“นักเรียนปี 1 สาขาผู้ถอนคำสาปทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กัน”
นักเรียนสาขาเวทย์ธาตุลมหันมองไปยังนักเรียนปี 1 สวมผ้าคลุมแปลกไปจากพวกเขากำลังนั่งเปิดคอมพิวเตอร์อ่านวงเวทย์ธาตุลม อย่างไรก็ตามแม้แอนเดอร์สันจะอยู่คนละสาขากลับไม่ได้มีกฎห้ามให้สาขาย่อยอื่นๆเข้ามาใช้ห้องสมุด ทุกคนที่เป็นนักเรียนภายในวิทยาลัยแห่งนี้สามารถเรียนที่ไหนก็ได้ เรียนอะไรก็ได้ เพียงแต่ว่าการอยู่ไม่ถูกสาขาเหมือนที่แอนเดอร์สันทำ ส่งผลให้เขาได้รับความลำบากในการเรียนเวทย์
การที่เขาเป็นนักเรียนสาขาผู้ถอนคำสาปแล้วเข้ามาศึกษาเวทย์ธาตุลมนี้เอง เขาจะขาดรุ่นพี่ที่สามารถให้คำแนะนำเพราะนักเรียนแต่ละสาขาที่พวกเขาประจำ จะไม่มีทางสอนเวทย์สาขาของพวกเขาให้กับสาขาอื่น เพราะถ้ามีการประลองเกิดขึ้นแล้วสาขาอื่นที่เข้ามาเรียนเวทย์ของพวกเขาชนะการแข่ง จะทำให้นักเรียนเจ้าของสาขารู้สึกอับอาย
สำหรับแอนเดอร์สันเขากลับไม่สนใจรุ่นพี่ที่คอยชี้แนะเลย เขาสามารถทำความเข้าใจทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แม้ตอนนี้เวทย์ที่เขาใช้และเรียนรู้ได้จะมีเพียงแค่ระดับ 3 เท่านั้นเอง เขากลับเก็บเวทย์ระดับที่สูงกว่าเอาไว้ด้วยเวทย์ห้องสมุดโซโลม่อน ไว้ตอนที่เขาทำความเข้าใจได้โดยที่พลังเวทย์สะสมเทียบเท่ากับระดับเวทย์เขาจะทำความเข้าใจมันได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าห้องสมุดอีก
“หืม ลุงนอธโทรมาทำไม”
แอนเดอร์สันมองดูนาฬิกาพบว่ายังเหลือเวลาอีกมากให้เขาเตรียมตัวก่อนที่งานวันเกิดของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะเริ่มขึ้นในคืนนี้ แต่ก่อนอื่นเขาจำเป็นต้องรับโทรศัพท์ของลุงก่อนเพราะอีกฝ่ายน่าจะมีธุระสำคัญ
“สวัสดีครับลุงนอธ”
“สวัสดีแอนเดอร์สัน คืนนี้มีรถไปงานวันเกิดผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์แล้วหรือยัง”
“น่าจะไปรถสาธารณะครับ คนเยอะดีไม่น่าจะมีการลอบสังหาร”
“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้แต่งตัวรอนะ ลุงจะไปรับ เราจะเข้าไปในงานพร้อมกัน”
“ได้ครับ”
แอนเดอร์สันตอบรับ เขาไม่จำเป็นต้องปฎิเสธเนื่องจากมีเรื่องต้องการคุยกับลุงด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องพร เขาต้องการรู้ตำแหน่งจิตวิญญาณพรผู้ใช้สายลมและพรเจ้าแห่งพืชพรรณที่แม่ของเขาเคยครอบครอง จากความคิดของเขาหลังจากงานเลี้ยงฉลองวันเกิดผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จบเขาจะออกเดินทางปลดล็อกพรเหล่านี้เพื่อก้าวข้ามนักเวทย์ 300 ปี
“ต้องรีบแล้วสิ”
เวลาเหลือไม่มาก แอนเดอร์สันจึงรีบเปิดอ่านเวทย์สายลมให้ถึงระดับ 8 เพื่อเป็นการจบการจดจำเวทย์ที่เขาทำมาตลอดหลายวัน
—---------------------------
“พ่อบ้าน คิดว่าชุดนี้เป็นยังไงบ้าง”
“นายน้อย เราควรจะเปลี่ยนโบว์ให้เป็นเนคไท มันจะทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น”
“นั่นสินะ เรามีคนที่เด็กกว่าไปร่วมงาน ไม่จำเป็นที่เราจะต้องทำตัวให้เป็นเด็กในสายตาของคนอื่น”
โรแลนมองจ้องตัวเองในกระจกพลางแสดงใบหน้ายิ้มแย้มออกมา หลังจากชุดสูทที่เปลี่ยนใหม่ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น
—----------------------------
“ถ้าเราใส่ชุดสูทไปมันจะไปเด่นอะไร”
แอนเดอร์สันหันมองชุดสูทที่สั่งตัดเย็บมาไม่กี่วันก่อน เขาลองคิดวิเคราะห์แล้วรู้สึกว่างานวันเกิดในครั้งนี้ เขาไม่อยากทำตัวให้กลมกลืนไปกับพี่ชาย การสวมใส่สูททำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่และทำให้คนที่มองรับรู้ได้ถึงวุฒิภาวนะของเขาได้ แต่แอนเดอร์สันกลับมองต่างออกไป งานวันนี้เขาจำเป็นต้องเดินทางเข้าร่วมงานให้ได้ ต่อให้เขาจะสวมใส่ชุดสูทมันเงาเหมือนคนอื่นๆ หากเข้างานไม่ได้เขาก็ไม่มีทางได้แสดงรูปลักษณ์ของตัวเองในงาน ดังนั้นเขาจึงมองไปยังชุดที่อยู่ด้านข้าง มันเป็นชุดสำหรับเด็ก จากอายุ 15 ปีเขายังคงสามารถสวมใส่มันได้และมันก็เป็นชุดที่เขาคิดว่าสามารถทำให้เขามีโอกาสเข้าไปในงานได้มากกว่าชุดอื่นๆ
เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกนำมาสวมใส่แล้วผูกโบว์เล็กๆสีเทาลงไปบริเวณคอ ตามด้วยสวมเสื้อกั๊กสีเทาปิดทับอีกชั้นจากนั้นก็เป็นการนำกางเกงขาสั้นสีเทาขึ้นมาสวมพลางใช้สายเอี๊ยมคล้องกางเกงพาดหัวไหล่ ส่วนถุงเท้าเลือกเป็นสีขาวพร้อมกับสวมรองเท้าสีดำมันเงา เมื่อชุดของเขาให้บรรยากาศรอบตัวไม่ต่างจากเด็กในตระกูลร่ำรวย แอนเดอร์สันจึงเดินถือกล่องของขวัญสีแดงออกไปรอลุงของเขาหน้าวิทยาลัยเพื่อเดินทางไปร่วมงานวันเกิด
[แจ้งเตือน ท่านเข้าสู้อันตรายระดับ 1]
เสียงคุ้นเคยทำให้แอนเดอร์สันรู้ตัวว่ามีใครบางคนจับตามองเขาอยู่ อย่างไรก็ตามหากระดับอันตรายไม่เพิ่มสูงกว่านี้ชีวิตของเขาจะยังคงปกติต่อไป ด้วยระดับอันตรายเพียงแค่ 1 ไม่สามารถเอาชีวิตของเขาได้แน่นอน ทันใดนั้นรถลีมูซีนสีดำก็ได้วิ่งเข้ามาจอดตรงหน้าแอนเดอร์สัน เขาจึงมองเข้าไปในรถพบว่าผู้อาวุโส 2 คนและผู้นำตระกูลเฟียร์นั่งรอเขาอยู่ด้านใน
“สวัสดีครับลุงนอธ สวัสดีครับผู้อาวุโสลำดับที่ 1 สวัสดีครับผู้อาวุโสลำดับที่ 2”
แอนเดอร์สันกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม ผู้อาวุโสทั้งสองจึงทักทายแอนเดอร์สันด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน กระทั่งรถวิ่งออกจากหน้าวิทยาลัยไปนั้นลุงของเขาก็ตรวจสอบการแต่งตัวของแอนเดอร์สันก่อนจะยิ้มออกมา
“วันนี้แต่งตัวหล่อผิดปกติ นับว่าเยี่ยมไปเลย”
“ขอบคุณครับ ลุงนอธครับ ผมมีเรื่องอยากจะสอบถามหน่อย”
[แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 3]
แอนเดอร์สันหันมองออกไปนอกรถ ลุงของเขาและผู้อาวุโสก็มองออกไปเช่นเดียวกันหลังจากพวกเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายจากรอบข้าง
“หลานมีอะไรอย่างนั้นเหรอ”
“คือว่า ผมเป็นนักเวทย์ 300 ปีแล้วครับ”
“หืม” ผู้อาวุโสตกใจตื่น ลุงนอธก็เช่นเดียวกัน พวกเขาจำได้ว่าเมื่อสองเดือนก่อนนั้นแอนเดอร์สันมีพลังเวทย์เพียงสามสิบปีเท่านั้น ถึงจะได้รับยาจากตระกูลเฟียร์ไปเขาไม่น่าจะมีพลังเวทย์เกิน 100 ปี ทว่าเวลาที่ผ่านมา 2 เดือนนี้ แอนเดอร์สันกลับสามารถเก็บสะสมพลังเวทย์ได้ถึง 300 ปีแล้ว
“แอนเดอร์สัน หลานไปทำอะไรถึงได้เก็บสะสมพลังเวทย์ได้เร็วขนาดนี้”
แอนเดอร์สันย่นคิ้วกับคำถาม เรื่องที่เขาเดินทางไปยังมิสเทอรี่น่าจะทำให้ทุกตระกูลรู้ถึงมัน การที่ตระกูลเฟียร์ไม่รับรู้ว่าเขาเดินทางไปไหนนั้นส่งผลให้แอนเดอร์สันเกิดความสงสัย
“ผมเข้าไปในมิสเทอรี่เพื่อล่าที่หน้าผาปีกหัก จากนั้นก็หนีมอนสเตอร์เข้าไปในเขต 3 จนพบเข้ากับโชค”
“เดี๋ยวก่อนนะ” แอนเดอร์สันมองหน้าลุงของเขาที่หันมองผู้อาวุโสทั้ง 2 คน ก่อนที่เขาจะโทรตรงกลับไปยังตระกูลเพื่อทำบางอย่าง แอนเดอร์สันจึงนั่งเงียบๆฟังคำสั่งของลุงที่กำลังพูดกับคนที่อยู่ปลายสาย
“รื้อหน่วยข่าวกรองของเราออกให้หมด ตั้งคนใหม่เข้าไปแทนซะ”
“ผู้นำตระกูล มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ” ผู้อาวุโสสอบถาม
“พวกคนทรยศ”
เพียงประโยคสั้นๆแอนเดอร์สันเข้าใจได้ในทันทีเลยว่าทำไมเรื่องที่เขาเข้าสู่มิสเทอรี่ตระกูลเฟียร์ถึงไม่รู้ เป็นเพราะหน่วยข่าวกรองที่มีหน้าที่หาข้อมูลภายนอกตระกูลเป็นกลุ่มคนที่หักหลัง การที่พวกมันปิดข่าวการเดินทางของแอนเดอร์สันคงจะเป็นเพราะไม่ต้องการให้ตระกูลเฟียร์เข้าช่วยเขาที่ผาปีกหักหรือในตอนที่เขาเข้าสู่เขต 3
“ลุงต้องขอโทษหลานด้วยที่ไม่ดูให้ดีเพราะมัวยุ่งเรื่องติดต่อซื้อขายยาของตระกูลมากไป นึกว่าตั้งแต่เราเสียแม่ของหลานไปจะกำจัดกลุ่มคนทรยศออกไปได้หมดแล้ว พวกมันกลับยังเหลืออยู่”
“ไม่เป็นไรครับ ผมพอจะเข้าใจได้”
“ว่าแต่หลานมีอะไรอยากจะถามลุงอย่างนั้นเหรอ”
“อ๋อ ผมจะถามเรื่องวิธีปลดล็อกฉายา ไม่ใช่ๆ พรน่ะครับ ผมอยากรู้วิธีปลดล็อกพรผู้ใช้สายลมและเจ้าแห่งพืชพรรณ”
“หืม” ลุงนอธเบิกตากว้างหลังจากรู้ว่าแอนเดอร์สันมีพรถึง 2 อย่างด้วยกัน
“หลานมีพร 2 อย่างเลยเหรอ นับว่าเป็นเรื่องโชคดีของเรา สำหรับพรผู้ใช้สายลม ลุงไม่คุ้นชื่อหรอกนะ แต่ถ้ามันเป็นพรที่เกี่ยวกับลมที่ทางตระกูลเฟียร์ใช้ปลดล็อกลุงรู้จักมัน หลานอาจจะไปตรวจสอบก่อนก็ได้เผื่อจะทำการปลดล็อกฉายาของหลาน ส่วนฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณ ถ้าจำไม่ผิดแม่ของหลานทิ้งแผนที่บางอย่างเอาไว้ให้ลุง ซึ่งลุงก็ยังไม่รู้ว่าเป็นแผนที่อะไร มันอาจจะเป็นแผนที่สำหรับการปลดล็อกพรเจ้าแห่งพืชพรรณก็ได้ ไว้กลับตระกูลลุงจะเอาให้ดู”
“ครับ” แอนเดอร์สันฉีกยิ้ม หลังจากรู้ว่าเขามีโอกาสปลดล็อกฉายาแล้ว 2 ฉายา ทันใดนั้นเขากลับมองจ้องไปนอกรถเมื่อระดับอันตรายเพิ่มเป็นระดับ 41
“ลุง”
“แอนเดอร์สัน ฟังลุงนะ งานวันเกิดครั้งนี้ลุงอาจจะไม่ได้เดินทางไปร่วมด้วย”
“หมายความว่ายังไงเหรอครับ”
“หลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ตระกูลเฟียร์จะเดินทางไปร่วมงานมักจะมีปัญหาระหว่างเดินทาง ทำให้เราไปล่าช้า หลานพอจะนึกออกไหมว่ามันเป็นเพราะอะไร”
แอนเดอร์สันรู้ได้ในทันทีเลยว่าทำไมการแจ้งเตือนถึงเกิดขึ้นในตอนนี้ การที่พวกเขากำลังจะถูกซุ่มโจมตีเป็นเพราะว่าตระกูลเฟียร์เป็นผู้หนุนหลังเพียง 1 เดียวของแอนเดอร์สัน หากการเข้าร่วมงานวันเกิดตระกูลเฟียร์ร่วมด้วย จะเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนในงานเลี้ยงมองแอนเดอร์สันในมุมที่ต่างออกไป ดังนั้นการที่ใครสักคนส่งคนมาขัดขวางการเดินทาง จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
“คงเป็นพี่ผมสักคนที่สั่งการ หรือไม่ก็ตระกูลเบื้องหลังของพี่ชายผมสักตระกูลที่ลงมือเองสินะครับ”
“ใช่ เอาล่ะดูเหมือนว่าลุงจะไม่สามารถเดินทางไปด้วยได้ แต่วันนี้พวกเราจะส่งหลานไปให้ถึงงานเลี้ยง”
“มันไม่อันตรายเหรอครับ” แอนเดอร์สันกลัวว่าลุงของเขาจะตาย เนื่องจากเดินทางมาเพียง 3 คนเท่านั้น
“อันตราย แต่ไม่ถึงกับตาย การต่อสู้ในสหพันธ์เป็นเรื่องต้องห้าม ดังนั้นมันจึงเป็นการต่อสู้ที่รีบเริ่มรีบจบก่อนที่เจ้าหน้าที่ของสหพันธ์จะเดินทางมาถึง”
“ผู้นำตระกูล พวกมันมาแล้ว”
บอลไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าหารถลีมูซีนที่กำลังวิ่งไปยังบ้านตระกูลสกอร์เปี้ยน ทันใดนั้นเองประตูรถก็ถูกผู้นำตระกูลดึงออกเผยให้เห็นพื้นถนน
“แอนเดอร์สัน ถ้าหลานวิ่งไปเส้นทางนั้นหลานจะไปถึงงานเลี้ยงแน่นอน”
แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังทิศทางที่ลุงของเขาชี้บอก ทันทีที่ได้รับสัญญาณแอนเดอร์สันก็พุ่งออกนอกรถไม่หันมองกลับหลัง ปล่อยให้ลูกไฟที่พุ่งเข้ากระแทกรถระเบิดเสียงดัง ก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ว่ารอบข้างตัวเองมีสายลมพุ่งทำลายทุกๆอย่างที่คิดจะโจมตีเขา จากการช่วยเหลือของผู้อาวุโสและลุงทำให้แอนเดอร์สันก้าววิ่งต่อไปด้วยพลังของนักเวทย์ 300 ปี
“วิ่งต่อไปแอนเดอร์สัน แค่นักเวทย์ 700 ปีและ 800 ปีไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น วิ่งต่อไป!”
แอนเดอร์สันเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกปล่อยให้ลุงของเขารับมือกับกลุ่มคนที่เข้ามาโจมตี กระทั่งเขาออกมาจากระยะการโจมตีระบบก็ได้แจ้งเตือนให้เขารู้ว่าตัวเองรอดพ้นจากอันตรายแล้ว
[แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายได้สำเร็จ ได้รับตั๋วสุ่มรางวัล 410 ใบ]