บทที่ 52 : อาณาเขตแหลกสลาย สัจธรรมกระจกเงาหมื่นปี และการสยบความโอหังของประมุข!
เกล็ดหิมะหกแฉกขนาดยักษ์ที่ลอยตระหง่านอยู่กลางฟากฟ้า แผ่รังสีความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งได้กระทั่งกาลเวลาและมิติ! ภายใต้เงาของมัน สรรพสิ่งในรัศมีพันลี้ล้วนถูกหยุดนิ่งประดุจภาพวาดที่ถูกผนึก
แรงกดดันของขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด' (ขอบเขตที่ 7 ขั้นสูงสุด) กดทับลงมายังก้นทะเลสาบกระจกเงาหมื่นปีอย่างเกรี้ยวกราด แม้แต่ 'จินหลิน' กิเลนอัคคีบรรพกาลที่มีพลังระดับครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังต้องทรุดเข่ากระแทกพื้นน้ำแข็ง ส่งเสียงครางต่ำด้วยความอึดอัดทรมาน
ไป๋รั่วปิง ประมุขแห่งวังวังวนเหมันต์ ลอยตัวลงมาจากหมู่เมฆอย่างช้าๆ อาภรณ์ผ้าไหมน้ำแข็งของนางพลิ้วไหวไร้แรงลม นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ปราศจากความเมตตาใดๆ ทอดมองลงมายังบุรุษและสตรีเบื้องล่างประดุจเทพเจ้าที่กำลังมองดูมดปลวกดิ้นรนในกองเพลิง
"หนีเก่งนักมิใช่รึ..." สุรเสียงของนางเย็นเยียบจนแทบจะบาดแก้วหู "หลิงอวี้ซี... ข้าอุตส่าห์ให้เกียรติความเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า ทว่าเจ้ากลับเหยียบย่ำความเมตตาของข้า ซ้ำยังสมรู้ร่วมคิดกับบุรุษต่ำช้า สังหารผู้อาวุโสคุมกฎของวังวังวนเหมันต์! บัดนี้ ต่อให้ประมุขหมื่นเต๋ามาคุกเข่าอ้อนวอนอยู่เบื้องหน้าข้า ข้าก็จะสับพวกเจ้าทั้งสองให้กลายเป็นเศษเนื้อไปเซ่นไหว้ผืนดินอุดรเหมันต์!"
ซูหลงอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลัง แม้กระดูกทั่วร่างจะลั่นกรอบแกรบจากแรงกดดันมหาศาล ทว่าแผ่นหลังของเขากลับตั้งตรงดุจทวนสวรรค์ที่ไม่มีวันหักงอ นัยน์ตาสีดำของเขาสบตากับประมุขไป๋รั่วปิงอย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด... ห่างจากข้าในยามนี้สามขอบเขตใหญ่กับอีกสี่ขั้นย่อย ซูหลงอวิ๋นคำนวณในใจอย่างเยือกเย็นที่สุด ต่อให้ข้าจุดระเบิดทารกวิญญาณเทวะ หรือเรียก 'สถิตร่างเทวะเหมันต์' ออกมาปะทะตรงๆ ก็คงถูกนางตบจนวิญญาณแตกซ่านในฝ่ามือเดียว กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินในระดับนี้ มิใช่สิ่งที่พลังยุทธ์ของขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดจะอาจเอื้อมไปแตะต้องได้
ทว่า บนใบหน้าของจักรพรรดิเทพยุทธ์ กลับปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ความเมตตางั้นรึ? ยายแก่จิ้งเหลนน้ำแข็งอย่างเจ้า รู้จักคำว่าเมตตาด้วยรึ?" ซูหลงอวิ๋นเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงโอหัง "พวกเจ้าต่างหากที่กบดานอยู่แต่ในกะลา ตั้งกฎเกณฑ์วิปริตเกลียดชังบุรุษ ข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า... วันนี้ข้าเพียงแค่มาสั่งสอนให้พวกเจ้าได้รู้สำนึก ว่าสวรรค์เบื้องบนนั้น ยังมีสวรรค์ที่สูงกว่า!"
"สามหาว!"
ไป๋รั่วปิงเดือดดาลจนถึงขีดสุด! นางไม่เคยถูกผู้ใดหยามเกียรติซึ่งหน้าเช่นนี้มาก่อน นับประสาอันใดกับเด็กหนุ่มที่อยู่เพียงขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิด!
นางมิกล่าววาจาใดให้มากความ อาณาเขต 'วังวนเหมันต์นิรันดร์' ขยายตัวออกอย่างฉับพลัน! มิติรอบกายของซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีถูกแช่แข็งประดุจถูกขังอยู่ในก้อนน้ำแข็งหมื่นปี รังสีกระบี่โปร่งแสงนับแสนสายก่อตัวขึ้นจากอากาศธาตุ พุ่งทะยานเข้าสับสังหารพวกเขาจากทุกทิศทาง!
"ซูหลงอวิ๋น! หลบไป!"
หลิงอวี้ซีตวาดก้อง นางรู้ดีว่าบุรุษเบื้องหลังไม่อาจรับการโจมตีนี้ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว! สตรีศักดิ์สิทธิ์ก้าวออกมายืนขวางหน้า ปราณยุทธ์ขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นกลาง' ถูกจุดระเบิดขึ้นจนถึงขีดจำกัด!
"อาณาเขตเหมันต์ราชันย์บรรพกาล... ปะทะ!"
ตูมมมมมมมม!!!!!
อาณาเขตของสองราชันย์ยุทธ์พุ่งเข้าปะทะและบดขยี้กันอย่างบ้าคลั่ง! รังสีกระบี่นับแสนสายของไป๋รั่วปิง ฟาดฟันเข้ากับกำแพงน้ำแข็งของหลิงอวี้ซีจนเกิดเสียงกัมปนาทที่ทำให้มิติฉีกขาดเป็นรอยแยกสีดำ!
ทว่า ความต่างชั้นระหว่าง 'ขั้นกลาง' และ 'ขั้นสูงสุด' นั้น มหาศาลเกินไป!
เพียงสิบลมหายใจ กำแพงน้ำแข็งของหลิงอวี้ซีก็เริ่มปรากฏรอยร้าวรุนแรง!
"อั้ก!" หลิงอวี้ซีกระอักเลือดสีแดงสดออกมา เลือดของนางหยดลงบนผิวน้ำแข็งและถูกแช่แข็งในทันที ร่างอรชรถูกแรงกระแทกซัดจนถอยร่นมาชนกับแผ่นอกของซูหลงอวิ๋น
"ดื้อรั้นไปก็ไร้ประโยชน์ หลิงอวี้ซี! ในเมื่อเจ้าอยากตายพร้อมกับมันนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!"
ไป๋รั่วปิงแสยะยิ้มอำมหิต นางยกมือขวาขึ้นชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า ปราณฟ้าดินในรัศมีแสนลี้ถูกสูบกลืนเข้ามาบีบอัดที่ปลายนิ้วของนาง!
"สัจธรรมเหมันต์... นิ้วพิฆาตดับดารา!"
รังสีพลังงานสีฟ้าครามขนาดเท่าเสาหินที่อัดแน่นด้วยความตายอันเป็นนิรันดร์ พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า เล็งตรงมาที่ศีรษะของหลิงอวี้ซีและซูหลงอวิ๋น! พลังของกระบวนท่านี้ มากพอที่จะเจาะทะลุแกนโลกได้อย่างง่ายดาย!
"จบสิ้นแล้ว..." หลิงอวี้ซีกัดริมฝีปากแน่น นางหลับตาลง เตรียมรับความตาย เพราะปราณยุทธ์ของนางถูกผลาญไปจนหมดสิ้นแล้วจากการต้านทานเมื่อครู่
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง!
ฝ่ามืออันอบอุ่นของซูหลงอวิ๋นพลันโอบรัดเอวบางของนางเอาไว้แน่น!
"ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าตาย ภาชนะของข้า!"
เสียงของเขาดังกังวานและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่ท้าทายสวรรค์! ซูหลงอวิ๋นมิได้คิดจะเอาพลังวิญญาณก่อกำเนิดของตนไปรับ 'นิ้วพิฆาตดับดารา' ทว่าเขาได้เตรียมการบางอย่างไว้ตั้งแต่ตระหนักได้ว่าศัตรูคือราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุดแล้ว!
ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาร่วงหล่นลงมาบนผิวน้ำแข็ง ซูหลงอวิ๋นได้แอบปล่อย 'ปราณวิญญาณหยินหยาง' แทรกซึมลงไปใน 'ทะเลสาบกระจกเงาหมื่นปี' อย่างเงียบเชียบ!
ทะเลสาบแห่งนี้ มิใช่เพียงผืนน้ำแข็งธรรมดา ทว่ามันคือ 'หลังคา' ของนครโบราณใต้พิภพ และเป็นส่วนหนึ่งของ 'ค่ายกลปิดผนึกระดับเทพเจ้า' ที่หลงเหลือมาจากยุคบรรพกาล! คุณสมบัติของมันคือการดูดซับ สะท้อน และบิดเบือนกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน!
"ข้าอาจจะสู้เจ้าไม่ได้... ทว่า สัจธรรมของกึ่งเทพในยุคบรรพกาล ย่อมเหนือกว่าราชันย์ยุทธ์จอมปลอมเยี่ยงเจ้า!"
ซูหลงอวิ๋นเบิกตากว้าง ทารกวิญญาณหยินหยางเทวะในจุดตันเถียนประสานอินอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
"เคล็ดวิชาสถิตร่างเทวะเหมันต์... มิใช่เพื่อต่อสู้ ทว่าเพื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับค่ายกลเทพเจ้า! ยืมพลังฟ้าดิน พลิกผันสัจธรรม!"
"ค่ายกลกระจกเงาหมื่นปี... สะท้อนสวรรค์!"
วิ้งงงงงงงงงงงงงง!!!!!
วินาทีที่ 'นิ้วพิฆาตดับดารา' ของไป๋รั่วปิงพุ่งลงมาเหลือระยะเพียงสิบจั้งเหนือศีรษะของพวกเขา... พื้นผิวน้ำแข็งของทะเลสาบกระจกเงาหมื่นปีในรัศมีร้อยลี้ พลันเปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าประดุจดวงอาทิตย์ดวงที่สอง!
ลวดลายอักขระระดับ 'เทพเจ้า' ที่ถูกฝังลึกอยู่ใต้น้ำแข็งนับล้านปี ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยปราณเทวะของซูหลงอวิ๋น! พื้นทะเลสาบทั้งผืนแปรสภาพกลายเป็น 'กระจกเงาบรรพกาล' ขนาดยักษ์!
ตู้มมมมมมมมมมมมม!!!!!
รังสีพิฆาตของราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด พุ่งกระแทกเข้ากับผิวน้ำแข็งกระจกเงาอย่างจัง!
ไม่มีการระเบิดทำลายล้างผืนดิน! ทว่า พลังทำลายล้างอันมหาศาลนั้น กลับถูกค่ายกลระดับกึ่งเทพ 'ดูดซับ' และ 'บีบอัด' เข้าไปในกระจกเงา ก่อนที่ผิวน้ำแข็งจะเกิดการกระเพื่อมไหวประดุจผิวน้ำ!
"อะไรกัน!" ไป๋รั่วปิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด! นางรู้สึกได้ว่าการติดต่อระหว่างนางกับพลังโจมตีนั้นถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์!
"ของของเจ้า... ข้าขอคืนให้ก็แล้วกัน!" ซูหลงอวิ๋นตวาดก้องพร้อมกับตวัดแขนขึ้นสู่ท้องฟ้า!
เพล้ง! ซูมมมมมมมม!!!!!
ผืนกระจกเงาหมื่นปีทำการ 'สะท้อน' การโจมตีกลับไปอย่างสมบูรณ์แบบ! รังสีนิ้วพิฆาตดับดาราที่ถูกคูณด้วยพลังของค่ายกลบรรพกาล พุ่งสวนกลับขึ้นฟ้าด้วยความเร็วและความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า! เล็งตรงไปยังร่างของไป๋รั่วปิงที่ลอยอยู่กลางอากาศ!
"ม่ายยยยยยยย!"
ไป๋รั่วปิงกรีดร้องด้วยความหวาดผวา! นางไม่เคยคาดคิดว่าจะมีผู้ใดสามารถควบคุมค่ายกลของทะเลสาบต้องห้ามแห่งนี้ได้! ซ้ำการโจมตีที่สะท้อนกลับมา ยังรุนแรงเกินกว่าที่นางจะหลบหนีพ้น!
นางรีบเค้นปราณราชันย์ยุทธ์ทั้งหมดที่มี ก่อเกิดเป็น 'โล่ผลึกเหมันต์เก้าสิบเก้าชั้น' ขึ้นมาต้านทานอย่างสุดชีวิต!
ตูมมมม! แกรก... เพล้งงงงงง!
รังสีพิฆาตที่แฝงไปด้วยพลังของนางเอง ผสานกับกฎเกณฑ์แห่งกึ่งเทพ ทะลวงทำลายโล่ผลึกเหมันต์ของนางไปอย่างง่ายดายประดุจทะลวงกระดาษบางๆ!
พลังทำลายล้างกระแทกเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของไป๋รั่วปิงอย่างจัง!
"อ๊ากกกกกก!"
เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดรดชโลมผืนฟ้า! ร่างของประมุขแห่งวังวังวนเหมันต์ผู้ยิ่งใหญ่ ถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดจนลอยละลิ่วปลิวทะลุหมู่เมฆ กระเด็นถอยหลังไปไกลนับร้อยลี้! แขนซ้ายของนางถูกทำลายจนแหลกเหลว อาณาเขตเหมันต์นิรันดร์ที่เคยกางครอบคลุมพื้นที่ พังทลายลงในพริบตา!
"เกล็ดหิมะหกแฉก" ที่ผนึกมิติเอาไว้ ก็แตกสลายกลายเป็นเพียงละอองน้ำไร้ค่า!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณก่อกำเนิด... สามารถทำให้ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุดบาดเจ็บสาหัสและทำลายอาณาเขตได้! นี่มิใช่เพราะพลังของเขา ทว่าเพราะความฉลาดหลักแหลมในการยืมพลังธรรมชาติและเศษซากของทวยเทพมาเป็นอาวุธ!
หลิงอวี้ซีที่อยู่ในอ้อมกอดของซูหลงอวิ๋น เบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ นางมองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของบุรุษผู้นี้ หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างรุนแรง
"เจ้า... เจ้าทำได้อย่างไร... นั่นคือพลังของราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุดเชียวนะ!" นางละล่ำละลักถาม
"ข้าบอกแล้ว... ว่ามนุษย์เรามีสติปัญญา"
ซูหลงอวิ๋นหอบหายใจอย่างหนักหน่วง การดึงพลังค่ายกลระดับเทพเจ้าแม้เพียงเสี้ยววินาที ก็สูบกลืนปราณวิญญาณของเขาไปจนแทบจะหมดสิ้น ทารกวิญญาณในจุดตันเถียนของเขาหรี่แสงลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของมังกรหนุ่มซีดเซียวไร้สีเลือด ทว่าแววตากลับสาดประกายความสะใจ
"รีบไปกันเถิด! การสะท้อนกลับเมื่อครู่ ทำให้นางบาดเจ็บสาหัส ทว่ามันไม่อาจสังหารราชันย์ยุทธ์ได้... เมื่อนางตั้งสติได้ นางจะต้องคลุ้มคลั่งและกลับมาฉีกร่างพวกเราเป็นชิ้นๆ แน่!"
ซูหลงอวิ๋นไม่รอช้า เขากอดเอวหลิงอวี้ซีแน่น ก่อนจะกระโจนขึ้นหลังจินหลินที่เพิ่งฟื้นตัวจากแรงกดดัน
"จินหลิน! มุ่งหน้าสู่รอยแยกมิติที่พังทลายเมื่อครู่! เราจะทะลวงออกไปยังพรมแดนตะวันตกของทวีป! เร็วที่สุดเท่าที่ชีวิตเจ้าจะทำได้!"
"โฮก!" ราชสีห์เพลิงแผดเสียงคำราม มันรู้ดีว่านี่คือความเป็นความตาย มันจุดระเบิดแก่นโลหิตของตนเอง เปลวเพลิงสีทองคำลุกโชนขึ้นปกคลุมร่าง ก่อนจะพุ่งทะยานแหวกมิติที่ไร้การผนึก พุ่งตรงไปยังขอบฟ้าทิศตะวันตกด้วยความเร็วประดุจแสง!
...
หลังจากซูหลงอวิ๋นและคณะหนีหายไปเพียงครึ่งก้านธูป
ร่างที่เต็มไปด้วยเลือดและรอยบาดแผลของไป๋รั่วปิง ก็พุ่งทะยานกลับมายังเหนือทะเลสาบกระจกเงาหมื่นปี!
สภาพของนางในยามนี้ดูน่าสมเพชและสยดสยองยิ่งนัก แขนซ้ายขาดหายไป เส้นผมสีเงินยุ่งเหยิง นัยน์ตาสีฟ้าครามแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดแห่งความโกรธแค้นที่แทบจะระเบิดออก!
"อ๊ากกกกก! ไอ้เดรัจฉาน! ไอ้มนุษย์บัดซบ!"
นางคำรามลั่น เสียงของนางทำให้ภูเขาน้ำแข็งรอบทะเลสาบถล่มทลายลงมา! "ข้า ไป๋รั่วปิง... ถูกมดปลวกขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดหลอกใช้ค่ายกลของหุบเหวทำร้ายจนแขนขาด! ความอัปยศนี้... ความอัปยศนี้... ข้าจะล้างมันด้วยเลือดของเก้าชั่วโคตรของพวกเจ้า!"
ไป๋รั่วปิงพยายามจะกวาดจิตสัมผัสเพื่อตามล่า ทว่ามิติที่แตกร้าวจากการสะท้อนกลับของค่ายกลบรรพกาล ได้ลบร่องรอยของพวกซูหลงอวิ๋นไปจนหมดสิ้น! นางสูญเสียเป้าหมายไปอย่างสมบูรณ์!
"ถ่ายทอดคำสั่งประมุข!" ไป๋รั่วปิงตวาดก้องไปยังศิษย์นับหมื่นที่เพิ่งตามมาสมทบ "ส่งศาลาน้ำแข็งกระจายข่าวไปทั่วทั้งห้ามหาทวีป! วังวังวนเหมันต์ ขอร่วมมือกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า! ตามล่าตัวหลิงอวี้ซีและไอ้บุรุษชุดขาวนั่น! ข้าจะมอบรางวัลเป็น 'คัมภีร์เหมันต์สวรรค์' แก่ผู้ที่นำหัวพวกมันมาให้ข้า!"
ความเคียดแค้นของสองมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งมหาทวีปศูนย์กลางและอุดรเหมันต์ ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว! การไล่ล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกปุถุชน ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!
...
ห่างออกไปหลายล้านลี้ ณ สุดขอบพรมแดนตะวันตกของมหาทวีปอุดรเหมันต์ ซึ่งเป็นดินแดนรกร้างที่เชื่อมต่อกับ 'มหาทวีปประจิมวิญญาณ'
ร่างของราชสีห์เพลิงที่หมดเรี่ยวแรง ร่วงหล่นลงมากระแทกผืนทรายที่ผสมผสานกับเกล็ดหิมะ จินหลินหอบหายใจรวยริน เปลวเพลิงรอบกายดับมอดลง มันใช้พลังไปจนเกินขีดจำกัด
ซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีกระเด็นกลิ้งไปตามพื้นทราย ทั้งสองต่างอยู่ในสภาพสะบักสะบอม พลังปราณเหือดแห้ง
ซูหลงอวิ๋นพยุงร่างของตนเองลุกขึ้นนั่ง เขากระอักเลือดสีเข้มออกมาคำโต ทว่าริมฝีปากกลับยังคงยกยิ้มอย่างโอหัง
"รอดมาได้... พวกเรารอดมาจากเงื้อมมือของราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุดได้..." เขาหัวเราะเบาๆ แม้จะบาดเจ็บหนักทว่าดวงตากลับสาดประกายความบ้าคลั่งที่ท้าทายสวรรค์
หลิงอวี้ซีคลานเข้ามาประคองร่างของเขาเอาไว้ นัยน์ตาดอกท้อของนางเต็มไปด้วยความซับซ้อน ความหวาดกลัว และความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเป็นความตาย
"เจ้ามันคนบ้า... ซูหลงอวิ๋น... หากเจ้าพลาดไปเพียงนิดเดียว พวกเราคงได้กลายเป็นผุยผงไปแล้ว" นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาแห่งความโล่งใจไหลรินอาบแก้ม
"ข้าไม่เคยพลาด ภาชนะของข้า..."
ซูหลงอวิ๋นยกมือที่สั่นเทิ้มขึ้นเช็ดน้ำตาให้นางอย่างแผ่วเบา "บัดนี้ มหาทวีปศูนย์กลางและอุดรเหมันต์ ล้วนกลายเป็นรังแตนที่รอสังหารพวกเรา... เราจำต้องเปลี่ยนเส้นทาง"
เขาทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ทัศนียภาพของหิมะค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยผืนทรายสีทองที่กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเบื้องบนมืดสลัวและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของภูตผีและวิญญาณเร่ร่อน
"ดินแดนเบื้องหน้านั้น... คือ 'มหาทวีปประจิมวิญญาณ'... แดนแห่งความตายและภาพลวงตา ที่ซึ่งขุมอำนาจแห่งมารและวิถีวิญญาณปกครองอยู่"
ซูหลงอวิ๋นสูดลมหายใจลึก "ที่นั่นไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ของหมื่นเต๋าและวังเหมันต์... และที่สำคัญ ทะเลวิญญาณของข้าต้องการทรัพยากรจากที่นั่น เพื่อยกระดับจิตสัมผัสให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น..."
มัจจุราชหนุ่มกำหมัดแน่น "พักผ่อนเสียเถิด อวี้ซี... พรุ่งนี้ พวกเราจะก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งความตาย และพลิกฟ้าแผ่นดินประจิมให้สั่นสะเทือนยิ่งกว่าที่เคย!"
(จบบทที่ 52)