบขนมปังก้อนแข็งที่เก็บไว้ในเสื้อคลุมออกมา ส่งให้เธออย่างใจดี
“กินซะเถอะหนูพี่ชายเอ็งคงไม่อยากเห็นเอ็งหิวตายแน่”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนมองเขาด้วยแววตาซาบซึ้งทั้งที่พวกเขาเพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมง แต่พ่อครัวก็แบกรับหน้าที่เล็ก ๆเหมือนเป็ “พ่อ” ของกลุ่มโดยไม่ร้องขอ เขาเป็คนทำอาหารมาเกือบทั้งชีวิตชีวิตที่ธรรมดา เรียบง่าย แต่กลับถูกระบบ Pop Mom ดึงเข้าสู่เกมนรก—เขาเก็บความเ็ปไว้หลังรอยยิ้มอบอุ่นเสมอ
เสียงรอบห้องยังคงถกเถียงกันบางคนสิ้นหวัง บางคนยังไม่อยากเชื่อ หมอสูงวัยที่เคยเสียลูกสาวไปกับโครงการ Pop Mom พูดขึ้นเสียงสั่น
“ฉันทำงานในศูนย์สุขภาพของรัฐมาทั้งชีวิตเห็นเด็กทารกถูกพาออกจากอ้อมแขนแม่แล้วส่งไปยังห้องเก็บสินค้าราวกับเป็วัตถุดิบ…ตอนแรกฉันคิดว่าเป็เพียงข่าวลือ แต่เมื่อได้เห็นกับตา—มันคือาแที่ไม่อาจลืม”
พ่อครัวหนุ่มเสริมเสียงหนักแน่น
“ฉันเคยเป็แค่คนยากจนที่ทำอาหารเลี้ยงคนในตลาดกลางทุกครั้งที่มีขบวนรถขนส่งเด็กผ่าน เสียงร้องไห้ของพวกเขามันยังหลอนหูอยู่ทุกคืน…ถ้าไม่สู้ เราจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร?”
โมนิก้า อดีตสาวนั่งดริ้งในบาร์หัวเราะเบา ๆ แต่แฝงความขมขื่น
“ฉันเคยเสิร์ฟเหล้าให้ทหารของรัฐได้ยินพวกมันคุยกันว่าราคาเด็กผู้หญิงจากโครงการ Pop Mom สูงกว่าผู้ชายหลายเท่าเพราะพวกเศรษฐีข้ามดาวเอาไปเลี้ยงเป็ของเล่น… โลกใบนี้เน่าเฟะเกินเยียวยาแล้ว”
บรรยากาศอึมครึมค่อยๆ เปลี่ยนเป็เปลวไฟแห่งความโกรธ ทุกคนเริ่มมองตากันด้วยแววตาเดียวกัน—การต่อต้าน
ในเวลาเดียวกันบนห้องประชุมลับของ หอคอยออโรร่า นายกฯวาเลนติสนั่งอยู่หน้าฮอโลแกรมที่เชื่อมตรงถึงผู้นำชาติอื่น ๆ บนโลกเงาร่างของประธานาธิบดีจากรัฐสหภาพยุโรปและผู้นำเอเชียบางประเทศปรากฏขึ้นบนจอทุกคนสีหน้าตึงเครียด
“วาเลนติส”เสียงหนึ่งดังขึ้น “สิ่งที่ท่านทำกับประชาชนของท่าน…มันไม่ต่างอะไรกับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”
นายกฯวาเลนติสหัวเราะในลำคอ พลางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจก
“อาชญากรรมงั้นหรือ? หรือพวกท่านแค่หวาดกลัวที่รู้ว่าหากขัดใจอัสฟาลิสคอร์ดิสคอร์เพียงครั้งเดียว… จะทำให้เมืองของท่านมืดสนิทและกลับไปยุคหิน?”
เสียงเงียบงันปกคลุมห้องประชุมก่อนผู้นำอีกประเทศเอ่ยเสียงแ่
“…พวกเรา้าสันติภาพโลกไม่อาจเสี่ยงเช่นนั้นได้”
วาเลนติสยิ้มเย็น
“ดี…จงอย่าลืมว่าทุกครั้งที่พวกท่านรับเด็กจากโครงการ Pop Mom เข้าสู่สังคมของท่านนั่นคือการซื้อความมั่นคงให้ประเทศท่านเอง”
แล้วสัญญาณก็ถูกตัดขาดทิ้งไว้เพียงภาพสะท้อนของชายผู้ครองอำนาจบนแก้วไวน์สีแดงเข้ม—ราวกับโลหิตของผู้คนที่ถูกบูชายัญเพื่อรักษาอำนาจของเขา
คำพูดเ่าั้ทำให้บรรยากาศอึมครึมเดวิดกัดฟันแน่นจนเืซึมริมฝีปาก เขาเอ่ยช้า ๆ
“แปลว่าพวกเราไม่มีทางพึ่งใครได้เลย…โลกทั้งใบจับมือกับปีศาจเดียวกัน”
เคนพยักหน้า
“ใช่แต่จำไว้—อาวุธที่แท้จริงไม่ใช่คอร์ดิสคอร์ หรือกองทัพ หรือเงิน… มันคือความจริงถ้าโลกได้เห็นความจริงที่รัฐบาลปกปิด พวกมันก็จะสูญเสียสิทธิ์ในการปกครอง”
แมรี่ที่เงียบมานานเงยหน้าขึ้นน้ำตาคลอ
“งั้นเราต้องเปิดโปงมันใช่ไหม? เราต้องให้โลกเห็นว่าPop Mom คืออะไรจริง ๆ”
ลูซี่ยิ้มบาง ๆ
“ใช่แต่ก่อนอื่น… เราต้องเอาชีวิตรอดไปถึงเกาะเอลีเซียให้ได้เสียก่อน”
เสียงเครื่องยนต์จากท่อระบายอากาศดังขึ้นเบาๆ ทุกคนชะงัก เคนยกนิ้วให้เงียบ ก่อนเสียงโลหะหนักกระแทกดังสนั่น—ประตูเหล็กของที่ซ่อนถูกแรงภายนอกทุบกระแทก
เสียงเครื่องขยายอิเล็กทรอนิกส์ดังลั่น
“นี่คือคำสั่งจากตำรวจความมั่นคงแห่งอัสฟาลิส!พวกแกถูกล้อมแล้ว มอบตัวเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นจะไม่มีใครรอดออกไปแม้แต่คนเดียว!”
เดวิดกอดแมรี่แน่นขณะที่สายตาของทุกคนในห้องเปลี่ยนเป็ความดุดันพวกเขาไม่ใช่เพียงผู้หนีตายอีกต่อไป—แต่คือผู้แบกความจริงอันดำมืดของโลกเอาไว้ในมือ
และการลุกฮือของพันธมิตรเงามืด…เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
จบตอนที่ 4
(24 ส.ค.68)