เพราะเื่ที่ไอ้โปรดพูดเมื่อวานยังคงรบกวนจิตใจเขา ชายหนุ่มจึงถ่อมาถึงออฟฟิศใหม่ของปรัศวิน เมื่อวานหมอนั่นบอกเองไม่ใช่เหรอว่านรารินอาจย้ายมาอยู่แถวนี้ เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันมาลงทุนฝ่ารถติดมาถึงที่นี่แทนที่จะบึ่งรถตรงกลับบ้านทั้งๆ ที่เหนื่อยยากนอนแช่น้ำอุ่นเต็มแก่ และทั้งๆ ที่รู้ว่าโอกาสจะได้เจอนรารินคงเท่ากับเศษหนึ่งส่วนล้าน แต่ถึงอย่างนั้นหัวใจก็เรียกร้องให้เขาลองดูสักตั้ง
“อ้าว!” ซีอีโอหนุ่มบริษัทสตาร์ทอัพกำไรงามเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ครั่นคร้ามจะบ่นอยู่แล้วเชียวด้วยคิดว่าเป็พนักงานสักคนทะเล่อทะล่าเข้ามาโดยไม่เคาะประตูไม่ให้สุ้มให้เสียงแต่กลับพบว่าเป็ชายตัวสูงปี๊ดใบหน้าละม้ายตัวเองเสียอย่างนั้น “บอร์ดบริษัทใหญ่แวะมาเยี่ยมดูงานบริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ไปทำเทรนด์การตลาดเหรอครับ” ปรัศวินเอ่ยอย่างยียวน
มาเป็ไม้กันหมาต่างหากเล่า!
ปริณธวัฒน์ล้วงมือออกจากกระเป๋ากางเกง ยกขึ้นเสยผมไม่ยอมตอบคำถามรู้ดีว่าไอ้โปรดตั้งใจกวนประสาท
เขาปล่อยให้ผู้เป็น้องชายทำงานต่อส่วนเ้าตัวเดินไปยังผนังกระจกของตึกสำนักงานให้เช่าสูงระฟ้า มองออกไปภายนอกแทบคิดไม่ออกเลยว่าต้องทำยังไงถึงจะมีโอกาสเจอนรารินในย่านคนพลุ้งพล่านเช่นนี้
เธอไม่อยากให้เขารบกวนแต่อย่างน้อยในรอบ 4 ปีที่ไม่ได้พบกัน เผื่อว่าความคิดของหญิงสาวเปลี่ยนแปลงไปเปิดโอกาสให้เขาทักทายสักสองสามประโยค ถามไถ่ถึงความเป็ไปในชีวิตสักนิดก็ยังดี ทุกวันนี้เขายังคงห่วง ยังคงคิดถึงเสมอ เพียงแค่เก็บกักมันไว้ภายในใจไม่ได้รับอนุญาตให้พูดเท่านั้น
ไอ้โปรดบอกเขาว่าบังเอิญเจอเธอที่ร้านกาแฟย่านนี้ แต่เท่าที่ลองสังเกตอย่างต่ำมีไม่น้อยกว่า 3 แบรนด์ จะใช้จังหวะ ่เวลาใดจึงจะบังเอิญเจอกันเล่า เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องชายของเขาเจอเธอตรงไหน ครั้นจะถามมีหรือคนที่ตั้งตัวเป็คู่แข่งจะยอมชี้เป้าให้เขารู้พิกัดไปขัดขวางตัวเอง
สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มตระหนักได้เมื่อมองคอนโดมิเนียมระฟ้ากับอสังหาริมทรัพย์ละแวกนี้ หากนรารินย้ายมาอยู่แถวนี้จริงคงหมายถึงเธอประสบความสำเร็จอย่างดีกับอาชีพการงาน การเช่าหรือเป็เ้าของคอนโดมิเนียมสักห้องแถวนี้ราคาขั้นต่ำคงราว 3 ล้านบาท หรือต่อให้เช่าเดือนหนึ่งก็คงว่ากันด้วยเงินหลักหมื่น
เขารู้เสมอมาว่าหญิงสาวต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง ครอบครัวซัพพอร์ตบ้างแต่ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เธอไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ไม่ได้โชคดีเท่าเขาที่มีครอบครัวเกื้อกูล แต่ด้วยความเป็นักสู้เขาเชื่อทีเดียวว่าความพยายามจะพาหญิงสาวไปได้ไกลว่าจุดเริ่มต้นของตัวเองมากทีเดียว
เป็ยังไงบ้างนะ…
สุขสบายใจดี การงานมั่นคง มีเพื่อนร่วมงานดีๆ หรือเจ็บป่วยไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ...เริ่มต้นคบกับใครสักคนหรือยัง
คำถามที่เขาอยากรู้มากมายไปหมดหากแต่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะถามได้สักข้อเดียว
“เอาจริงๆ เมื่อวานตอนบังเอิญเจออิง เธอดูใแล้วก็ลนลานนะ ยังไม่ทันได้ทักทายกันเลยสักคำ”
ปรัศวินเอ่ยอย่างฉงนภายในใจ เมื่อวานเขาจงใจทำให้ปริณธวัฒน์เข้าใจผิดคิดว่าเขาได้คุยกับน้ำอิงเพื่อสังเกตปฏิกิริยาก็เท่านั้น
“คงแค่อยากไม่ทักทายแค่นั้นละมั้ง” ปริณธวัฒน์แค่นหัวเราะ ครั้งหนึ่งเขาก็เคยถูกเธอปฏิเสธอย่างไม่ไยดีทั้งที่เคยมีวันเวลาแสนดีด้วยกันนับประสาอะไรกับคนอื่นคนไกลอย่างไอ้โปรดที่จะไม่ถูกเธอเมินบ้างเล่า
“แต่ปกติอิงไม่ใช่คนแบบนั้น” เขาเอ่ยอย่างคนเคยเรียนรุ่นเดียว วิชาเอกเดียวกันตลอด 4 ปี
“คนที่เราเคยคิดว่ารู้จักดีพอ อาจเป็คนประเภทที่เราไม่คิดว่าเขาจะแปรเปลี่ยนไปอย่างตรงกันข้ามเลยก็ได้นะ” น้ำเสียงของปริณธวัฒน์แฝงความผิดหวัง อยากที่เขาเคยคิดว่ารู้จักนรารินดีพอหากแต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เธออยากสลัดเขาออกจากชีวิตหญิงสาวคนนี้ก็สามารถพลิกจากหน้ามือเป็หลังมือได้โดยที่เขาคิดไม่ถึง
ปรัศวินสังเกตเห็นความชอกช้ำในดวงตาคนตัวสูง ปกติปริณธวัฒน์ไม่ใช่คนประเภทคร่ำครวญจากการเลิกราหากแต่เมื่อเอ่ยถึงนรารินคล้ายกับว่าหญิงสาวมีอิทธิพลกับหัวใจของเขามากกว่าผู้หญิงคนใดในโลกที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต