มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 135 ปลดผนึกพลังสายฟ้า

    “ เอ่อ.. เรื่องนี้มันเร็วไปหรือเปล่า?” ราเชนเอ่ยอย่างสงสัย

    จื่ออี ไม่ตอบ แต่มองหน้าราเชน แล้วเอ่ยเสียงเครียดว่า

    “ ข้ามีความลับจะบอกท่าน”

    “ ความลับ?”

    จื่ออีพยักหน้า แล้วพามายืนตรงรูปภาพเทพอัสนีที่มีรูปร่างคล้ายกับ ที่เห็นในถ้ำป่าวายุอัสนี

    “ นี่คือท่านเทพอัสนี เป็นเทพที่ชนเผ่าเราเคารพนับถือ และ ยังเป็นบรรพบุรุษของข้าด้วย”

    ราเชนพยักหน้า แล้วมองหน้าจื่ออี กำลังจะถาม แล้วไงต่อ

    “ ในอดีต ท่านเทพอัสนีได้ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อทำภารกิจ ระยะเวลาที่ท่านอยู่โลกมนุษย์ ท่านได้พบรักกับ ปีศาจจิ้งจอกพันปี ตนหนึ่ง  หลังจากนั้นจิ้งจอกพันปี ก็ให้กำเนิดบุตร และ ธิดา เป็นลูกครึ่งเทพและปีศาจ เผ่าพันธุ์เทพปีศาจ ขยายเผ่าพันธุ์มากขึ้น จนกลายเป็นเผ่าพันธุ์จิ้งจอกสายฟ้าในปัจจุบัน แม้คนในเผ่าจะสามารถใช้ พลังสายฟ้าได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่จะได้รับพลังเทพอัสนีอย่างแท้จริงนั้น มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น”

    “ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า คนไหนมีพลังเทพอัสนี”

    จื่ออีไม่ตอบ กลับแหวกอกเสื้อออกมา เห็นเนินอกของนาง มีรอยสายฟ้า สลักอยู่ขนาดเล็ก ราเชนเห็นผิวขาวๆ และเนินอวบของนางก็อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้

    จื่ออีเห็นเช่นนั้น ก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วรีบปิดอกเสื้อไปเหมือนเดิม

    “ นี่คือสัญลักษณ์ของ พลังเทพอัสนีที่ติดตัวข้ามาตั้งแต่กำเนิด”

    “ เจ้ามีพลังเทพอัสนีอยู่ในตัวแล้ว เหตุใดต้องให้ข้าช่วยด้วย?” 

    ราเชนอดสงสัยไม่ได้

    “ พลังเทพอัสนีของข้า ยังไม่ถูกปลดผนึก ทำให้ไม่สามารถนำพลังออกมาใช้ได้”

    “ เทพอัสนีนี่เกินไปจริงๆ จะมอบพลังให้ลูกหลานทั้งที กลับปิดผนึกเอาไว้ แล้วทำไมไม่ให้อาจารย์เรียวเคนช่วยปลดผนึกให้เล่า”

    “ ผู้ที่จะปลดผนึกพลังนี้ได้ มีเพียงสามีของข้าเท่านั้น”

    “ อ๋อ ให้สามีช่วยปลดผนึกให้ เอ๊ะ หรือเจ้า….จะให้ข้าช่วย?"

    ราเชนเอ่ยไปทั้งที่ใจเต้นระรัว จิตใจเริ่งฟุ้งซ่านแล้ว

    จื่ออีเม้มปากแน่น จ้องหน้าราเชนคล้ายตัดสินใจได้แล้ว

    “ พวกเราต้องกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อปลดผนึกพลังเทพอัสนี”

    ราเชนเข้าใจทันที ทำไมอาจารย์เรียวเคนถึงให้รีบทำพิธีแต่งงาน และมอบเรือนกลางน้ำเป็นเรือนหอให้กับเขาทั้งสองคน ราเชนเข้าไปใกล้ๆ กับ จื่อี แล้วจับมือของนางขึ้นมากำเอาไว้

    “ ไม่ต้องเขินอาย สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป มันเป็นสิ่งงดงาม ข้ายินดีที่จะช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่”

    ราเชนสีหน้าเคร่งเครียดพยายามให้กำลังใจจื่ออี แต่ในใจนั้นพยายามระงับอารมณ์ตนเองสุดๆ

    “ แต่ข้าไม่เคย”

    ราเชนดึงจื่ออี เข้ามาใกล้ชิด แล้วจูบที่หน้าผากของนางไปหนึ่งครั้ง ร่างของจื่ออีถึงกับสั่นสะท้าน 

    “ เรื่องของหญิงชาย เป็นเรื่องธรรมชาติ เจ้าทำตัวสบายๆ อย่าได้กังวล แค่ปล่อยตัวไปตามธรรมชาติเท่านั้น”

    ราเชนก้มลงจูบปากของ จื่ออี คราวนี้ ตัวของจื่ออี ถึงกับแข็งทื่อ ราเชนต้องกอดร่างของจื่ออี แล้วช่วยกดจุดสวาทรัญจวนให้กับนาง เริ่มจากกดนวดต้นคอ และ แผ่นหลัง ผ่านไปเพียงสองจุดเท่านั้น ยังไม่ครบ 12 จุดเลย จื่ออีก็เริ่มตอบสนอง ใช้มือโอบกอดราเชน ด้วยความต้องการเป็นอย่างยิ่ง

    ราเชนไม่อยากเร่งรีบ อุ้มร่างของจื่ออีเข้าไปในห้องด้านใน ซึ่งมีเตียงสีขาวตั้งอยู่ มันถูกปูเรียบราวกับว่าไม่เคยมีใครใช้นอนมาก่อน ราเชนค่อยวางจื่ออี ลงบนเตียง

    “ ข้ากลัว” จื่ออีเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ราเชนตอบคำถามนางด้วยการปลดเสื้อผ้าชั้นนอกของนางออกอย่างช้าๆ แล้วก็เริ่มปฎิบัติการพิชิตสาวงามไปอย่างช้าๆ เริ่มด้วยการจูบปากแลกลิ้นละลายพฤติกรรม บีบนวดตัวไปทั่วทุกๆ จุดที่ซ่อนเร้น เพื่อให้นางลดการเอียงอายลงไป แล้วค่อยปลดเสื้อผ้าของนางจนเหลือแต่ร่างกายเปล่าเปลือย เผยให้เห็นผิวขาวอมชมพู ราวกับสวรรค์สรรสร้างมา 

    ราเชนถึงกับตะลึงพรึงเพริด ไม่คิดว่า เรือนร่างสตรีผู้หนึ่ง จะทำให้เขาหลงไหลได้ถึงปานนี้  แม้นเขาจะถูกฝึกฝนให้ควบคุมอารมณ์ในเรือนร่างสตรีไม่ให้มีผลต่อจิตใจของเขา แต่วันนี้ เขาถึงกับอดเผลอใจไปกับเรือนร่างที่งดงามราวเทพธิดาของจื่ออีไม่ได้  จื่ออีแม้นจะไม่เคยผ่านมือชายมาก่อน แต่ด้วยความที่ราเชนนั้นไม่ได้คิดแต่จะหาแต่ความสุขของตัวเองเท่านั้น ยังรู้จักมอบความสุขให้กับ จื่ออีอย่างเต็มที่ ทำให้จื่ออี ถึงกับร้องครางออกมาอย่างมีความสุข จนน้ำพิสุทธิ์ของทั้งสองไหลหลั่งมารวมกัน ราเชนเห็นสัญลักษณ์สายฟ้าของจื่ออีที่หน้าอกของนาง  เริ่มเลือนลางลงไปบ้างแล้ว

    “ สัญลักษณ์สายฟ้า มันเริ่มจางหายไป?”

    “ ท่านต้องทำให้มันหายไปจนหมด ผนึกที่ถูกปิดพลังเทพอัสนีไว้ จะถูกเปิดออกมา”

    “ ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่” ราเชนยิ้มรับ เรื่องแบบนี้เขารู้ดีว่าจะต้องทำให้นางมีความสุข แล้ว สัญลักษณ์สายฟ้าจะหายไป  ว่าแล้วราเชนก็เริ่มจับหน้าอกของ จื่ออีขยี้ไปมา  แล้วขบเข้าที่ใบหูของจื่ออี บรรเลงเพลงรักขั้นเทพกับนางต่อไป  ผ่านไปสองวัน สัญลักษณ์สายฟ้าก็หายไปกว่าครึ่ง ทั้งสองคนยังคงเปลือยเปล่า

    ไม่กินไม่นอน ต่างมอบความสุขให้กันและกัน อยู่ในเรือนกลางน้ำ ไม่ออกไปไหน

    “ สัญลักษณ์สายฟ้า เริ่มจะหายไปแล้ว” ราเชนใช้นิ้วลูบไล้รอบๆ เนินอกสัญลักษณ์สายฟ้า แล้วมองหน้าจื่ออี่

    “ เหลือเวลาแค่ 1 วันเท่านั้น พวกเราเริ่มกันต่อเถอะ”

    คราวนี้จื่ออีโถมหน้าเข้ามาหาราเชน แล้วระดมจูบปากราเชนอย่างช่ำชอง ผ่านมาสองวัน นางถูกราเชนละลายพฤติกรรม ลืมสิ้นความอาย ถูกราเชนบอกนี่มันคือธรรมชาติ ทำให้นางเป็นฝ่ายรุกราเชนก่อน แม้นราเชนจะเป็นบุรุษ แต่พลังปราณยังคงด้อยกว่า จื่ออีมากนัก ยิ่งตอนนี้ พลังปราณของจื่ออีได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ขั้นปราณมหาเซียนระดับสูงแล้ว พลังในร่างของนางก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้จื่ออีรู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง จึงมีแรงกระตุ้นที่จะร่วมรักกับราเชนต่อไป 

    ส่วนตัวของราเชนเอง แม้นยังสงสัยอยู่ว่า ตอนนี้พลังปราณยุทธ์ของเขาที่อยู่แค่ขั้นปรมาจารย์ แม้นจะพยายามสะกดพลังเอาไว้ แต่ก็หาเป็นผลไม่ มันกลับถูกปลดปล่อยพลังปราณออกไปทั่วสรรพางค์กาย จนทำให้พลังปราณยุทธ์ของเขาในตอนนี้ เพิ่มขึ้นมาอยู่ในข้นราชันปราณยุทธ์ระดับที่ 50 แล้ว ส่วนพลังปราณจิตของเขา มันก็ยังคงอยู่ในขั้นปราณจิตเซียนระดับที่ 50 เหมือนเดิม

    แล้วครบกำหนดสามวัน สัญลักษณ์สายฟ้าของจื่ออี ก็หายไปหมดสิ้น พลังสายฟ้าของนางถูกปลดผนึกออกมาแล้ว พลังปราณยุทธ์ของนาง พุ่งเข้าสู่ขั้นเซียนอมตะระดับต้นและสามารถเรียกพลังสายฟ้า ออกมาจากร่างกายฟาดใส่ต้นไม้ ขาดเป็นสองท่อน

    “ ในที่สุดเจ้าก็ทำสำเร็จ” ราเชนยินดีกับนางอย่างใจจริง

    “ เป็นเพราะท่านพี่ หากไม่ได้ท่านข้าคงไม่สามารถบรรลุถึงขั้นนี้ได้”

    จื่ออีโผเข้ามากอดราเชนเอาไว้ แล้วจูบปากของเขา โดยปราศจากความเขินอายอีกต่อไป

     ส่วนตัวของเขาแม้นจะมีพลังขั้นราชันปราณยุทธ์ ระดับกลาง และ พลังปราณจิตเซียนระดับกลาง เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ในเรื่องนี้นัก หวังว่า งานนี้สำเร็จ เขาจะจากไปได้อย่างสบายใจ

    “ กลับไปคราวนี้ท่านไม่ต้องประลองหรอก ข้าจะประกาศให้ทุกคนรับรู้ ว่าข้าแต่งกับท่านแล้ว”

    “ ไม่ได้ บิดาของเจ้าประกาศให้ผู้คนรับรู้กันหมดแล้ว คนที่ชนะการประลองจะได้เป็นบุตรเขยของท่าน”

    “ แต่ว่า พลังปราณยุทธ์ของท่าน?” 

    ราเชนดึงร่างของจื่ออีเข้ามากอด แล้วเอ่ยเบาๆ ว่า

    “ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เชื่อใจข้า แต่ขอให้เชื่อท่านเทพอัสนีเถอะ ข้าจะต้องชนะทุกๆ คนได้แน่ๆ”

    จื่ออีกอดราเชนแน่น น้ำตาไหลกลัวว่าราเชนจะพ่ายแพ้หมดรูป จนราเชนต้องเช็ดน้ำตาให้กับนาง แล้วพากันเดินทางกลับบ้านตระกูลซุน

    “ แล้วอาจารย์เรียวเคนล่ะ”  ราเชนสงสัย

    “ ท่านส่งข่าวมาทางจิต บอกว่า ท่านออกท่องเที่ยวแล้ว ไม่ต้องห่วง”

    ราเชนพยักหน้า คิดในใจ ตาเฒ่าเรียวเคนมีฝีมือระดับนี้ หากช่วยเหลือ จื่ออี นางคงไม่ต้องทำอะไรยุ่งยากลำบากแบบนี้แน่ 

    ทั้งสองมาถึงบ้าน ซึ่งในตอนนี้มีการจัดงานเลี้ยง มีผู้คนเข้ามากันอย่างคับคั่ง ซุนเอ่อซัน พอเห็นทั้งสองก็รีบเข้ามาหาอย่างดีใจ

    “ พี่ใหญ่ พี่เขย ในที่สุดพวกท่านก็มาเสียที ท่านพ่อโมโหมากเลย ดีนะที่ท่านอาจารย์เรียวเคนได้มาหา และ บอกว่า ท่านทั้งสองกำลังฝึกฝนวิชาร่วมกันอยู่ จึงค่อยๆ คลายความโกรธของท่านพ่อลงไปได้”

    “ อาจารย์มาที่นี่เหรอ แล้วตอนนี้ท่านไปไหนแล้ว”

    “ กลับไปแล้ว ท่านมาแจ้งข่าวให้กับท่านพ่อ และกำชับให้ข้า อยู่อย่างสงบ พี่ใหญ่กับพี่เขยจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง ไปหาท่านพ่อก่อนเถอะ”

    ซุนเอ่อซัน จูงมือจื่ออี่ มาพบกับ ซุนไป่เทียน ที่อยู่กลางห้องโถง มีคนมากมายยืนแสดงความยินดี พร้อมกับของขวัญเต็มไปหมด

    “ จื่ออีลูกพ่อมาแล้ว ทุกๆ คน นี่คือ ซุนจื่ออี เป็น บุตรีของข้าเอง”

    ราเชนได้แต่ยืนอยู่ด้านข้างกับ ซุนเอ่อซัน 

    “ พี่เขยท่านต้องระวังชายสวมเกราะหนังสีดำคนนั้นนะ มันคือ ราชันหมาป่าเมาคลี ตอนนี้ยังไม่ทันได้ประลองเลย คนที่มีรายชื่ออยู่ ก็ถูกมันตัดแขนตัดขา กลายเป็นคนพิการไปจนหมดแล้ว ไม่มีใครกล้าประลองแย่งชิงกับมันแม้แต่คนเดียว”

    “ หือ คนอะไรมันจะชั่วได้ใจขนาดนี้” ราเชนมองหน้า ราชันหมาป่า ที่สวมเกราะหนังสีดำ สวมหมวกหัวหมาป่า มือของมันสวมถุงมือกรงเล็บหมาป่า  ตรงเอว ก็มีมีดสั้นวงเดือน สร้อยคอมีแต่เขี้ยวเสือหลายเขี้ยว มันน่าจะฆ่ามาหลายสิบตัวแล้วนำมาทำสร้อยห้อยคอเอาไว้ มันเห็นราเชน จ้องหน้าราวกับเป็นศัตรูกันมาก่อน สงสัยมันจะรู้แล้ว ว่าราเชนคือ คนที่จื่ออีเลือกที่จะแต่งงานด้วย........