ชายแดนทางทิศตะวันตกของแคว้นโอริสา .. ‘ชุมทางอรัญ’ คือชุมชนเล็กๆ เป็นจุดบรรจบของเส้นทางเกวียนจากเมืองรอบนอก หากเดินเท้าต่ออีกเพียงหนึ่งวันก็จะถึงเมือง ‘เอกประจิม’ เมืองหน้าด่านสำคัญซึ่งถือเป็นประตูสู่แคว้นโอริสา
จากนั้นจะมีทางหลวงเชื่อมต่อไปสู่เมืองต่างๆ ทั้งยังสามารถไปยังเมือง ‘สาวิตธี’ ทางทิศตะวันออก เพื่อใช้เส้นทางน้ำโดยสารเรือผ่านแม่น้ำอุมาวดีไปยังเมือง ‘โอริสนคร’ ราชธานีของแคว้นได้อย่างรวดเร็ว
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาชุมทางเล็กๆ แห่งนี้คึกคักเป็นพิเศษ .. ผู้คนต่างแดนกว่าพันๆ ทยอยเดินทางกันเข้ามา ไม่ว่าคณะตัวแทนแคว้น สำนักชาวยุทธจักร ขบวนกลุ่มพ่อค้า ทั้งยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก
วัตถุประสงค์เดียวกันของผู้คนเหล่านี้ก็คือ .. ‘ชุมนุมชมมังกร’
งานชุมนุมแห่งทวีปจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เทียบเชิญจากราชาแห่งโอริสาถูกส่งไปยังบุคคลสำคัญต่างๆ ทั่วทั้งทวีป
คณะเดินทางทั้งที่ได้รับเชิญ และทั้งที่ไม่ได้รับเชิญ ต่างเร่งรีบเดินทาง
.. เพื่อชมปรากฏการณ์ ‘กระบี่วิญญาณมังกร’ ที่ตื่นขึ้นจากหลับใหล
.. ทั้งการกลับมาของตำนาน ‘ราชันมังกร’ ปฐมราชันแห่งโอริสาผู้ยิ่งใหญ่
.. จะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในแคว้นโอริสาเช่นไร ขุมอำนาจภายในมหาทวีปเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผู้คนต่างต้องการพบเห็นด้วยดวงตาของตัวเอง นักเดินทางจากทั่วสารทิศจึงมุ่งหน้าสู่โอริสนครจนแทบหยุดยั้งไม่อยู่
ยามบ่ายคล้อย .. อีกเพียงห้าสิบเส้นจะถึงชุมทางอรัญ เส้นทางเกวียนอันเปล่าเปลี่ยวทอดยาวพบเห็นคณะผู้เดินทางจากต่างแคว้นกลุ่มหนึ่ง
เด็กหนุ่มวัยเพียงสิบสี่สิบห้าปีโดยสารอยู่บนหลังม้าสีขาว .. มันผู้นี้มีรูปร่างปราดเปรียวโพกศีรษะดังนักเดินทาง สวมชุดคลุมสีครามเข้มภายในสวมชุดผ้าไหมสีขาวเลิศหรู ผิวขาวสะอาดสะอ้านเจ้าสำอาง ใบหน้าอ่อนหวานแต่แฝงความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ
ที่ติดตามคือคาราวานขบวนรถม้าและเกวียนชั้นดีกว่าสิบเล่ม ทั้งยังมีผู้คุ้มกันกว่าร้อยนั่งบนหลังม้า พวกมันทำหน้าที่อย่างแข็งขันกระจายกำลังอยู่โดยทั่ว
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งไสม้าพ่วงพีมาถึงด้านข้าง คนผู้นั้นร่างสันทัดแข็งแรงไว้หนวดเคราท่าทางองอาจ .. มันยกมือขวาทาบอกก้มคารวะคราหนึ่งแล้วกล่าวว่า
“เรียนท่านชาย .. ใกล้ถึงชุมทางอรัญแล้ว .. พวกเราจะแวะพักที่นั่นคืนหนึ่ง ..” ชายกลางคนผู้นั้นกล่าวอย่างนอบน้อม
“ท่านอาซอ .. เหตุใดจึงไม่ตรงไปยังเมืองเอกประจิมในทันใด ..” ท่านชายผู้นั้นหันมากล่าวด้วยเสียงเล็กแหลมบางเบา แล้วจึงกล่าวต่อ “หากเร่งเดินทางผ่านทางลัด จะบรรลุถึงเมื่อใด ..”
ชายกลางคนที่ถูกเรียกว่า ‘อาซอ’ กล่าวตอบว่า “เส้นทางลัดสายนั้นเดินทางยากลำบาก พวกเรามาพร้อมขบวนเกวียนเช่นนี้ .. คาดว่าคงถึงเมืองเอกประจิมก็หลังเที่ยงคืน ..”
ท่านชายแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์พ่นลมออกจมูก “ฮึ .. ข้าอยากนอนแช่น้ำอุ่นๆ แล้ว .. เมืองชนบทเช่นนั้นจะสะดวกสบายได้อย่างไร”
อาซอกล่าวต่ออย่างใจเย็น “ท่านชายโปรดวางใจ .. ชุมทางแห่งนั้นแม้ไม่ใหญ่โต แต่ก็สะดวกสบายอยู่ไม่น้อย”
ทั้งสองสนทนาควบม้าเคียงคู่กันไป .. ท่านชายกล่าว “นี่ก็เหยียบแผ่นดินโอริสาแล้ว พวกมันสมควรจัดขบวนมาต้อนรับคณะของเรา ..”
อาซอกล่าวอย่างนอบน้อม “.. สมควรเป็นเช่นนั้น .. เมื่อถึงเมืองเอกประจิม ต้องมีการต้อนรับอย่างสมเกียรติเป็นแน่นอน” สายตาของมันลอบมองท่านชายผู้เยาว์วัยและอ่อนต่อโลกผู้นี้
อาซอกล่าวต่อ “ท่านชายคงเหนื่อยแล้ว .. สมควรเข้าพักในรถม้าก่อนดีหรือไม่”
ท่านชายสะบัดหน้ากล่าว “ฮึ .. ท่านอาซอเห็นข้าเป็นผู้อ่อนแอหรือไร ..” มันเชิดจมูกกล่าว “ข้าจะอยู่บนหลังม้าจวบจนถึงชุมทางอะไรนั่น ..”
ท่านชายชวนสนทนาต่อ “งานชุมนุมครั้งนี้จัดให้มีการประลองยุทธ์ของผู้เยาว์ พวกเราต้องแสดงฝีมือให้ชาวทวีปประจักษ์ .. จะให้ผู้ใดมาดูแคลนพวกเรามิได้ ..”
อาซอยิ้มอย่างสุภาพ กล่าวตอบ “ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ที่ผู้น้อยคัดเลือกมา ต้องมิทำให้ท่านชายผิดหวังเป็นแน่นอน ..”
“ดี .. ดีมาก .. ท่านอาซอ .. ฮา” เสียงสดใสดังระฆังแก้วของท่านชาย แล้วยังกล่าวต่อว่า “ชาวแคว้นกุสุมา .. มีวิชายุทธ์มิแพ้แคว้นใดในทวีป .. ฮา ฮา”
ที่แท้ผู้คนขบวนนี้มาจากแคว้น ‘กุสุมา’ ทางตอนเหนือของมหาทวีป ทางภูมิศาสตร์เป็นแคว้นที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาตัดขาดจากโลกภายนอก .. แต่แคว้นเล็กๆ แห่งนี้กลับร่ำรวยด้วยสินแร่ใต้ดินทั้งทองคำทั้งอัญมณีล้ำค่า ท้องพระคลังของพวกมันยังมั่งคั่งกว่าแคว้นมหาอำนาจนับสิบๆ เท่า
จุดหมายคือโอริสนครเพื่อร่วมชุมนุมชมมังกร .. งานชุมนุมของผู้ยิ่งใหญ่จากทั่วทวีป ทั้งยังจัดให้มีการประลองยุทธ์เพื่อเพิ่มความสนุกสนานอีกด้วย
การประลองจำกัดผู้เข้าร่วมเป็นชาวยุทธ์รุ่นเยาว์อายุไม่เกินยี่สิบปี เจ้าแคว้นและกลุ่มสำนักมีชื่อต่างส่งยอดฝีมือเข้าร่วมแข่งขันอย่างคับคั่ง
ขณะที่ทั้งสองบังคับม้าสนทนากัน .. ม้าที่นำขบวนด้านหน้าหยุดโดยกะทันหัน ผู้ที่อยู่บนหลังม้าส่งสัญญาณให้ทั้งหมดหยุดโดยพลัน
“เกิดอันใดขึ้น ..” ท่านชายกล่าวด้วยความสงสัย “เอ .. หรือจะถูกปล้นอีกกระมัง ..”
อาซอสีหน้ายังคงเรียบเฉย กล่าวตอบว่า “ท่านชายหยุดภายในขบวนก่อน .. ผู้น้อยจะไปดูเอง ..” ปากร้องกล่าวให้ผู้ติดตามด้านข้าง “อารักขาท่านชาย” .. แล้วจึงควบม้าไปเบื้องหน้าโดยทันที
ผู้คนภายในขบวนต่างตื่นตัวเตรียมพร้อม มือเกาะกุมอาวุธประจำกาย .. ชายบนหลังม้าสิบกว่าคนเข้ามาห้อมล้อมท่านชาย ทำการป้องกันมันไว้ราวเป็นลูกเจี๊ยบอ่อนแอตัวหนึ่ง
เมื่ออาซอควบมาไปถึงด้านหน้า พบเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ราวสามสิบคนยืนขวางเส้นทางเอาไว้ ท่าทางของพวกมันดุร้ายมองดูก็รู้ว่ามิได้มีเจตนาดี
อาซอประสานมือกล่าวดังๆ .. “ท่านจอมยุทธ์ทั้งหลาย .. พวกเราเป็นแขกของมังกรเรืองโรจน์ โปรดเปิดเส้นทางด้วย ..”
กลุ่มชายที่ขวางทางไม่มีท่าทีหลีกทางให้ ต่างยืนระเกะระกะจ้องมองยิ้มเยาะ บุคคลผู้เป็นหัวหน้าขบวนก้าวเนิบๆ ออกมา
แคร่กกก .. ถุยยยย ! เสียงถ่มถุยของเหลวอันกักขฬะ .. มันรูปร่างกำยำตัวใหญ่กว่าสี่ศอก หัวล้านเลี่ยนตาโปนโตไว้หนวดเครารุงรัง
ในมือถือดาบใบยาวใหญ่ นำใบดาบตบลงที่อกของมันเบาๆ แล้วกล่าวด้วยวาจาข่มขวัญว่า “บิดานี่ไง .. มังกรเรืองโรจน์ ..”
ฮา ฮา ฮา ฮิ๊วววว .. เสียงโห่ฮาของพวกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังขรม .. อาซอรับฟังจนหนวดกระตุก .. ผู้ขวางทางมากันแค่หยิบมือ แต่ไม่กลัวบุคคลนับร้อยภายในขบวนของมัน
ชายหัวล้านยกดาบชี้ใส่อาซอ มันหัวเราะกล่าวว่า “ฮา ฮา .. หากรักตัวกลัวตาย ก็ทิ้งทรัพย์สินมีค่าเอาไว้ ..”
กลุ่มผู้ขวางทางไม่พูดมากความ แสดงตัวเป็นโจรขู่กรรโชกทรัพย์โดยทันที .. พวกมันต่างกวัดแกว่งอาวุธด้วยท่าทางดุร้าย
โจรผู้หนึ่งกล่าว “หนุ่มหน้าสวยบนม้าสีขาวนั่น .. ข้าขอจองนะท่าน ฮา ..” โจรผู้นั้นตัวผอมสูงแววตาชั่วช้าลามก มันกล่าวกับชายหัวล้านผู้เป็นหัวหน้าโจร
โจรอีกผู้หนึ่งตัวต่ำเตี้ยร่างผอมกะหร่อง มีรอยแผลเป็นบากยาวบนใบหน้า กล่าวเย้าเจ้าโจรตัวผอมว่า “จิ จิ .. เจ้าตัวอุบาทว์ .. นี่เจ้ารักชอบเพศเดียวกันตั้งแต่เมื่อไร .. ฮา ฮา”
.. ฮา ฮา ฮา ฮิ๊วววว .. พวกโจรลิ่วล้อหัวเราะกันจนตัวงอ บ้างจ้องมองท่านชายรูปงามบนหลังม้า บ้างจ้องมองขบวนกองเกวียนด้วยความละโมบ
“บังอาจ!” เสียงตวาดเจื้อยแจ้ว เป็นท่านชายไสม้าสีขาวมาถึงด้านข้างของอาซอ ดวงของมันขุ่นมัวด้วยโทสะกล่าวด่าทอ “พวกโจรโฉด .. รนหาที่ตาย ..”
.. ฮา ฮา ฮา ฮิ๊วววว .. พวกโจรหัวเราะขบขัน "พ่อหน้าขาว .. เสียงใสราวอิสตรี .. มา ม่ะ .. มาหาป๋านี้ .." เสียงโจรผู้หนึ่งกล่าวหยอกล้อ สร้างความอับอายให้แก่ท่านชายเป็นอย่างยิ่ง
“ชิ .. เจ้าพวกชั้นต่ำ ..” ท่านชายก่นด่า มือของมันจับด้ามกระบี่ทำท่าจะชักออกมา ..
“ท่านชาย!” อาซอกล่าวห้ามปราม “ให้ผู้น้อยจัดการกลุ่มโจรเหล่านี้เอง ..”
“ท่านอา ..” ท่านชายหน้าเบ้หันมาตัดพ้อ พลันดวงตาของมันเกิดประกายราวคิดอัดใดได้ แล้วจึงกล่าวว่า “ให้ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ของเราแสดงฝีมือหน่อย .. เป็นเช่นไร ..”
“แต่ ..” อาซอทักท้วง .. ยังไม่ทันกล่าวจบ ..
“ฮึ .. แต่ อันใด” ท่านชายตัดบทสนทนา มันไม่รอช้าตะโกนสั่งการในทันที “.. หลิวน้อย ! จงน้อย ! ม่องน้อย ! .. จัดการพวกมัน ..”
“ขอรับ!” ที่ด้านหลังมีเสียงประสานตอบรับ บุคคลสามร่างพุ่งกายออกมาจากขบวนอย่างรวดเร็ว .. เป็นชายหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปี
.. ยอดยุทธ์เยาว์วัยทั้งสามหยุดยืนจังก้า .. ปราณยุทธ์เข้มข้นระดับ ‘มัธยะปราณ’ ขั้นปลายกระจายแผ่ออกจากร่างกาย
ฮา ฮา .. เสียงหัวเราะของโจรร่างเล็กหน้าบาก มันกล่าวว่า “บิดาจัดการเอง .. ฮา ฮา” .. แล้วจึงพุ่งกายเข้าหายอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทั้งสามในทันที .. ปราณยุทธ์ของโจรผู้นี้เป็นไอสีเทาแผ่กระจายออกจากร่างอย่างรุนแรง
“ไอ้โจรชั่ว .. ทิ้งศีรษะของเจ้าเอาไว้ ..” เสียงของหลิวน้อย มันเป็นผู้มีวิชายุทธ์แกร่งที่สุดในกลุ่มยอดยุทธ์ทั้งสาม .. ทำการร่ายรำกระบี่เล่มเรียวยาวด้วยกระบวนท่าอันงดงาม
.. จงน้อยควงพลองทองเหลืองดังควับๆ ปราณทวนพุ่งปกคลุมเป็นรัศมีวงกว้าง
.. ส่วนม่องน้อยถือดาบเล่มใหญ่กวัดแกว่ง ส่งปราณดาบเข้าเชือดเฉือนแหลมคม
ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทั้งสามแสดงฝีมืออย่างเต็มกำลัง .. ขณะโจรหน้าบากพุ่งเข้ามาห่างเพียงห้าก้าวก็สะบัดฝ่ามือทั้งสอง เกิดเป็นไอสีเทาแผ่กระจายเป็นระลอก
.. ฝ่ามือสิบพิษ !
ไอสีเทาคือปราณพิษ .. เมื่อทั้งสามได้สัมผัสก็รู้สึกสายตาพร่าเลือน ลมหายใจติดขัด พลังปราณโคจรย้อนกลับในทันใด .. เงาฝ่ามือสีเทาลอยมาที่ด้านหน้าแล้ว
.. ทึบ ! ทึบ ! ทึบ ! ฝ่ามือพิษนับสิบฝ่าปราณคุ้มกายเข้ามาทำร้ายยอดยุทธ์รุ่นเยาว์
อ๊ากกกก !!! เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของยอดยุทธ์ทั้งสาม พวกมันถูกฝ่ามือพิษประทับทำร้ายตามร่างกาย
หวาาาาา .. ท่านชายถึงกับอ้าปากค้าง ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์เหล่านี้ล้วนใช้การไม่ได้ .. ร่างของพวกมันถูกฟาดลอยละลิ่วดังใบไม้แห้งถูกลมกวาดพัด
แต่แล้ว .. ขณะที่ทั้งสามยังไม่ทันร่วงลงพื้น เจ้าโจรหน้าบากก็สะกิดปลายเท้ากระโจนเปลี่ยนทิศทางในทันใด
“ฮี ฮี ฮี .. เจ้าหน้าขาวปากดี ..” โจรหน้าบากยิ้มเยาะ มันพุ่งกายเข้าหาท่านชายแล้ว
ร่างของโจรหน้าบากลอยอยู่กลางอากาศ อีกเพียงห้าหกวาก็จะถึงชายหนุ่มบนม้าที่เป็นเป้าหมายของมัน .. ที่ฝ่ามือปรากฏไอพิษสีเทาแผ่กระจายอย่างน่ากลัว ..
อาาาาา .. ท่านชายจ้องมองอย่างตื่นตะลึง .. มือจับด้ามกระบี่ยังไม่สามารถชักออกมาจากฝัก ..
ทันใดนั้น ! ร่างของท่านอาซอพลันหายไปจากหลังม้า .. พบเห็นเป็นเพียงเงาพร่าเลือนพร้อมประกายปราณสีเงินพุ่งเข้าใส่เจ้าโจรโฉดอย่างรวดเร็ว
.. ฉั่วะ ! ปราณดาบฟันใส่ร่างของโจรหน้าบาก ร่างนั้นถูกพลังปราณสุดเฉียบคมฟันแยกจนขาดเป็นสองส่วน โลหิตเข้มข้นสาดกระจายไปทั่วแนวป่า
.. โจรหน้าบากสิ้นใจตายในบัดดล
“อี๋ .. อออ ..” เสียงท่านชายร้องอุทานนำมือขึ้นปิดตา
“สมิงบาก !!!” โจรหัวล้านร้องเสียงหลง .. เจ้าโจรโฉดตกตายอย่างอนาถนัก
ร่างของอาซอไม่หยุดเพียงแค่นั้น คนยังพุ่งทะยานเข้าใส่โจรหัวล้านอย่างว่องไว โจรโฉดที่อยู่ห่างไปแค่สิบก้าวตั้งสติรั้งดาบเข้ารับอย่างฉุกละหุก
ในมืออาซอคือดาบสีเงินวาวเล่มใหญ่ มันระเบิดพลังฟาดฟันดาบใส่โดยไม่ยั้งมือ
.. ดาบแยกศิลา !
.. เปรี๊ยงงง ! พลังปราณระเบิดจนอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน โจรหัวล้านถึงกลับกระเด็นถอยหลังไปไกลถึงสิบกว่าก้าว สมุนโจรที่อยู่ใกล้เคียงถูกพลังปราณกระแทกทำร้ายจนร่างลอยกระจัดกระจาย
อาซอหยุดยืนอย่างองอาจ .. คนยังดูแกร่งกร้าวไม่สิ้นเปลืองพลังปราณแม้แต่น้อย ..
“ดาบของท่านอาซอ .. ร้ายกาจจริงๆ ..” เสียงพึมพำของท่านชาย
โจรหัวล้านหน้าซีดเผือดร่างสั่นกระตุก “เจ้า .. เจ้า .. คือ ..” .. พรวดดดด ! มันสำลักโลหิตได้รับบาดเจ็บภายใน
“ดาบภูผา .. ซออะวิน ..” เสียงจากเจ้าโจรบ้ากาม นามนี้ทำพวกโจรต้องแตกตื่นเหงื่อกาฬเปียกชุ่มเต็มแผ่นหลัง
ท่านอาซอ .. หรือ ‘ซออะวิน’ ฉายา ‘เจ้าดาบภูผา’ ยอดยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นกุสุมา มันยังยืนนิ่งอย่างสุขุมจ้องมองกลุ่มโจรอย่างไม่วางตา
“สมิงฮวน .. โจรโฉดเช่นพวกเจ้าสมควรตาย ..” ซออะวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา เหล่าโจรพวกนี้คือกลุ่มของสมิงฮวนที่คอยก่อเหตุปล้นชิงตามเขตชายแดน สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คนนักเดินทางอยู่เสมอ
“ชะ ชะ .. ช้าก่อน .. ท่านจอมยุทธ์ ..” โจรหัวโล้นนาม ‘สมิงฮวน’ กล่าวลิ้นพันระรัว “หากรู้เป็นท่านจอมยุทธ์ซอ คงไม่เสียมารยาทถึงเพียงนี้ ..”
“ถูกแล้ว .. ถูกแล้ว .. ท่านจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้ามีตาแต่หามีแววไม่ ..” เสียงของสมุนโจรผู้บ้ากาม
เหล่าชายบนหลังม้านับสิบๆ ต่างบังคับม้ากระจายออกเป็นแผง ในมือถืออาวุธหน้าไม้แกร่งขึ้นเล็งพวกโจรโฉด รอฟังคำสั่งจากซออะวิน
“โปรดละเว้นชีวิตน้อยๆ ของข้าด้วยเถิด .. เมียข้ายังเด็ก ลูกยังเล็กนัก ..” สมุนโจรอีกผู้หนึ่งลนลานกล่าว
ซออะวินไม่รีรอตวาดกึกก้อง “สังหาร !!!” .. มันสั่งประหารโจรโฉดโดยไม่กะพริบตา
.. ฉึก ! ฉึก ! ฉึก ! ฉึก ! ฉึก ! .. หน้าไม้ถูกยิงออกอย่างพร้อมเพรียง ลูกศรโลหะนับสิบๆ ดอกพุ่งเข้าใส่พวกโจรอย่างไร้ความปรานี
.. อ๊ากกก ! อ๊ากกก ! อ๊ากกก ! .. เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด พวกโจรที่พอมีฝีมือต่างใช้อาวุธประจำกายปัดป้องลูกศร
.. เคล๊งงง ! เคล๊งงง ! เคล๊งงง ! อ๊ากกก ! .. กลุ่มโจรต่างแตกฮือ ที่ว่องไวก็หลบหนี ที่ชักช้าก็ถูกลูกศรทำร้ายตกตาย
“บัดซบเอ้ยยย ! ถูกพวกมันขายเสียแล้ว ..” สมิงฮวนร้องด่า
“มันบอกเป็นเพียงกระบวนพ่อค้า .. มิคาด เข้มแข็งถึงเพียงนี้ ..” สมุนโจรอีกผู้หนึ่งร้องตอบ .. เคล๊งงง ! เคล๊งงง ! พลางใช้ดาบปัดลูกศรพ้นทาง แล้วจึงชักชวนกันกระโดดหลบหนีเข้าป่าหายไป
ผ่านเพียงชั่วครู่เหตุการณ์ก็สงบลง .. โจรยี่สิบกว่าคนกลายเป็นซากศพ ร่างของพวกมันถูกปักตรึงด้วยลูกศรโลหะนอนตายเกลื่อนตามเส้นทาง
ท่านชายเบือนหน้าหนีจากภาพเบื้องหน้า กล่าวว่า “.. ถูกลูกศรปักดังตัวเม่น .. อะ-แหว่ะ ...”
ซออะวินเดินมาถึงด้านข้าง แล้วหัวเราะ “ฮา .. โลกที่เบื้องนอก วัดกันที่ดาบใครแกร่งกว่ากัน .. ท่านชายยังต้องพบเจอเรื่องราวอีกมากมายนัก”
ท่านชายนิ่งคิดอันใดอยู่ชั่วครู่ แล้วกล่าวต่อ “เจ้าพวกนั้นเป็นเช่นไรบ้าง” มันหมายถึงยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ที่ถูกโจรโฉดซัดด้วยฝ่ามือพิษ
ซออะวินกล่าว “.. พวกมันมิเป็นอันใดมาก พักสักสองสามวันก็คงหายดี”
ท่านชายทอดถอนใจ “เฮ้อออ ..” น้ำเสียงแสดงถึงความผิดหวัง “.. พวกมันช่างอ่อนด๋อย .. ในวันงานคงต้องขายขี้หน้าประชาชีแล้ว”
ซออะวินกล่าวปลอบใจ “พวกมันถือเป็นยอดฝีมือในกลุ่มคนรุ่นเยาว์ แต่โจรป่าผู้นั้นมีฝีมือกล้าแข็งเกินกว่าพวกมันจะ ..”
“เอาล่ะ .. เอาล่ะ ..” ท่านชายกล่าวแทรก “ท่านอาซอ มิต้องแก้ตัวให้พวกมัน .. ข้าไม่มีอารมณ์ขี่ม้าแล้ว” แล้วจึงสะบัดหน้าบังคับม้ากลับไปยังรถม้าหรูเลิศส่วนตัวที่กลางขบวน
ซออะวินมองส่งท่านชายผู้นั้นจนขึ้นรถม้าไป .. ทันใดนั้น หน้าของมันแดงก่ำกระอักโลหิตมาคำหนึ่ง .. อั๊กกกก
“ท่าน .. อาจารย์ซอ ..” ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านข้างร้องเรียก ซออะวินยกมือขึ้นกึ่งห้ามปราม เหมือนเป็นการบอกชายผู้นั้นว่ามันไม่เป็นอะไร
การสังหารโจรโฉดเมื่อครู่แลกมาด้วยการถูกแพร่พิษ พิษร้ายบางเบาแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย แต่ฝังแน่นตามจุดชีพจรยังไม่สามารถขับออกมาได้หมด .. มันพยายามปรับพลังเดินลมปราณเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บ
ซออะวินมีสีหน้าครุ่นคิด หันมากล่าวกับชายผู้นั้นว่า “พวกคนงานที่มาใหม่ .. อยู่ที่ใด”
ชายผู้ถูกถามกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ซอ .. พวกมันอยู่ที่ท้ายขบวน ขอรับ”
อื่มมม .. ซออะวินพยักหน้าตอบรับ แล้วกล่าวว่า “ชำระสถานที่แล้วเร่งเดินทางต่อ .. นำเด็กน้อยทั้งสามติดตามข้าไปยังท้ายขบวน ..” มันสั่งการเสร็จก็กระโดดขึ้นม้าบังคับเดินย่างไปยังท้ายขบวนโดยทันที ..